ติวรักติวใจนายเจ้าเล่ห์

ติวรักติวใจนายเจ้าเล่ห์

last updateآخر تحديث : 2025-03-05
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
38فصول
1.1Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

คงด้วยเพราะเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งมันดันมาเกิดขึ้นกับคนที่เธอเคยสนิท แต่ก็ไม่เจอกันมานานหลายปี ทำให้ธารดาราเกิดความสงสัยในเรื่องความชอบของอดีตน้องชายข้างบ้าน เธอจึงตัดสินใจก้าวขากลับเข้าไปในชีวิตของเตชินท์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอขอกลับไปเจอด้วยสถานะใหม่...นั่นก็คือสถานะของการเป็นติวเตอร์

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 (1/2) : รีบเสนอตัวเอง (1)

     น้ำผึ้งหรือธารดารา รัตนัน ยืนกดกริ่งประตูหน้าบ้านขนาดใหญ่หลังหนึ่ง ซึ่งเพียงไม่นานก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมามองเธอผ่านช่องว่างของซี่รั้วเหล็ก ก่อนจะถามเธอว่า 

     “คุณมาหาใครหรือคะ?”

     “สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อน้ำหวานค่ะ คุณภัสสรนัดให้ดิฉันเข้ามาพบที่นี่ค่ะ”

     “คุณคือติวเตอร์น้ำหวานใช่ไหมคะ?”

     “ใช่ค่ะ”

     “งั้นรอสักครู่นะคะ” พูดจบ หญิงวัยกลางคนก็ขยับเข้าไปเปิดประตูรั้วเหล็ก 

     เมื่อเห็นดังนั้นธารดาราจึงเดินกลับขึ้นไปนั่งในรถยนต์คู่ใจ ก่อนจะขับเข้าไปจอดที่ลานจอดรถภายในบริเวณบ้านหลังนั้น แล้วในขณะที่เธอกำลังก้มลงไปหยิบกระเป๋าสะพายและกระเป๋าใส่เอกสารออกมาจากรถ หญิงวัยกลางคนที่เปิดประตูรั้วให้กับเธอเมื่อครู่ ก็เดินตามมาหาเธอที่รถแล้ว จากนั้นอีกฝ่ายก็พาเธอเดินเข้าไปนั่งรอในห้องรับแขก 

     โดยระหว่างที่เดินเข้าไปในตัวบ้าน...ธารดาราก็คอยลอบมองส่วนต่าง ๆ ในบ้านหลังนี้ไปด้วย เพราะนี่คือครั้งแรกที่เธอได้มาเยือน หลังจากพ่อกับแม่ของเธอเล่าเรื่องเกี่ยวกับที่นี่ให้ฟัง แล้วในขณะที่นั่งรอเธอก็หันไปมองภาพถ่ายในตู้โชว์ ภาพถ่ายใบนั้นคือภาพครอบครัวซึ่งประกอบด้วยคนเป็นพ่อ แม่ และบุตรชายวัยสิบขวบคนหนึ่ง โดยคนทั้งสามกำลังยืนส่งยิ้มให้แก่กัน ซึ่งเด็กชายในภาพก็คือนายเตชินท์ งามรุ่ง หนุ่มน้อยหน้าหวานที่เคยเป็นอดีตน้องชายข้างบ้านของเธอ คนที่เธอจะมาเป็นครูสอนพิเศษให้ในวันนี้

     เนื่องจากในอดีตครอบครัวของเตชินท์เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังที่อยู่ติดกับบ้านของธารดารา จึงทำให้ครอบครัวของอีกฝ่ายค่อนข้างที่จะสนิทกับครอบครัวของเธอ จนเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว...ที่ครอบครัวนี้สูญเสียเสาหลักไป ซึ่งธารดารายังจำเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นได้...

