ログイン“ข้าคือแม่ทัพเฉินฮ่านฮุย เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์หวาง แต่ข้าไม่ยักรู้มาก่อนว่าท่านอาจารย์มีหลานสาวด้วย?” ท่านเฉินพูดความสงสัยของตนออกมา
ท่านแม่ทัพหวางที่ยืนฟังเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ ห่าง ๆ เมื่อได้ยินคำถามจากแม่ทัพเฉินผู้ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของตนเช่นนั้น ก็เห็นว่าท่าไม่ดีที่จะปล่อยให้ซูลี่เป็นผู้ตอบคำถามเอง เพราะเกรงว่านางจะตอบให้เขารู้ถึงบางอย่างที่เขาไม่ควรรู้ ท่านแม่ท่านทัพหวางจึงเดินเข้าไปแทรกกลางบทสนทนานั้น และเป็นผู้ตอบคำถามแทนนาง
“นางคือลูกสาวของน้องสาวของข้าที่อาศัยอยู่ แดนไกล ตอนนี้ข้ารับนางมาเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อให้นางเป็นผู้สืบทอดตระกูลหวางของข้าเอง”
ท่านแม่ทัพเฉินก็คล้ายความสงสัยของตนเองออกมาทันที
“งั้นข้าขอตัวลาก่อน” ท่านแม่ทัพเฉินกล่าวลาท่านแม่ทัพหวางและซูลี่ ก่อนเดินออกมาเขาได้มองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก จนทำให้ท่านแม่ทัพหวางที่สังเกตเห็นสายตาคู่นั้นที่แม่ทัพเฉินมองไปที่ซูลี่ เขาก็เริ่มรู้สึกเกิดความกังวลขึ้นมาทันที
“หรือว่าเฉินฮ่านฮุยผู้นี้ จะเป็นคนที่ซูลี่กุมชะตาของเขาอยู่เช่นกัน” ท่านแม่ทัพหวางคิดในใจด้วย ความกังวล
ช่วงบ่ายของวัน
ซูลี่เริ่มรู้สึกเบื่อกับการนั่ง ๆ นอน ๆ และเดิน ๆ อยู่ในจวนของตระกูลหวางแห่งนี้ นางพรางคิดในใจว่าไหน ๆ ก็ได้ข้ามพบมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ก็ขอออกไปเที่ยวเล่นให้สนุกหน่อยก็แล้วกัน
“ข้าอยากออกไปข้างนอก เจ้าช่วยพาข้าไปหน่อยสิ?” ซูลี่หันไปบอกตงตงที่กำลังเก็บกวาดห้องให้กับนาง
“คุณหนูอยากไปที่ไหนล่ะคะ?” ตงตงถามซูลี่กลับไป
“เอ่อออออ...ไปไหนดีน่า? ไปไหนดี?” ซูลี่นั่งครุ่นคิดอยู่สักครู่ใหญ่ ๆ แต่สุดท้ายนางก็คิดไม่ออก
“ก็คนมันไม่ค่อยได้อ่านประวัติศาสตร์จีนโบราณมาก่อนนี่น่า แล้วฉันจะรู้ไหมเนี่ยว่าปกติคนที่เขาย้อนยุคมาจีนโบราณเขาจะออกไปเที่ยวไหนกัน?” ซูลี่บ่นกับตัวเองเป็นภาษาไทยเบา ๆ
ทำให้ตงตงที่ได้ยินเข้าก็ทำหน้างงขึ้นมา “คุณหนูพูดอะไรแปลก ๆหรือคะ?”
