Share

6

last update Tanggal publikasi: 2026-05-06 11:16:01

“ตามนางไปเร็วเข้า เดินให้มันไวๆ หน่อย” ลี่ถิงหันไปสั่งแม่สามี แต่แล้วร่างเล็กๆ ก็วิ่งตามนางมาแล้วฉุดรั้งมือขาวสะอาดเอาไว้

“พี่ลี่ถิงเจ้าคะ ซารังทำตามที่ท่านขอแล้วนะเจ้าคะ” เด็กน้อยแบมือขาวสะอาดยื่นมาตรงหน้าลี่ถิง “ไหนเล่ารางวัลของข้า”

***เด็กพวกนี้บังอาจรีดไถฮ่องเต้*** “ติดไว้ก่อน วันนี้ไม่ว่าง วันหลังค่อยกิน”

ซารังน้อยไม่ยอมแพ้วิ่งไปดักข้างหน้า “พี่สาว งั้นข้าไปบอกคุณหนูว่าไม่อยากได้ท่านเป็นพี่เลี้ยงแล้ว ท่านใจร้ายชอบ

หลอกเด็ก”

ซารังตัวเล็กท่าทางเฉลียวฉลาดจึงถูกมือเรียวแต่แข็งแรงเขกหัวเบาๆ แต่ออมแรงไว้แล้ว “ข้าละเหนื่อยใจกับพวกเจ้า เอาละ”

ลี่ถิงหันไปมองหน้าแม่สามี “ท่านทำขนมอะไรอร่อยบ้างเจ้าคะท่านแม่”

ฮูหยินม่ายสะดุ้ง ก่อนจะลอบถอนหายใจ เป็นขันทีมาหลายสิบปีไม่เคยเจองานเหนื่อย งานยาก เท่ากับงานชิ้นนี้ โอรสสวรรค์สั่งแล้วไม่ทำมีคำเดียวคือตาย

“แล้วแต่ลูกสะใภ้จะบัญชา”

ลี่ถิงตวัดสายตาคมดุมองแม่สามีของนางไปทีหนึ่ง “งั้นท่านแม่ทำขนมอะไรก็ได้ หม้อใหญ่ๆ ให้เจ้าเด็กพวกนี้กินที ทำเยอะๆ ให้กินให้อิ่ม จะได้เลิกรังควานข้าเสียที”

ซารังน้อยแหงนหน้ามามองค้อนพี่ลี่ถิงคนงาม “พี่สาวใจร้าย ข้าไม่ได้รังควาน แค่ทวงรางวัลที่ท่านบอกจะให้”

“ใครว่าข้าจะไม่ให้ ข้าแค่เหนื่อย จึงตั้งใจจะติดไว้ก่อน”

“คุณหนูสอนไม่ให้เป็นคนผัดวันประกันพรุ่งเจ้าค่ะ มันไม่ดี”

“เจ้า... ด่าข้ารึ” โอรสสวรรค์ไม่เคยถูกใครตำหนิ แต่วันนี้พระองค์รู้สึกเจ็บลึกๆ เพราะถูกเด็กน้อยกล่าวโทษต่อหน้า

“ข้าเปล่าเจ้าค่ะ”

“เอาเถอะ แล้วเจ้าอยากกินขนมอะไร”

“ข้าชอบขนมหยวนเซียวเจ้าค่ะ เด็กคนอื่นๆ ก็ชอบกันทุกคนเจ้าค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยนึกถึงขนมลูกกลมๆ ทำจากแป้งเหนียวๆ นุ่มๆ ด้านในของก้อนแป้งกลมๆ มารดาของนางคิดค้นให้มีหลายไส้ ทั้งงาดำที่คุณหนูชอบ และไส้เผือกซึ่งเป็นของโปรดของซารัง ซึ่งจวนอื่นนั้นไม่เคยเห็นมีใครทำหยวนเซียวไส้เผือก

โอรสสวรรค์ผลิยิ้มแกมหมั่นไส้แกมเอ็นดู “แต่ข้าว่าเจ้าคงชอบหยวนเซียวมากกว่าคนอื่นละมั้ง เอาละ ข้าจะให้ท่านแม่ทำหยวนเซียวให้พวกเจ้ากินจนพุงกาง”