     วันนั้นหลังจากที่ครอบครัวของธารดารารู้ข่าวการจากไปของพ่อเตชินท์ โดยเกิดขึ้นในระหว่างที่เจ้าตัวเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ ครอบครัวของเธอก็รีบพากันเข้าไปหาภัสสรกับเตชินท์ที่บ้านทันที แต่ในตอนนั้นภัสสรได้พาเตชินท์นั่งรถออกไปขึ้นเครื่องบินแล้ว ครอบครัวของเธอจึงตัดสินใจขับรถตามไปส่งคนทั้งคู่ที่สนามบิน แต่ด้วยการจราจรที่ติดขัด เมื่อไปถึงครอบครัวของเธอก็ทำได้เพียงมองส่งผู้หญิงแกร่งคนหนึ่งที่ยืนลูบศีรษะและส่งยิ้มปลอบโยนให้บุตรชายของตนเอง ก่อนที่อีกฝ่ายจะจับจูงมือบุตรชายเดินเข้าประตูผู้โดยสารไปเท่านั้น 

     แล้วหลังจากที่ภัสสรกับเตชินท์เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ภัสสรก็ตัดสินใจขายบ้าน ขายสำนักงานในกรุงเทพฯ ทันที เพราะต้องการรักษาโรงงานส่งออกอะไหล่รถยนต์ที่พ่อของเตชินท์ได้สร้างเอาไว้ เนื่องจากคนที่เคยเป็นหุ้นส่วนหลังรู้ข่าวการจากไปของผู้บริหารก็พากันเทขายหุ้น จนทำให้บริษัทขนาดใหญ่ที่กำลังจะไปได้ดีเริ่มขาดสภาพคล่อง ซึ่งในวันนั้นพ่อกับแม่ของธารดาราก็ได้เสนอตัวขอเข้าไปเป็นหุ้นส่วน แต่ภัสสรก็ขอรับไว้เพียงแค่น้ำใจจากพ่อกับแม่ของเธอเท่านั้น 

     โดยภัสสรได้ให้เหตุผลกลับมาว่า...ยังไม่รู้เลยว่าตนเองจะรักษาสิ่งที่มีอยู่ไว้ได้นานแค่ไหน จากนั้นภัสสรก็พาเตชินท์เดินทางกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด

     ซึ่งหลังจากนั้นสามปี...ภัสสรได้ทำให้โรงงานส่งออกอะไหล่รถยนต์ที่เกือบจะถูกปิดตัวกลับมาเจริญรุ่งเรืองและเติบโต จนทำอีกฝ่ายสามารถพาบุตรชายกลับมาซื้อบ้านขนาดใหญ่หลังนี้ในกรุงเทพฯ แล้วยังสามารถซื้ออาคารแถวย่านกลางใจเมืองมาใช้เป็นสำนักงานขายได้อีกด้วย

     ธารดาราจึงค่อนข้างที่จะชื่นชมในความสามารถของภัสสร และยังยกย่องอีกฝ่ายให้เป็นผู้หญิงแกร่งในสายตาของเธอ

     โดยหลังจากที่ครอบครัวของเตชินท์กลับมา...ก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะกลับมาสนิทสนมกับครอบครัวของเธออีกครั้ง ซึ่งก็มีแต่ตัวของธารดาราเองที่ในช่วงเวลานั้น เธอมัวแต่ยุ่งอยู่กับการทำเรื่องจบจากมหาวิทยาลัย แล้วไหนจะยุ่งอยู่กับเรื่องการเปิดสถาบันสอนภาษากับกลุ่มเพื่อนของเธออีก จึงทำให้เธอได้แต่ฝากแสดงความยินดีและคอยถามไถ่เรื่องราวของคนในครอบครัวนี้ผ่านพ่อกับแม่ของเธอเท่านั้น

     แล้วก็ด้วยเพราะเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ธารดาราเป็นคนเดียวในครอบครัวที่ยังไม่ได้มาเที่ยวบ้านหลังนี้และยังไม่ได้เจอกับคนในครอบครัวนี้แบบตัวเป็น ๆ เลยสักครั้ง 

     เสียงพูดคุยและเสียงความเคลื่อนไหวที่ดังมาจากภายนอกห้องทำให้ธารดาราหลุดออกมาจากภวังค์ความคิด แล้วเพียงไม่นานนายหญิงของบ้านหลังนี้ก็เดินเข้ามาในห้องรับแขกพร้อมกับผู้หญิงวัยกลางคนคนเมื่อครู่ เมื่อเห็นดังนั้นธารดาราจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือไหว้ แล้วกล่าวว่า 

