Share

ตอนที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-05-22 20:46:05

หลังจากที่นัดหมายของนางและท่านตาจบลง หญิงสาวจึงเดินกลับมายังห้องพักก่อนจะล้มตัวลงนอน และรู้สึกตัวอีกครั้งในตอนเช้าของวันใหม่ สาวใช้ทั้งสองเข้ามาทำหน้าที่ของตน เพื่อช่วยหญิงสาวผลัดเปลี่ยนอาภรณ์และล้างหน้าล้างตา

"คุณหนู ท่านหิวหรือไม่เจ้าคะ"

"เจ้าไปเตรียมมาเถิด แม้ไม่หิวเท่าไหร่แต่ก็ต้องรองท้องไว้สักหน่อย"

"เจ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปเตรียมมาให้ท่านเจ้าค่ะ"

หลังจากที่ซินเยว่เล่อรับสำรับเช้าเสร็จ หญิงสาวก็คิดจะแวะชมตลาดอีกสักรอบก่อนกลับตำหนักแสงจันทร์ จึงได้สั่งให้องครักษ์บังคับรถม้าผ่านตลาดเสียเล็กน้อย

ในขณะที่รถม้ากำลังค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านใจกลางเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน หญิงสาวก็ได้พบกับเหตุการณ์ที่มีเหล่ามือสังหารนับสิบกำลังตามไล่ล่าคนผู้หนึ่งอยู่ หานฮุ่ยเจียงใช้มือหนากระชับด้ามกระบี่เพื่อเตรียมพร้อมหากคนเหล่านั้น พุ่งเป้ามาใกล้กับรถม้าขององค์หญิงและก็เป็นดังที่คาดการณ์ไว้ อยู่ๆ ก็มีมือสังหารผู้หนึ่งพุ่งตรงเข้ามาใกล้กับรถม้าของนาง หานฮุ่ยเจียงจึงกระโดดออกไปปะทะกับคนกลุ่มนั้นอย่างเสียไม่ได้ เป็นเหตุทำให้นางกำนัลทั้งสองชักดาบออกมาก่อนจะพุ่งออกไปอารักขาหญิงสาวด้านนอกรถม้า เพื่อกันไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้รถม้าของนางได้ เพียงแค่ชั่วครู่ก็มีชายผู้หนึ่งที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลและร่องรอยในการถูกทำร้าย ซินเยว่เล่อมิได้คิดปกป้องตัวเอง นางรู้ดีว่าหากเกิดเหตุการณ์ตึงมือ เหล่าองครักษ์เงาของนางจะออกมาช่วยเอง เพียงแต่ตอนนี้ องครักษ์หานยังคงควบคุมสถานการณ์ได้อยู่เท่านั้น และที่นี่ก็เป็นแหล่งชุมชน ไม่เป็นผลดีเลยสักนิดหากมีคนของนางออกมาช่วยกลางวันแสกๆ เช่นนี้ การเปิดเผยตัวตนยิ่งทำให้นางกลายเป็นเป้าหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น

"แม่นางไม่ต้องกลัว ข้าไม่คิดทำร้ายเจ้า" ชายหนุ่มรีบบอกกล่าวดรุณีน้อยที่ไม่ได้มีความตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว ชายหนุ่มได้แต่เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ กับสีหน้าที่นิ่งเฉยราวกับไม่รับรู้ถึงความกลัวใดๆ แม้กระทั่งตัวเขาที่มีเลือดโชกทั้งตัว ดรุณีน้อยตรงหน้าก็มิได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่นิดเดียว หรือว่านางจะตกใจมากจนนิ่งค้างไปเสียแล้ว

"ข้าขอเพียงอาศัยหลบอยู่ในรถม้าของท่านสักครู่ได้หรือไม่"

"อืม" ซินเยว่เล่อพยักหน้าขึ้นลงเบาๆ หลังจากนั้นเพียงไม่นาน องครักษ์หานก็ควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด ก่อนที่มือปราบจะเข้ามา ชายหนุ่มจัดการเรื่องราวทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วจึงก้าวขึ้นมาบนรถม้า แต่เมื่อพบชายผู้หนึ่งอยู่ในรถม้ากับองค์หญิงก็ถึงกับตกใจยิ่ง ในขณะที่กำลังจะชักกระบี่ออกมา ซินเยว่เล่อก็ยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปากเสียก่อน