ซารังน้อยกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เพราะพี่สาวทุกคนในจวนมีภาระหน้าที่ต้องช่วยงานที่โรงปั้น ต่างคนต่างยุ่งเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูคนในสกุลจาง พวกนางจึงไม่ค่อยกล้ารบกวนร้องอ้อนขอให้ทำโน่นทำนี่ กระนั้นคุณหนูก็สั่งสาวใช้ให้ทำขนมของว่างแจกเด็กๆ เสมอ แต่สำหรับพวกเด็กๆ แล้วการได้กินขนมมากๆ คือลาภปากอันประเสริฐ

แต่ก็ไม่มีใครทำขนมหยวนเซียวได้อร่อยเท่ามารดาของนางอีกแล้ว คุณหนูจางหยูเฟยบอกว่าแม่ของนางไปทำธุระให้คุณหนูยังไม่กลับมา

ลี่ถิงเห็นซารังน้อยหน้าเศร้าลงจึงเกิดความสงสัย “ขนมข้าก็สั่งท่านแม่ทำให้เจ้าตามสัญญาแล้ว เจ้าเป็นอะไรอีก อย่าบอกนะว่าคิดรีดไถข้าเพิ่ม”

“มิใช่เจ้าค่ะท่านพี่ลี่ถิง ซารังแค่คิดถึงท่านแม่ของข้า”

“แม่ของเจ้า! แม่เจ้าไปไหน ไม่ได้อยู่รับใช้คุณหนูในจวนรึ”

“ท่านแม่ยอนฮวาของข้าเดินทางไปส่งผ้าไหมให้คุณหนู บัดนี้นางยังไม่กลับมาเลยเจ้าค่ะ”

ปกติแล้วฮั่นหลิวตี้ไม่ชอบเจรจากับเด็กนักเพราะไม่ชอบเอาใจใคร พระองค์เคยชินกับการถูกเอาใจ แต่น้ำตาหน่วยหนึ่งกำลังคลอเบ้าตาทั้งสองข้างของซารัง ทำให้คนใจแข็งพลันอ่อนยวบ

ร่างสูงย่อตัวลงแล้วตบศีรษะของซารังเบาๆ “เอาละ เดี๋ยวแม่เจ้าก็คงกลับมา เอาแบบนี้ดีหรือไม่ เดี๋ยวข้าบอกท่านแม่ให้ทำขนมหยวนเซียวให้เจ้ากินคนเดียวสองชามโตๆ เลย”

“จริงหรือเจ้าคะ” พอได้ยินว่าจะได้กินหยวนเซียวสองชามโต น้ำตาที่คลอเบ้าเมื่อครู่ถูกหลังมือเล็กๆ ปาดไล่ออก พลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มขึ้นมาแทน

ลี่ถิงส่ายหน้าท่าทางระอา “อะไรของเจ้า เมื่อครู่เจ้ายังร้องไห้คิดถึงแม่ พอข้าบอกให้กินขนมสองชาม เจ้ากลับยิ้มได้ เจ้านี่มันตะกละจริง”

“ข้าไม่ได้ตะกละนะเจ้าคะ แต่ข้าดีใจต่างหาก เดี๋ยวข้าต้องรีบไปบอกเพื่อนๆ ก่อน”

ร่างเล็กๆ น่าเอ็นดูรีบวิ่งเหยาะๆ ไปบอกสหายวัยไล่เลี่ยกันของนาง ว่าพี่ลี่ถิงคนสวยยอมจ่ายรางวัลให้แล้ว

ยามดึกสงัด จางหยูเฟยไม่อาจข่มตาหลับลงได้ นางอยากรู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ยอนฮวาถึงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งซารังน้อยให้ถามหาแม่ทุกวัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ นางไม่รู้ว่าจะปกปิดซารังน้อยไว้ได้อย่างไร

“พี่ยอนฮวา ท่านหายไปไหน ไม่ห่วงซารังลูกรักของท่านหรือไร” นางพยายามคิดแต่ในแง่ดี แต่เมื่อส่งคนออกไปสืบหาข่าว นางกลับยังไม่ได้รับข่าวดี มีเพียงข่าวที่ชวนให้คิดไปว่ายอนฮวาอาจไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูจะอาบน้ำหรือยังเจ้าคะ บ่าวจะได้เตรียมน้ำอุ่นให้” สาวใช้นางหนึ่งเอ่ยถามอย่างรู้หน้าที่ ทำให้ร่างบอบบางที่เอนศีรษะพิงพนักเตียงหลุดจากภวังค์