     “สวัสดีค่ะ ดิฉันติวเตอร์น้ำหวานค่ะ” แต่เมื่อเห็นสายตาที่แสดงออกถึงความเคลือบแคลงใจจากอีกฝ่าย ธารดาราจึงรีบพูดต่อว่า

     “ดิฉันติวเตอร์น้ำหวานมาจากสถาบันสอนภาษายิ้มรับที่คุณภัสสรโทรนัดให้เข้ามาพบบ่ายวันนี้ค่ะ”

     “ติวเตอร์น้ำหวาน! เออ...อย่างนั้นเชิญนั่งก่อนนะคะ คือ...ติวเตอร์ดูเด็กกว่าที่แม่คิดเอาไว้อีกน่ะค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าจะยี่สิบสี่แล้ว หากแม่เจอด้านนอก...แม่คงคิดว่าติวเตอร์อายุน่าจะประมาณสิบแปดสิบเก้าเท่ากับลูกชายของแม่แน่เลยค่ะ” 

     “ขอบคุณมากค่ะ” ธารดาราตอบกลับ ก่อนจะก้มลงไปมองชุดสูทของตัวเอง ‘ป้าหมิวยังคงปากหวานไม่เปลี่ยน... แต่ก็โชคดีที่จำเราไม่ได้’

     แล้วเมื่อเห็นภัสสรเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ด้านใน ธารดาราจึงนั่งลงไปที่เก้าอี้ตัวเดิม จากนั้นเธอก็เห็นอีกฝ่ายหันไปสั่งจีนผู้หญิงวัยกลางคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับเจ้าตัวให้ขึ้นไปตามเตชินท์ลงมา ก่อนที่ภัสสรจะหันมามองเธอแล้วพูดว่า

     “ติวเตอร์นั่งรอสักครู่นะคะ แม่ให้จีนขึ้นไปตามเตชินท์ลงมาให้แล้ว เจ้าเด็กนี่อีกไม่กี่เดือนก็อาจจะต้องเดินทางไปหาที่เรียนต่อในประเทศอังกฤษแล้ว แต่วัน ๆ เจ้าตัวดีก็เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้อง หนังสือหนังหาไม่รู้ว่าหยิบขึ้นมาอ่านบ้างหรือเปล่า? หรือเอาแต่เล่นเกมส์? 

     ติวเตอร์รู้ไหมคะ หากแม่หรือเพื่อนของเจ้าตัวดีไม่ขึ้นไปลากตัวออกมาจากห้องนะ เชื่อไหม...วันทั้งวันแม่แทบจะไม่ได้เห็นหน้าลูกชายของแม่เลยด้วยซ้ำ เนี่ย....”

     ธารดาราทำเพียงส่งยิ้มให้กับภัสสรพร้อมกับเก็บข้อมูลของเตชินท์จากคำบ่นของอีกฝ่ายไปด้วย ซึ่งเพียงไม่นานเธอก็เห็นคนที่กำลังถูกบ่นเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอแล้ว

     “เต นี่คือติวเตอร์น้ำหวาน! จากนี้เธอจะเข้ามาสอนภาษาให้กับลูก”

     “ติวเตอร์น้ำหวานคะ นี่คือเตชินท์ลูกชายที่แม่เล่าให้ฟังค่ะ จากนี้แม่ขอฝากด้วยนะคะ” 

     ภัสสรหลังจากเอ่ยแนะนำพร้อมกับกล่าวฝากฝังบุตรชายไว้ในมือของครูสอนพิเศษเสร็จแล้ว เธอก็กล่าวขอตัวก่อนจะเดินออกมาจากห้องรับแขกพร้อมกับจีน

     “สวัสดีค่ะเตชินท์ พี่ชื่อน้ำหวานนะคะ สองเดือนหลังจากนี้เรามาพยายามด้วยกันนะคะ” ธารดาราเอ่ยแนะนำตัวกับเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง

     “สวัสดีครับ...พี่น้ำหวาน! เรียกผมว่า ‘เต’ นะครับ สองเดือนหลังจากนี้ผมขอฝากตัวด้วยนะครับพี่”

     “ได้ค่ะ” ธารดาราพูดพร้อมกับยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยตอบกลับเด็กหนุ่มที่ยังคงนั่งส่งยิ้มหวานมาให้กับเธอ

