เข้าสู่ระบบ“พัชไม่ดีตรงไหนคะ”
เสียงเจือสะอื้นของหญิงสาวตรงหน้าทำให้รวินทร์ถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความเหนื่อยหน่ายพร้อมกับลอบถอนหายใจอีกครั้ง เขาพูดเรื่องถอนหมั้นกับกัญญพัชรมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ผลที่ได้รับกลับมาก็ยังเหมือนเดิม นั่นก็คือเธอไม่ยินยอมและร้องห่มร้องไห้เพื่อให้เขาเห็นใจ
“พัชถามพี่อย่างนี้ทุกครั้ง และพี่ก็เคยบอกไปแล้วว่า ไม่ใช่ว่าพัชไม่ดี แต่ที่พี่อยากถอนหมั้นก็เพราะพี่ไม่ได้รักพัช พี่ไม่เคยคิดเกินเลยกับพัชมากไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง ตลอดหนึ่งปีที่เราหมั้นกันมา พี่พยายามมองพัชให้เป็นคู่หมั้นแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่สามารถรักพัชได้”
“แต่พัชรักพี่วินทร์นี่คะ รักมาตลอด พี่วินทร์ก็รู้ พัชไม่เคยมองคนอื่นเลย” เธอพูดได้แค่นั้น ก้อนสะอื้นก็ขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจเจ็บร้าวไปทั้งดวง เมื่อคนที่เฝ้ารักเฝ้าคิดถึงมาตลอดตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นปฏิเสธความรักของเธออย่างไม่ไยดีครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ว่าจะพยายามทำดีด้วยเท่าไร ทุ่มเทความรู้สึกให้มากแค่ไหน แต่ทุกครั้งก็เหมือนน้ำซึมบ่อทราย เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยรับเอาความรู้สึกของเธอไปพิจารณาบ้างเลย
“ก็แล้วทำไมไม่ลองมองคนอื่นบ้างล่ะ อย่ามายึดติดกับพี่เลยพัช เราอายุยังน้อย ยังมีโอกาสได้เจอคนที่ดีกว่าพี่อีกเยอะ” เรื่องที่กัญญพัชรรักเขามาตลอดนั้นเขารับรู้เป็นอย่างดี แต่ความรักของเธอมาพร้อมกับความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลด้วย หากเธอเห็นผู้หญิงคนไหนอยู่ใกล้เขา กัญญพัชรจะปรี่เข้ามาต่อว่าทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้เขาขายหน้าอยู่หลายครั้ง
“พี่วินทร์คิดว่าความรู้สึกมันสั่งกันได้หรือคะ จู่ๆ จะมาบอกให้พัชไปรักคนอื่นเนี่ยนะ พัชทำไม่ได้!” หญิงสาวเถียงเขาด้วยน้ำตานองหน้า ไม่สนใจแล้วว่าตอนนี้คนที่อยู่ในร้านอาหารจะมองอย่างไรบ้าง
รวินทร์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ แล้วพูดว่า
“ใช่...ความรู้สึกมันสั่งกันไม่ได้ เรื่องนี้พัชก็รู้ดีที่สุดนี่นา พี่ก็เหมือนกันนั่นแหละพัช พี่ไม่สามารถสั่งให้ตัวเองรักพัชได้...เพราะพี่มีคนที่พี่รักอยู่แล้ว”
เขาตัดสินใจใช้ไม้นี้เพื่อยุติการหมั้นหมาย หากครั้งนี้ไม่สำเร็จ เขาจะต้องพาคนรักมาให้พวกผู้ใหญ่ได้เห็นกันจริงๆ ว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว การหมั้นจะได้ยกเลิกไปเพราะเขาเป็นฝ่ายผิดสัญญาก่อน
เสียงสะอื้นของกัญญพัชรเงียบลงไปทันที แต่แววตารวดร้าวที่มองเขากลับเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมจนชายหนุ่มรู้สึกผิด แต่เขาไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองไม่รักได้ เพราะรู้ตัวดีว่าฝืนใจไม่เก่ง