“ข้ายังไม่อาบ พวกเจ้าไปดูทีซิว่าซารังอาบน้ำหรือยัง ถ้ายังก็จับนางอาบน้ำและพาเข้านอนด้วย”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

สายตาคู่งามซึ่งล้อมด้วยแพขนตาหนากระพือขึ้นแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ยามนี้ความมืดโรยตัวลงมาปกคลุมทั่วแผ่นฟ้า พลันสายตานางกลับเห็นร่างสูงโปร่งในชุดขาว ร่างนั้นราวกับเปล่งรัศมีเรืองรอง สองมือกำลังประคองผีผา เครื่องดนตรีที่ทำจากไม้มีลักษณะคล้ายลูกแพร์ผ่าซีก

นิ้วเรียวยาวนั้นดีดสายได้อย่างคล่องแคล่ว ดวงตาคู่งามจ้องเขม็งไปที่ภาพนั้น หากมองผ่านๆ ราวกับเป็นภาพวาดจากปลายพู่กันของจิตรกรเอก ที่วาดภาพเทพธิดาดอกบ๊วยยืนบรรเลงผีผาขึ้นมาให้ผู้คนได้ชื่นชมความงาม

แต่เมื่อเพ่งมองนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ความอ่อนช้อยนั้นกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่าง ราวกับว่าเป็นรูปปั้นเทพเซียนบนสวรรค์ที่ใครบางคนบรรจงปั้นขึ้นมาให้มนุษย์เดินดินได้มีโอกาสยล

เสียงผีผาหวานแว่วนั้นชักจูงให้จางหยูเฟยเดินตามเสียงนั้นไป แล้วเมื่อขยับไปใกล้ๆ นางกลับพบว่าผู้ที่ยืนบรรเลงผีผาด้วยท่าทีสงบไม่ไหวติงนั้นคือ…

“ลี่ถิง เจ้าเองหรือ เหตุใดค่ำมืดจึงมายืนบรรเลงผีผา ไม่ต้องคอยปรนนิบัติแม่สามีที่สุขภาพอ่อนแอของเจ้ารึ” จางหยูเฟยลอบถอนหายใจ ไม่รู้นางเป็นสะใภ้ประเภทใดกัน ไม่รู้จักดูแลแม่สามี อีกทั้งท่าทางแม่สามีก็ดูหวาดกลัวนางอย่างเห็นได้ชัด

ลี่ถิงหยุดบรรเลงผีผาแล้วหันมามองจางหยูเฟย เพียงแค่นางเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ และเรือนร่างเย้ายวนก็ทำให้ดอกบ๊วยที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งเหล่านี้แทบจะหลบ

เร้นหุบกลีบดอกให้แก่ความงดงามน่ามองของจางหยูเฟย

“ข้าน้อยมายืนเล่นผีผาตรงนี้ เพราะอดคิดถึงสามีที่ออกไปร่วมรบเพื่อรับใช้ชาติไม่ได้ ข้าน้อยขออภัยคุณหนูด้วยที่ส่งเสียงรบกวน”

จางหยูเฟยมองลี่ถิงพลางถอนหายใจ นางเองก็เกลียด ‘สงคราม’ และเกลียดมากกว่าสงครามก็คือ ‘ฮ่องเต้กระหายสงคราม’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   66

    เจิ้นเทียนพูดไม่ออก เขาปล่อยปะละเลยลูกเมีย หรือใครบางคนใช้ให้เขาทำงานจนหัวหมุน ต้องพลัดพรากจากลูกเมีย “ข้าจะเป็นผู้ตัดสินเรื่องนี้เอง” ฮ่องเต้ลุกขึ้นจากบัลลังก์และเดินลงมาจ้องมองคนทั้งสาม แล้วมาหยุดตรงหน้าซารังน้อย “เจ้ามีอะไรจะพูดกับข้าอีกหรือไม่ ซารังน้อย” พอเห็นท่าทางดุดันเอาจริงของโอรสสวรรค์ ซารังน้อยที่ร่าเริงสดใสกลับตัวสั่นงันงก เจิ้นเทียนและยอนฮวาสงสารลูกสาวนัก “ท่านพี่ฮ่องเต้

