Share

17. ความทรงจำตอนสิบขวบ

last update Last Updated: 2025-12-05 05:29:39

“ไม่ใช่…แต่จะตัดทั้งพวงให้ขาด แล้วเอาไปทำกับข้าวให้นังเมียน้อยกิน อยากได้นักก็จะยกให้เลย ยิ่งรักกันปานจะกลืนกินยิ่งดี จะได้สมปรารถนาทั้งกิน ทั้งกลืน ฮ่าฮ่าฮ่า”

เจียงลี่มี่อึ้ง ไม่คิดว่าคนใจเย็นอย่างอาอี้จะพูดแบบนี้ น่ากลัวกว่าที่คิด

“อาอี้ทำฉันอึ้งนะเนี่ย แอบร้ายด้วย อีกอย่างนะเรื่องนี้มีบางอย่างพิเศษสำหรับฉันด้วย”

“อะไร?” อาอี้สงสัย

“พี่สาวของนางเอกเรื่องนี้นะสิ ชื่อเดียวกับฉันเลย เจียงลี่มี่ ชีวิตเธอก็อาภัพไม่ต่างกับฉันเลย”

“โห..บังเอิญจริง ๆ แล้วเจียงลี่มี่ในเรื่องเด่นมากไหม เป็นถึงพี่สาวนางเอก บทต้องไม่น้อยแน่ ๆ”

“เยอะมาก เด่นมากเลยล่ะ” เจียงลี่มี่พูดไปขำไปกับน้ำเสียงของอาอี้ที่เหมือนจะตื่นเต้นราวกับเป็นชื่อของตัวเอง

“มีกี่บทที่พูดถึง หรือมีบทตลอดทั้งเรื่อง”

“มีตั้งสามบรรทัด เยอะมากเลยใช่มั้ยล่ะ” เจียงลี่มี่อยากรู้ว่าอาอี้จะพูดอะไร เพราะที่เธออ่านนั้น บทเจียงลี่มี่ในนิยายมีแค่สามบรรทัด เรียกว่าเปิดตัวมาก็ตายเลย

“หาาาาา! สามบรรทัด จะบ้าเรอะ นี่มันน้อยยิ่งกว่าบทนำเสียอีก คงไม่ใช่ว่าเปิดตัวมาปุ๊บก็ตายปั๊บอะไรแบบนี้นะ”

อาอี้ค่อนขอด คนเขียนใจร้ายจริง ๆ เขียนมาได้ไงยะ สามบรรทัด น้อยเกินไปไหม นี่มันชื่อดาราดาวรุ่งพุ่งแรง ค่าตัวแพงลิบ กล้าเอาชื่อไปใช้แต่กลับเขียนถึงน้อยขนาดนี้

สำนักพิมพ์อยู่ไหน เธอจะไปเผาทิ้ง บ้านนักเขียนอยู่ไหน เธอจะไปทุบทิ้ง!

“ใจเย็นน่า เขาแต่งเรื่องนี้ตั้งแต่ฉันยังไม่สิบขวบเลยนะ คนแต่งจะไปรู้ได้ไงว่าฉันจะดัง นี่แค่บังเอิญเท่านั้น” เจียงลี่มี่พูดขำๆ อย่างไม่ใส่ใจ

“เหอะ ถ้าคนอื่นที่ตามอ่านอยู่ แล้วเห็นชื่อเธอแค่สามบรรทัด แล้วเป็นพวกขี้อิจฉาคงหัวเราะเยาะเธอไม่หยุดแน่ ไม่ได้ ฉันจะโทรไปหาคนแต่ง บอกแต่งเพิ่มเดี๋ยวนี้ ใส่ไปเลย บท เอาให้เด่นกว่านางเอกไปเลย เพราะเจียงลี่มี่ของฉันต้องเป็นนางเอกเท่านั้น” อาอี้โวยวายไม่หยุด

