Share

7

last update Tanggal publikasi: 2026-05-07 21:20:21

“ข้าเข้าใจหัวอกเจ้า ข้าเองก็เกลียดสงคราม เกลียดการพลัดพราก แต่เราจะทำเยี่ยงไรได้เล่า เจ้าก็รู้ ชาวบ้านอย่างเราเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน ข้าก็ไม่เข้าใจ เหตุใดฮ่องเต้จึงได้ละโมบ วันๆ เอาแต่คิดช่วงชิงดินแดนผู้อื่นมาเป็นของตน”

โอรสสวรรค์กระจ่างชัด นางมีอคติต่อฮ่องเต้

***‘เหตุใดนางดูไม่ชอบข้าเอาเสียเลย’***

นั่นทำให้ฮั่นหลิวตี้หวนคิดไปว่า บางทีคืนนั้น ยอดฝีมือที่ลอบเข้าไปในตำหนักใหญ่และทำปิ่นตกไว้อาจเป็นธิดาคนงามของอดีตท่านแม่ทัพ

“คุณหนูดูจะไม่ชื่นชอบคนในราชสำนักนะเจ้าคะ”

“แล้วเจ้าชอบหรือ คนเกเร ชอบรังแกผู้อื่น”

นางพูดแล้วมองไปทางอื่น จึงไม่เห็นว่าดวงตามังกรฉายแววไม่พอพระทัยแวบหนึ่ง

***‘จู่ๆ เจ้ามาว่าข้าเป็นคนเกเร ชอบรังแกผู้อื่น หรือข้าควรจะรังแกเจ้าอีกคนดี จางหยูเฟย’*** พระองค์ลอบมองนางอย่างขุ่นเคืองพระทัย

จางหยูเฟยมองดอกบ๊วยดอกหนึ่งที่ปลิดปลิวลงสู่พื้นดิน ร่างอรชรเยื้องกายราวกับดอกไม้ที่ปลิวตามสายลม แล้วย่อตัวลงไปเก็บดอกบ๊วยดอกนั้นขึ้นมา

แม้ดอกบ๊วยจะงดงามและทานทน แต่ที่สุดมันก็ต้องโรยราหล่นร่วงสู่พื้นดิน มารดาของนางเป็นสตรีที่งดงามและแข็งแกร่ง ยามเมื่อบิดาของนางต้องออกไปทำศึก แม้มารดาจะบอกให้นางและพี่ชายเข้มแข็งเสมอ ไม่นานบิดาของนางจะต้องได้รับชัยชนะกลับมา

แต่หลายครั้งจางหยูเฟยในวัยที่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่น เห็นมารดาแอบมาร้องไห้อยู่ที่ใต้ต้นบ๊วยต้นนี้ บิดาของนางต้องนำทัพ บางครั้งใช้เวลาหลายเดือนในการกรำศึกอย่างหนัก หากดินแดนใดนั้นแข็งแกร่งทนทานต่อการบุกยึดของทหารฮั่น บิดาของนางจะหายหน้าออกจากบ้านไปแรมปี

จนกระทั่งวาระสุดท้ายของมารดา บิดาก็ไม่ได้อยู่เคียงข้าง มีเพียงนางและพี่ชายได้กุมมือคนละข้างของมารดาเอาไว้ ก่อนที่มารดาจะละร่างกายไว้บนโลก หลงเหลือเพียงความดีเอาไว้ให้จดจำ นางจึงเกลียดสงครามยิ่งนัก

โอรสสวรรค์ยืนเล่นผีผาอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกเมื่อยจึงนั่งลงบนโขดหินใหญ่ แล้วได้ยินเสียงของคุณหนูคนงามดังขึ้น

“เจ้ารู้ไหมลี่ถิง ท่านแม่ของข้าชอบต้นบ๊วยต้นนี้มาก”

“แม่ของคุณหนูชอบกินบ๊วยหรือเจ้าคะ”

ร่างนุ่มนิ่มกรุ่นไปด้วยความหอมและไออุ่น กระพือแพขนตางอนงามหันมามองลี่ถิงที่นั่งถือผีผารับลม ดวงตาของจางหยูเฟยเข้มขึ้นแล้วกล่าวเสียงแข็ง

