Masukตกเย็น
“หาววว...คุณกิตติ์!!!”
หญิงสาวที่กำลังอ้าปากกว้างจากหาวเพราะกำลังตื่นนอน กลับต้องเบิกตากว้างตกใจรีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างไวพร้อมกับร้องเสียงออกมา เมื่อเห็นว่าข้างกายของเธอนั้นมีร่างแกร่งนอนจ้องมองมาเธออยู่แล้ว
“ก็ฉันนะสิ เธอเห็นเป็นใครล่ะ” ปกรณ์กิตติ์ได้แต่ลุกขึ้นนั่งตาม แล้วยังคงนั่งจ้องมองเธอด้วยท่าทีที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ก่อนที่จะเอ่ยตอบด้วยวาจาที่กวนชวนให้เธอโมโห
“นี่คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไงกันคุณกิตติ์” หญิงสาวยิงคำถามใส่เขาออกไปด้วยใบหน้าที่งุนงง เพราะเธอตกใจไม่น้อยที่เห็นเขาอยู่ที่นี่ในห้องของเธอ เขาเข้ามาตั้งแต่ตอนไหนแล้วทำไมเขาถึงเข้ามาที่ห้องของเธอได้ แถมยังจะมานอนอยู่บนเตียงเดียวกันกับเธออีก ทั้ง ๆ ที่ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยคิดที่จะย่างกรายเข้ามาเหยียบในพื้นที่ตรงนี้เลยสักครั้ง ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ห้องนี้เขาก้ไม่เคยได้เข้ามา
“นี่เธอลืมไปแล้วหรือยังไง ว่าบ้านหลังนี้มันเป็นบ้านของใคร ยัยแป้งเน่า” เขาถามเธอกลับไปบ้าง
แถมยังยื่นใบหน้าหล่อเข้าไปใกล้ ๆ กันกับใบหน้าของเธออีก จนศิรดาต้องเอียงหน้าหนีหลบไปทางอื่น และก็ต้องนอนราบลงไปกับที่นอนอีกครั้ง เมื่อดันเข้ามาประตัวแล้วร่างแกร่งก็ตามมาทาบทับเธอไว้
“ทะ ทำอะไร” เธอถามเขาออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เพราะกำลังรู้สึกประหม่าที่ถูกเขาจู่โจมเธอออกมาแบบนี้
“อยู่เฉย ๆ ฉันแค่จะแตะดูว่าตัวเธอร้อนมีไข้ขึ้นอีกหรือเปล่า ก็แค่นั้นเอง” ปกรณ์กิตติ์ยื่นมือขึ้นไปแตะที่่หน้าผากมนของเธอ และแตะสลับกับหน้าผากของตัวเขาเอง เพื่อเป็นการเทียบอุณหภูมิในร่างกายเธอ
“...” ศิรดาเอาแต่เม้มปากแน่น มองดูการกระทำของเขาที่ปฏิบัติต่อเธอในตอนนี้ มันช่างอ่อนโยนเสียเหลือเกิน ทำเอาใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ
“ตัวก็ไม่ได้ร้อนแล้วนะ แต่ทำไมหน้าเธอถึงได้แดงขนาดนี้” ปกรณ์กิตติ์เอ่ยแซวขึ้นมา เมื่อเห็นท่าทีที่นิ่งไปของเธอ
“ก็ อื้อ...”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยประท้วงอะไรขึ้น ปากหยักก็ก้มลงมาประกบจูบปิดปากของเธอเข้าเสียแล้ว และเธอเองก็ยอมเผยอปากขึ้นรับจูบจากเขาอย่างรู้งาน โดยที่ไม่ต้องรอให้เขาบอก