“อาอี้ใจเย็น ๆ มันก็แค่ชื่อในนิยาย ไม่ส่งผลอะไรกับฉันหรอกน่า”

“แค่ชื่อในนิยายงั้นเหรอ แต่นี่มันชื่อเธอเลยนะ”

อาอี้ยังคงไม่ยอม สำหรับเจียงลี่มี่ ทุกอย่างต้องดีเสมอ อาภัพแค่เรื่องครอบครัวก็พอแล้ว อย่าต้องอาภัพไปถึงนิยายเลย

“โถ่อาอี้...แค่มีชื่อฉันในนิยายเรื่องโปรด ฉันก็ดีใจมากแล้ว คิดดูสิ มีตั้งสามบรรทัดเลยนะ ใครจะโชคดีได้มีชื่อในนิยายเรื่องดังแบบฉันบ้าง”

เจียงลี่มี่พูดอย่างมีความสุข เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ทำให้เธอมีความสุขแล้ว อย่างน้อยเจียงลี่มี่ในนิยายก็โชคดีกว่าเธอ  แม้ร่างกายอ่อนแอและต้องตายแต่แม่กับพ่อของนางก็รักนางที่สุด หากเธอเป็นเจียงลี่มี่คนนี้ เธอต้องมีความสุขมากแน่ๆ ถึงตายก็ไม่เสียดาย

“เฮ้ออออออ !” อาอี้ถอนหายใจออกมา

“อาอี้ วันนี้ฉันถ่ายละครเสร็จแล้ว ปิดกล้องแล้ว ตอนเย็นมีงานฉลอง แต่ฉันคงไม่ไปเพราะมีงานอีเว้นท์อีกที่”

“เธอเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า ฉันจัดตารางคิวงานให้เธอเยอะไปใช่มั้ย” อาอี้พูดอย่างรู้สึกผิด แต่จะให้ทำอย่างไรเพราะทุกงานเป็นงานที่แม่ของเจียงลี่มี่รับไว้ทั้งหมดก่อนจะโยนมาให้เธอจัดคิวงาน แม้จะพยายามยกเลิกไปหลายงาน แต่ตารางก็ยังแน่นมากอยู่ดี

แถมแม่ของเจียงลี่มี่ก็ต่อว่าเธออย่างรุนแรง เมื่อรู้ว่าเธอยกเลิกไปหลายงาน ต่อให้อธิบายเหตุผลว่างานมากไป เจียงลี่มี่จะไม่มีเวลาพัก แต่คนเป็นแม่ก็ไม่ยอม ที่สำคัญคือคิวชนกันเต็มไปหมด ยังไงก็ต้องยกเลิก

“ไม่เหนื่อยเลย สนุกมาก อย่างน้อยงานก็ช่วยให้ฉันไม่โดดเดี่ยว และเป็นที่หลบภัยได้ด้วย” ได้ยินแล้ว อาอี้ก็ต้องถอนหายใจอีกหน

“ลี่มี่ ฉันรักเธอเหมือนน้องสาวนะ ภาวนาให้เธอมีความสุขเสมอ ถ้ามีพรสักข้อที่ขอแล้วเป็นจริง ฉันจะขอให้เธอได้อยู่ในที่ที่ทำให้เธอมีความสุข อย่างเช่นเข้าไปอยู่ในนิยายเรื่องนี้ แล้วไปแก้ไขบทนะ เป็นนางเอกมันเสียเลย ถ้ายังไม่ได้เป็นนางเอก ก็ให้ย้อนกลับไปแก้ไขได้ จนกว่าจะมีชีวิตยืนยาวและมีความสุข แบบนี้ดีมั้ย” เจียงลี่มี่ได้ยินแบบนี้ก็ยิ้มกว้าง อาอี้ช่างคิดเหมือนกันแฮะ

“ก็ดีนะ ฉันจะมีชีวิตที่ดีและอายุยืนยาว ไม่ใช่ตัวเด่นสามบรรทัดจบ”

เจียงลี่มี่ นึกถึงความทรงจำในตอนนั้นก็ต้องหัวเราะออกมา ใครจะคิดว่า คำพูดในวันนั้นของอาอี้จะกลายเป็นความจริง เพราะตอนนี้เธอได้มาอยู่ในโลกของนิยาย และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก !

การลืมตาตื่นขึ้นมาในครั้งแรกนั้น เป็นความทรงจำที่เธอจำได้ดี ตอนนั้นเธอเพิ่งจะสิบขวบ ยังเป็นเด็กน้อยร่างกายผ่ายผอมเหมือนคนอมโรค ทำให้เธอทั้งตกใจและหวาดกลัว ทุกสิ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่เข้าใจ ได้แต่สงสัย

"คุณหนูใหญ่ ท่านฟื้นแล้ว เจ็บตรงไหนบ้างเจ้าคะ ไม่สบายตรงไหน" เธอหันไปมองตามเสียง ก็เห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก อายุราว 10-12 ปี หน้าตาน่ารัก เด็กหญิงเม้มริมฝีปากแน่น ตาบวมแดง มีคราบน้ำตาที่แก้ม จมูกแดงก่ำ กำลังยื่นมือสั่นเทามาจับที่ตัวเธอ

"ทำอะไร" เธอตกใจ ขยับตัวถอยออกจากตรงนั้น ทำให้เด็กหญิงคนนั้นสะดุ้ง ชักมือกลับไป สีหน้าแสดงออกให้เห็นถึงความเสียใจและไม่เข้าใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตัวประกอบหนีตายจากนิยายไม่ตรงปก   ตอนพิเศษ 2 เป็นไปไม่ได้

    หลี่รุ่ยชิง เจียงจือหาน มารดาและน้องชายของเจียงลี่มี่ นักแสดงสาวชื่อดัง รวมทั้งอาอี้ ผู้จัดการส่วนตัว กำลังนั่งฟังทนายความอ่านพินัยกรรมของเจียงลี่มี่ที่เสียชีวิต เนื่องจากหัวใจล้มเหลวในระหว่างถ่ายทำรายการหนึ่งแฟนคลับของเจียงลี่มี่ถึงกับเรียกร้องให้ต้นสังกัดของนางเอกสาวจัดพิธีศพเป็นแบบสาธารณะอยู่สามวัน เพื่ออาลัยให้เจียงลี่มี่“เป็นไปไม่ได้ พวกแกโกงฉัน”หลี่รุ่ยชิงลุกขึ้นยืนและตะโกนใส่หน้าทนายความสูงวัยอย่างโกรธจัด เมื่อฟังข้อความในพินัยกรรมของลูกสาวของตนเองจบลง“คุณนายเจียง ผมจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า นี่เป็นพินัยกรรมฉบับจริงที่คุณเจียงลี่มี่ทำไว้ มันเป็นความปรารถนาของลูกความผม ดังนั้น ผมจึงต้องทำตามคำสั่งนั้นอย่างเคร่งครัด” ทนายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งความโกรธจากการกระทำของครอบครัวของลูกความ เพราะเขาชาชินแล้วกับเหตุการณ์ลักษณะนี้“เป็นไปไม่ได้ พวกแกต้องโกงฉันกับอาหาน ลูกฉันทำไมไม่มอบเงินให้ฉัน มันจะไปยกทุกอย่างให้การกุศลทำไม ฉันจะฟ้องพวกแก” หลี่รุ่ยชิงโวยวายไม่ยินยอมมันจะเป็นไปได้ยังไงที่เจียงลี่มี่ลูกสาวของเธอ จะมอบเงินทั้งหมดให้การกุศล แล้วยกผลประโยชน์ให้เธอกับลูกชายเพี