“อ่อ! คิดออกแล้ว งั้นไปตลาดกันเถอะ” แล้วซูลี่ก็นึกออกทันที อย่างน้อย ๆ ที่นี่ก็ต้องมีตลาดแหละน่า
“ได้ค่ะ”
ตงตงพาซูลี่ก็มาเดินเที่ยวตลาดที่อยู่ไม่ห่างจากจวนของตระกูลหวางมากนัก ตลาดแห่งนี้ดูแปลกตากับโลกปัจจุบันมาก ที่นี่ตั้งแผงขายแผงเดียวก็สามารถขายของได้แล้ว แถมราคาก็ถูกแสนถูก ถ้านำเงินจากโลกปัจจุบันมาซื้อของที่นี่ได้ เธอคงกลายเป็นเศรษฐีนีโดยไม่ต้องพึ่งใบบุญของตระกูลหวางเลยทีเดียว
และระหว่างที่ซูลี่กำลังเดินเพลิดเพลินกับการซื้อของและชื่นชมตลาดแห่งนี้อยู่นั้น
จู่ ๆ
กระเป๋าใส่เงินเล็ก ๆ ในมือของนางก็ถูกกระชากออกไป
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” ตงตงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ซูลี่ก็กรี๊ดร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่สาวไทยผู้ใจกล้าอย่างซูลี่กลับไม่ยืนกรี๊ดเฉย ๆ เหมือนหญิงสาวธรรมดาทั่วไปแห่งยุคนี้ นางก็กลับออกวิ่งตามหลังของขโมยคนนั้นไปทันที
ท่านแม่ทัพหลี่ที่บังเอิญขี่ม้าผ่านมาแถวนี้พอดี เมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดดังขึ้นกลางตลาด เขาจึงรีบขี่ม้าเข้าไปหาตนต่อทันที
และเมื่อมาถึงท่านแม่ทัพหลี่ก็ได้พบกับตงตงที่กำลังยืนกรี๊ดร้องด้วยความตกใจ
“เจ้าเป็นคนของท่านลุงหวางนี่? เกิดอะไรขึ้น?” ท่านแม่ทัพหลี่ถามนางขึ้น ทำให้ตงตงได้สติ และรีบพูดกับท่านแม่ทัพหลี่กลับไป
“ท่านแม่ทัพหลี่ ช่วยด้วยค่ะ ขโมยมันวิ่งมากระชากกระเป๋าใส่เงินของคุณหนูซูลี่ไป ตอนนี้คุณหนูออกวิ่งตามหลังขโมยคนนั้นไปแล้วค่ะ ข้ากลัวว่าคุณหนูจะเกิดอันตราย” ตงตงพูดขึ้นด้วยเสียงร้อนรนใจ
“คุณหนูซูลี่ของเจ้านี่ช่างไม่กลัวอะไรเลยเสียจริง” เมื่อพูดจบ ท่านแม่ทัพหวางก็ควบม้าออกไปตามทางที่เขาพอจะคาดเดาว่าซูลี่จะวิ่งตามขโมยมา
ทางด้านของซูลี่
นางไล่ล่าตามขโมยคนนั้นจนมาถึงมุมตรอกเล็ก ๆ ที่ขโมยคนนั้นไม่สามารถหนีไปไหนได้ ด้วยความกลัว ขโมยคนนั้นจึงคว้ามีดสั้นออกมา แล้วชี้มาที่ทางซูลี่
“ปล่อยข้าไปซะ ไม่งั้นเจ้าตายแน่” ขโมยคนนั้นขู่ ซูลี่ขึ้นมาทันที
แต่แหม่! นางกล้าวิ่งตามเขามาไกลขนาดนี้แล้ว คิดว่าสาวไทยในแดนมังกรจะยอมอ่อนข้อให้ขโมยอย่างเขาง่าย ๆ เชียวหรอ!
“ข้าจะปล่อยเจ้าไปก็ต่อเมื่อเจ้าคืนกระเป๋าเงินมาให้ข้าเสียก่อน” ซูลี่ตอบกลับไปโดยไม่เกรงกลัวมีดในมือของขโมยคนนั้นที่ชี้มาที่นางเลย
“ไม่! หากเจ้าไม่ปล่อยข้าไป งั้นก็เจอนี่ซะ” พูดจบ ขโมยคนนั้นก็วิ่งพุ่งตรงเข้ามาใส่ซูลี่ทันที
ซูลี่หลับตาลงด้วยความกลัว เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่าจะสู้เขาได้เช่นไร ก็นางมีแต่ความกล้า ไม่ได้มีวิชาต่อสู้ติดตัวมาด้วยนี่น่า
ในขณะที่ซูลี่กำลังหลับตาลงด้วยความกลัวอยู่นั้น ร่างใหญ่ของใครคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาขว้าง พร้อมกับชักดาบยาวออกมา และต่อสู้กับชายคนนั้น ทำให้ชายคนนั้นพลาดท่าล้มลงกับพื้น
จังหวะที่ชายร่างใหญ่กำลังจะเสียบดาบยาวลงที่ร่างของขโมย ซูลี่ที่ลืมตาขึ้นมาพอดีก็รีบวิ่งเข้าไปห่าง ชายร่างใหญ่นั้นเสียก่อน
“อย่าค่ะ” ซูลี่พูดขึ้น พร้อมกับวิ่งเข้าไปรั้งแขนที่กำลังถือดาบของเขา แล้วนางก็เงยหน้ามองชายร่างใหญ่ที่เข้ามาช่วยนาง และนางก็พบว่าเขาคือ ...
“ท่านแม่ทัพเฉิน!”