“อื้ม...” เสียงครางสุขสมเปล่งอยู่ในลำคอของคนเหนือร่างอย่างพึงพอใจ เมื่อได้เข้าไปกวาดชิมความหวานจากโพรงปากนุ่มนี้อีกครั้ง
จนกระทั่ง!!!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ทำให้จูบแสนหวังของทั้งคู่ต้องชะงักลงไม่เป็นท่า และปกรณ์กิตติ์ก็ยอมผละจูบออกอย่างแสนเสียดาย ทั้งคู่หันไปมองที่ทางประตูพร้อมกัน
“แป้ง...ตื่นหรือยัง? ลุงทัศน์แกให้มาตามลงไปกินข้าวพร้อมกัน” เป็นเสียงของปิ่นมุกที่ดังเข้ามาจากทางด้านนอกห้อง
“ตะ ตื่นแล้วปิ่น กำลังจะอาบน้ำ ปิ่นบอกลุงทัศน์ให้กินไปก่อนได้เลยนะไม่ต้องรอ เดี๋ยวเสร็จแล้วเราจะตามลงไปทีหลังนะ” ศิรดาตะโกนบอกออกไปกับคนที่อยู่ด้านนอก
“...” ปกรณ์กิตติ์ไม่พูดอะไร แต่กับจ้องมองคนใต้ร่างที่กำลังเลิกลั่กทำตัวไม่ถูกอย่างนึกชอบใจ เธอเป็นแบบนี้แล้วดูเป็นสาวน้อยผู้น่ารักขึ้นมาทันที
“มะ มองทำไม ลุกออกไปได้แล้ว เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาเห็นหรอก ว่าคุณเข้ามาอยู่ในห้องของฉัน” เธอดันอกแกร่งเอาไว้ แล้วบอกให้เขาลุกออกไปจากตัวเธอ
นอกจากปกรณ์กิตติ์ยังไม่ยอมทำตามที่เธอบอกแล้ว เขายังตีมึนจับมือของเธอไปสัมผัสที่เป้าของเขา ที่ตอนนี้ตัวตนกำลังพองขยายอยู่ภายใต้กางเกงบอกเซอร์เนื้อดีที่เขานุ่งเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขอเธอออกไปตามตรง แบบไม่สนแล้วว่าเธอจะมองเขาเป็นคนแบบไหน
“สักรอบก่อนได้หรือเปล่าแป้ง ตอนนี้มันแข็งแล้ว” เสียงกระเส่าเอ่ยขึ้นราวพร้อมกับสายตาที่จ้องมองหน้าเธอด้วยความปรารถนา
“นี่คุณ...จะบ้าหรือไง” ศิรดาเบิกตากว้าง ต่อว่าเขาออกไปทันที คนอะไรหื่นกามได้ตลอดเวลา
“ใช่! ฉันมันบ้าไปแล้วแป้ง” เขายอมรับออกไปตามตรง เพราะเขาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ หลังจากที่คืนนั้นเขามีความสัมพันธ์กับเธอ ร่างกายของเขาก็เอาแต่เรียกร้องหาอยู่ตลอดเวลา
“คุณไปตายอดตายอยากมาจากไหนกัน ทำไมถึงได้หื่นขนาดนี้” ศิรดายังคงต่อว่าเขาออกมา
“เพราะเธอนั่นแหละแป้ง”
“ฉัน?” เธอได้แต่เลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ ที่เขาบอกว่าเธอเป็นสาเหตุให้เขาต้องเป็นแบบนี้ แล้วเธอไปทำอะไรให้ ทำไมเขาต้องมาโทษแต่เธอ