“แม่ของข้าไม่ได้ชอบกินผลบ๊วย แต่นางชอบดอกบ๊วย แม้ตอนที่ท่านแม่สิ้นใจ ท่านก็สั่งเสียข้าให้ฝังร่างท่านไว้ที่ใต้ต้นบ๊วยต้นนี้”

ไม่สุดหางเสียงของนาง โอรสสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรไปทั่วทุกทิศ แต่ไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะไม่เกรงกลัวต่อวิญญาณ พระองค์รีบลุกพรวด พอหันกลับไปมองในความมืดมิด ก้อนหินสีขาวขนาดใหญ่ใต้ต้นบ๊วยปรากฏตัวอักษรแสดงให้รู้ว่าเป็นที่พำนักสุดท้ายของฮูหยินสกุลจาง

“ลี่ถิงขออภัยคุณหนูเจ้าค่ะ ข้าเลอะเลือน ซุ่มซ่าม ไม่มองให้ดีก่อนนั่งลงไป”

จางหยูเฟยไม่อยากถือสาเพราะนี่ก็มืดค่ำ ลี่ถิงเพิ่งมาอยู่ใหม่คงไม่ได้สังเกต อีกอย่าง สกุลอื่นคงไม่มีการฝังศพแบบนี้ แต่นี่คือความปรารถนาของมารดาที่อยากนอนหลับฝันไปชั่วนิรันดร์อยู่ที่ใต้ต้นบ๊วยต้นนี้ ซึ่งต้นบ๊วยต้นนี้อยู่กลางสวน มารดาของนางจะได้มองเห็นท่านพ่อของนาง และลูกๆ ทั้งสองคนได้อย่างชัดเจน

“ช่างเถอะ ข้ารู้เจ้าไม่ได้ต้องการลบหลู่ เจ้าคงไม่สังเกต ดึกดื่นแล้วเจ้าไปนอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาดูแลเด็กๆ เพราะช่วงนี้ข้าต้องออกไปพบพวกพ่อค้าเร่แทบทุกวัน ไม่มีเวลาดูแลพวกเด็กๆ ยิ่งพ่อค้าที่เข้ามาค้าขายกับเราต้องการผ้าไหมมากขึ้น ข้าก็ต้องออกไปกว้านซื้อสินค้าจากชาวบ้านมากขึ้น”

“ข้าเคยได้ยินมาว่าพวกพ่อค้าเร่ที่เข้ามาทำการค้ากับชาวฮั่น บางครั้งมีพวกหน้าตาแปลกๆ สีผิวและสีผมแตกต่างจากพวกเรา นอกจากนี้ยังพูดคนละภาษากับพวกเรา คุณหนูสื่อสารกับคนพวกนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ” ดวงตาของลี่ถิงลอบมองอย่างจับสังเกต

จางหยูเฟยเอื้อนเอ่ยแต่ละครั้ง ริมฝีปากของนางราวกับกลีบดอกไม้พลิ้วไหวชวนมองนัก “ข้าสื่อสารภาษาของคนพวกนั้นได้ก็เพราะพี่ยอนฮวา นางเป็นคนสอนข้า นางเป็นแม่ของซารัง แต่เวลานี้นางหายตัวไปจนข้าอดห่วงไม่ได้”

***‘ยอนฮวา แม่ของซารัง น่าสงสัยนัก’***

แม่ของซารังเป็นคนสอนภาษาเพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกับผู้คนจากดินแดนอันไกลโพ้น จางหยูเฟยเป็นคนเรียนรู้เร็ว ไม่นานนางก็สื่อสารได้หลายภาษา แรกเริ่มนางเองก็รู้สึกแปลกใจ เหตุใดยอนฮวาถึงรู้ภาษาของชาวต่างชาติมากมายนักทั้งที่อ้างว่าความจำเสื่อม จำได้เพียงว่ากำลังวิ่งหนีสงครามระหว่างที่ฮั่นบุกเข้าล้อมอาณาจักรโชซ็อนโบราณ