     จากนั้นธารดาราก็เริ่มชวนเตชินท์พูดคุยไปถึงเรื่องความชอบและเรื่องอื่น ๆ ต่ออีกเล็กน้อยเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน แล้วเมื่อเตชินท์เริ่มวางใจเล่าเรื่องส่วนตัวของตนเองออกมา ธารดาราก็เริ่มถามไถ่ถึงพื้นฐานด้านภาษา จากนั้นเธอก็ลองให้เด็กหนุ่มทำแบบทดสอบวัดความรู้ทางภาษาต่อทันที

     ซึ่งในระหว่างการพูดคุย ธารดาราก็คอยจับสังเกตเตชินท์ไปด้วยว่าเด็กหนุ่มจะจำเธอได้หรือเปล่า แล้วคำตอบที่ได้ก็คือ...อีกฝ่ายก็จำเธอไม่ได้เช่นกัน!

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
38 فصول
บทที่ 1 (1/2) : รีบเสนอตัวเอง (1)
      น้ำผึ้งหรือธารดารา รัตนัน ยืนกดกริ่งประตูหน้าบ้านขนาดใหญ่หลังหนึ่ง ซึ่งเพียงไม่นานก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมามองเธอผ่านช่องว่างของซี่รั้วเหล็ก ก่อนจะถามเธอว่า      “คุณมาหาใครหรือคะ?”     “สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อน้ำหวานค่ะ คุณภัสสรนัดให้ดิฉันเข้ามาพบที่นี่ค่ะ”     “คุณคือติวเตอร์น้ำหวานใช่ไหมคะ?”     “ใช่ค่ะ”     “งั้นรอสักครู่นะคะ” พูดจบ หญิงวัยกลางคนก็ขยับเข้าไปเปิดประตูรั้วเหล็ก       เมื่อเห็นดังนั้นธารดาราจึงเดินกลับขึ้นไปนั่งในรถยนต์คู่ใจ ก่อนจะขับเข้าไปจอดที่ลานจอดรถภายในบริเวณบ้านหลังนั้น แล้วในขณะที่เธอกำลังก้มลงไปหยิบกระเป๋าสะพายและกระเป๋าใส่เอกส
اقرأ المزيد
บทที่ 1 (2/2) : รีบเสนอตัวเอง (2)
      โดยในระหว่างที่เตชินท์ก้มลงไปทำแบบทดสอบที่เธอให้ ธารดาราก็ทำเป็นหยิบหนังสือสอนภาษาในกระเป๋าขึ้นมาเปิดอ่าน แต่ความจริงแล้วเธอกำลังแอบใช้ดวงตากลมโตของตนเองลอบมองไปที่เด็กหนุ่มฝั่งตรงข้าม     ‘เตชินท์เป็นคนหน้าตาดี ผิวขาว รูปร่างสมส่วนแบบชายไทย แต่ติดตรงที่ใบหน้าของเจ้าตัวออกไปทางหวานมากเกิน ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะริมฝีปากที่มันออกสีชมพูระเรื่อ หรือไม่...ก็อาจจะเป็นเพราะขนตา ก็ขนตาของเตมันทั้งงอนทั้งยาวเลยหนิ!’ ธารดาราแอบคิดในใจ แล้วก็นึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดในร้านคาราโอเกะเมื่อสามวันก่อน...      วันนั้นหลังจากเลิกงานธารดารากับกลุ่มเพื่อนพากันไปกินเลี้ยงที่ร้านคาราโอเกะ เนื่องในโอกาสที่สถาบันสอนภาษายิ้มรับของพวกเธอเริ่มได้รับผลกำไรตอบกลับมาบ้างแล้ว ซึ่งกว่าจะมีวันนี้พวกเธอทั้งสี่คนก็ผ่านความยากลำบากมาไม่น้อยเลย      แล้วในระหว่างที่ธารดาราเดินออกมาจากห้องร้องคาราโอเกะเพื่อไปเข้าห้องน้ำ เธอ
اقرأ المزيد
บทที่ 2 (1/2) : ไม่ได้แกล้งจริง ๆ (1)
