LOGINพรรณเรศยิ้มบางๆ ด้วยความยินดี เรื่องนี้ธัชควรได้รับรู้ จากนี้ไปคงเกิดเรื่องดีๆ ในชีวิต อุปสรรคที่ผ่านมาถือว่าเป็นบททอดสอบ เธอหวังแค่เพียงเด็กคนนี้จะช่วยทำให้พ่อสามี รักและเอ็นดูเธอบ้างเท่านั้นเอง
ดาราสาวล้างกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดติดต่อไปยังปลายทาง
“ว่าไงครับเรศ” ปลายสายกรอกเสียงอ่อนโยน
“ธัชคะ วันนี้มาหาเรศที่คอนโดได้ไหม”
“วันนี้ผมมีประชุม เลิกดึกนะครับ รอไหวเหรอ”
“เรศรอได้ค่ะ พอเรศมีเรื่องสำคัญจะบอกกับคุณ” เธอยิ้มบางๆ เมื่อคิดว่าเขาต้องตื่นเต้นแน่นอน
“ได้ครับ ผมจะไปหานะ”
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำแล้ววางสาย
ประตูห้องเปิดออก เจ้าของห้องดันกายเข้าด้านใน เพราะในมือหอบหิ้วของพะรุงพะรัง เธอใช้เท้ายกดันมันปิดลงตามเดิม แล้วสาวเท้ามายังโต๊ะอาหาร วางของโปรดเขาไว้บนนั้นแล้วเท้าเอวระบายยิ้ม คนตัวเล็กเปิดถุงอาหารออก แล้วค่อยๆ พิจารณาดูว่า เธอจะทำเช่นไรกับมันดี เพราะกว่าเขาจะมาถึงมันคงเย็นชืดหมดเสียก่อน
“ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า” หญิงสาวเปรยกับตนเอง แล้วเดินออกจากห้องอาหารไป
พอเข้าห้องนอนจัดการเปลืองชุดออกจากร่างกาย แล้วเดินเข้าห้องน้ำ วันนี้อยากทำให้เขาประทับใจมากที่สุด กลิ่นกายต้องหอมกรุ่น ผิวกายต้องเนียนนุ่ม เพียงแค่นึกถึงใบหน้าของคนรักมันทำให้เธอรู้สึกเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก อาบน้ำเรียบร้อยออกมาแล้วหย่อนกายลงหน้ากระจก
เธอลูบไล้ใบหน้าด้วยครีมบำรุง แล้วตามด้วยโลชั่นตามผิวกาย ก่อนหยิบชุดเดรสสีชมพูมาสวมใส่ แต่งหน้าโทรสีพีช มองดูตนเองอีกครั้ง แล้วเดินออกมา อุ่นอาหารร้านโปรดของเขาเพื่อรอต้อนรับ พรรณเรศมองโต๊ะอาหารที่ตนเองจัดด้วยความพึงพอใจ
ตึ๊ด!
เสียงรูดคีย์การ์ดดัง ติดตามด้วยเสียงเปิดประตู เจ้าของห้องชะงักระบายยิ้มทันทีเพราะรู้ว่าคนที่มาคือใคร เธอถอดผ้ากันเปื้อนออก แล้วเดินไปต้อนรับตรงหน้าประตู ทันทีทีเห็นคนรัก เธอรีบสวมกอด แล้วช่วยเขาถอดสูทมาพาดไว้ตรงโซฟา ธัชพลทรุดกายลงตรงโซฟาแล้วเอนพิงพนักก่อนหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน พรรณเรศเห็นเช่นนั้นเลยเดินมาตรงครัวรินน้ำส้มคั้นแล้วนำมาเสริฟ์
“ดื่มน้ำส้มก่อนนะคะ จะได้สดชื่น” เธอยื่นให้เขา
ชายหนุ่มรับมา แล้วกระดื่มจนหมดแก้ว มันทำให้เขาหายอ่อนเพลียได้ดีทีเดียว
“ขอบคุณมากนะครับ”
ธัชพลเหลือบมอง เห็นสีหน้าคนรักเต็มไปด้วยรอยยิ้ม คิ้วเข้มขมวดด้วยความสงสัย
“มีอะไรหรือเปล่าครับ ดูคุณอารมณ์ดีเป็นพิเศษ” เขาถามเสียงแผ่ว แล้วสบตา
คนถูกถามอมยิ้ม “ไปทานข้าวกันไหมคะ เรศหิวแล้ว ช่วงนี้ต้องบำรุงค่ะ”
ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย กับคำพูดของคนรัก แต่กลับไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ยอมเดินตามแรงดึงของอีกฝ่ายมายังโต๊ะอาหาร เขาสบตาเธอด้วยความสับสน เมื่อเห็นบนโต๊ะมีอาหารโปรดมากมาย ดอกกุหลาบสีแดงถูกปลักใส่แจกันวางไว้ตรงกลาง ปกติเรศไม่ทำแบบนี้
“มีเรื่องอะไรต้องฉลองหรือเปล่าครับ” เขาถาม ขณะเลื่อนเก้าอี้นั่งลง
พรรณเรศยิ้มบางๆ แล้วทรุดกายลงตรงข้าม ตักอาหารใส่จานเขาเป็นระยะ ธัชพลยิ่งพิศมองคนรักยิ่งแปลกใจ เพราะท่าทางดูมีความสุขเสียเหลือเกิน ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่
“ตกลงไม่บอกผมเหรอครับว่ามีเรื่องอะไร” ชายหนุ่มถามย้ำ
ริมฝีปากบางเม้มสนิท แล้วช้อนสายตามองคนตรงหน้า
“เรศท้องค่ะธัช”
คนฟังนิ่งงันราวกับถูกสาป ร่างกายเย็นเฉียบฉับพลันกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ ไม่นานนักหัวใจกลับเต้นแรงขึ้นทุกขณะ จ้องมองคนรักราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“คะ...คุณว่าอะไรนะเรศ!” น้ำเสียงเขาดูตื่นเต้น
“ประจำเดือนเรศไม่มา พักหลังเรศอ่อนเพลียแล้วก็ง่วงนอนบ่อย เรศเลยไปตรวจมาค่ะ”
“ตรวจ...”
