แชร์

อุบัติเหตุ - 35% -

ผู้เขียน: จรสจันทร์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-14 22:43:35

“พัชไม่ดีตรงไหนคะ”

เสียงเจือสะอื้นของหญิงสาวตรงหน้าทำให้รวินทร์ถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความเหนื่อยหน่ายพร้อมกับลอบถอนหายใจอีกครั้ง เขาพูดเรื่องถอนหมั้นกับกัญญพัชรมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ผลที่ได้รับกลับมาก็ยังเหมือนเดิม นั่นก็คือเธอไม่ยินยอมและร้องห่มร้องไห้เพื่อให้เขาเห็นใจ

“พัชถามพี่อย่างนี้ทุกครั้ง และพี่ก็เคยบอกไปแล้วว่า ไม่ใช่ว่าพัชไม่ดี แต่ที่พี่อยากถอนหมั้นก็เพราะพี่ไม่ได้รักพัช พี่ไม่เคยคิดเกินเลยกับพัชมากไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง ตลอดหนึ่งปีที่เราหมั้นกันมา พี่พยายามมองพัชให้เป็นคู่หมั้นแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่สามารถรักพัชได้”

“แต่พัชรักพี่วินทร์นี่คะ รักมาตลอด พี่วินทร์ก็รู้ พัชไม่เคยมองคนอื่นเลย” เธอพูดได้แค่นั้น ก้อนสะอื้นก็ขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจเจ็บร้าวไปทั้งดวง เมื่อคนที่เฝ้ารักเฝ้าคิดถึงมาตลอดตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นปฏิเสธความรักของเธออย่างไม่ไยดีครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ว่าจะพยายามทำดีด้วยเท่าไร ทุ่มเทความรู้สึกให้มากแค่ไหน แต่ทุกครั้งก็เหมือนน้ำซึมบ่อทราย เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยรับเอาความรู้สึกของเธอไปพิจารณาบ้างเลย

“ก็แล้วทำไมไม่ลองมองคนอื่นบ้างล่ะ อย่ามายึดติดกับพี่เลยพัช เราอายุยังน้อย ยังมีโอกาสได้เจอคนที่ดีกว่าพี่อีกเยอะ” เรื่องที่กัญญพัชรรักเขามาตลอดนั้นเขารับรู้เป็นอย่างดี แต่ความรักของเธอมาพร้อมกับความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลด้วย หากเธอเห็นผู้หญิงคนไหนอยู่ใกล้เขา กัญญพัชรจะปรี่เข้ามาต่อว่าทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้เขาขายหน้าอยู่หลายครั้ง

“พี่วินทร์คิดว่าความรู้สึกมันสั่งกันได้หรือคะ จู่ๆ จะมาบอกให้พัชไปรักคนอื่นเนี่ยนะ พัชทำไม่ได้!” หญิงสาวเถียงเขาด้วยน้ำตานองหน้า ไม่สนใจแล้วว่าตอนนี้คนที่อยู่ในร้านอาหารจะมองอย่างไรบ้าง

รวินทร์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ แล้วพูดว่า

“ใช่...ความรู้สึกมันสั่งกันไม่ได้ เรื่องนี้พัชก็รู้ดีที่สุดนี่นา พี่ก็เหมือนกันนั่นแหละพัช พี่ไม่สามารถสั่งให้ตัวเองรักพัชได้...เพราะพี่มีคนที่พี่รักอยู่แล้ว”

เขาตัดสินใจใช้ไม้นี้เพื่อยุติการหมั้นหมาย หากครั้งนี้ไม่สำเร็จ เขาจะต้องพาคนรักมาให้พวกผู้ใหญ่ได้เห็นกันจริงๆ ว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว การหมั้นจะได้ยกเลิกไปเพราะเขาเป็นฝ่ายผิดสัญญาก่อน

เสียงสะอื้นของกัญญพัชรเงียบลงไปทันที แต่แววตารวดร้าวที่มองเขากลับเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมจนชายหนุ่มรู้สึกผิด แต่เขาไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองไม่รักได้ เพราะรู้ตัวดีว่าฝืนใจไม่เก่ง

“เชื่อพี่เถอะนะพัช เราถอนหมั้นกันเถอะ เพราะถ้าขืนเราดันทุรังแต่งงานกันไปชีวิตคู่คงล้มไม่เป็นท่าแน่นอน และสุดท้ายก็ไม่พ้นลงเอยด้วยการหย่า แต่ถ้าเราถอนหมั้นกันตั้งแต่วันนี้ เราก็ยังคบหามองหน้ากันติดในฐานะพี่น้องเหมือนเดิม”