“ข้าต้องจัดการเขาเดี๋ยวนี้ เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างไม่ให้มีใครทำเช่นนี้อีก” ท่านแม่ทัพเฉินพูดขึ้นด้วยความโกรธ
“ครั้งนี้ถือว่าข้าขอ ข้าเชื่อว่าเขาคงมีเหตุผล ให้โอกาสข้าได้ถามไถ่เขาเสียก่อน” ซูลี่มองหน้าของท่าน แม่ทัพเฉินด้วยสีหน้าขอร้อง
เมื่อเห็นใบหน้างดงามของนางส่งสายตาอ้อนวอนมาให้เช่นนี้ มีหรือที่บุรุษอย่างเขาจะไม่ยอมใจอ่อน
ท่านแม่ทัพเฉินจึงยอมลดดาบลงอย่างว่าง่าย
“เหตุใดเจ้าจึงมาขโมยเงินข้าเช่นนี้” ซูลี่หันไปถามขโมยคนนั้นขึ้น
____________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
บทที่ 12ตั๋วเดินทางกลับบ้านหลังจากรถม้าเคลื่อนตัวสักพักใหญ่ ๆ ในที่สุดรถม้าก็มาจอดลงหน้าประตูจวนสกุลหลี่ทันทียาหยีและหลี่อี้ลงมาจากรถม้า และมุ่งหน้าสู่ประตูจวน และเมื่อหลี่อี้เป็นคนเปิดประตูจวนเข้าไป เขาก็ต้องตกใจเมื่อได้พบกับร่างบางของสตรีแปลกหน้าผู้หนึ่งราวกับสวรรค์เมตตาได้ยินคำเรียกร้องของยาหยี วินาทีแรกที่ยาหยีได้เห็นสตรีผู้นั้น เธอก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจทันที“แม่!”“ข้าไม่ใช่แม่ของเจ้า แต่ข้าคือแม่มดที่จะพาเจ้ากลับสู่โลกที่เจ้าจากมา” คำตอบของแม่มดทำเอายาหยี่แทบร้องไห้มาทันที เพราะแม่มดผู้นี้หน้าตาเหมือนกับแม่ของเธอราวกับคนคนเดียวกันหรือว่า...นี่จะเป็นแม่ของเธอในอดีตชาติ“ข้าบอกแล้วว่าข้าจะเป็นคนมาหาพวกเจ้าเองเมื่อถึงเวลา และตอนนี้ก็ถึงเวลา ข้าจะส่งเจ้ากลับไปตามที่ใจของเจ้าปรารถนา”เมื่อยาหยีได้ยินแม่มดมีมี่พูดขึ้นแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก “งั้นช่วยพาข้ากลับตอนนี้เลยนะคะ ข้าอยากกลับบ้านไปหาแม่ของข้าใจจะขาดแล้ว”“ได้”ทางด้านของหลี่อี้ที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก เขาจึงรีบพูดรั้งยาหยีขึ้น “เจ้าแน่ใจที่จะกลับไปจริง ๆ อย่างงั้นรึ? ในเมื่อสวรรค์ส่งเจ้าให้ข้ามภพมาไกลขนา
และในขณะนั้นเอง เสียงที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังทันที“ถวายบังคมพะยะค่ะฝ่าบาท”“อ้าวท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิง! วันนี้เจ้าเข้าวังด้วยอย่างงั้นรึ? มาสิ ๆ เข้ามานั่งด้วยกันก่อน”ยาหยีหันควับไปก็พบกับท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงทันที เธอพยายามหนีห่างจากเขา แต่ดูเหมือนว่าจะหนีเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้นเสียอย่างงั้น!“วันนี้กระหม่อมเข้ามาตรวจอาวุธในคลั่งพะยะค่ะ กลัวว่าหากไม่ตรวจตาบ่อย ๆ อาจจะทำให้มีคนลักลอบออกไปขายได้พะยะค่ะ” ท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงตอบกลับไปทันที“เจ้านี่ช่างละเอียดอ่อนยิ่งนัก! นาน ๆ ทีเจ้าจะเข้ามาในวัง ปกติหากอยากพบเจ้า ข้าต้องไปตามหาตามที่ฝึกซ้อมหรือไม่ก็สนามรบเท่านั้น วันนี้มาดื่มน้ำชาเพื่อพูดคุยด้วยกันก่อนสิ แถมวันนี้ยังมีเหยาเหยาและองครักษ์หลี่มาร่วมด้วย” ฮ่องเต้พูดเชิญขึ้นทันที และใครจะกล้าปฎิเสธพระราชาของแผ่นดินได้ล่ะ ดังนั้นแม้ว่าทุกคนอยากจะออกจากตรงนี้ไป แต่ทว่าพวกเขากลับต้องนั่งสนทนาต่อไปกับฮ่องเต้ผ่านไปสักพักใหญ่ เรื่องราวส่วนใหญ่ที่ทั้ง 4 คนสนทนากันก็มักจะเป็นเรื่องราวทั่ว ๆไปเท่านั้น ส่วนมากจะเป็น 3 บุรุษมากกว่าที่คุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนยาหยีที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องข
บทที่ 11เบาะแสการเดินทางกลับบ้าน“กลับบ้าน? บ้านของเจ้าอยู่ที่เมืองใดกันล่ะ? เดี๋ยวข้าขับรถม้าไปส่งเองก็ได้” เขาถามขึ้น“หากข้าพูดไปเจ้าจะเชื่อหรือไม่ว่าบ้านของข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่บ้านของข้าอยู่ในอนาคต”“หา?” เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจทันที “อนาคต? ข้าเคยได้ยินคำร่ำลืมกันว่าน้าโซ่ผู้ซึ่งเป็นน้าสะใภ้ของข้านั้นมาจากอนาคต แต่ข้าไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง”“มันเป็นเรื่องจริง! น้าโซ่มาจากอนาคต และข้าเองก็มาจากอนาคตเหมือนกัน น้าโซ่ได้พบกับท่านแม่ทัพหลี่ทำให้ต้องการอยู่ที่นี่ต่อไป แต่ข้าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว และข้าก็ไม่รู้จักใครที่นี่ด้วย ข้าอยากกลับอนาคตไปหาแม่ของข้า ป่านนี้แม่ของข้าคงรอข้ากลับบ้านแล้ว”“หากเป็นจริงอย่างที่เจ้าพูด แล้วข้าจะช่วยเจ้าหาทางกลับบ้านได้อย่างไรกัน?” เขาถามเธอขึ้นต่อ“น้าโซ่เคยเล่าให้ข้าฟังว่า มีแม่มดตนหนึ่งที่สามารถส่งจดหมายและข้าวของไปอนาคตได้ หากข้าได้พบนางอีกสักครั้ง นางจะช่วยข้ากลับบ้านได้อย่างแน่นอน” ยาหยีพูดขึ้นอย่างมีความหวัง“แล้วแม่มดผู้นั้นอยู่ที่ใดกันล่ะ?” “ข้าเองก็ไม่รู้ ไม่รู้แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามของนางเลยสักนิด น้าโซ่บอก
“ได้สิ! ที่นี่บ้านของท่านน้าโซ่ เจ้าจะอยู่ตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น งั้นก็เดินตามข้ามาเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปพักผ่อนก่อน เดินทางมานานคงเหนื่อยแย่”เมื่อเขาพูดจบ เขาก็เดินนำยาหยีเข้าไปที่ด้านในจวนทันทีด้านในจวนของท่านแม่ทัพหลี่นับว่าเป็นจวนที่ใหญ่มาก แถมยังมีทั้งทหารและสาวใช้มากมายอีกด้วย ยาหยีไม่แปลกใจเลยที่น้าโซ่ติดใจที่จะอาศัยอยู่ที่แทนเมื่อหลี่อี้พายาหยีมาถึงหน้าหอนอน เขาแบกของของเธอเข้าไปด้านในหอนอนทันที ก่อนที่จะพูดขึ้น “อีกสักพัก ถิงถิง จะมาเป็นสาวใช้ส่วนตัวดูแลเจ้า เจ้าอยากได้สิ่งใดก็บอกนางได้เลย ทุกอย่างที่นี่เป็นของเจ้าทั้งหมด”ยาหยีพยักหน้าตอบรับ พร้อมกับถามเขาขึ้น “แล้วนี่ท่านจะไม่อยู่จวนแล้วหรอ?”“ข้าเป็นองครักษ์ วันนี้ฮ่องเต้มีเสด็จไปเยี่ยมประชาชน ข้าต้องติดตามไปด้วย เจ้าอยู่ที่นี่ไม่ต้องกังวลไป ที่นี่มีทหารมากมายคอยคุมกันเจ้า และเดี๋ยวเสร็จงานแล้วข้าจะกลับมา” พูดจบ เขาก็เดินจากไปทันทีเมื่อเวลายามค่ำคืนมาถึงยาหยีรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมากเมื่อนึกภาพที่ฮูหยินมารดาของท่านแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงออกปากไล่เธอ แถมท่านแม่ทัพจ้าวที่บอกว่าจะปกป้องเธอ กลับยืนนิ่งเฉยให้เธอถูกไล่ออกมาเสียอย่าง