“เชื่อพี่เถอะนะพัช เราถอนหมั้นกันเถอะ เพราะถ้าขืนเราดันทุรังแต่งงานกันไปชีวิตคู่คงล้มไม่เป็นท่าแน่นอน และสุดท้ายก็ไม่พ้นลงเอยด้วยการหย่า แต่ถ้าเราถอนหมั้นกันตั้งแต่วันนี้ เราก็ยังคบหามองหน้ากันติดในฐานะพี่น้องเหมือนเดิม”
รวินทร์พยายามโน้มน้าวให้อีกฝ่ายคล้อยตาม แต่กัญญพัชรกลับลุกขึ้นยืนแล้วคว้ากระเป๋าสะพายเดินออกไปจากร้านทันที ส่งผลให้ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ เพราะการที่หญิงสาวทำอย่างนี้แสดงว่าไม่ยินยอม
เมื่อเข้ามานั่งในรถได้ กัญญพัชรก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดเสียง คำว่า ‘ไม่รัก’ ดังก้องอยู่ในหูซ้ำไปซ้ำมาจนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างไว้ ทุกครั้งที่เขาขอถอนหมั้นเธอก็พยายามดึงเรื่องมาตลอดด้วยหวังว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งเขาอาจจะหันมามองเธอบ้าง ไม่คาดว่าวันนี้เขากลับมาบอกว่า...มีคนรักแล้ว
“พี่วินทร์ใจร้าย ทั้งที่พัชรักพี่ขนาดนี้”
เสียงตัดพ้อดังขาดๆ หายๆ เพราะแรงสะอื้นจนตัวโยน ถ้อยคำทำร้ายจิตใจที่เขาพร่ำพูดเพื่อให้เธอถอนหมั้นผุดขึ้นในหัวคำแล้วคำเล่า จนเธอต้องฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยอย่างอ่อนแรง
ยังไงก็ไม่รัก...
แล้วเธอต้องทำอย่างไรถึงจะได้หัวใจเขามาครอบครอง หรือต่อให้เธอตายลงตรงหน้าเขา เขาก็ยังคงไม่มีวันหันมามองเธออยู่ดี
กัญญพัชรถอนสะอื้น พยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ ก่อนสตาร์ตรถแล้วขับออกไปจากตรงนั้น ตอนนี้เธออยากกลับบ้าน เพราะอย่างน้อยที่บ้านก็มีคนที่รักเธออยู่ถึงสองคน
ภาพชายหนุ่มหญิงสาวที่เดินคล้องแขนกันมาทำให้หลายคนที่กำลังมองอยู่ต่างลงความเห็นว่าเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก เนื่องจากฝ่ายชายหน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน รูปร่างก็สูงสง่า ทั้งยังมีบุคลิกของความเป็นผู้นำอาบไล้ไปทั้งร่าง ขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นก็หน้าตาสะสวย รูปร่างสูงโปร่งเย้ายวนจนผู้ชายหลายคนอดมองเหลียวหลังไม่ได้
“ผมไม่อยากแยกจากคุณเลย ไม่ไปไม่ได้หรือลิน”
ภูมิบดินทร์บีบมือหญิงสาวแรงขึ้นอีกนิด สายตาเว้าวอนของเขาทำให้คนมองใจอ่อนยวบ แต่ว่างานก็คืองาน พรุ่งนี้เธอต้องบินไปฝรั่งเศสแต่เช้าตรู่เพื่อเจรจาธุรกิจจึงไม่สามารถผิดนัดได้
“มันจำเป็นนี่คะภูมิ ลินไปเรื่องงานนะ ไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อย อย่างอแงสิคะ” เพชรไพลินบีบมือเขากลับ ก่อนจะเบี่ยงหน้าหลบจมูกของเขาได้อย่างหวุดหวิด
“ภูมิคะ นี่ลานจอดรถนะ อย่าทำประเจิดประเจ้อสิ อายเขา”
เธอต่อว่าไม่จริงจังนัก พวงแก้มแดงปลั่งยามมองไปรอบตัวแล้วเห็นหลายคนมองมายิ้มๆ