“ค่ะ ผลออกมาว่าเรศท้อง”
ว่าที่คุณพ่อกลับทำอะไรไม่ถูก เขากำลังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วนเช่นนี้ แต่ในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นระคนดีใจ
“ผะ... ผมไม่รู้ว่าควรเริ่มยังไงดี ผมควรทำยังไงดีเรศ ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว!” เขาละล่ำละลัก
หญิงสาวน้ำตาเอ่อคลอ เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของคนรัก
“คุณไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะธัช นอกจาก... พาเรศไปฝากครรภ์”
เขาลุกจากเก้าอี้ ตรงเข้ารั้งร่างบางมากอดไว้แนบแน่น
“ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ที่คุณกำลังจะมีลูกกับผม!”
“เรศก็ดีใจค่ะ”
สองร่างกอดกันด้วยความรัก พรรณเรศยิ้มกว้าง อย่างน้อยเขาก็ยอมรับ และไม่ทอดทิ้งเธอไปไหน แล้วแบบนี้มีหรือที่พ่อสามีจะไม่ยอมรับเธอ
“คืนนี้ผมจะค้างที่นี่นะ”
คนฟังดวงตาเบิกกว้างด้วยความยินดี
“จริงเหรอคะ!” เธอร้องถามน้ำเสียงตื่นเต้น
“จริงสิ ผมอยากนอนกอดคุณ แล้วพรุ่งนี้เราจะไปที่บ้านผมกัน ผมอยากให้คุณไปเจอกับพ่อ!”
สีหน้าหญิงสาวหม่นลงเมื่อเขาเอ่ยถึงบิดา เธอหวาดหวั่นภายในไม่น้อย กระนั้นก็ยังอยากให้ตนเองถูกยอมรับ
“เป็นอะไรหรือเปล่า” ธัชพลถาม ขณะเชยคางมนขึ้นมาสบตา
“เรศกังวลค่ะ กลัวพ่อคุณไม่ยอมรับเรศ” เธอบอกเสียงสั่น
เขาดึงมือบางมากุมไว้ แล้วยิ้มเพื่อปลอบประโลม
“พ่อต้องดีใจแน่ที่คุณกำลังจะมีหลานให้ ผมเชื่อว่าพ่อจะต้องยอมรับคุณแน่นอนเรศ!” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น นั่นทำให้เธอใจชื้น
แม้เวลาล่วงเลยไป แต่การเสียสกายไป ทำให้ครอบครัวเจ็บปวดมากเหลือเกิน เด็กไม่มีความผิดเลย ถ้าจะผิด ก็คงเพราะเกิดมาเป็นลูกของพี่สาวเธอ“คุณธัชคะ ฉันปวดท้อง”คนถูกปลุกลุกพรึบ“ปวดแบบไหนเหรอพิมพ์ ปวดมากไหม”“ปวดบีบ ๆ น่ะค่ะ เหมือนจะคลอด”“งั้นเราไปโรงพยาบาลกันครับ!”พิมพ์จันทร์ถูกพาตัวเข้าห้องคลอดทันที เพราะปากมดลูกเปิดเกือบสิบเซ็นแล้ว ว่าที่คุณพ่อเดินกระวนกระวายหน้าห้องคลอด จนกระทั่งพยาบาลมาตาม ชั่วโมงกว่าทุกคนพากันออกมาด้านนอก ธัชพลเข็นเตียงเฝ้าภรรยาไม่ห่าง พอถึงห้องพักฟื้น วีดีโอคอลหาปู่ของหลานทันที ธเนศมองหน้าหลานชาย แล้วยิ้มกว้าง ในที่สุดความหวังของเขาก็เป็นจริงเสียทีผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ อาการธเนศดีขึ้น เริ่มลุกนั่งได้ เชื้อมะเร็งไม่ได้ลุกลาม แต่สภาพร่างกายไม่ค่อยดีนัก เพราะถูกกินไปมาก พิมพ์จันทร์อุ้มลูกน้อยในอ้อมแขน พาไปยังรถเพื่อเยี่ยมตา ถึงบ้านซึ่งเคยอาศัยอยู่แต่ก่อน พิชัยในสภาพร่วงโรยตามกาลเวลา ออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เห็นหน้าหลานแล้วน้ำตาซึมออกมา“พ่อคะ เป็นยังไงบ้างคะ”“พ่อสบายดีพิมพ์”“ถ้าพ่อเหงา พ่อไปอยู่กับพิมพ์ดีไหมคะ” เธอเอ่ยถาม ด้วยความห่วงใย“คงไม่ดีหรอกมั้งลูก”“ไม่ดีได้
