แชร์

อุบัติเหตุ - 70%

ผู้เขียน: จรสจันทร์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-14 22:44:04

เพชรไพลินสะบัดศีรษะไปมาหลายครั้งเพื่อขับไล่อาการมึนงง จนรู้สึกเหมือนพื้นที่กำลังยืนอยู่โคลงเคลง เสียงการจราจรจอแจและเสียงผู้คนตะโกนโหวกเหวกทำให้เธอต้องมองไปทางต้นเสียง แล้วก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนต์สองคันชนกันจนยับเยิน หญิงสาวนึกอยากเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ทว่าก็ตกใจเมื่อรู้สึกว่าเท้าของตัวเองไม่ติดพื้น

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ความตระหนกตกใจทำให้เพชรไพลินลืมนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ กระทั่งไม่ได้สังเกตรถคันที่เกิดอุบัติเหตุด้วยว่าเป็นรถตนเองหรือไม่ หญิงสาวเอาแต่มองซ้ายมองขวาพร้อมกับพยายามหาที่ยึดเหนี่ยวเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ

“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที” เธอพยายามตะโกนเสียงดัง แต่กลับไม่มีใครสนใจหันมามองแม้แต่คนเดียว ทุกคนเอาแต่สนใจอุบัติเหตุตรงหน้ากันหมด หญิงสาวจึงคิดจะกรีดร้องดังๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่จู่ๆ ก็มีแรงดึงดูดบางอย่างดูดร่างเธอจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็วจนเธอไม่สามารถต้านทานได้ พร้อมกับสติสัมปชัญญะที่ดับวูบลงไป

เพชรไพลินลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตอนนี้ตนเองกำลังยืนอยู่ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง เธอมองผู้คนขวักไขว่แต่งกายด้วยชุดหรูหรามีราคาก็พอรู้ว่านี่เป็นงานเลี้ยงอะไรสักอย่างของกลุ่มไฮโซเป็นแน่ เนื่องจากเธอเองก็คุ้นเคยกับงานแบบนี้ดี แต่คนที่มาร่วมงานที่นี่กลับไม่คุ้นหน้าเลยสักคน จึงลองก้าวเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งร่างของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏต่อสายตา

ผู้หญิงคนนี้ดูแล้วอายุไม่น่าเกินยี่สิบห้า หน้าตาทั้งสวยและน่ารักแบบที่เธอเองเห็นแล้วยังละสายตาไม่ได้ รูปร่างสูงโปร่งกำลังดี ผิวพรรณขาวเนียนหมดจด การแต่งหน้าอ่อนๆ ดูแล้วช่างเหมาะสมกับตัว ไม่ฉูดฉาดเหมือนหญิงสาวบางคนที่มาร่วมงาน ผมสีดำขลับที่รวบตึงไว้ด้านหลังเปิดเผยวงหน้าเรียวเล็กรูปไข่ ปากรูปกระจับที่เผยอเล็กน้อยจนเห็นไรฟันดูแล้วให้ความรู้สึกเซ็กซี่และไร้เดียงสาในเวลาเดียวกัน ทุกอย่างที่รวมกันเป็นผู้หญิงคนนี้ช่างเหมาะเจาะลงตัวไปหมดจนน่าอิจฉา

เพชรไพลินสนใจขึ้นมาทันที เนื่องจากเธอทำธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอางแบรนด์ดังจากต่างประเทศ จึงนึกอยากได้เธอคนนี้มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้บริษัท เท้าไวเท่าความคิด เธอก้าวช้าๆ เข้าไปหาอีกฝ่ายทันที

“พี่วินทร์” เสียงผู้หญิงคนนั้นเรียกชื่อใครบางคนทำให้เท้าของเพชรไพลินหยุดอยู่กับที่ ครั้นมองตามสายตาของเจ้าตัวไปก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในงานอย่างสง่าผ่าเผย สายตาที่ฝ่ายหญิงมองฝ่ายชายนั้นเต็มไปด้วยความรักใคร่หลงใหลอย่างไม่คิดปิดบัง รอยยิ้มหวานหยดที่สะกดใจคนมองก็ดูเหมือนจะมีไว้เพื่อผู้ชายคนนั้นเพียงคนเดียว