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   65

    ”เป็นประเทศที่เจริญมากในยุคของหม่อมฉันเพคะ อาณาจักรโซซ็อนโบราณ ในอนาคตก็รวมเป็นหนึ่งในประเทศเกาหลี มันยากที่จะเชื่อ ถ้าหม่อมฉันจะบอกว่าหม่อมฉันมาจากอนาคต สิ่งที่หม่อมฉันเคยแนะนำฮองเฮาไป ทั้งเรื่องภาษา วิธีทำการค้า หม่อมฉันนำความรู้มาจากอนาคต”ทั้งสองพระองค์หันไปมองหน้ากัน เจิ้นเทียนใจคอไม่ดี เขาเกรงว่าฮ่องเต้และฮองเฮาจะไม่ทรงเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นและสั่งลงโทษยอนฮวาฐานให้การเท็จ เขาเองก็ไม่อยากเชื่อ แต่นางให้เขาดูหลายสิ่งหลายอย่าง และเล่าให้ฟังว่านางคือตำรวจหญิงที่บิดามารดาเสียชีวิตแล้ว นางลาพักร้อนเดินทางมาเที่ยวประเทศเกาหลีใต้เพราะอยากมาตามรอยซีรีย์เกาหลี จากนั้นลิขิตสวรรค์ก็พานางมาที่นี่หลังจากฟังคนทั้งสอง ฮั่นหลิวตี้กวาดตามองหญิงสาวปริศนา “พวกเจ้ามีอะไรจะพูดอีก” นับดาวนึกถึงปิ่นอันนั้นที่ฮองเฮาเคยมอบให้นาง “ปิ่นอันนั้นที่ฮองเฮาเคยประทานให้หม่อมฉัน ซึ่งหม่อมฉันพกติดตัวไว้ตลอด ข้อแรก เพราะเป็นน้ำใจจากสตรีที่งดงามทั้งกายและใจมอบให้ ข้อที่สอง

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   64

    รวมทั้งเรื่องที่เจิ้นเทียนหาหลักฐานมาได้ว่าผู้ที่คิดกบฏต่อพระองค์คืออ๋องเจ็ด น้องชายต่างพระมารดา อ๋องเจ็ดผู้นี้ร่วมมือกับชาวเผ่าซยงหนูจะโค่นล้มราชวงศ์ฮั่นเพื่อสร้างราชวงศ์ใหม่ โอรสสวรรค์ก็ทำเพียงแค่ริบสมบัติคืนกลับคลังหลวง และเนรเทศคนในตำหนักอ๋องเจ็ดให้ไปใช้แรงงานที่ชายแดนตลอดชีวิตแทนการประหารหลังจากพระองค์ว่าราชการในท้องพระโรงเสร็จเรียบร้อย เหล่าขุนนางต่างกราบบังคมทูลลา ท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยขุนนางเวลานี้เหลือเพียงองครักษ์เจิ้นเทียนซึ่งต้องเข้ารายงานเรื่องการสอบสวนยอนฮวา หญิงสาวที่บุกเข้าไปในห้องบรรทมเฉินเจิ้นเทียนไม่เคยรู้สึกประหม่าเช่นนี้มาก่อน หากฝ่าบาทไม่เชื่อเรื่องที่เขารายงาน แล้วตัดสินพระทัยลงโทษเมียของเขาแล้วจะทำเช่นไร แม้เขาเป็นคนสนิทของฝ่าบาท แต่เขาก็ไม่รู้ว่าพระองค์จะตัดสินใจอย่างไร หากตัดสินประหารชีวิต เขาก็ยินดีแลกศีรษะกับนาง เพราะต้นเหตุที่ยอนฮวาลอบเข้าหวังหลวง แล้วหลงเข้าไปในตำหนักใหญ่ก็เพราะมาตามหาเขา“เจิ้นเทียน คดีหญิงสาวชาวโชซ็อนโบราณที่ฮองเฮาเคยเลี้ยงดูไว้ ที่ลอบเข้าไปในห้องบรรทมของข้า คดีนี้เจ้าไต่สวนไปถึงไหนแล้ว”&ldq