      ธารดาราหลังจากตรวจคำตอบในแบบทดสอบข้อสุดท้ายเสร็จ เธอก็นั่งไล่นับคะแนนไปพร้อมกับไล่ตรวจทานคำตอบในแบบทดสอบฉบับนั้นอีกครั้ง     ‘แปลกแฮะ! ตอนเรียนอยู่ชั้นประถมเตชินท์เป็นเด็กที่เรียนเก่งมากคนหนึ่งเลยไม่ใช่หรือ? ถ้าจำไม่ผิดผลสอบออกมาแต่ละครั้งหากเตไม่ได้ลำดับที่หนึ่งก็ไม่เคยตกลงมาเกินลำดับสามของห้อง แล้วทำไมตอนนี้ถึง...’      “ผมทำคะแนนได้เท่าไหร่หรือครับ...สามสิบแปดส่วนหนึ่งร้อย!”       ธารดารามองเตชินท์ที่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ แล้วเมื่อได้เห็นสายตาและสีหน้าราวกับลูกหมากำลังจะถูกทิ้งของอีกฝ่าย เธอจึงกล่าวว่า     “คะแนนเท่านี้มันก็ไม่ได้ถือว่าแย่มากนะ”      “แต่ผม...อีกไม่กี่เดือนผมก็อาจจะต้องเดินทางไปหาที่เรียนต่อในประเทศอังกฤษแล้วนะครับ แต่ถ้าหากว่าภาษาของผมยังใช้การไม่ได้ แล้วผมจะไปติดต่อสื่
اقرأ المزيد
บทที่ 2 (2/2) : ไม่ได้แกล้งจริง ๆ (2)
      “น้ำผึ้ง! ทำไมวันนี้...หนูถึงแต่งตัวแบบนี้ล่ะลูก?” ธันวามองบุตรสาวคนเดียวของเขาที่กำลังเดินเข้ามานั่งยังโต๊ะกินข้าว เนื่องจากวันนี้อีกฝ่ายสวมแว่นตาหนาเตอะ ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวก็ไม่ใช่คนสายตาสั้น แล้วไหนจะชุดสูทกระโปรงยาวสีน้ำตาลกับทรงผมแสกกลางที่มัดเป็นหางม้าเอาไว้ต่ำ ๆ ตรงกลางหลังนั่นอีก        “ตอนบ่ายฉันก็ตกใจแบบคุณเลยค่ะ นึกว่ามนุษย์ป้าที่ไหนแอบเข้ามาเดินอยู่ในบ้านของเรา”     “แม่อะ...นี่ผึ้งเอง น้ำผึ้งลูกสาวคนสวยของแม่ไงคะ”      “แล้วเป็นอย่างไรบ้างล่ะวันนี้ โดนสองคนนั้นจับได้ไหม?” สายธารเอ่ยถามพร้อมกับตักเต้าหู้ไข่ในแกงจืดไปวางลงบนจานข้าวของสามีและบุตรสาวคนละชิ้น     “ไม่ค่ะ ป้าหมิวกับเตไม่มีใครจำผึ้งได้เลยสักคน”      &nbs
اقرأ المزيد
บทที่ 3 (1/2) : จะช่วยเก็บไว้เป็นความลับ (1)
      แล้ววันแรกของการสอนภาษาให้กับเตชินท์ก็มาถึง หลังจากที่อาทิตย์ก่อนธารดาราได้เข้ามานั่งพูดคุยตกลงเรื่องวัน เวลา และสถานที่สำหรับการเรียนการสอน ซึ่งวันนี้เธอก็มาด้วยการแต่งกายแบบที่ดูน่าเชื่อถือในความคิดของตนเองเหมือนเดิม แต่จะต่างกันก็เพียงแค่สีของชุดเท่านั้น เพราะเธอได้เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองด้วยชุดสูทกระโปรงยาวสีเทา แล้วหลังจากนี้เธอก็ตั้งใจจะแต่งกายแบบนี้มาสอนพิเศษให้กับเตชินท์ทุกครั้ง     ซึ่งเมื่อธารดาราขับรถมาถึงหน้าบ้านของเตชินท์ เธอก็เดินลงมาจากรถแล้วไปกดกริ่ง รอเพียงไม่นานก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาเปิดประตูรั้วให้กับเธอ แล้วหลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เดินตามมาหาเธอที่ลานจอดรถ     “สวัสดีค่ะ หนูชื่อจ๋าเป็นลูกสาวของแม่บ้านจีน ถ้าคุณต้องการอะไรสามารถเรียกใช้จ๋าได้เลยนะคะ”      “สวัสดีค่ะจ๋า อย่างนั้นสองเดือนหลังจากนี้ น้ำหวานก็ขอรบกวนด้วยนะคะ” ธารดาราตอบกลับ ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในตัวบ้าน 