บทที่ 10หนี่ฮาวท่านแม่เมื่อข้ามฝั่งกลับมาได้ ยาหยีก็ได้กลับมาเจอกับน้าสาวของเธอที่กำลังรออยู่ที่ค่ายทหาร ทั้งสองคนกอดไว้แน่นอย่างสุขใจ ก่อนที่ยาหยีจะเริ่มถามทุกความสงสัยทันทีและยาหยีก็ได้คำตอบว่า น้าโซ่ของเธอได้ข้ามภพมาที่นี่เพราะดาบโบราณเมื่อ 3 ก่อน และทำให้ได้พบกับท่านแม่ทัพหลี่ ทั้งสองคนฝ่าฝันอุปสรรคมาด้วยกันจนตกหลุมรักกัน และแต่งงานกันในที่สุด หลังจากที่แต่งงานได้ไม่นาน น้าโซ่ก็ได้พบกับหญิงสาวคนนั้นที่บอกว่าตัวเองเป็นแม่มดที่สามารถสื่อสารข้ามมิติได้ แม้ว่าน้าโซ่ของเธอจะไม่เชื่อเท่าไหร่นักในตอนแรก แต่ก็ลองส่งจดหมายไปแจ้งให้ทุกคนที่บ้านรู้ว่าเธอไม่ได้หายตัวไปไหน แต่แค่ข้ามภพมาเท่านั้นเอง และเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ น้าโซ่ของเธอก็ได้ผ้าไหมโบราณที่มาจากสำเภาใหญ่ที่เดินทางกลับจากสยาม เธอคุยไปมากับเถ้าแก่ผ้าผู้นั้นจนรู้ว่าผ้าไหมที่ได้มานี่เป็นของตระกูลของเธอในยุคนี้ จวบกับจังหวะที่น้าโซ่ได้พบกับแม่มดผู้นั้นอีกครั้ง เธอจึงขอให้แม่มดผู้นั้นส่งสไบผ้าไหมสีทองนี้ไปให้ยาหยี แต่เธอไม่คิดว่ามันจะนำพาหลานสาวของตัวเองให้ข้ามภพตามกับมายาหยีที่รู้แบบนั้นก็ต้องการพบแม่มดคนนั้นทันที เพราะตัวเอง
บทที่ 9การหนีผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ยาหยีเดินเปิดประตูห้องออกมาก็พบกับร่างบางของเหมยฟางกำลังยืนรอเธออย่างใจจดใจจ่อ“ได้ผ้าตามที่ต้องการไหมเจ้าคะ? หากไม่ได้ ข้าจะได้พาท่านหญิงไปหาผ้าที่ร้านอื่นแทน” เหมยฟางพูดขึ้น“ได้แล้ว ได้ตรงตามที่ใจของข้าต้องการเลย งั้นเรากลับกันเถอะ” พูดจบยาหยีก็เดินนำเหมยฟางไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับจวนของม่อเที้ยนอี้ทันทียามค่ำคืนมาถึงหลังจากที่ยาหยีกลับมาถึงจวนก็เป็นช่วงที่ม่อเที้ยนอี้กำลังวุ่นวายกับงานของเขาทั้งวัน จนทำให้เขาไม่มีเวลามาวุ่นวายกับเธอเลย แต่ตอนนี้งานของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงไม่รอช้าที่จะมุ่งตรงมาหาเธอที่หอนอนทันที“วันนี้ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้พาตามที่ใจปรารถนาแล้ว เช่นนั้นแล้วงานแต่งงานของเราคงจะราบรื่นใช่หรือไม่?”“แน่นอนเจ้าค่ะ งานแต่งงานของเราจะราบรื่นอย่างแน่นอน”เมื่อได้รับคำตอบจากยาหยีแบบนั้น ท่านแม่ทัพม่อเที้ยนอี้ก็ถามยาหยีขึ้นต่อทันที “ก่อนหน้านี้เจ้าโกหกข้าว่าเจ้าเป็นสตรีที่มีสามีแล้ว และสามีของเจ้าก็คือแม่ทัพจ้าวอวิ๋นเฟิงที่ปลอมตัวเข้ามาในจวนของข้า เหตุใดจึงต้องโกหกข้าเช่นนั้น?”จะให้ตอบกลับไปว่าอย่างไงดีล่ะ!ยาหยีคิดอยู่ครู่หนึ