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   63

    ตำหนักไคซินฮั่นหลิวตี้เหยียดยิ้มกว้างเมื่อเห็นนางกำนัลกำลังเข้ามาประคองฮองเฮาที่กำลังอาเจียน ไม่ใช่เพราะว่าเห็นนางป่วยแล้วพระสวามีอย่างพระองค์จะมีความสุข แต่ช่วงนี้พระนางเสวยอะไรเข้าไปก็จะอาเจียนออกมา หมอหลวงรายงานว่าเป็นเรื่องปกติ พระนางกำลังตั้งพระครรภ์ สร้างความปลื้มปีติให้แก่ฮั่นหลิวตี้ยิ่งนัก แต่พอนึกได้ว่าผู้ที่จะมาจุติในครรภ์เป็นใคร***‘อนาคตข้าต้องปวดหัวแน่’***หลังจากที่เง็กเซียนฮ่องเต้ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อสั่งสอนลูกเขยจอมเกเร ก่อนกลับขึ้นไปบนวิมานชั้นฟ้า ผู้เป็นใหญ่แห่งสรวงสวรรค์ได้แย้มพรายให้พระองค์เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือ***“เทพสงคราม เร็วๆ นี้ เทพเหวินไถ น้องชายของเจ้ากำลังจะลงมาจุติ เจ้าเตรียมรับมือเอาไว้เถิด”******“หือ?! เจ้าเทพดื้อด้านเหวินไถ นั่นกำลังจะตกสวรรค์ตามข้ามาอีกคนหรือ”***ฮั่นหลิวตี้จำเรื่องราวในอดีตได้ว่าพระองค์เคยจุติเป็นเทพสงคราม แต่มักพาทหารสวรรค์ออกรบกับพวกมาร ไล่ล่าปีศาจ จนสวรรค์ปั่นป่วน ดังนั้นจึงถูกองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ลงโทษ

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   62

    “ท่านเป็นองค์เง็กเซียนจริงๆ หรือ” จางหยูเฟยยังไม่อยากเชื่อ เมื่อตอนที่นางถูกพาตัวมาด้วยนั้น นางหมดสติไป ฟื้นคืนสติอีกทีคนผู้นี้ก็บอกว่าเขาคือผู้ที่จะช่วยให้นางได้ครองคู่กับพระสวามีอย่างมีความสุข“ใช่ ข้าคือองค์เง็กเซียน เจ้าเป็นผู้มีบุญจึงเห็นข้าได้ ส่วนสวามีของเจ้าเป็นผู้มีบาปที่ข้า...” องค์เง็กเซียนต้องกล้ำกลืนฝืนทนกว่าจะพูดออกมาได้ “ข้าจำต้องลงมาสั่งสอนด้วยตัวเอง ไม่อาจปล่อยให้อันธพาลครองเมือง เทพกระหายสงครามอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนได้ หยูเฟย ข้าคิดว่าเจ้ากลับแดนสวรรค์กับข้าเถิด แล้วปล่อยเจ้าคนบาปนี่ไว้ที่นี่”“ไม่นะหยูเฟย ข้าไม่ให้เจ้ากลับ” ฮั่นหลิวตี้รีบวิ่งเข้าไปห้าม แต่ก็เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ ทำให้เขาไม่สามารถผ่านไปถึงตัวนางได้“ฝ่าบาทเพคะ” จางหยูเฟยวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ไม่สามารถแตะเนื้อต้องตัวของฮั่นหลิวตี้ได้เช่นกัน“ไปได้แล้วธิดาน้อย” องค์เง็กเซียนเรียก “ข้าช่วยเชื่อมวาสนาด้วยการคืนคันฉ่องให้แล้ว เพื่อให้เขามีเหตุเรียกเจ้าเข้าวังหลวง แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยวางจิ

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   61

    ***“เจ้ากล้าดีอย่างไรเทพสงคราม ถึงได้ลอบเข้ามาอยู่ในตำหนักของพระธิดาของข้า เจ้าไม่ไว้หน้าข้าที่เป็นถึงเง็กเซียนฮ่องเต้เลยเชียวหรือ”*** เสียงดุนั้นตวาดดังไปทั่วทั้งสวรรค์ชั้นฟ้าเทพหนุ่มยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ แม้ทำความผิด แต่ก็ไม่มีทหารสวรรค์คนใดกล้ามาจับตัว เพราะเกรงจะถูกดาบปลิดวิญญาณสังหารเทพหนุ่มยืนสีหน้านิ่งเรียบ ในใจเป็นห่วงแต่เทพธิดาน้อยที่ถูกขังอยู่ในตำหนัก เป็นความผิดของเขาเอง เขาทำให้นางต้องเดือดร้อนตั้งแต่วันนั้นที่นางอนุญาตให้เขาไปหลบที่ห้องบรรทมของนาง เขาก็มอบคันฉ่องให้นางไว้ เพื่อใช้เป็นเส้นทางให้เขาเดินทางมาหานางได้โดยไม่ต้องผ่านแดนสวรรค์ เขารู้ว่าทำผิด จึงคิดจะไปทูลบอกความจริงกับองค์เง็กเซียน และจะขอนางแต่งงานด้วย แต่คิดไม่ถึงว่าองค์เง็กเซียนจะรู้ความจริงเสียก่อน***“เจ้าใช้พลังเทพในดินแดนสงบร่มเย็นของข้า มีหรือที่ข้าจะไม่รู้ว่ามีคนปลอมกายเข้ามา แต่ข้าเพียงแค่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้า เจ้ากล้าล่อลวงธิดาของข้าให้ยินยอมมอบกายให้เจ้า ช่างทำผิดประเพณีนัก”******“กระหม่อมรักนาง จะขอแต่งนา

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   7

    “ข้าเข้าใจหัวอกเจ้า ข้าเองก็เกลียดสงคราม เกลียดการพลัดพราก แต่เราจะทำเยี่ยงไรได้เล่า เจ้าก็รู้ ชาวบ้านอย่างเราเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน ข้าก็ไม่เข้าใจ เหตุใดฮ่องเต้จึงได้ละโมบ วันๆ เอาแต่คิดช่วงชิงดินแดนผู้อื่นมาเป็นของตน”โอรสสวรรค์กระจ่างชัด นางมีอคติต่อฮ่องเต้***‘เหตุใดนางดูไม่ชอบข้าเอาเสีย

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   5

    พอเข้าไปขอดูพาสปอร์ต เธอบอกว่ามันหล่นหายไปในช่วงที่จักรพรรดิฮั่นองค์หนึ่งได้ส่งทหารไปโอบล้อมและตีอาณาจักรโชซ็อนโบราณตำรวจสองนายต่างมองหน้ากัน เพราะเหตุการณ์ที่หญิงสาวชาวไทยพูดเกิดขึ้นในปีที่ 109 ก่อนคริสต์ศักราช 2019 พวกเขาจะทำอะไรได้นอกจากขออนุญาตพาเธอไปสอบปากคำ เพราะสงสัยว่าเธอจะเป็นพวกผีน้อยที่

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   4

    นั่นก็น่าสงสัยพอแล้ว มิหนำซ้ำยังได้ยินว่ามีพวกเชื้อสายโชซ็อนโบราณแฝงอยู่ในจวน แล้วถ้าหากนางเป็นวรยุทธ์อีก ก็ต้องเป็นนางแน่ที่ลอบเข้าไปยังตำหนักของพระองค์ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก บิดานางทำความดีความชอบไว้แก่แผ่นดินมากโข แต่ถ้าลูกหลานกลายเป็นคนทรยศ คิดกบฏขายชาติ สกุลจางจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   3

    ฮั่นหลิวตี้ยังจ้องเขม็งไปที่ร่างอ้อนแอ้นอรชรที่ยังยืนเลือกของในร้านขายเครื่องเขียน นางสวมชุดฮั่นฝูสีขาว ลักษณะเป็นชุดยาว เสื้อและกระโปรงต่อกัน โดยแยกเสื้อกับกระโปรงเป็นสองชิ้นตัดเย็บด้วยผ้าต่วนอย่างดีดวงตาคมที่วันนี้ถูกแต่งให้งดงามประดุจหงส์แต่แววตาประดุจมังกรมองสตรีผู้นั้นแค่เพียงผ่านๆ ย่อมคาดการ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status