  • ตัวประกอบหนีตายจากนิยายไม่ตรงปก   ตอนพิเศษ 1 แพ้ท้องแทน

    “มี่เอ๋อร์ ข้าเวียนหัวยิ่งนัก เจ้าให้ใครไปตามหมอหลวงมาหน่อย” เหวินอ๋องล้มตัวลงนอนบนเตียง“เจ้าค่ะ”รอคอยอยู่ราวครึ่งเค่อ หมอหลวงผู้หนึ่งก็มาถึง“อาการของข้าเป็นอย่างไรบ้าง” เหวินอ๋องถามขึ้น“ท่านอ๋อง สุขภาพของท่านเป็นปกติพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงบอก“แต่ข้าเวียนหัวหน้ามืด บางครั้งก็รู้สึกอยากอาเจียน บางครั้งก็รู้สึกง่วงนอนตลอดทั้งวัน นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ” เหวินอ๋องเอ่ยด้วยใบหน้าซีดขาว“อาจจะเพราะท่านอ๋องทำงานหนักจึงทำให้พักผ่อนน้อย ช่วงสามสี่วันนี้ ท่านอ๋องควรพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงก่อนพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงบอกก่อนจะเขียนเทียบยาแล้วส่งให้สือหม่า“ขอบคุณท่านหมอหลวง” เจียงลี่มี่กล่าวก่อนจะหันไปหาเหวินอ๋องที่นอนหน้าซีดอยู่“ไท่หยาง ท่านพักผ่อนตามที่ท่านหมอหลวงบอกเถิด ท่านจะได้หายป่วยไวๆ”“คงต้องเป็นเช่นนั้น” เขายอมรับแต่โดยดีก่อนจะยอมหลับตานอนต่อ“หวังเฟยเพคะ อาการของท่านอ๋องคล้ายสตรีมีครรภ์นะเพคะ” เสี่ยวจูกระซิบบอกเธอ“เจ้าแน่ใจ?”“แน่ใจเพคะ เมื่อวาน หม่อมฉันแอบเห็นท่านอ๋องเสวยมะม่วงเปรี้ยวอย่างมีความสุขด้วยนะเพคะ”เจียงลี่มี่นิ่งคิด อาการที่เสี่ยวจูบอก เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเหวินอ่องจะแพ้ท้องแทนเธอ

  • ตัวประกอบหนีตายจากนิยายไม่ตรงปก   94. นายท่านหอจันทรา (ปลาย)

    “เอ่อ...ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เธอถามเสียงอ่อยเมื่อรับรู้สถานการณ์หนักหนาสาหัส“ใช่น่ะสิ ฉันเองก็สงสัยเพราะเรื่องนี้ฉันเขียนจบไปหลายปีแล้ว ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครต่อว่า แต่พอเรื่องนี้อยู่ดีๆ กลับมาดังอีกครั้ง ดันมีคนต่อว่าฉันมากมาย ฉันเลยต้องหยิบมันมาอ่านเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับนิยายของฉัน ฉันถึงได้รู้ว่าตัวละครที่ควรจะตาย ดันไม่ตาย แถมยังทำนางเอกฉันหมดสภาพการเป็นนางเอก แล้วเธอก็มาเป็นนางเอกแทน ฉันพูดถูกมั้ย”“ค่ะ” เธอรับคำเสียงแห้ง“เธอทำให้นิยายฉันชุลมุนวุ่นวายมาก ดังนั้น นอกจากฉันจะแก้ไขนิยายฉันให้เข้าที่เข้าทางแล้ว ฉันยังเปลี่ยนโครงเรื่องก่อนที่เธอจะไปถึงจุดนั้น แล้วจึงรีไรท์ส่วนที่เหลือใหม่ทั้งหมด ตอนนี้เธอคงนึกออกแล้วว่าจุดแรกที่เธอเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงคือปัญหาการค้าชายแดน”เจียงลี่มี่นึกออกทันที ใช่ ปัญหาการค้าชายแดน เธอจำได้ดีว่าการค้าชายแดนไม่เคยมีปัญหา แต่ฉบับรีไรท์ การค้าชายแดนเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สำคัญที่สุดของนิยายส่วนที่เหลือปัญหาการค้าชายแดนทำให้เธอถูกโบย ทำให้ฮุ่ยอ๋องหยิบเรื่องนี้มาใช้เล่นงานเหวินอ๋องในช่วงท้ายของเรื่อง“เอ่อ...ที่ว่ารีไรท์นี่ รีไรท์อะไรบ้างคะ”“เธอ