ซึ่งยอนฮวาบอกว่า บางครั้งสมองของนางกลับมีความทรงจำอันพร่าเลือน ว่านางถูกขายเป็นทาสให้แก่คนต่างชาติตั้งแต่ยังเด็ก แม้ความทรงจำของนางยังปะติดปะต่อไม่ได้ แต่นางกลับสื่อสารกับคนพวกนั้นได้รู้เรื่อง

การที่สกุลจางนำชาวโชซ็อนโบราณมาอยู่ในจวน ซ้ำยังพูดสื่อสาร ทำการค้ากับพ่อค้าเร่ต่างชาติได้เช่นนี้ นับว่าประหลาดนัก แล้วจะให้พระองค์ปล่อยผ่านไปได้อย่างไร ไม่ผิดแล้วที่พระองค์ยอมลงทุนปลอมแปลงพระองค์เข้ามาสืบหาความจริง เพราะเวลานี้ รองแม่ทัพจางจิ้นไฉ พี่ชายของจางหยูเฟยก็นับว่ามีบทบาทในกองทัพ

“ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยไม่รบกวนคุณหนูแล้ว ข้าขอไปดูแลท่านแม่ก่อนเจ้าค่ะ”

ร่างสูงโปร่งในชุดสีขาวปานเทพเซียนกำลังหมุนกลับไป ทว่า...

“เดี๋ยว ลี่ถิง คืนนี้ร้อนอบอ้าว ข้ารู้สึกอยากอาบน้ำ เจ้าตามข้ามา ช่วยอาบน้ำให้ข้าก่อนแล้วค่อยกลับไปที่เรือน”

นางทำงานหนัก ช่วงเวลาที่ได้ผ่อนคลายที่สุดนั่นก็คือเวลาที่ร่างกายของนางได้แช่ลงไปในน้ำอุ่นๆ โดยมีสาวใช้ช่วยกันปรนนิบัตินวดเฟ้น เพียงแต่ว่าพรุ่งนี้พ่อค้ารายหนึ่งนัดจะมารับเครื่องปั้นดินเผา นางให้สาวใช้ในจวนช่วยกันเตรียมสินค้า ที่เหลือก็ถูกนางใช้ไปดูแลเด็กๆ ในเมื่อตอนนี้ลี่ถิงกินข้าวสกุลจาง รับเงินสกุลจาง นอกจากจะดูแลเด็กๆ แล้ว ก็

ต้องทำงานให้นางด้วย

“แต่ว่าข้า...”

จางหยูเฟยเห็นสีหน้าท่าทางตกใจของลี่ถิง หรือหญิงสาวนางนี้จะเป็นคนเกียจคร้านอย่างนั้นหรือ นางไม่น่าตามใจซารังน้อย จ้างพวกเกียจคร้านมาทำงานเลย

“เจ้าทำตามที่ข้าสั่งไม่ได้หรือ”

โอรสสวรรค์เองนั้นเคยชินต่อการถูกปรนนิบัติมาตั้งแต่เปิดพระเนตรขึ้นมาดูโลก พระองค์เป็นฝ่ายถูกปรนนิบัติจนชิน พระองค์ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นผู้ปรนนิบัติใคร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   66

    เจิ้นเทียนพูดไม่ออก เขาปล่อยปะละเลยลูกเมีย หรือใครบางคนใช้ให้เขาทำงานจนหัวหมุน ต้องพลัดพรากจากลูกเมีย “ข้าจะเป็นผู้ตัดสินเรื่องนี้เอง” ฮ่องเต้ลุกขึ้นจากบัลลังก์และเดินลงมาจ้องมองคนทั้งสาม แล้วมาหยุดตรงหน้าซารังน้อย “เจ้ามีอะไรจะพูดกับข้าอีกหรือไม่ ซารังน้อย” พอเห็นท่าทางดุดันเอาจริงของโอรสสวรรค์ ซารังน้อยที่ร่าเริงสดใสกลับตัวสั่นงันงก เจิ้นเทียนและยอนฮวาสงสารลูกสาวนัก “ท่านพี่ฮ่องเต้