اقرأ المزيد
บทที่ 3 (2/2) : จะช่วยเก็บไว้เป็นความลับ (2)
      จนเวลาผ่านล่วงเลยไปถึงบ่ายสามโมง ภัสสรที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงบ้าน เธอก็เดินขึ้นไปดูครูสอนพิเศษกับบุตรชายบนห้องนอนของเจ้าตัว แล้วเมื่อเห็นว่าเตชินท์กำลังตั้งใจเรียน ภัสสรจึงอยู่พูดคุยกับคนทั้งคู่เพียงเล็กน้อย จากนั้นเธอก็ขอตัวกลับลงมาจัดการงานของตนเองต่อด้านล่าง       พอถึงเวลาหกโมงเย็น ธารดาราก็กล่าวลาภัสสรกับเตชินท์เพื่อขอตัวกลับบ้าน ซึ่งคนทั้งคู่ก็ได้เอ่ยชวนเธอให้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนกลับ แต่ก็ด้วยเพราะที่บ้านของธารดารามีกฎว่าหากไม่ติดธุระหรือมีนัดสังสรรค์ ทุกคนจะต้องกลับไปทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านทุกวัน ซึ่งกฎประจำบ้านของธารดาราข้อนี้สองคนตรงหน้าต่างก็รู้ดี เธอจึงไม่สามารถหยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดได้ ธารดาราก็ได้แต่หาข้ออ้างอย่างอื่นมาใช้กล่าวปฏิเสธคนทั้งคู่ ก่อนที่เธอจะขอตัวกลับออกมาจากบ้านหลังนั้นได้แบบเนียน ๆ         หลังจากวันนั้นชีวิตของธารดาราก็เริ่มเปลี
اقرأ المزيد
บทที่ 4 (1/2) : ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด (1)
      ธารดาราที่ยังคงตกใจ เพราะอยู่ดี ๆ เธอก็ได้รับคำตอบในเรื่องที่ตนเองสงสัยมาโดยตลอดอย่างไม่คาดคิด แต่เมื่อเธอได้ยินคำถามและได้เห็นสายตาที่แสดงออกว่าเจ้าตัวเริ่มไม่พอใจแล้วจากเตชินท์ เธอก็รีบดึงสติแล้วตอบคำถามเด็กหนุ่มกลับไปว่า     “เปล่าค่ะ พี่ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น! แต่ทำไมเตถึงคิดว่า...พี่จะต้องคิดแบบนั้นกับเตด้วยล่ะคะ?”     “ก็อาจจะเป็นเพราะผมหน้าหวาน แล้วคนที่เพิ่งรู้จักกับผมส่วนใหญ่ก็มักจะคิด และมองผมว่าเป็นแบบนั้นด้วย ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้คนภายนอกคิดแบบนั้นกับผม...มันก็อาจจะมาจากตัวผมเอง เพราะที่ผ่านมาผมยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคนมั้งครับ”      “แล้วทำไมเตถึงยังไม่เคยมีแฟนเลยล่ะคะ?” ถามจบ ธารดาราก็เห็นความสั่นไหวในแววตาของเตชินท์ เธอจึงรีบพูดต่อทันทีว่า     “เออ...ถ้าไม่สะดวกที่จะตอบ เตไม่ต้องตอบพี่ก็ได้นะคะ”  
اقرأ المزيد
บทที่ 4 (2/2) : ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด (2)