“ไม่เห็นมีอะไรน่าอายเลย เราเป็นคู่หมั้นกันนี่นา เดือนหน้าเราก็แต่งงานกันแล้ว”
“ภูมิไม่อาย แต่ลินอายนี่คะ ไม่เอาแล้ว ลินกลับบ้านไปเตรียมตัวเดินทางพรุ่งนี้ดีกว่า” เพชรไพลินพูดพลางกดรีโมตปลดล็อกรถ ภูมิบดินทร์จึงเปิดประตูฝั่งคนขับให้เช่นที่เคยทำทุกครั้ง
“ขับรถดีๆ นะ อย่าขับเร็วมากนักล่ะ เวลาลินขับรถทีไรผมต้องสวดภาวนาทุกครั้งเลย” ชายหนุ่มทำจมูกย่นเพราะคู่หมั้นสาวคนสวยขับรถเร็วจนน่าหวาดเสียว เขาเตือนหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ได้แต่รับปากส่งๆ ไปอย่างนั้นทุกที
“รู้แล้วค่ะ กลับมาจะซื้อของมาฝากนะคะ” เพชรไพลินยิ้มหวานส่งให้เมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยของชายหนุ่ม
ภูมิบดินทร์ปิดประตูรถให้อย่างแผ่วเบาแล้วถอยมายืนอีกด้านเพื่อให้เธอถอยรถออกจากซอง หญิงสาวลดกระจกลงแล้วโบกมือให้เขาก่อนจะเคลื่อนรถออกไปช้าๆ
เพชรไพลินมองกระจกมองหลังแล้วก็ต้องยิ้มไม่หุบเมื่อเห็นคู่หมั้นหนุ่มยังยืนมองส่งเธออยู่ที่เดิม คิดในใจว่าช่างโชคดีเหลือเกินที่ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างเขาคุกเข่าขอเธอแต่งงานเมื่อครึ่งปีก่อน เขาเป็นที่หมายปองของหญิงสาวมากมาย ขณะที่เธอเองก็ไม่คิดสนใจเขาเพราะไม่ชอบคนเจ้าชู้ แต่ใครจะเชื่อว่าเขาตามจีบเธออย่างอดทนอยู่หลายเดือน ยอมเปลี่ยนตัวเองจากคาสโนวามาเป็นผู้ชายใจเดียว ทำให้เธอใจอ่อนยอมรับเขาในที่สุด
เดือนหน้าเธอกับเขาจะได้แต่งงานกันแล้ว ทำให้ช่วงนี้เธอต้องเร่งเคลียร์งานหลายอย่างก่อนส่งให้น้องสาวดูแล เนื่องจากตกลงกันไว้แล้วว่าหลังแต่งงานจะไปฮันนีมูนกันตามสถานที่ที่อยากไปสักหนึ่งเดือน ดังนั้นเธอจึงต้องสะสางงานให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระกับเพชรแพรวามากจนเกินไป
หญิงสาวหาวติดกันหลายครั้ง จู่ๆ ก็ง่วงขึ้นมาจนต้องจิกเล็บเข้ากับมือเพื่อให้ตาสว่าง แต่ก็ช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะอาการง่วงงุนยังไม่หายไป มีแต่จะทวีความแรงขึ้นจนเธอต้องเอื้อมมือไปเร่งเสียงเพลงในรถให้ดังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าแล้วสะบัดศีรษะแรงๆ เพื่อขับไล่ความง่วงทิ้งไป
“เมื่อคืนไม่น่าทำงานเพลินเลย” เพชรไพลินบ่นให้ตัวเองเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาเธอนั่งทำงานจนลืมเวลา มองดูนาฬิกาอีกทีก็ล่วงเข้าตีสามเข้าไปแล้วจึงรีบเข้านอน จากนั้นก็ตื่นมาอีกทีตอนเจ็ดโมงเช้าเพื่อเข้าออฟฟิศ ส่วนใหญ่เธอมักนอนดึก แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะง่วงจนรู้สึกมึนได้เท่าครั้งนี้เลย
ในที่สุดสติสัมปชัญญะของเพชรไพลินก็ค่อยๆ ดับวูบลงช้าๆ โดยที่ดวงตาทั้งสองข้างยังคงมองจ้องถนนเบื้องหน้าอยู่อย่างนั้นพร้อมกับเท้าที่ค่อยๆ เหยียบคันเร่งกดลึกลงไปเรื่อยๆ เธอกำลังหลับใน!