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   65

    ”เป็นประเทศที่เจริญมากในยุคของหม่อมฉันเพคะ อาณาจักรโซซ็อนโบราณ ในอนาคตก็รวมเป็นหนึ่งในประเทศเกาหลี มันยากที่จะเชื่อ ถ้าหม่อมฉันจะบอกว่าหม่อมฉันมาจากอนาคต สิ่งที่หม่อมฉันเคยแนะนำฮองเฮาไป ทั้งเรื่องภาษา วิธีทำการค้า หม่อมฉันนำความรู้มาจากอนาคต”ทั้งสองพระองค์หันไปมองหน้ากัน เจิ้นเทียนใจคอไม่ดี เขาเกรงว่าฮ่องเต้และฮองเฮาจะไม่ทรงเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นและสั่งลงโทษยอนฮวาฐานให้การเท็จ เขาเองก็ไม่อยากเชื่อ แต่นางให้เขาดูหลายสิ่งหลายอย่าง และเล่าให้ฟังว่านางคือตำรวจหญิงที่บิดามารดาเสียชีวิตแล้ว นางลาพักร้อนเดินทางมาเที่ยวประเทศเกาหลีใต้เพราะอยากมาตามรอยซีรีย์เกาหลี จากนั้นลิขิตสวรรค์ก็พานางมาที่นี่หลังจากฟังคนทั้งสอง ฮั่นหลิวตี้กวาดตามองหญิงสาวปริศนา “พวกเจ้ามีอะไรจะพูดอีก” นับดาวนึกถึงปิ่นอันนั้นที่ฮองเฮาเคยมอบให้นาง “ปิ่นอันนั้นที่ฮองเฮาเคยประทานให้หม่อมฉัน ซึ่งหม่อมฉันพกติดตัวไว้ตลอด ข้อแรก เพราะเป็นน้ำใจจากสตรีที่งดงามทั้งกายและใจมอบให้ ข้อที่สอง

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   64

    รวมทั้งเรื่องที่เจิ้นเทียนหาหลักฐานมาได้ว่าผู้ที่คิดกบฏต่อพระองค์คืออ๋องเจ็ด น้องชายต่างพระมารดา อ๋องเจ็ดผู้นี้ร่วมมือกับชาวเผ่าซยงหนูจะโค่นล้มราชวงศ์ฮั่นเพื่อสร้างราชวงศ์ใหม่ โอรสสวรรค์ก็ทำเพียงแค่ริบสมบัติคืนกลับคลังหลวง และเนรเทศคนในตำหนักอ๋องเจ็ดให้ไปใช้แรงงานที่ชายแดนตลอดชีวิตแทนการประหารหลังจากพระองค์ว่าราชการในท้องพระโรงเสร็จเรียบร้อย เหล่าขุนนางต่างกราบบังคมทูลลา ท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยขุนนางเวลานี้เหลือเพียงองครักษ์เจิ้นเทียนซึ่งต้องเข้ารายงานเรื่องการสอบสวนยอนฮวา หญิงสาวที่บุกเข้าไปในห้องบรรทมเฉินเจิ้นเทียนไม่เคยรู้สึกประหม่าเช่นนี้มาก่อน หากฝ่าบาทไม่เชื่อเรื่องที่เขารายงาน แล้วตัดสินพระทัยลงโทษเมียของเขาแล้วจะทำเช่นไร แม้เขาเป็นคนสนิทของฝ่าบาท แต่เขาก็ไม่รู้ว่าพระองค์จะตัดสินใจอย่างไร หากตัดสินประหารชีวิต เขาก็ยินดีแลกศีรษะกับนาง เพราะต้นเหตุที่ยอนฮวาลอบเข้าหวังหลวง แล้วหลงเข้าไปในตำหนักใหญ่ก็เพราะมาตามหาเขา“เจิ้นเทียน คดีหญิงสาวชาวโชซ็อนโบราณที่ฮองเฮาเคยเลี้ยงดูไว้ ที่ลอบเข้าไปในห้องบรรทมของข้า คดีนี้เจ้าไต่สวนไปถึงไหนแล้ว”&ldq