“ฉันยอมรับนะ ว่าเมื่อก่อนฉันก็ไม่เป็นคนติดเซ็กส์ถึงขนาดนี้ แต่พอฉันมีอะไรกับเธอตั้งแต่คืนนั้น ร่างกายของฉันมันก็มีแต่ความต้องการอยู่ตลอดเวลาที่เห็นหน้าเธอ เพราะฉะนั้น เธอต้องรับผิดชอบฉันนะแป้ง” เขายอมบอกเธอออกไปตามตรง โดยไม่กลัวที่่จะอายอะไรแล้ว เพราะเขามีความต้องการมากจริง เมื่ออยู่ใกล้กับเธอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความสดใส หรือว่าจาการห่างหายไปนาน ถึงทำให้เขาติดรสเซ็กส์ได้มากถึงเพียงนี้ เขาถึงต้องอยากพิสูจน์ตัวเขาเองว่าสิ่งที่เขาต้องการนี้คืออะไรกันแน่
“ระ รับผิดชอบอะไร”
“นอนกับฉัน ให้ฉันเอาเมื่อไหร่ก็ได้เท่าที่ฉันต้องการ” เขาพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการให้เธอฟังออกไปทันที
“บ้าไปแล้วหรือไงคุณกิตติ์ คุณไม่ทำการทำงานบ้างหรือไง ในสมองถึงเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องพวกนี้ อีกอย่างฉันว่าเราควรยุติเรื่องราวทุกอย่างลงเพียงเท่านี้จะดีกว่านะคุณกิตติ์”
ศิรดาที่ได้ยินดังนั้น ก็เอาแต่ต่อว่าเขาออกไปเสียยกใหญ่ แล้วเธอจึงบอกถึงความต้องการของเธอบ้าง เพราะเธอไม่อยากเป็นคนที่ไม่รู้บุญคุณคน
“ทำไมล่ะแป้ง” เขาถามอย่างตัดพ้อ ที่เธอกำลังจะขอยุติความสัมพันธ์ทางกายนี้ลง
“เพราะฉันเป็นลูกบุญธรรมของพ่อคุณไงคุณกิตติ์”
“ลูกบุญธรรมบ้าบออะไรว่ะ เอกสารเซ็นรับรองบุตรอะไรก็ไม่มีสักอย่าง มันเป็นเพียงแค่ลมปากที่มาจากปากของพ่อฉันเพียงคนเดียวแค่นั้นแหละ เพราะฉันเองไม่เคยเห็นด้วยที่จะเอาเธอมาเป็นน้องบุญธรรมตั้งแต่แรกแล้วไหม” เขาสวนเธอขึ้นมาทันควัน เพราะเขาเองไม่เคยยอมรับเธอเป็นน้องสาวบุญธรรมตั้งแต่แรกแล้ว และอีกอย่างเขาและเธอก็ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน คงไม่ผิดที่เขาจะมีอะไรกับเธอ เขายอมรับว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว เพราะว่าเขาต้องการร่างกายของเธอจริง
“ไม่ให้เป็นน้องบุญธรรม แล้วคุณจะให้ฉันเป็นอะไรสำหรับคุณล่ะ คุณกิตติ์” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“เป็น? เอ่อ เป็น? จ๊วบบบบ”
ปกรณ์กิตติ์ได้แต่อ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก จึงได้ตัดสินใจก้มลงประกบจูบปากนุ่มของเธอในทันที เพราะไม่ชอบใจเอาเสียเลย ที่เธอชอบพูดแต่คำเดิม ๆ ประโยคเดิม ๆ ที่เขาไม่ค่อยอยากได้ยินมันนัก
“เป็นอะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่น้องสาวของฉัน” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นราวกับกระซิบ
“คุณกิตติ์...”
ปากหยักก้มลงประกบจูบปากของเธออีกครั้ง จนทั้งคู่ไม่อาจจะต้านความต้องการ ความโหยหาของกันและกันได้อีด กระทั่งบทเพลงรักก็เริ่มขึ้นในเวลาต่อมา...