  • ตัวประกอบหนีตายจากนิยายไม่ตรงปก   93. นายท่านหอจันทรา (ต้น)

    อนุกัวและเหมยฮวาก็มีบ้านหลังหนึ่งที่ท่านพ่อท่านแม่ของเธอปลูกให้ และคงเพราะมาอยู่เมืองชายแดนกระมัง ความทะเยอทะยานของอนุกัวและเหมยฮวาจึงค่อยๆ มอดดับลง เพราะเมืองเป่ยไม่ได้ครึกครื้นเช่นเมืองหลวง ผู้มียศตำแหน่งสูงมีไม่มากและมักเป็นทหารชายแดน คงไม่ถูกจริตของเหมยฮวากระมัง เพราะนางชื่นชอบที่จะแต่งตัวให้งดงามและไปร่วมงานเลี้ยง แต่สิ่งที่นางต้องการ มีในเมืองเป่ยไม่มากนักเจียงลี่มี่ยังคงติดต่อกับเฉาข่ายและเฉาเฟิง กิจการที่โรงเตี๊ยมอี้เฉิน การค้าข่าวสาร และการค้าชายแดนดำเนินไปตามปกติ ฮ่องเต้ต้วนซวี่เฉิงไม่ได้มาเข้มงวดอะไร เฉาข่ายกับเฉาเฟิงที่คุมขบวนสินค้ามาที่ชายแดนทางเหนือครั้งใด ก็จะแวะมาเยี่ยมเยียนเธอเสมอที่เมืองเป่ยนี้ เจียงลี่มี่เปิดโรงเตี๊ยมอี้เฉิน ให้เช่าห้องพัก ขายอาหาร ขนมหวาน และน้ำชา รวมทั้งค้าขายข่าวสาร เฉาข่ายและเฉาเฟิงใช้โรงเตี๊ยมอี้เฉินที่เมืองเป่ยเป็นจุดรวมข่าวสารที่ชายแดนทางเหนือมีอยู่วันหนึ่ง เจียงลี่มี่ได้พบว่านซีหยู่ นางมาพร้อมกับชายวัยกลางคนท่าทางสง่างามองอาจกล้าหาญ เธอคาดเดาได้ทันทีว่านี่คือฮ่าวหยู่ มือกระบี่อันดับหนึ่งของแผ่นดินว่านซีหยู่พาบิดาบุญธรรมมารู้จักกับเธอและเ