"เดินทางต่อได้"

"แต่คุณหนู"

"ลี่อิน ลี่หยางเข้ามานั่งด้านในและออกเดินทางได้"

"เจ้าค่ะคุณหนู" หญิงสาวทั้งสองที่ได้ยินคำสั่งของซินเยว่เล่อ จึงได้แต่ทำตาม ก่อนจะปรายตามองไปยังร่างของชายหนุ่มที่อยู่ภายในรถม้า อาการที่ไม่สู้ดีของเขาคาดว่าคงจะถูกพิษกระมัง โจวซีเฉิงมีสีหน้าย่ำแย่ไม่น้อยเพราะเขาถูกอีกฝ่ายซัดเข็มพิษเข้าใส่ ในวันนี้ชายหนุ่มเพียงต้องการมาสืบเรื่องบางอย่างเท่านั้น จึงไม่ได้คิดที่จะนำองครักษ์มาด้วย โดยไม่คาดคิดว่าตนจะถูกลอบสังหารท่ามกลางเหล่าธารกำนัลที่เดินอยู่เต็มตลาดในยามกลางวันแสกๆ เช่นนี้

ซินเยว่เล่อที่แอบลอบสังเกตท่าทางของชายหนุ่ม ก่อนจะตกใจเมื่อพบว่าคนผู้นี้คือโจวซีเฉิง ชินอ๋องแคว้นซีฉิน หญิงสาวทำสีหน้าสงสัยว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงมาโผล่ที่นี่ แม้ยุคนี้จะเป็นยุคที่แผ่นดินรุ่งเรือง ไร้ปัญหาการศึกเพราะทั้งหกแคว้นได้ทำสัญญาสงบศึกร้อยปีเอาไว้ ก่อนจะหันมาร่วมมือทางด้านการค้ากันแทน

แต่ก็เพียงเท่านั้น ศึกนอกไม่มี ศึกในก็ใช่ว่าจะไม่มี บัลลังก์ทองนั่นผู้ใดก็ใฝ่หาอยากจะได้มาเพื่อครอบครองหากคนผู้นี้ตาย ฮ่องเต้แคว้นซีฉินผู้เป็นพี่ชายคงราวกับแขนขาดไปข้างหนึ่งเสียแล้ว คงต้องมาดูกันอีกทีว่าผู้ใดเป็นผู้ได้ประโยชน์ในครั้งนี้

ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อหยิบขวดยาแก้พิษออกมา แล้วยื่นให้แก่ชายหนุ่ม สาวใช้ทั้งสองอยากจะเอ่ยห้ามปรามแต่ก็มิกล้าพอ ในเมื่อองค์หญิงตัดสินใจแล้วก็มิใช่เรื่องที่นางกำนัลเช่นพวกนางจะกล่าวอันใดได้

"ท่านกินยาถอนพิษนี่เสีย"

"ขอบคุณแม่นางน้อย แต่ข้าไม่เป็นไร" ซินเยว่เล่อได้แต่กลอกตาไปมาในความเย่อหยิ่งสมคำเล่าลือของอีกฝ่าย

"ข้าเพียงไม่ต้องการให้คนของข้าเหนื่อยที่จะขุดหลุมฝังท่าน เพียงเท่านั้น"

"..." โจวซีเฉิงถึงกับเลิกคิ้ว เมื่อวาจาดังกล่าวออกมาจากปากของ ดรุณีน้อยผู้หนึ่ง ตั้งแต่เข้ามานั่งหลบอยู่ด้านในชายหนุ่มก็ไม่ทันได้สังเกตใบหน้าของนาง พึ่งได้มาสังเกตอีกครั้งก็ตอนที่หญิงสาวยื่นขวดยาแก้พิษให้ ทำให้เขาถึงกับตกตะลึงในใบหน้านี้ยิ่งนัก จะเรียกว่างามก็คงต้องยอมรับเช่นนั้น เพียงแต่นางน่าจะเป็นเพียงดรุณีน้อยที่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นเท่านั้น จำเป็นต้องงดงามถึงเพียงนี้เลยหรือ ชายหนุ่มได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองในใจ ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือออกไปรับขวดยาดังกล่าวมา

"กินเพียงครั้งละสองเม็ดเท่านั้น ไม่เกินสองชั่วยามท่านก็จะรู้สึกดีขึ้น ส่วนขวดยานั้นมิต้องคืนให้ข้าก็ได้ คิดว่าท่านคงต้องได้ใช้มันอีกเป็นแน่ เก็บไว้ที่ท่านเห็นทีคงได้ประโยชน์กว่า"

"ขอบคุณแม่นางน้อย"

"พ้นจากประตูเมืองไปราวห้าลี้ ท่านก็ลงตรงนั้นเถิด"

"ข้าทราบแล้ว" ในตอนแรกชายหนุ่มก็คิดจะไหว้วานอีกฝ่ายเช่นนั้น แต่เมื่อหญิงสาวกล่าวออกมาก่อน ร่างสูงก็ได้แต่รับคำ และเมื่อถึงสถานที่ดังกล่าว รถม้าจอดสนิท ชายหนุ่มจึงก้าวลงจากรถม้า ก่อนจะค้อมตัวขอบคุณอีกฝ่ายด้วยใจจริง โดยที่ไม่ลืมถามชื่อแซ่ของนาง

"ขอบคุณแม่นางน้อยอีกครั้ง ไม่ทราบว่าแม่นางน้อยมีชื่อแซ่ว่าอันใด"

"พบกันเพียงครั้งเดียว มิจำเป็นต้องแนะนำตัว ข้าช่วยคนมิคิดหวังให้อีกฝ่ายตอบแทน เพียงแต่ไม่นำความเดือดร้อนมาสู่ตัวข้าก็ถือว่าขอบคุณแล้ว"

"ขอบคุณแม่นางอีกครั้ง"

"ออกรถม้าได้"

โจวซีเฉิงยกยิ้มที่มุมปากกับวาจาคมคายเกินวัยของหญิงสาวผู้นี้ ท่าทางนิ่งเฉย กลิ่นอายสูงส่งเช่นนี้ที่มักจะมีอยู่ในตัวของเหล่าราชวงศ์ทั้งหลาย ดูท่าคงเป็นบุคคลไม่ธรรมดา

เพียงไม่นานองครักษ์เงาของชายหนุ่มก็ปรากฏตัวก่อนจะขออภัยที่ปล่อยให้ชายหนุ่มได้รับอันตราย แต่โจวซีเฉิงไม่ได้ใส่ใจ เพราะครั้งนี้ทำให้เขาได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจบางอย่างเสียแล้ว

"เจ้าส่งคนตามรถม้าคันนั้นไปและสืบความมาให้แน่ชัดว่านางเป็นใคร"

"ขอรับนายท่าน"

รถม้าเคลื่อนตัวจนมาถึงหุบเขาซือหลุนที่ด้านล่างตีนเขาถูกล้อมรอบด้วยกำแพงที่สูงกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบชุ่น และมีบริเวณกว้างกว่าพันหมู่รอบหุบเขา ทางเข้าแรกจากกำแพงมีเวรยามคอยเฝ้าหนาแน่น ก่อนจะผ่านเข้าไปยังด้านใน ใช้เวลาอีกราวครึ่งชั่วยามก็เดินทางถึงตัวตำหนักที่ปลูกสร้างอยู่ปลายยอดของหุบเขาซือหลุน พื้นที่โดยรอบตัวตำหนักกว้างขวางราวๆ สามร้อยหมู่ มีเรือนเล็กๆ อยู่อีกราวสิบเรือน เรือนหลักอีกสาม เรือนรับรองอีกสอง ที่นี่จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งคือ พระราชวังซินเยว่ ซึ่งตอนนี้ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็นตำหนักแสงจันทร์

องครักษ์ของโจวซีเฉิงติดตามรถม้ามาหยุดอยู่แค่เพียงตีนเขาเท่านั้น มิสามารถผ่านเข้าไปด้านในได้ ก่อนจะสืบทราบความจริงได้หลายอย่าง จากเหล่าคนงานช่างไม้ที่เดินทางออกมาในตอนเย็น