บทส่งท้าย(จบ)อะแฮ่ม!!!“พ่อให้แกมารับตัวน้องไปทำพิธี แต่แกยังมาแอบรังแกน้องอยู่อีกนะไอ้กิตติ์” สุทัศน์ที่เข้ามาขัดจังหวะนั้น ก็ได้แต่ตำหนิลูกชายออกไป“ก็เมียผมสวยใครจะอดใจไหวละ” ถึงเขาจะหันมาพูดกับผู้เป็นพ่อ แต่สายตากับคำพูดก็ยังคงจดจ่อและเชยชมเพียงแค่ศิรดาไม่อาจจะละไปทางอื่นเลย“อดทนไม่ไหวก็ต้องอดทน เพราะหลานพ่อยังอยู่ในท้อง รีบพากันออกมาทำพิธีได้แล้ว” สุทัศน์พูดแล้วก็เดินออกไปทันที**พิธีการของทั้งคู่ก็จบในเวลาอันรวดเร็ว เพราะเป็นพิธีที่จัดกันแบบเรียบง่าย มีเพียงแค่การสวมแหวนต่อหน้าแขกเหรื่อที่เชิญมาเป็นสักขีพยานและเก็บภาพของทั้งคู่ไว้เท่านั้น“ปิ่น! เดี๋ยวพาคนขึ้นไปช่วยขนย้ายของในห้องแป้งไปไว้ที่ห้องฉันด้วยนะ” ปกรณ์กิตติ์สั่งการขึ้นมาทันที ที่ทำพิธีมงคลจบ ก่อนที่เขาจะพาศิรดาไปเปลี่ยนเป็นชุดที่ใส่สบายกว่านี้“ผมอาสาไปช่วยปิ่นเองนะครับนาย” กันตธีร์เอ่ยขึ้นมาทันที และขันอาสาที่จะไปช่วยเอง โดยที่ยังไม่มีใครเอ่ยสั่งเลย“ตามสบายเลย” ปกรณ์กิตติ์ที่รู้ดีความคิดของกันตธีร์ดี จึงทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับรู้“ทำไมต้องย้ายด้วย แป้งว่าห้องแป้งก็ดีอยู่แล้ว” ศิรดาถามคนข้าง ๆ ออกไปอย่างไม่เข้าใจ
งานหมั้น“แล้วเรื่องหมั้น...” สุทัศน์จึงเริ่มเอ่ยถึงเรื่องหมั้นหมายอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเรื่องของลูกชายกระจ่างชัดแน่แล้ว“ไม่มีเรื่องหมั้นหมายอะไรทั้งนั้นแหละ แป้งท้องกับผมอยู่ พ่อยังอยากจะให้แป้งหมั้นอยู่อีกเหรอครับ” ปกรณ์กิตติ์พูดขึ้นอย่างน้อยใจ ที่ผู้เป็นพ่อพูดถึงหมั้นหมายอีกแล้ว“ไอ้กิตติ์!”ทุกคนต่างก็เรียกชื่อเขาออกมาพร้อมเพียงกันแบบไม่ได้นัดหมาย“คุณกิตติ์ฟังคุณทัศน์พูดให้จบก่อนสิค่ะ อย่าพึ่งใจร้อน” แก้วตาจึงเป็นพูดขึ้นมาบ้าง เพราะเป็นคนที่ปกรณ์กิตติ์ยอมเชื่อฟัง“มึงหัดฟังที่คนอื่นพูดให้จบบ้างเถอะไอ้กิตติ์ ก่อนที่จะเอะอะโวยวายไม่มีสาเหตุแบบนี้” อัคนีพูดเสริมขึ้นมาอีกคน“ก็พ่อยังพูดถึงเรื่องหมั้น...”“เรื่องที่พ่อจะพูดคือเรื่องหมั้นหมายของแกกับแป้งไงกิตติ์ ตกลงแกไม่อยากหมั้นใช่ไหม” สุทัศน์จึงรีบพูดเพราะลูกชายไม่ยอมเชื่อฟังใครเลย“หมั้นครับ หมั้นครับ ผมยินดีหมั้นกับแป้งตอนนี้เลย” ปกรณ์กิตติ์ตอบทันที“ทีนี้ทำมาเป็นใจร้อนนะ ถ้าอย่างนั้นก็พาน้องไปแต่งตัว จะได้รีบมาทำพิธี” สุทัศน์จึงเอ่ยแซวลูกชายออกไป แล้วรีบบอกให้ทั้งไปเตรียมตัวมาเข้าพิธีที่พวกเขาได้จัดเตรียมไว้รอตั้งแต่เมื่อวาน“คร