รวินทร์พยายามโน้มน้าวให้อีกฝ่ายคล้อยตาม แต่กัญญพัชรกลับลุกขึ้นยืนแล้วคว้ากระเป๋าสะพายเดินออกไปจากร้านทันที ส่งผลให้ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ เพราะการที่หญิงสาวทำอย่างนี้แสดงว่าไม่ยินยอม

เมื่อเข้ามานั่งในรถได้ กัญญพัชรก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดเสียง คำว่า ‘ไม่รัก’ ดังก้องอยู่ในหูซ้ำไปซ้ำมาจนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างไว้ ทุกครั้งที่เขาขอถอนหมั้นเธอก็พยายามดึงเรื่องมาตลอดด้วยหวังว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งเขาอาจจะหันมามองเธอบ้าง ไม่คาดว่าวันนี้เขากลับมาบอกว่า...มีคนรักแล้ว

“พี่วินทร์ใจร้าย ทั้งที่พัชรักพี่ขนาดนี้”

เสียงตัดพ้อดังขาดๆ หายๆ เพราะแรงสะอื้นจนตัวโยน ถ้อยคำทำร้ายจิตใจที่เขาพร่ำพูดเพื่อให้เธอถอนหมั้นผุดขึ้นในหัวคำแล้วคำเล่า จนเธอต้องฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยอย่างอ่อนแรง

ยังไงก็ไม่รัก...

แล้วเธอต้องทำอย่างไรถึงจะได้หัวใจเขามาครอบครอง หรือต่อให้เธอตายลงตรงหน้าเขา เขาก็ยังคงไม่มีวันหันมามองเธออยู่ดี

กัญญพัชรถอนสะอื้น พยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ ก่อนสตาร์ตรถแล้วขับออกไปจากตรงนั้น ตอนนี้เธออยากกลับบ้าน เพราะอย่างน้อยที่บ้านก็มีคนที่รักเธออยู่ถึงสองคน

ภาพชายหนุ่มหญิงสาวที่เดินคล้องแขนกันมาทำให้หลายคนที่กำลังมองอยู่ต่างลงความเห็นว่าเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก เนื่องจากฝ่ายชายหน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน รูปร่างก็สูงสง่า ทั้งยังมีบุคลิกของความเป็นผู้นำอาบไล้ไปทั้งร่าง ขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นก็หน้าตาสะสวย รูปร่างสูงโปร่งเย้ายวนจนผู้ชายหลายคนอดมองเหลียวหลังไม่ได้

“ผมไม่อยากแยกจากคุณเลย ไม่ไปไม่ได้หรือลิน”

ภูมิบดินทร์บีบมือหญิงสาวแรงขึ้นอีกนิด สายตาเว้าวอนของเขาทำให้คนมองใจอ่อนยวบ แต่ว่างานก็คืองาน พรุ่งนี้เธอต้องบินไปฝรั่งเศสแต่เช้าตรู่เพื่อเจรจาธุรกิจจึงไม่สามารถผิดนัดได้

“มันจำเป็นนี่คะภูมิ ลินไปเรื่องงานนะ ไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อย อย่างอแงสิคะ” เพชรไพลินบีบมือเขากลับ ก่อนจะเบี่ยงหน้าหลบจมูกของเขาได้อย่างหวุดหวิด

“ภูมิคะ นี่ลานจอดรถนะ อย่าทำประเจิดประเจ้อสิ อายเขา”

เธอต่อว่าไม่จริงจังนัก พวงแก้มแดงปลั่งยามมองไปรอบตัวแล้วเห็นหลายคนมองมายิ้มๆ

“ไม่เห็นมีอะไรน่าอายเลย เราเป็นคู่หมั้นกันนี่นา เดือนหน้าเราก็แต่งงานกันแล้ว”

“ภูมิไม่อาย แต่ลินอายนี่คะ ไม่เอาแล้ว ลินกลับบ้านไปเตรียมตัวเดินทางพรุ่งนี้ดีกว่า” เพชรไพลินพูดพลางกดรีโมตปลดล็อกรถ ภูมิบดินทร์จึงเปิดประตูฝั่งคนขับให้เช่นที่เคยทำทุกครั้ง

“ขับรถดีๆ นะ อย่าขับเร็วมากนักล่ะ เวลาลินขับรถทีไรผมต้องสวดภาวนาทุกครั้งเลย” ชายหนุ่มทำจมูกย่นเพราะคู่หมั้นสาวคนสวยขับรถเร็วจนน่าหวาดเสียว เขาเตือนหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ได้แต่รับปากส่งๆ ไปอย่างนั้นทุกที