  • ตัวประกอบหนีตายจากนิยายไม่ตรงปก   92. ทุกอย่างเข้าสู่ความสงบ

    “หลังพิธีสมรสระหว่างเหวินอ๋องกับคุณหนูใหญ่เจียง พวกเขาทั้งสอง เจียงหมิ่นและฮูหยินเอกว่านลู่เหมย ต้องไปอยู่ที่เมืองเป่ย พวกเขาทั้งหมดไม่อาจออกจากเมืองเป่ยตลอดชีวิต”“ส่วนเจ้า ต้วนเล่อ เจ้าต้องอยู่ที่วังหลวงแห่งนี้ แต่ไม่ต้องกลัว เจ้าจะได้เป็นไท่ซ่างหวง มีชีวิตสุขสบายแต่ไร้อำนาจ เป็นอย่างไร ข้อเสนอของข้าดีหรือไม่”ต้วนเล่อฮ่องเต้นิ่งอึ้ง ชะงักงันไปครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลงในที่สุดเจียงลี่มี่นึกไม่ถึงเลยว่านิยาย ‘ผลอิงเถาของเหมยฮวา’ จะแปรเปลี่ยนไปได้มากมายถึงเพียงนี้ นี่เป็นเพราะเธอรอดตายอย่างนั้นสินะ ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิม ผิดกับช่วงแรกที่ทุกอย่างคงเดิมจนเธอสามารถควบคุมได้ดั่งใจเหวินอ๋องที่ควรจะได้เป็นฮ่องเต้ กลับกลายมาเป็นฮุ่ยอ๋อง จินอ๋องถูกสะกดข่มจนหมดอำนาจ มิหนำซ้ำตัวเธอและครอบครัวถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่เมืองเป่ย ไม่อาจกลับมาที่เมืองหลวงชั่วชีวิตวันรุ่งขึ้น ผู้คนทั้งเมืองหลวงจึงได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน ไท่หยางหวงไท่จื่อลาออกจากตำแหน่งรัชทายาท เขาจึงกลับมาเป็นเหวินอ๋องเช่นเดิม ต้วนเล่อฮ่องเต้มิได้แต่งตั้งผู้ใดเป็นรัชทายาท หากสละบัลลังก์ให้ฮุ่ยอ๋

  • ตัวประกอบหนีตายจากนิยายไม่ตรงปก   91. เผชิญหน้า (ปลาย)

    “ข้าจะบอกให้เจ้าหายโง่ก็แล้วกัน ที่ข้าไม่ฆ่าเจ้า เพราะยามนั้นฮุ่ยอ๋อง บุตรชายข้า ยังเยาว์นัก ข้าจึงต้องใช้คนโง่เช่นเจ้านั่งทำงานให้ข้าต่อไป เพื่อรอเวลาที่บุตรชายข้าพร้อม เมื่อใดที่เขาพร้อม เมื่อนั้นข้าค่อยฆ่าเจ้าอย่างไรล่ะ”ต้วนเล่อฮ่องเต้ผงะไปทันที“แต่ข้าคาดผิดไปเรื่องหนึ่ง ข้าแค่คาดไม่ถึงว่าสันดานเนรคุณของเจ้าถึงกับสืบทอดไปยังบุตรของนางแพศยาลี่เชี่ยนอิ๋ง มันจึงกล้าแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทกับบุตรชายข้า โชคดีเหลือเกินที่บุตรชายข้ากตัญญูรู้คุณ ไม่สืบทอดสันดานเนรคุณของเจ้ามา”“ต้วนเล่อ หากเจ้าจะฆ่าข้าเพราะลี่กุ้ยเฟย เจ้าและบุตรของนางแพศยาก็ต้องตายไปพร้อมกับข้า เพราะพวกเจ้าต้องชดใช้ให้ข้า ชดใช้ให้ตระกูลเหอของข้า”ต้วนเล่อฮ่องเต้ยิ่งเงียบงัน มันไม่เคยอับอายถึงเพียงนี้มาก่อน“ไม่กล้าล่ะสิ คนขี้ขลาดตาขาวอย่างเจ้า เรื่องดีที่กระทำนับได้ไม่เกินมือข้างเดียว แต่เรื่องชั่วล่ะก็ เกือบสิบปีที่ข้าต้องถูกลี่เชี่ยนอิ๋งเหยียบย่ำ สิบนิ้วมือสิบนิ้วเท้าของเจ้ารวมกันก็ยังไม่พอ”“ไม่จริง เสด็จแม่ข้าอ่อนโยน นุ่มนวล ไม่มีทางที่นางจะข่มเหงรังแกเจ้า มีแต่เจ้าที่รังแกนาง” ไท่หยางหวงไท่จื่อท้วงออกมาอย่างยอมรับไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status