"นายท่าน"

"มาแล้วหรือ"

"ขอรับ"

"ได้ความว่าอย่างไร"

"นางคือองค์หญิงซินเยว่เล่อ แคว้นเฉิงอันที่ถูกเนรเทศออกจากวังเพราะคำทำนายบางอย่างขอรับ"

"คำทำนายบางอย่างเช่นนั้นหรือ คืออะไร"

"เอ่อ คำทำนายที่ว่า องค์หญิงมีดวงพิฆาตยอดบุรุษแห่งแคว้นขอรับ"

"หึหึ เหลวไหลสิ้นดี"

"นางอยู่ที่นั่นมานานแค่ไหนแล้ว"

"ราวๆ ครึ่งปีขอรับ น่าแปลกที่ก่อนหน้านี้ ตอนที่มาถึงองค์หญิงเกิดล้มป่วย พึ่งจะหายดีเมื่อไม่นานมานี้ ผู้น้อยลองสำรวจรอบๆ ดูแล้ว มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดยิ่งนักขอรับ รวมทั้งองครักษ์เกราะทองที่น่าจะมีอยู่ราวๆ สามสิบถึงห้าสิบนาย"

"ฮ่องเต้แคว้นเฉิงอัน รักใคร่นางถึงเพียงนั้น ใครบ้างจะไม่รู้ แล้วเหตุใดจึงได้ยินยอมให้พระธิดาสุดโปรดร่อนเร่ออกมาจากวังหลวงเช่นนี้เล่า หึ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก"

"นายท่านจะให้ผู้น้อยทำอย่างไรต่อขอรับ"

"ช่างเถิด เจ้าไปได้"

"ขอรับ"

"ซินเยว่เล่อ งั้นหรือ" แม่นางน้อยผู้นั้นนามว่า ซินเยว่เล่อ งั้นหรือ อืม ชื่อช่างเหมาะสมกับตัวนางยิ่งนัก

ณ ตำหนักแสงจันทร์

"องค์หญิงเพคะ ร้านสมุนไพรมาส่งสินค้าที่องค์หญิงสั่งเอาไว้เพคะ"

"ให้กงกงหาพื้นที่เก็บไว้เสียก่อน แล้วข้าจะไปจัดการในภายหลัง"

"เพคะ องค์หญิง"

"องค์หญิง"

"ท่านองครักษ์หาน มีอันใดหรือ"

"คนของเขาผู้นั้นที่องค์หญิงให้การช่วยเหลือได้แอบติดตามเรามาจนถึงที่นี่พ่ะย่ะค่ะ"

"ช่างเถิด เขาต้องการรู้อันใดก็ปล่อยให้รู้ไป แค่ไม่นำความเดือดร้อนมาให้เราก็พอ"

"พ่ะย่ะค่ะ"

ซินเยว่เล่อนึกไปถึงคำเล่าลือเรื่องนิสัยใจคอของชินอ๋องแคว้นซีฉิน ที่เป็นคนเงียบขรึม และชอบทำตัวลึกลับ เป็นบุคคลที่มีความอันตรายเป็นลำดับต้นๆ ที่ควรค่าแก่การอยู่ให้ห่างเป็นดีที่สุด สังเกตจากวันนี้ที่ชายหนุ่มถูกมือสังหารตามล่าในช่วงกลางวันแสกๆ ผู้คนพลุกพล่านถึงเพียงนั้น แล้วในยามค่ำคืนเล่ามีหรือที่จะได้นอนหลับอย่างเต็มตื่น

เหล่าบรรดาเชื้อพระวงศ์ก็เป็นเช่นนี้ ฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงอำนาจมาเป็นของตน ร่างนี้ก็เช่นกัน มิใช่ว่าเพราะอำนาจหรอกหรือนางจึงได้ถูกส่งมาไกลถึงเพียงนี้ เพียงแต่การอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าใดนัก ซ้ำยังอาจจะดีกว่าอยู่ในวังเสียอีก