จู่ๆ ภาพและบรรยากาศรอบตัวของเพชรไพลินก็เปลี่ยนไป จากงานเลี้ยงของเหล่าไฮโซกลายเป็นสนามหญ้าของคฤหาสน์หลังหนึ่ง มุมหนึ่งของสนามเป็นที่ตั้งของศาลาไม้สักขนาดใหญ่ มีกล้วยไม้และไม้ประดับแขวนไว้รอบศาลาดูร่มรื่น จนอดเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ไม่ได้ ทว่าเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ทำให้เธอต้องหยุดเดินแล้วมองเข้าไปในศาลานั้น

“พัชรักพี่วินทร์ค่ะ” คนพูดก้มหน้าเล็กน้อยด้วยความเขินอาย พวงแก้มเป็นสีระเรื่อชวนมอง

“ไร้สาระน่าพัช พี่ไม่เคยคิดกับพัชมากไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง”

เสียงห้าวห้วนของชายหนุ่มที่ถูกสารภาพรักทำให้เพชรไพลินตวัดสายตามองเจ้าของเสียงทันที

“แต่พัชไม่มองพี่วินทร์เป็นพี่ชายนี่คะ พัชแอบรักพี่มาโดยตลอด และตอนนี้พัชก็เพิ่งรู้ว่าพ่อกับแม่ของพี่วินทร์กำลังจะคุยเรื่องหมั้น...” หญิงสาวพูดไม่ทันจบ ชายหนุ่มก็โพล่งขึ้นเสียก่อน

“พี่จะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของพี่เอง แต่จะไม่มีการหมั้นอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น” พูดจบเขาก็เดินผลุนผลันออกจากศาลาทันที โดยทิ้งให้หญิงสาวคนนั้นมองตามไปด้วยสีหน้าที่จวนเจียนจะร้องไห้เต็มที

เพชรไพลินรู้สึกชิงชังผู้ชายขี้เก๊กคนนั้นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เดินไปไหนต่อ รอบตัวก็เปลี่ยนไปเป็นอีกฉากหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้เธอได้มาอยู่ในบริเวณห้องรับแขกซึ่งตกแต่งอย่างหรูหรา ในห้องมีคนอยู่มากมาย แต่ละคนแต่งกายด้วยชุดที่ค่อนข้างเป็นทางการ หลายคนมีสีหน้าชื่นมื่นราวกับกำลังมีงานมงคล

ครั้นมองไปตรงกลางห้อง เพชรไพลินก็เห็นหญิงสาวแสนสวยคนนั้นกับชายหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งนั่งพับเพียบอยู่ด้วยกันบนพรมหนา ฝ่ายหญิงสวมชุดไทยสีครีม มีรอยยิ้มเจิดจ้าดูเปล่งประกายราวกับนางฟ้านางสวรรค์ ขณะที่ฝ่ายชายสวมชุดสูทสากลสีดำคัตติงเนี้ยบดูสง่าผ่าเผย ทว่าสีหน้ากลับไร้อารมณ์อย่างสิ้นเชิง

“ตาต่ำจริง มีเพชรอยู่ในมือยังไม่รู้จักคุณค่า” เธออดค่อนขอดผู้ชายคนนั้นไม่ได้ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ภาพเบื้องหน้าก็พร่าเลือนไป ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดไปทั่วบริเวณ ลมเย็นๆ ไร้ที่มาพัดวูบเข้ามาปะทะใบหน้าเธอวูบหนึ่งพร้อมกับอาการเจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์กายจนทรงตัวแทบไม่ไหว และทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง

“เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย...โอ๊ย...” ความเจ็บปวดดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่ศีรษะ เธอยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมขมับแล้วพยายามบีบเบาๆ เพื่อคลายความเจ็บ แต่ก็ทำหน้านิ่วอีกครั้งเมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกปวดตึงไปทั้งขาจนขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้ ราวกับถูกใครตอกตรึงไว้กับพื้น

“ใครก็ได้...ช่วยด้วย” ความเจ็บปวดที่รุมเร้าไปทั่วร่างทำให้เพชรไพลินไม่อาจต้านทานไว้ได้อีกต่อไป สติเลือนหายไปอย่างช้าๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นพร้อมกับเสียงทุ้มที่คอยปลอบใจอย่างแผ่วเบาค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกได้ว่าเสียงนั้นอยู่ข้างตัวนี่เอง เพชรไพลินพยายามเปิดเปลือกตาอันแสนหนักอึ้ง แต่กลับไม่สามารถทำได้เพราะร่างกายอ่อนเพลียและเจ็บปวดเกินกว่าจะฝืนทำ แม้จะเป็นแค่เพียงการลืมตาขึ้นมา สุดท้ายเธอก็เข้าสู่นิทรารมณ์ไปอีกครั้ง

เพชรไพลินตื่นขึ้นมาอีกครั้งช่วงกลางดึก คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเมื่อรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง ราวกับตกจากที่สูงจนอวัยวะภายในบอบช้ำ และกระดูกแขนขาหลุดออกจากข้อต่อ ครั้นลืมตาขึ้นมาก็พบกับความสลัวรางของห้องห้องหนึ่ง แต่พอมองเห็นสายระโยงระยางที่ต่อมาจากถุงน้ำเกลือก็พอเดาได้ว่าตอนนี้เธออยู่ในโรงพยาบาล

หญิงสาวพยายามนึกถึงเหตุการณ์สุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบไป จำได้ว่าหลังรับประทานอาหารมื้อเย็นกับภูมิบดินทร์คู่หมั้นเรียบร้อยแล้วก็ขับรถกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศ ตอนขับรถเธอง่วงมาก หาวอยู่หลายครั้ง หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

แย่จริง...เธอพยายามเปล่งเสียงพูดแต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปาก รู้สึกลำคอแห้งผากจนเกิดอาการกระหายน้ำขึ้นมาทันที

เพชรไพลินหันมองไปรอบห้องที่แม้จะเป็นโรงพยาบาลแต่ก็ตกแต่งอย่างหรูหรา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเพชรแพรวา น้องสาวของเธอ หรือไม่ก็ภูมิบดินทร์เป็นคนจัดการเรื่องโรงพยาบาลให้อย่างแน่นอน เพราะรู้ดีว่าเธอเป็นคนชอบความเนี้ยบ เธอยอมจ่ายแพงกว่าก็เพื่อต้องการการบริการที่ดี และแน่นอนว่าฝีมือการรักษาของแพทย์ก็ต้องดีด้วย

หญิงสาวมองไม่เห็นใครอยู่ในห้อง คิดว่าคนมานอนเฝ้าต้องนอนอยู่ในห้องพักสำหรับผู้มาเฝ้าไข้เป็นแน่ ดังนั้นเธอจึงมองหาปุ่มสัญญาณสำหรับเรียกพยาบาลด้านนอก เมื่อเจอแล้วจึงกดเรียก ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ถามผ่านอินเตอร์โฟน แต่เพราะเธอไม่มีเสียงจึงตอบกลับไปไม่ได้ ทำได้แค่กดปุ่มซ้ำอีกครั้ง รอไม่นานนักประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับพยาบาลสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา

“ฟื้นแล้วหรือคะคุณพัช เป็นยังไงบ้างเอ่ย หิวน้ำหรืออยากเข้าห้องน้ำคะ”

พยาบาลทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับคุ้นเคยกับเธอมานาน แต่เพชรไพลินกลับสะกิดใจเมื่ออีกฝ่ายเรียกเธอด้วยชื่ออื่น และความสงสัยนั้นก็ถูกปัดทิ้งไปเพราะในวันหนึ่งๆ พยาบาลต้องดูแลคนป่วยอีกหลายคน คงมีบ้างที่อาจเรียกผิดเรียกถูก