“รู้แล้วค่ะ กลับมาจะซื้อของมาฝากนะคะ” เพชรไพลินยิ้มหวานส่งให้เมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยของชายหนุ่ม

ภูมิบดินทร์ปิดประตูรถให้อย่างแผ่วเบาแล้วถอยมายืนอีกด้านเพื่อให้เธอถอยรถออกจากซอง หญิงสาวลดกระจกลงแล้วโบกมือให้เขาก่อนจะเคลื่อนรถออกไปช้าๆ

เพชรไพลินมองกระจกมองหลังแล้วก็ต้องยิ้มไม่หุบเมื่อเห็นคู่หมั้นหนุ่มยังยืนมองส่งเธออยู่ที่เดิม คิดในใจว่าช่างโชคดีเหลือเกินที่ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างเขาคุกเข่าขอเธอแต่งงานเมื่อครึ่งปีก่อน เขาเป็นที่หมายปองของหญิงสาวมากมาย ขณะที่เธอเองก็ไม่คิดสนใจเขาเพราะไม่ชอบคนเจ้าชู้ แต่ใครจะเชื่อว่าเขาตามจีบเธออย่างอดทนอยู่หลายเดือน ยอมเปลี่ยนตัวเองจากคาสโนวามาเป็นผู้ชายใจเดียว ทำให้เธอใจอ่อนยอมรับเขาในที่สุด

เดือนหน้าเธอกับเขาจะได้แต่งงานกันแล้ว ทำให้ช่วงนี้เธอต้องเร่งเคลียร์งานหลายอย่างก่อนส่งให้น้องสาวดูแล เนื่องจากตกลงกันไว้แล้วว่าหลังแต่งงานจะไปฮันนีมูนกันตามสถานที่ที่อยากไปสักหนึ่งเดือน ดังนั้นเธอจึงต้องสะสางงานให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระกับเพชรแพรวามากจนเกินไป

หญิงสาวหาวติดกันหลายครั้ง จู่ๆ ก็ง่วงขึ้นมาจนต้องจิกเล็บเข้ากับมือเพื่อให้ตาสว่าง แต่ก็ช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะอาการง่วงงุนยังไม่หายไป มีแต่จะทวีความแรงขึ้นจนเธอต้องเอื้อมมือไปเร่งเสียงเพลงในรถให้ดังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าแล้วสะบัดศีรษะแรงๆ เพื่อขับไล่ความง่วงทิ้งไป

“เมื่อคืนไม่น่าทำงานเพลินเลย” เพชรไพลินบ่นให้ตัวเองเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาเธอนั่งทำงานจนลืมเวลา มองดูนาฬิกาอีกทีก็ล่วงเข้าตีสามเข้าไปแล้วจึงรีบเข้านอน จากนั้นก็ตื่นมาอีกทีตอนเจ็ดโมงเช้าเพื่อเข้าออฟฟิศ ส่วนใหญ่เธอมักนอนดึก แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะง่วงจนรู้สึกมึนได้เท่าครั้งนี้เลย

ในที่สุดสติสัมปชัญญะของเพชรไพลินก็ค่อยๆ ดับวูบลงช้าๆ โดยที่ดวงตาทั้งสองข้างยังคงมองจ้องถนนเบื้องหน้าอยู่อย่างนั้นพร้อมกับเท้าที่ค่อยๆ เหยียบคันเร่งกดลึกลงไปเรื่อยๆ เธอกำลังหลับใน!

เมื่อถึงทางโค้ง รถของเพชรไพลินก็หลุดโค้งอย่างรวดเร็วแล้วลอยละลิ่วข้ามไปยังถนนฝั่งตรงข้ามจนชนเข้ากับรถยนต์อีกคันที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วเช่นกัน เสียงชนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ รถหลายคันที่วิ่งตามหลังมาต่างเบรกกะทันหัน เป็นเหตุให้รถที่ตามหลังมาชนท้ายต่อกันไปเป็นทอดๆ และเพราะเป็นถนนในย่านธุรกิจ หนำซ้ำยังเป็นช่วงหัวค่ำที่หลายคนกำลังขับรถกลับบ้าน จึงส่งผลให้การจราจรติดขัดทันที

กว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถพยาบาลจะฝ่าด่านการจราจรอันหนาแน่นมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้ ก็ทำให้ผู้ประสบเหตุสาวรายหนึ่งเสียชีวิต ขณะที่อีกคนรอดตายราวปาฏิหาริย์ แต่ก็อาการสาหัสมากจนต้องรีบเร่งพาส่งโรงพยาบาลเพื่อยื้อชีวิตโดยด่วน

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status