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   63

    ตำหนักไคซินฮั่นหลิวตี้เหยียดยิ้มกว้างเมื่อเห็นนางกำนัลกำลังเข้ามาประคองฮองเฮาที่กำลังอาเจียน ไม่ใช่เพราะว่าเห็นนางป่วยแล้วพระสวามีอย่างพระองค์จะมีความสุข แต่ช่วงนี้พระนางเสวยอะไรเข้าไปก็จะอาเจียนออกมา หมอหลวงรายงานว่าเป็นเรื่องปกติ พระนางกำลังตั้งพระครรภ์ สร้างความปลื้มปีติให้แก่ฮั่นหลิวตี้ยิ่งนัก แต่พอนึกได้ว่าผู้ที่จะมาจุติในครรภ์เป็นใคร***‘อนาคตข้าต้องปวดหัวแน่’***หลังจากที่เง็กเซียนฮ่องเต้ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อสั่งสอนลูกเขยจอมเกเร ก่อนกลับขึ้นไปบนวิมานชั้นฟ้า ผู้เป็นใหญ่แห่งสรวงสวรรค์ได้แย้มพรายให้พระองค์เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือ***“เทพสงคราม เร็วๆ นี้ เทพเหวินไถ น้องชายของเจ้ากำลังจะลงมาจุติ เจ้าเตรียมรับมือเอาไว้เถิด”******“หือ?! เจ้าเทพดื้อด้านเหวินไถ นั่นกำลังจะตกสวรรค์ตามข้ามาอีกคนหรือ”***ฮั่นหลิวตี้จำเรื่องราวในอดีตได้ว่าพระองค์เคยจุติเป็นเทพสงคราม แต่มักพาทหารสวรรค์ออกรบกับพวกมาร ไล่ล่าปีศาจ จนสวรรค์ปั่นป่วน ดังนั้นจึงถูกองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ลงโทษ

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   62

    “ท่านเป็นองค์เง็กเซียนจริงๆ หรือ” จางหยูเฟยยังไม่อยากเชื่อ เมื่อตอนที่นางถูกพาตัวมาด้วยนั้น นางหมดสติไป ฟื้นคืนสติอีกทีคนผู้นี้ก็บอกว่าเขาคือผู้ที่จะช่วยให้นางได้ครองคู่กับพระสวามีอย่างมีความสุข“ใช่ ข้าคือองค์เง็กเซียน เจ้าเป็นผู้มีบุญจึงเห็นข้าได้ ส่วนสวามีของเจ้าเป็นผู้มีบาปที่ข้า...” องค์เง็กเซียนต้องกล้ำกลืนฝืนทนกว่าจะพูดออกมาได้ “ข้าจำต้องลงมาสั่งสอนด้วยตัวเอง ไม่อาจปล่อยให้อันธพาลครองเมือง เทพกระหายสงครามอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนได้ หยูเฟย ข้าคิดว่าเจ้ากลับแดนสวรรค์กับข้าเถิด แล้วปล่อยเจ้าคนบาปนี่ไว้ที่นี่”“ไม่นะหยูเฟย ข้าไม่ให้เจ้ากลับ” ฮั่นหลิวตี้รีบวิ่งเข้าไปห้าม แต่ก็เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ ทำให้เขาไม่สามารถผ่านไปถึงตัวนางได้“ฝ่าบาทเพคะ” จางหยูเฟยวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ไม่สามารถแตะเนื้อต้องตัวของฮั่นหลิวตี้ได้เช่นกัน“ไปได้แล้วธิดาน้อย” องค์เง็กเซียนเรียก “ข้าช่วยเชื่อมวาสนาด้วยการคืนคันฉ่องให้แล้ว เพื่อให้เขามีเหตุเรียกเจ้าเข้าวังหลวง แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยวางจิ

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   61

    ***“เจ้ากล้าดีอย่างไรเทพสงคราม ถึงได้ลอบเข้ามาอยู่ในตำหนักของพระธิดาของข้า เจ้าไม่ไว้หน้าข้าที่เป็นถึงเง็กเซียนฮ่องเต้เลยเชียวหรือ”*** เสียงดุนั้นตวาดดังไปทั่วทั้งสวรรค์ชั้นฟ้าเทพหนุ่มยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ แม้ทำความผิด แต่ก็ไม่มีทหารสวรรค์คนใดกล้ามาจับตัว เพราะเกรงจะถูกดาบปลิดวิญญาณสังหารเทพหนุ่มยืนสีหน้านิ่งเรียบ ในใจเป็นห่วงแต่เทพธิดาน้อยที่ถูกขังอยู่ในตำหนัก เป็นความผิดของเขาเอง เขาทำให้นางต้องเดือดร้อนตั้งแต่วันนั้นที่นางอนุญาตให้เขาไปหลบที่ห้องบรรทมของนาง เขาก็มอบคันฉ่องให้นางไว้ เพื่อใช้เป็นเส้นทางให้เขาเดินทางมาหานางได้โดยไม่ต้องผ่านแดนสวรรค์ เขารู้ว่าทำผิด จึงคิดจะไปทูลบอกความจริงกับองค์เง็กเซียน และจะขอนางแต่งงานด้วย แต่คิดไม่ถึงว่าองค์เง็กเซียนจะรู้ความจริงเสียก่อน***“เจ้าใช้พลังเทพในดินแดนสงบร่มเย็นของข้า มีหรือที่ข้าจะไม่รู้ว่ามีคนปลอมกายเข้ามา แต่ข้าเพียงแค่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้า เจ้ากล้าล่อลวงธิดาของข้าให้ยินยอมมอบกายให้เจ้า ช่างทำผิดประเพณีนัก”******“กระหม่อมรักนาง จะขอแต่งนา

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   58

    เฉินเจิ้นเทียนดึงมือเรียวมากุมเอาไว้ “เจ้ารู้หรือไม่ ข้าไม่เคยนอนหลับได้เป็นสุขเลยสักคืน ก็เพราะคิดถึงแต่เจ้า ไม่คิดว่าสวรรค์จะคืนเจ้ากลับมา”“ก็ใครกันใจร้าย บอกให้ข้ารอ ข้าก็รอ แต่ท่านไม่กลับมา”“ใครบอกเจ้าว่าข้าไม่กลับไป

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   30

    ***‘จ้องหม่อมฉันขนาดนี้ จะโบยตีบนเตียงหรือไง’***จางหยูเฟยก้มซ่อนใบหน้าแล้วผ่อนลมหายใจ นางไม่อยากถูกจับความรู้สึกไม่พอใจได้“ฝ่าบาท เมื่อครู่หม่อมฉันตกใจจึงเผลอเสียมารยาท ขอพระราชทานอภัยเพคะ” นางกัดฟันตอบ หากไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองกับซารังแล้วละก

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   29

    ฮั่นหลิวตี้เอื้อมพระหัตถ์มาจับคางมนของนางให้สบพระเนตร“มองหน้าข้าสิ เข้าใจข้าบ้างหรือยัง”นางเข้าใจแต่แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “หม่อมฉันไร้สติปัญญา ฟังที่ฝ่าบาทตรัสไม่เข้าใจ” นางว่าแล้วทำท่าเอียงคอมองอย่างมีจริตจะกร้าน นางไม่อยากให้ถูกจับได้ว่าชิงชังเขานัก

  • ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา   8

    จางหยูเฟย นางกล้าดีอย่างไรบังอาจใช้พระองค์อาบน้ำให้ แต่เมื่อคิดได้ว่า บัดนี้พระองค์ปลอมตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กในจวนสกุลจางเพื่อภารกิจบางอย่าง อีกทั้งจางหยูเฟยนั้นก็งดงามราวกับอัญมณีล้ำค่า งานนี้เห็นเพียงแต่กำไรวันนี้พระองค์จะยอมลดตัวลงไปปรนนิบัติอาบน้ำ ถูหลัง นวดเฟ้น ให้นางสักวันก็ได้เห็นสีหน้าคิด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status