พอคิดแล้วก็ชวนขนลุกอำนาจอันหอมหวานที่ต้องแลกมาด้วยเส้นทางที่เต็มไปด้วยซากศพ ซินเยว่เล่อได้แต่ยกถ้วยชาขึ้นดื่ม ก่อนจะมองออกไปด้านนอก ศาลาประทับจันทร์คือสถานที่ที่หญิงสาวโปรดปราน ตั้งอยู่บนโขดหินขนาดใหญ่มหึมา สามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ทั่วทิศทางของ เมืองจี๋หนาน ซึ่งเป็นเมืองชายแดนที่ติดกับแคว้นเฉียนเหลียงและแคว้นซีฉิน เปรียบได้ดั่งสามเหลี่ยม แม้ว่าที่นี่จะห่างไกลจากเมืองหลวงราวๆ พันลี้ แต่เพราะที่นี่เป็นเมืองที่ติดกับทะเล มีท่าเรือ และการค้า ทำให้ที่นี่คลาคล่ำไปด้วยเหล่าคหบดีผู้ร่ำรวยทั้งหลาย

ชีวิตที่ต้องเริ่มต้นใหม่ของนาง แม้จะมิได้ลำบากอันใด แต่ครั้งนี้นางควรจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าที่ผ่านมา ชีวิตวัยเด็ก วัยสาวที่ไม่เคยได้ลิ้มลอง นางเองก็ควรมีความทรงจำเช่นนั้นบ้าง ซินเยว่เล่อที่คิดเช่นนั้นก็ได้แต่ยกยิ้ม นางยังมีเวลาอีกมาก ค่อยๆ ใช้มันไปก็แล้วกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนพิเศษ 2

    "ท่านพี่... อ๊ะ ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ อ่า..." แท่งทวนถูกดันเข้าไปในส่วนที่อ่อนนุ่มจนกระทั่งสุดลำก่อนจะเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างเป็นจังหวะประสานกับเสียงครางหวานของคนทั้งสอง ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดสองกายแนบชิดสุดสวาท ไม่หลงเหลือแม้กระทั่งช่องว่างเพื่อให้อากาศลอยผ่าน ดวงหน้าที่เย้ายวนชวนเคลิ้มฝันของผู้เป็นภรรยาทำเอาชายหนุ่มคลุ้มคลั่ง ก่อนจะเร่งแรงขยับโยกกายเข้าออกที่รุนแรงขึ้นพร้อมกับเสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อยราวกับกำลังอดกลั้น ก่อนจะส่งหญิงสาวมุ่งสู่ปลายฝัน แล้วพลิกร่างบางนอนคว่ำจากนั้นสอดใส่ความแข็งขืนจากด้านหลังเยว่เล่อที่เพิ่งมุ่งสู่ปลายฝันได้ไม่นานกลับถูกกะทำซ้ำที่จุดเดิม ทำให้หญิงเสียวซ่านจนร่างกายแทบอ่อนเปลี้ยไม่มีแรงที่จะขัดขืน เสียงขาเตียงเสียดสีกับพื้นห้องดังเป็นจังหวะ ชายหนุ่มกระทำอยู่ในท่วงท่าหมอบคลานได้ไม่นาน ร่างของหญิงสาวก็จิกเกร็งล่องลอยสู่ปลายฝันอีกครั้ง จึงถูกชายหนุ่มจับพลิกกายหันหน้าเข้าหาเขาในท่วงท่านั่ง ใบหน้าคมคายกดซบลงที่หน้าอกอวบใหญ่ก่อนจะดูดเล็มที่ปลายยอดถันหนักเบาสลับกัน แขนเรียวเสลาคล้องที่ลำคอของสามีปลายเล็บของนางจิกทึ้งที่หลังของเขาจนเกิดรอยเพื่อต้อง