หญิงสาวลูบคอของตัวเองแทนการบอกด้วยคำพูด พยาบาลเห็นดังนั้นจึงรีบเทน้ำใส่แก้วแล้วยื่นหลอดมาป้อนให้ถึงปาก เพชรไพลินดูดน้ำจนหมดแก้วแล้วลองกระแอมเบาๆ เพื่อให้คอโล่งขึ้นกว่าเดิม

“ค่อยยังชั่วหน่อย” พูดจบเพชรไพลินก็เบิกตากว้างเมื่อรู้สึกว่าเสียงของตัวเองเปลี่ยนไป เสียงหวานใส เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของเธอแน่นอน แต่กลับรู้สึกคุ้นหูอย่างน่าประหลาด

“ทำไมเสียงเป็นแบบนี้ล่ะ” เธอลองกระแอมอีกหลายครั้ง พยาบาลจึงเทน้ำใส่แก้วให้อีก

“ค่อยๆ จิบนะคะ ตอนนี้รู้สึกปวดหัวหรือเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่าเอ่ย” พยาบาลสาวถามอย่างเอาใจใส่พร้อมกับเดินไปเปิดไฟให้สว่างขึ้น

เพชรไพลินต้องหรี่ตาลงทันทีเพราะแสงจ้าจากหลอดไฟทำให้ยังปรับสายตาได้ไม่ดีนัก

“รู้สึกปวดไปทั้งตัวเลยค่ะ” ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกว่าเสียงนี้ไม่ใช่เสียงของตัวเอง แต่คิดอีกแง่หนึ่ง นี่อาจเป็นผลกระทบที่เกิดจากอุบัติเหตุก็เป็นได้ เธอรู้สึกเหมือนเคยได้ยินเสียงลักษณะนี้จากที่ไหนมาก่อน แต่กลับจำไม่ได้

“คุณพัชโชคดีมากเลยนะคะที่ไม่เป็นอะไรมาก มีหัวแตก หัวไหล่หลุด นอกนั้นก็เป็นบาดแผลทั่วไปและรอยฟกช้ำตามร่างกายจากแรงกระแทกอย่างแรงตอนที่รถชนน่ะค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นคุณพัชก็ยังหลับไปถึงสองวันเต็มๆ เชียวนะคะ”

พยาบาลสาวเดินเข้ามาวัดอุณหภูมิและปรับค่าของเครื่องควบคุมน้ำเกลือ ขณะที่เพชรไพลินได้แต่พยักหน้ารับฟังโดยไม่ออกความเห็นใดๆ เพราะคิดว่าจะเก็บไว้ถามเรื่องนี้จากน้องสาวและคู่หมั้นทีเดียว เธออยากรู้ด้วยว่าคู่กรณีเป็นใคร และตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

“ฉันอยากเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ” หญิงสาวหันไปบอกพยาบาล อีกฝ่ายจึงช่วยพยุงลงจากเตียงแล้วเข็นเสาน้ำเกลือมาให้ เพชรไพลินทำหน้านิ่วเมื่อเท้าสัมผัสพื้นแล้วถูกความเจ็บปวดเข้าจู่โจมอีกระลอก เธอยืนเกาะเตียงไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้ขาทั้งสองข้างได้ปรับสภาพ จากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปทางห้องน้ำช้าๆ

“ขอบคุณมากค่ะ” หญิงสาวหันไปขอบคุณพยาบาลที่ช่วยประคองมาส่งถึงหน้าห้องน้ำ เข็นเสาน้ำเกลือเข้ามาไว้ด้านในแล้วปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย เพชรไพลินรีบทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ จากนั้นก็เดินมายืนที่หน้าอ่างล้างหน้าเพราะตอนนี้เธออยากล้างหน้าแปรงฟันมาก ทว่าพอเห็นเงาของตัวเองจากกระจก หญิงสาวก็ได้แต่ยืนอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น

“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องจริง!”