เมื่อถึงทางโค้ง รถของเพชรไพลินก็หลุดโค้งอย่างรวดเร็วแล้วลอยละลิ่วข้ามไปยังถนนฝั่งตรงข้ามจนชนเข้ากับรถยนต์อีกคันที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วเช่นกัน เสียงชนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ รถหลายคันที่วิ่งตามหลังมาต่างเบรกกะทันหัน เป็นเหตุให้รถที่ตามหลังมาชนท้ายต่อกันไปเป็นทอดๆ และเพราะเป็นถนนในย่านธุรกิจ หนำซ้ำยังเป็นช่วงหัวค่ำที่หลายคนกำลังขับรถกลับบ้าน จึงส่งผลให้การจราจรติดขัดทันที
กว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถพยาบาลจะฝ่าด่านการจราจรอันหนาแน่นมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้ ก็ทำให้ผู้ประสบเหตุสาวรายหนึ่งเสียชีวิต ขณะที่อีกคนรอดตายราวปาฏิหาริย์ แต่ก็อาการสาหัสมากจนต้องรีบเร่งพาส่งโรงพยาบาลเพื่อยื้อชีวิตโดยด่วน
เพชรไพลินลูบหน้าตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา เธอกะพริบตาอยู่หลายครั้ง คิดว่าตัวเองน่าจะตาฝาดเนื่องจากใบหน้าที่สะท้อนออกมาจากกระจกเงานั้นคือผู้หญิงที่อยู่ในฝันอันยาวนานของเธอนั่นเองหญิงสาวยังคงไม่ถอดใจ เพราะเธอคิดว่าอาจเป็นผลมาจากการที่เธอฝันถึงผู้หญิงคนนั้นมากเกินไปภาพจึงยังติดตา คิดได้ดังนั้นจึงพยายามไม่มองกระจกแล้วจัดการแปรงฟันล้างหน้าให้เรียบร้อย เธอจงใจไม่หมุนก๊อกน้ำให้เป็นน้ำอุ่น เพราะตั้งใจจะอาศัยความเย็นของน้ำอุณหภูมิปกติทำให้ตาสว่างทว่าพอลืมตาขึ้นมองเงาในกระจก ใบหน้าที่เห็นก็ยังคงเป็นผู้หญิงที่อยู่ในความฝันคนนั้นอยู่ดี“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” เพชรไพลินพยายามทบทวนความจำ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อนึกชื่อนั้นออก“จริงสิ พยาบาลก็เรียกเราว่า...คุณพัช...อย่าบอกนะว่าคู่กรณีอีกคันก็คือผู้หญิงคนนี้”หญิงสาวแทบทรงตัวไม่อยู่เมื่อเจอเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ เธอเคยเห็นแต่ในละครเรื่องการสลับร่างหรือสลับวิญญาณ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีเรื่องแบบนั้นอยู่จริง หนำซ้ำยังเกิดขึ้นกับตัวเองอีกด้วย“แล้วร่างของเราล่ะ ผู้หญิงคนนี้ไปอยู่ในร่างของเราหรือ”เพชรไพลินหลับตาลงอย่างกลัดกลุ้ม ไม่เ
เพชรไพลินสะบัดศีรษะไปมาหลายครั้งเพื่อขับไล่อาการมึนงง จนรู้สึกเหมือนพื้นที่กำลังยืนอยู่โคลงเคลง เสียงการจราจรจอแจและเสียงผู้คนตะโกนโหวกเหวกทำให้เธอต้องมองไปทางต้นเสียง แล้วก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนต์สองคันชนกันจนยับเยิน หญิงสาวนึกอยากเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ทว่าก็ตกใจเมื่อรู้สึกว่าเท้าของตัวเองไม่ติดพื้น“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ความตระหนกตกใจทำให้เพชรไพลินลืมนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ กระทั่งไม่ได้สังเกตรถคันที่เกิดอุบัติเหตุด้วยว่าเป็นรถตนเองหรือไม่ หญิงสาวเอาแต่มองซ้ายมองขวาพร้อมกับพยายามหาที่ยึดเหนี่ยวเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที” เธอพยายามตะโกนเสียงดัง แต่กลับไม่มีใครสนใจหันมามองแม้แต่คนเดียว ทุกคนเอาแต่สนใจอุบัติเหตุตรงหน้ากันหมด หญิงสาวจึงคิดจะกรีดร้องดังๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่จู่ๆ ก็มีแรงดึงดูดบางอย่างดูดร่างเธอจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็วจนเธอไม่สามารถต้านทานได้ พร้อมกับสติสัมปชัญญะที่ดับวูบลงไปเพชรไพลินลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตอนนี้ตนเองกำลังยืนอยู่ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง เธอมองผู้คนขวักไขว่แต่งกายด้วยชุ