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนพิเศษ 1

    เมื่อบุตรชายบุตรสาวอายุได้ราวหนึ่งขวบ ซินเยว่เล่อก็เดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อเยี่ยมเยือนบิดามารดา แต่เพราะเจ้าน้องสาวตัวแสบไม่คิดกลับมาที่เมืองหลวงอีก ได้แต่ฝากคำมากับนาง หญิงสาวเบื่อหน่ายกับกฎเกณฑ์ของวังหลวง อยากจะเดินทางไปศึกษาวิชาแพทย์กับท่านหมอเทวดาฝูเจียวซิน ซินเยว่เล่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นดูแลตัวเองได้ดีทั้งยังมีลี่จินลี่จูติดตามไปด้วย นางจึงได้มอบองครักษ์มือดีที่สุดให้ไปอีกหนึ่งคน นั่นก็คือท่านหานสุ่ยเจียงโดยในตอนนี้ลี่หมัวมัวและลู่กงกงได้ย้ายกลับมาอยู่กับนางเช่นเดิมแล้ว ขบวนการเดินทางในแต่ละครั้งของนางจึงยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพราะไม่ว่าจะไปทางใดก็ล้วนขนย้ายไปพร้อมกันหมดแม้คนจะเยอะไปเสียหน่อยแต่อบอุ่นเหลือเกินการเดินทางกลับมาในครั้งนี้ใช้รถม้าถึงแปดคันหญิงสาวและสามีนั่งรถม้าคันแรก ส่วนคันที่สองเป็นของลี่หมัวมัวและลู่กงกงที่ต้องคอยดูแลเจ้าสองก้อนแป้งคันที่สามเป็นของนางกำนัลคนสนิททั้งสองและจางซีคันที่สี่และห้าเป็นของสาวใช้ทั่วไปและองครักษ์ ส่วนที่เหลือก็ใช้ขนข้าวของ เพราะซินเยว่เล่อนั้นไม่นิยมชมชอบให้ผู้ติดตามต้องลำบากฉะนั้นในขบวนเดินทางของนางจะไม่ม

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 74 2(ตอนจบ)

    "ใครใช้ให้ข้าหลงรักท่านเช่นนี้เล่า" หญิงสาวได้แต่เบือนหน้าหลบหนีด้วยความเจ็บปวด ขอบตาของนางพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นางได้แต่เงยหน้าขึ้นฟ้าเพื่อมิให้น้ำตาไหล ก่อนจะหวนคิดว่าเนิ่นนานเท่าไหร่แล้วที่นางยินยอมอยู่เช่นนี้ ได้เพียงมองจากที่ไกล ๆจากด้านหลังของเขาเพียงเท่านั้น แม้รู้ว่าต้องเจ็บแต่นางก็ไม่สามารถจากไปที่ใดได้เลย ไม่ใช่ว่ารักเพียงเขาแต่เพราะรักบุตรชายหญิงของเขาราวกับเป็นบุตรแท้ๆของตนเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมานางเผลอไผลหลงลืมตัวไปเสียแล้วว่านางมิได้เป็นมารดาแท้ๆของเด็กน้อยเหล่านั้น วันเวลาช่างหมุนผ่านไปเร็วยิ่งนักซินเยว่เล่อมีอาการดีขึ้นเป็นอย่างมาก หญิงสาวสามารถออกมาเดินเล่นด้านนอกได้ตามปกติแล้ว ท่ามกลางฤดูวสันต์ที่กำลังมาเยือน ลมเย็นอ่อนๆค่อยๆโชยมาในยามเย็น หญิงสาวนั่งอยู่ในศาลากับน้องสาวฝาแฝดพร้อมกับเจ้าก้อนแป้งน้อยทั้งสอง ก่อนจะพูดคุยเรื่องราวสัพเพเหระพร้อมกับระลึกความหลังครั้งก่อนกันอย่างมีความสุข หลังจากที่นางหายดีฝูเจียวซินก็ต้องขอตัวลากลับแคว้นซีฉิน เพราะต้องกลับไปดูแลโรงหมอของท่านอาจารย์ ปลายปีนี้จะมีการสอบคัดเลือกบัณฑิตแพทย์รุ่นแรก ที่แคว้นซีฉิน ทำให้ซินเยว่เ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 74 1(ตอนจบ)