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ต้นสายปลายรัก   อุบัติเหตุ - 100%

    เพชรไพลินลูบหน้าตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา เธอกะพริบตาอยู่หลายครั้ง คิดว่าตัวเองน่าจะตาฝาดเนื่องจากใบหน้าที่สะท้อนออกมาจากกระจกเงานั้นคือผู้หญิงที่อยู่ในฝันอันยาวนานของเธอนั่นเองหญิงสาวยังคงไม่ถอดใจ เพราะเธอคิดว่าอาจเป็นผลมาจากการที่เธอฝันถึงผู้หญิงคนนั้นมากเกินไปภาพจึงยังติดตา คิดได้ดังนั้นจึงพยายามไม่มองกระจกแล้วจัดการแปรงฟันล้างหน้าให้เรียบร้อย เธอจงใจไม่หมุนก๊อกน้ำให้เป็นน้ำอุ่น เพราะตั้งใจจะอาศัยความเย็นของน้ำอุณหภูมิปกติทำให้ตาสว่างทว่าพอลืมตาขึ้นมองเงาในกระจก ใบหน้าที่เห็นก็ยังคงเป็นผู้หญิงที่อยู่ในความฝันคนนั้นอยู่ดี“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” เพชรไพลินพยายามทบทวนความจำ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อนึกชื่อนั้นออก“จริงสิ พยาบาลก็เรียกเราว่า...คุณพัช...อย่าบอกนะว่าคู่กรณีอีกคันก็คือผู้หญิงคนนี้”หญิงสาวแทบทรงตัวไม่อยู่เมื่อเจอเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ เธอเคยเห็นแต่ในละครเรื่องการสลับร่างหรือสลับวิญญาณ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีเรื่องแบบนั้นอยู่จริง หนำซ้ำยังเกิดขึ้นกับตัวเองอีกด้วย“แล้วร่างของเราล่ะ ผู้หญิงคนนี้ไปอยู่ในร่างของเราหรือ”เพชรไพลินหลับตาลงอย่างกลัดกลุ้ม ไม่เ

  • ต้นสายปลายรัก   อุบัติเหตุ - 70%

    เพชรไพลินสะบัดศีรษะไปมาหลายครั้งเพื่อขับไล่อาการมึนงง จนรู้สึกเหมือนพื้นที่กำลังยืนอยู่โคลงเคลง เสียงการจราจรจอแจและเสียงผู้คนตะโกนโหวกเหวกทำให้เธอต้องมองไปทางต้นเสียง แล้วก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนต์สองคันชนกันจนยับเยิน หญิงสาวนึกอยากเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ทว่าก็ตกใจเมื่อรู้สึกว่าเท้าของตัวเองไม่ติดพื้น“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ความตระหนกตกใจทำให้เพชรไพลินลืมนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ กระทั่งไม่ได้สังเกตรถคันที่เกิดอุบัติเหตุด้วยว่าเป็นรถตนเองหรือไม่ หญิงสาวเอาแต่มองซ้ายมองขวาพร้อมกับพยายามหาที่ยึดเหนี่ยวเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที” เธอพยายามตะโกนเสียงดัง แต่กลับไม่มีใครสนใจหันมามองแม้แต่คนเดียว ทุกคนเอาแต่สนใจอุบัติเหตุตรงหน้ากันหมด หญิงสาวจึงคิดจะกรีดร้องดังๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่จู่ๆ ก็มีแรงดึงดูดบางอย่างดูดร่างเธอจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็วจนเธอไม่สามารถต้านทานได้ พร้อมกับสติสัมปชัญญะที่ดับวูบลงไปเพชรไพลินลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตอนนี้ตนเองกำลังยืนอยู่ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง เธอมองผู้คนขวักไขว่แต่งกายด้วยชุ