ผมทำแป้งท้อง“แล้วแกจะเอายังไงกับเรื่องนี้ไอ้กิตติ์” สุทัศน์ถามลูกชายขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างยังไม่กระจ่างชัดเจน“ผมยังยืนยันคำเดิมครับพ่อ ว่าผมจะอยู่กับแป้ง และจะไม่ยกเมียตัวเองให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น” เขายังยืนกรานคำเดิม“คำก็เมียสองคำก็เมีย มีอะไรมายืนยันหรือพิสูจน์ไหม ว่าน้องแป้งเป็นเมียมึง” อคิราห์พูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง เพราะนึกหมั่นไส้เพื่อนขึ้นมามืออีกข้างของปกรณ์กิตติ์ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง แล้วหยิบอะไรบางอย่างที่เขาเก็บเอาไว้ออกมา ก่อนที่จะส่งให้ผู้เป็นพ่อดูเต็มตา“นี่ไงครับ ถ้าพ่อและทุกคนไม่เชื่อที่ผมพูด...”“สีแดงสองขีด” สุทัศน์พูดออกมาตามสิ่งที่เห็นอยู่ในมือ“นายติดโควิดเหรอครับ” กันตธีร์ที่เดินเข้ามาทันได้ยินและเห็นเหตุการณ์พอดีจึงพูดขึ้นมาบ้าง เพื่อทำลายสถานการณ์น่าอึดอัดนี้“มึงออกไปเลยนะไอ้กันต์ ก่อนที่กูจะยิงมึงไส้แตก” ปกรณ์กิตติ์หันไปตวาดใส่ลูกน้องคนสนิทอย่างเหลืออดที่เล่นมุขไม่รู้จักเวลา“ของใครกันแน่?” สุทัศน์ถามลูกชายออกไปอย่างใจเย็น เพราะต้องการความชัดเจนและอยากได้ยินความจริงจากปากของลูกชายมากกว่า“ของแป้งครับ ผมทำแป้งท้อง” ปกรณ์กิตติ์ตอบผู้เป็นพ่ออ
แป้งเป็นเมียผมสวนปกรณ์กิตติ์“นาย กลับมาสักทีนะครับ รู้ไหมว่าผมโดนคุณทัศน์สวดทั้งคืนเลย” กันตธีร์รีบรายงานทันที ที่ปกรณ์กิตติ์เปิดประตูลงมาจากรถทางฝั่งของคนขับตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงวันแล้ว ภายในบริเวณลานบ้านนั้นยังมีรถจอดอยู่สองสามคัน และคันที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก็คือรถของเพื่อนแฝดเขานั้นเองที่ยังคงจอดอยู่ก็แหง่ละ เพราะว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของเพื่อนเขาที่จะเข้าพิธีหมั้น แต่เขากลับฉุดว่าที่คู่หมั้นของเพื่อนไปตั้งแต่เมื่อวาน และพึ่งจะกลับมาเอาตอนนี้เขารู้ดีว่ากลับมาต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่เขาก็เตรียมใจเอาไว้แล้วแหละ และก็จะน้อมรับทุกการกระทำของต้นเอง“...” ปกรณ์กิตติ์ได้แต่มองหน้าลูกน้องคนสนิทแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขารีบสาวเท้ายาวเดินไปทางฝั่งตรงข้ามของคนขับ“คุณแป้ง! ผมช่วยครับนาย” กันตธีร์กำลังจะเดินไปทางที่ศิรดาลงมาจากรถ“ไม่ต้อง เมียฉัน ฉันดูแลเองได้” แต่ถูกผู้เป็นเจ้านายสั่งห้ามเอาไว้เสียก่อน“แหม่ ตอนนี้กล้าเรียกเมียได้เต็มปากเต็มคำเลยนะครับ” กันตธีร์ยกยิ้มอย่างพอใจ ดีใจที่ปกรณ์กิตติ์รู้ใจตัวเองสักที และก็ไม่ลืมที่จะพูดจาเหน็บแนมแซวผู้เป็นเจ้านาย“หุบปากของนายไปเลยไอ้กันต์