    หลังคลอดบุตรซินเยว่เล่อต้องทำการพักฟื้นอยู่นานนับเดือนกว่าที่ร่างกายจะดีขึ้น โดยมีท่านหมอเทวดาฝูเจียวซินอยู่ให้การดูแลเหล่าคณะหมอหลวงได้เดินทางกลับไปตั้งแต่หญิงสาวคลอดได้สามวันพร้อมกับมู๋หรงหวงกุ้ยเฟย ด้วยราชโองการของฝ่าบาททำให้นางมีความไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ไม่สามารถขัดราชโองการดังกล่าวได้ ก่อนจะจำใจขึ้นรถม้าแล้วบอกลาหลานๆที่น่ารักของตน ส่วนซินเยว่เหมยนั้นเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่านางสนิทและคุ้นเคยกับท่านหมอฝูอยู่มาก จากการรักษาใบหน้าเมื่อครั้งก่อนและหญิงสาวกมีความสามารถและทักษะการแพทย์เล็กน้อยจึงได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์ของเขา ชายหนุ่มเห็นว่าตนอาจจะไม่เหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ของอีกฝ่ายจึงได้ปฏิเสธไป ทำเอาองค์หญิงน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นและนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นางเอาแต่ตามติดชายหนุ่มตลอดทั้งวัน ในยามที่เขาต้องการผู้ช่วยก็เป็นนางที่รีบเสนอตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีปริปากบ่นทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย "องค์หญิงอย่าได้พยายามไปมากกว่านี้เลย พ่ะย่ะค่ะ อย่างไรกระหม่อมก็มิอาจรับท่านเป็นศิษย์ของกระหม่อมได้""เพราะเหตุใดเจ้าคะ""ท่านเป็นถึงองค์หญิง เหตุใดจึงต้องหาเรื่องลำบากให้ตนเองด

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 73 2

    ซ่งเทียนเหิงก้าวเข้าไปพร้อมกับฝูเจียวซินโดยไม่สนใจคำทัดทานของผู้ใดทั้งสิ้น ก่อนจะเข้าไปโอบกระชับร่างของนางมาไว้ในอ้อมอก ฝูเจียวซินทำหน้าที่ฝังเข็มบนจุดชีพจรของหญิงสาวราว ๆครึ่งเค่อ ร่างบางก็เริ่มได้สติขึ้นมาใหม่ ก่อนที่ท่านหมอหนุ่มจะหยิบเม็ดยาบางอย่างให้นางกินลงไป ตัวยานี้เป็นยาสำหรับสตรีที่คลอดยากโดยเฉพาะที่เขามิยินยอมให้นางกินตั้งแต่แรกเพราะครรภ์ของนางแต่เดิมก็เป็นพิษอยู่แล้วและยาชนิดนี้ก็ค่อนข้างแรงอยู่มาก เขาจึงไม่กล้าเสี่ยงให้นางกินมันลงไปแต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะรู้ตัวว่าคิดผิด ที่ปล่อยให้ซินเยว่เล่อคลอดเองโดยใช้เวลานานถึงเพียงนี้ เพียงกลืนยาลงไปไม่นานหญิงสาวก็มีแรงมากขึ้นก่อนจะรู้สึกเจ็บหน่วงที่ท้องอย่างรุนแรงซ่งเทียนเหิงถูกลากออกไปพร้อมกับสหายก่อนที่รั้งรออยู่ด้านนอกประตู แล้วเดินไปเดินมาไม่หยุด ราวครึ่งชั่วยามที่ยังคงมีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลอดออกมาจากในห้องอย่างต่อเนื่องก่อนจะมีเสียงร้องของเด็กตามออกมาด้วย"คลอดแล้วๆ ""อุ๊แว๊ อุ๊แว๊""ขอแสดงความยินดีกับซ่งกั๋วกง เป็นคุณชายน้อยเจ้าค่ะ" นางกำนัลผู้ช่วยหมอทำคลอดห่อตัวเด็กน้อยด้วยผ้าก่อนจะอุ้มมาแล้วส่งให้ผู้เป็นบิดา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 73 1