  • ต้นสายปลายรัก   อุบัติเหตุ - 35% -

    “พัชไม่ดีตรงไหนคะ”เสียงเจือสะอื้นของหญิงสาวตรงหน้าทำให้รวินทร์ถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความเหนื่อยหน่ายพร้อมกับลอบถอนหายใจอีกครั้ง เขาพูดเรื่องถอนหมั้นกับกัญญพัชรมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ผลที่ได้รับกลับมาก็ยังเหมือนเดิม นั่นก็คือเธอไม่ยินยอมและร้องห่มร้องไห้เพื่อให้เขาเห็นใจ“พัชถามพี่อย่างนี้ทุกครั้ง และพี่ก็เคยบอกไปแล้วว่า ไม่ใช่ว่าพัชไม่ดี แต่ที่พี่อยากถอนหมั้นก็เพราะพี่ไม่ได้รักพัช พี่ไม่เคยคิดเกินเลยกับพัชมากไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง ตลอดหนึ่งปีที่เราหมั้นกันมา พี่พยายามมองพัชให้เป็นคู่หมั้นแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่สามารถรักพัชได้”“แต่พัชรักพี่วินทร์นี่คะ รักมาตลอด พี่วินทร์ก็รู้ พัชไม่เคยมองคนอื่นเลย” เธอพูดได้แค่นั้น ก้อนสะอื้นก็ขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจเจ็บร้าวไปทั้งดวง เมื่อคนที่เฝ้ารักเฝ้าคิดถึงมาตลอดตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นปฏิเสธความรักของเธออย่างไม่ไยดีครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ว่าจะพยายามทำดีด้วยเท่าไร ทุ่มเทความรู้สึกให้มากแค่ไหน แต่ทุกครั้งก็เหมือนน้ำซึมบ่อทราย เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยรับเอาความรู้สึกของเธอไปพิจารณาบ้างเลย“ก็แล้วทำไมไม่ลองมองคนอื่นบ้างล่ะ อย่ามายึดติดกับพี่เลยพัช

  • ต้นสายปลายรัก   ปฐมบท

    เพชรไพลินมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังลากเก้าอี้แล้วหย่อนนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างประเมิน ผู้ชายคนนี้หน้าตาหล่อเหลา คิ้วเข้มดกเรียงตัวสวยรับกันดีกับดวงตาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน แต่ริมฝีปากสีเข้มนั้นกลับบางเฉียบจนมองผิวเผินแล้วคล้ายคนต่างชาติ ไรเคราเขียวครึ้มที่ขึ้นตามแนวกรามส่งผลให้ใบหน้ายิ่งเฉียบคมดุดัน บุคลิกลักษณะแบบนี้นี่เอง เธอจึงไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเขาถึงดูแลและบริหารงานในอดีตเหมืองขนาดใหญ่แห่งนั้นได้นี่น่ะหรือคู่หมั้นของเจ้าของร่างนี้เธออยู่ในร่างของกัญญพัชรมาหลายวันแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเพิ่งได้เห็นรวินทร์ คู่หมั้นหนุ่มที่หลายคนพูดถึง แม้ตอนที่เธอนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ผู้ชายซึ่งรั้งตำแหน่งคู่หมั้นคนนี้ก็ไม่เคยโผล่หน้าไปให้เห็นแม้แต่วันเดียว“วันนี้พี่วินทร์นึกยังไงคะ ถึงได้นัดพัชออกมากินมื้อเที่ยง”เธอไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เวลาที่กัญญพัชรพูดคุยกับรวินทร์จะแสดงสีหน้าแววตาอย่างไรบ้าง แต่จากความฝันที่ผุดขึ้นมาในช่วงเวลาที่เธอหลับก็พอรู้ได้ว่า เจ้าของร่างนี้รักใคร่หลงใหลผู้ชายตรงหน้ามากแค่ไหน...ทว่าเธอทำไม่ได้เพราะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อยรวินทร์มองหน้าเธอคร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status