“พัชไม่ดีตรงไหนคะ”เสียงเจือสะอื้นของหญิงสาวตรงหน้าทำให้รวินทร์ถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความเหนื่อยหน่ายพร้อมกับลอบถอนหายใจอีกครั้ง เขาพูดเรื่องถอนหมั้นกับกัญญพัชรมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ผลที่ได้รับกลับมาก็ยังเหมือนเดิม นั่นก็คือเธอไม่ยินยอมและร้องห่มร้องไห้เพื่อให้เขาเห็นใจ“พัชถามพี่อย่างนี้ทุกครั้ง และพี่ก็เคยบอกไปแล้วว่า ไม่ใช่ว่าพัชไม่ดี แต่ที่พี่อยากถอนหมั้นก็เพราะพี่ไม่ได้รักพัช พี่ไม่เคยคิดเกินเลยกับพัชมากไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง ตลอดหนึ่งปีที่เราหมั้นกันมา พี่พยายามมองพัชให้เป็นคู่หมั้นแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่สามารถรักพัชได้”“แต่พัชรักพี่วินทร์นี่คะ รักมาตลอด พี่วินทร์ก็รู้ พัชไม่เคยมองคนอื่นเลย” เธอพูดได้แค่นั้น ก้อนสะอื้นก็ขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจเจ็บร้าวไปทั้งดวง เมื่อคนที่เฝ้ารักเฝ้าคิดถึงมาตลอดตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นปฏิเสธความรักของเธออย่างไม่ไยดีครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ว่าจะพยายามทำดีด้วยเท่าไร ทุ่มเทความรู้สึกให้มากแค่ไหน แต่ทุกครั้งก็เหมือนน้ำซึมบ่อทราย เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยรับเอาความรู้สึกของเธอไปพิจารณาบ้างเลย“ก็แล้วทำไมไม่ลองมองคนอื่นบ้างล่ะ อย่ามายึดติดกับพี่เลยพัช
เพชรไพลินมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังลากเก้าอี้แล้วหย่อนนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างประเมิน ผู้ชายคนนี้หน้าตาหล่อเหลา คิ้วเข้มดกเรียงตัวสวยรับกันดีกับดวงตาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน แต่ริมฝีปากสีเข้มนั้นกลับบางเฉียบจนมองผิวเผินแล้วคล้ายคนต่างชาติ ไรเคราเขียวครึ้มที่ขึ้นตามแนวกรามส่งผลให้ใบหน้ายิ่งเฉียบคมดุดัน บุคลิกลักษณะแบบนี้นี่เอง เธอจึงไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเขาถึงดูแลและบริหารงานในอดีตเหมืองขนาดใหญ่แห่งนั้นได้นี่น่ะหรือคู่หมั้นของเจ้าของร่างนี้เธออยู่ในร่างของกัญญพัชรมาหลายวันแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเพิ่งได้เห็นรวินทร์ คู่หมั้นหนุ่มที่หลายคนพูดถึง แม้ตอนที่เธอนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ผู้ชายซึ่งรั้งตำแหน่งคู่หมั้นคนนี้ก็ไม่เคยโผล่หน้าไปให้เห็นแม้แต่วันเดียว“วันนี้พี่วินทร์นึกยังไงคะ ถึงได้นัดพัชออกมากินมื้อเที่ยง”เธอไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เวลาที่กัญญพัชรพูดคุยกับรวินทร์จะแสดงสีหน้าแววตาอย่างไรบ้าง แต่จากความฝันที่ผุดขึ้นมาในช่วงเวลาที่เธอหลับก็พอรู้ได้ว่า เจ้าของร่างนี้รักใคร่หลงใหลผู้ชายตรงหน้ามากแค่ไหน...ทว่าเธอทำไม่ได้เพราะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อยรวินทร์มองหน้าเธอคร