    เยว่เหมยเดินทางมาถึงตำหนักแสงจันทร์พร้อมกับหมอหลวงและเสด็จแม่กุ้ยเฟย เพราะหญิงสาวอ้อนวอนบุตรสาวให้ช่วยพานางมาด้วยแม้ว่าในตอนแรกเยว่เหมยจะไม่เห็นด้วยแต่กลับเข้าใจดี สตรีผู้นี้รักนางและพี่สาวมากหากต้องให้ทำเพียงรอฟังข่าวจิตใจคงไม่อาจสงบได้ จึงได้วางแผนลักพานางหญิงสาวมาพร้อมกับนางเสียเลยถึงอย่างไร กว่าเสด็จพ่อจะรู้ตัว นางก็พาเสด็จแม่เดินทางใกล้ถึงตำหนักแสงจันทร์แล้วในวันที่คณะหมอหลวงมาถึงนั้น ฝูเจียวซินทายาทหมอเทวดาก็ได้เดินทางมาถึงก่อนหน้าแล้วราวเจ็ดวัน ภายในห้องของเยว่เล่ออบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรที่ทำให้ผ่อนคลาย หมอหลวงทั้งหมดได้ทำงานร่วมกับฝูเจียวซินได้เป็นอย่างดี ความรู้ที่มีชายหนุ่มก็ถ่ายทอดให้กับหมอหลวงเหล่านั้นโดยที่ไม่รังเกียจ ทำให้เขาเป็นที่นิยมชมชอบของเหล่าหมอหลวงยิ่งนัก เยว่เล่อต้องอดทนนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลาจนกระทั่งล่วงเลยมาจนถึงเดือนที่แปด ฝูเจียวซินนั้นคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่าไม่ว่าอย่างไรหญิงสาวก็คงต้องคลอดในช่วงเวลาประมาณนี้อย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้เขาทำเพียงพยุงอาการไม่ให้นางคลอดก่อนกำหนดในช่วงอายุครรภ์ที่ยังอ่อนแอเท่านั้นเองเพราะหากเป็นเช่นนั้น แม้แต่ชีวิตของมารดาก็ไม่อ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 5

    แม้ว่าเหล่าข้าหลวงคนสนิททั้งหลายขององค์หญิงจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของดรุณีน้อย แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะกล่าวออกมา ได้แต่หวังให้องค์หญิงน้อยได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ถึงอย่างไรที่นี่ก็ห่างไกลจากเมืองหลวงนับพันลี้ จะมีผู้ใดมาเฝ้าสังเกตได้ หากองค์หญิงต้องการทำสิ่งใดพวกเขาก็ล้วนยินดีสนับสนุน

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 4

    ท่ามกลางความรื่นเริงของผู้คนในตำหนักแสงจันทร์อันห่างไกล อีกฟากฝั่งภายในเมืองหลวง สตรีผู้หนึ่งที่อยู่บนรถม้ากับสาวใช้ส่วนตัว แม้ว่าอายุจะย่างเลขสามแล้วแต่ความงามก็ยังคงตราตรึง ใบหน้างามดูอ่อนวัยราวกับหญิงสาวอายุสิบแปด รูปร่างที่เย้ายวนยังชวนให้บุรุษหลงใหลได้ไม่ยากเย็น ก่อนริมฝีปากบางจะเอ่ยกับสาวใช้ส

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 3

    เจียวหลินที่ตื่นขึ้นมาในร่างขององค์หญิงซินเยว่เล่อ เมื่อสำรวจความแข็งแรงของร่างนี้ก็พบว่าหญิงสาวมีกำลังภายในแม้ไม่ได้แข็งแกร่ง แต่ก็ถือว่าพอถูไถไปได้ทำให้ร่างกายแข็งแรงพอที่เจียวหลินจะฟื้นฟูวรยุทธ์ของนางได้ไม่ยาก ทั้งรูปโฉมขององค์หญิงผู้นี้ช่างงดงามล่มเมืองยิ่งนัก ใบหน้าเรียวเล็กได้รูปรับกับจมูกโด่

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 2

    "นางเป็นอย่างไรบ้าง""คาดว่าน่าจะมีชีวิตได้อีกไม่นานแล้ว""หึ เช่นนั้นก็ดี""เหตุใดเจ้าจึงได้ใจร้ายกับเด็กน้อยผู้นั้นถึงเพียงนี้เล่า""ข้าเกลียดมัน! ใครใช้ให้มันมีใบหน้าที่เหมือนกับคนผู้นั้นถึงเพียงนั้นเล่า""เจ้านี่นะ ฆ่าแม่แล้วยังฆ่าลูก อีก""หึ เจ้าสงสารมันหรือ? หรือว่ายังอาลัยอาวรณ์ต่อสตรีแพศยา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status