      ธารดาราเงยหน้าขึ้นมาจ้องเตชินท์ หลังจากได้ยินคำถามของอีกฝ่าย       “ผมขอโทษครับ พอดีผมมีแต่เพื่อนผู้ชาย ผมก็เลยไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้...ผมสามารถถามกับพี่น้ำหวานได้หรือเปล่า?”      พอได้เห็นสีหน้าราวกับลูกหมากำลังจะถูกทิ้งของเตชินท์อีกครั้ง ธารดาราจึงได้ถอนหายใจออกมา ก่อนที่เธอจะตอบกลับอีกฝ่ายไปว่า     “พี่เคยจูบค่ะ แต่...” พูดยังไม่ทันจบ เตชินท์ก็ถามแทรกขึ้นมาเสียก่อน     “จูบตอนไหน? แล้วมันเป็นใครครับ!”      “เออ...ผมขอโทษ พอดีผมฟังแล้วรู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปหน่อยน่ะครับ คือผมยังไม่เคยไปจูบกับใครเลย แต่พี่...พี่เคยไปจูบกับคนอื่นมาแล้ว! พอได้รู้มันก็เลย...”     “พี่ว่า...เรากลับมาสนใจเรื่องเรียนกันต่อดีกว่าค่ะ?”  
اقرأ المزيد
บทที่ 5 (1/2) : เธอคือคนที่ล้ำเส้น (1)
      ธารดาราก้าวขาออกจากรถยนต์คู่ใจ แล้วมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วซี่เหล็กบานใหญ่หน้าบ้านของเตชินท์เพื่อเตรียมที่จะกดกริ่ง แต่ผ่านมาได้สักพักเธอก็ยังไม่ยกมือขึ้นไปกด เพราะตอนนี้ในใจของธารดารามันคิดแค่เพียงว่า...     ‘ทำไมวันเสาร์มันจึงได้เวียนมาถึงเร็วนักนะ!’      นั่นก็เพราะในอาทิตย์ที่ผ่านมาคำขอแปลก ๆ ของเตชินท์มันยังคงวนเวียนเข้ามาในความคิดของธารดาราอยู่บ่อยครั้ง แล้วยิ่งเด็กหนุ่มได้แอบไปเพิ่มเพื่อนในโปรแกรมส่งข้อความกับเธอ แต่ก็ยังดีที่อีกฝ่ายไม่เคยส่งสติ๊กเกอร์หรือส่งข้อความอะไรเข้ามาพูดคุยกับธารดาราเลยสักครั้ง     แล้วก็โชคดีที่เตชินท์แอบไปเพิ่มเพื่อนกับบัญชีที่มีชื่อว่า...น้องยิ้ม!       เนื่องจากธารดารามีบัญชีในโปรแกรมส่งข้อความอยู่สองบัญชี นั่นก็คือบัญชีที่มีชื่อว่าน้ำผึ้งหวาน...โดยบัญชีนี้มีข้อมูลตัวตนที่แท้จริงของเธออยู่ กับบัญ
اقرأ المزيد
บทที่ 5 (2/2) : เธอคือคนที่ล้ำเส้น (2)
      “นี่เรียกว่าจูบหรือครับ? แบบนี้มันเหมือนกับที่ผมเคยเห็นเด็กอนุบาลจุ๊บกันที่หน้าโรงเรียนเลยครับพี่ เออ...จริงด้วย ผมก็ลืมไปเลยว่าพี่น้ำหวานเสียจูบแรกตอนเมา แต่ผมว่าจูบครั้งนั้น...พี่อย่านับมันเลยดีกว่าครับ     พี่น้ำหวานมาดูนี่สิครับ...วันนั้นเพราะพี่ไม่ยอมตอบ ผมก็เลยลองไปศึกษาวิธีการจูบแบบคนรักกันมา คลิปนี้เห็นวิธีการจูบแบบชัดมากเลยครับพี่”      แม้จะรู้สึกโกรธแต่ธารดาราก็ยอมขยับเข้าไปดูคลิปวีดีโอในโทรศัพท์มือถือของเตชินท์ ซึ่งภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็คือชายหญิงคู่หนึ่งกำลังยืนจูบกันแบบดูดดื่มท่ามกลางวิวทะเลยามค่ำคืน โดยความยาวของคลิปวีดีโอนั้นกินเวลาไปถึงห้านาที ซึ่งตลอดทั้งห้านาทีคนทั้งสองในคลิปก็เรียกได้ว่า...แทบจะกลืนกินปากกันเลยก็ว่าได้     หลังจากที่คลิปวีดีโอนั้นจบลงเตชินท์ก็เก็บโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยประโยคระคายหูของธารดาราขึ้นมาอีกครั้งว่า  &
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status