พี่โคตรดีใจเลยรุ่งเช้าเสียงดังรบกวนออกมาจากห้องน้ำ ทำให้ปกรณ์กิตติ์ต้องลืมตื่นขึ้นมา แล้วรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที เพราะบนที่นอนนั้นข้างกายไร้เงาของศิรดาที่เขากอดมาตลอดคืน“แป้ง”“พี่กิตติ์” เสียงอ่อนล้าเอ่ยเรียกเขาตอบ พร้อมกับใบหน้าอิดโรยซีดเผือกไร้ชีวิตชีวา มองเขาด้วยสายตาปรือปรอยไร้เรี่ยวแรงยืนเกาะขอบอ่างล้างหน้าอยู่ปกรณ์กิตติ์เมื่อเห็นสภาพไม่สู้ดีของศิรดา จึงรีบเข้าไปช่วยพยุงเธอไว้ พาเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วคอยถามไถ่เธอด้วยความเป็นห่วง“เป็นอะไรไป เดินไหวไหม” เดินไปได้เพียงแค่สองสามก้าว เขาก็เอ่ยถามขึ้นอีก และนึกโทษตัวเองขึ้นมาทันที ที่เมื่อคืนเขาเอาแต่ใจตัวเอง กว่าจะยอมปล่อยให้เธอได้พักผ่อนเวลาก็ล่วงเลยเข้ามาสู่วันใหม่แล้ว“ไหว แป้งแค่มึนหัวนิดหน่อยเหมือนบ้านกำลังหมุนเลยพี่กิตติ์” เธอหันมาตอบเขาเสียงแผ่วเบา และพยายามประคองตัวเองเดินไปที่เตียงต่อ“เดินไหวหรือเปล่า พี่ช่วยนะเดี๋ยวจะล้มเอา” ปกรณ์กิตติ์คอยช่วยประคองและพาเธอเดินช้า ๆ ไปนั่งที่เตียงก๊อก ก๊อก ก๊อกเป็นเสียงของคนมาเคาะประตูหน้าห้องที่ด้านนอก ทั้งคู่มองสบตากันอย่างงุนงง ก่อนที่ปกรณ์กิตติ์จะนึกขึ้นได้ว่าน่าจะเ
สัมผัสรักNC“พาแป้งเข้ามาที่นี่แล้ว พี่จะไม่...” พูดแล้วศิรดาก็เป็นฝ่ายผลักเขาให้นอนลง แล้วเธอก็ตามขึ้นไปทาบทับทันทีการกระทำของศิรดาในตอนนี้ ทำเอาปกรณ์กิตติ์ยกยิ้มขึ้นมาอย่างชอบใจ เมื่อถูกเธอขึ้นจู่โจมแบบนี้ จึงยกมือขึ้นโอบเธอทันที ก่อนที่จะเอ่ยแซวเธอออกไป“อยากหรือ? แป้งยั่วพี่ก่อนนะ” เสียงนุ่มเอ่ยบอก พร้อมกับมืออีกข้างยกขึ้นมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปิดหน้าออกให้เธอและลูบศีรษะเบา ๆ อย่างอ่อนโยน“แล้วพี่ชอบหรือเปล่า” เธอเอ่ยถามอย่างท้าทายพร้อมกับสายตาที่มองเขาอย่างยั่วยวน“ยั่วอีกสิที่่รัก เราจะได้มาพิสูจน์ความทนทานของเตียงที่นี่ ว่าดีเหมือนที่เตียงห้องแป้งไหม” เขาเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า เอ่ยแซวเธอกลับไปเช่นกัน“เจ้าเล่ห์”“แต่แปลกเนอะ เราเอากันทุกคืนแต่ทำไมพ่อถึงไม่รู้เรื่องของเราเลย ทั้ง ๆ ที่พี่ก็กระแทกแรงสะขนาดนั้น” เขาพูดออกมาด้วยใบหน้าและท่าทีที่มีความสุข ราวกับว่าเป็นเรื่องตลกเสียอย่าง“พี่กิตติ์”ศิรดาจึงได้แต่เอ็ดเขา ที่เขาพูดจาทะลึ่งออกมาต่อหน้าเธอแบบไม่รู้สึกกระดากปากตัวเองเลยสักนิด เหมือนกับว่าเป็นคำพูดที่พูดประจำในชีวิตประจำวันอย่างนั่นแหละ“พี่พูดจริง ๆ นะ พี่อยากให้พ่อจับเรื่องข