แพทย์ทำการผ่าตัด ออกจากห้อง หลังผ่านไปหกชั่วโมง ท่าทางทุกคนเหนื่อยอ่อน พลรบรีบตรงเข้าหาหมอ สีหน้ากังวล เวลานานขนาดนี้ อาการลูกชายหนักหนาสาหัสแค่ไหนกันแน่ หมอมองดูญาติผู้ป่วยแววตาหม่น เพราะไม่ได้รัดเข็มขัด ทำให้อาการของเด็กหนักมาก“หมอครับ ลูกชายผมเป็นยังไงบ้างครับ” เขาถามน้ำเสียงสั่นเครือหมอส่ายหน้า “หมอพยายามเต็มที่แล้วครับ แต่น้องทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตแล้วครับ”เหมือนฟ้าถล่มลงมา พลรบทรุดกายลงกองกับพื้น พิชัยจับหน้าอกแน่น เหมือนตัวเองกำลังจะตายเสียให้ได้ ชายชราหล่นจากเก้าอี้ในทันที เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรีบเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วนพรรณเรศกัดริมฝีปากแน่น ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เดินเข้ามาในห้องเพื่อตรวจอาการ อยากรู้ว่าลูกชายเป็นอย่างไรบ้าง หน้าห้องมีแต่ตำรวจเฝ้าเต็มไปหมด“หมอคะ ฉันอยากรู้ว่าลูกฉันเป็นยังไงบ้าง” เธอถาม หมอสบตาแววตาแข็งขึ้น ข่าวดังในโรงพยาบาล ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของเด็ก ช่างน่าสงสารนัก“ถามทำไมคะ คุณเป็นแม่ของเด็ก แต่คุณกลับขับรถคิดฆ่าคนอื่น ทั้งที่ลูกตัวเองไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย คุณคิดไหมว่า น้องจะได้รับอันตรายมากแค่ไหน!”คนฟังสะอึก “ฉันถามคุณหมอก็ตอ
“ได้ครับ ผมอนุญาต”เสียงฝีเท้าดัง พลรบตรงเข้าหา สีหน้าตื่นตระหนก“พ่อครับ!”“พล”“สกายเป็นไงบ้างครับพ่อ มันเกิดอะไรขึ้น!” เขาถามเสียงเครียด“พ่อไม่รู้เลย เรศเองก็เจ็บตัวไม่น้อย สกายเกิดอุบัติเหตุพร้อมเรศ อาการสกายค่อนข้างหนัก หมอยังไม่ออกมาบอกอะไรพ่อเลย”คนเป็นพ่อเดินวน ยกมือกุมขมับ หัวใจเหมือนกำลังถูกควักออกมา น้ำตาค่อยเอ่อ มันสุดกลั้น เขาจะทำเช่นไร หากสกายเป็นอะไรไป มันทำใจไม่ได้หรอก ตำรวจสาวเท้ามาหา พลรบจ้องมองสีหน้าสับสน เช่นเดียวกับพิชัย“สวัสดีครับ”“ครับ” พลรบตอบรับ“พอดีผมมาสืบสวนเรื่องอุบัติเหตุที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้นำคลิปอุบัติเหตุให้ผมดูแล้ว ตอนนี้คุณพรรณเรศเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้นะครับ”“อะไรนะครับ!” พิชัยร้องลั่น “ผมไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกสาวผมถึงเป็นผู้ต้องหาได้!”“เพราะคุณพรรณเรศ จงใจขับรถชนคุณพิมพ์จันทร์กับสามีครับ”ไม้เท้าในมือพิชัยร่วงหล่นกับพื้น ไม่รู้เลยว่าลูกสาว ทำเลวทำชั่ว ถึงขนาดแก้แค้นโดยไม่ห่วงชีวิตลูกตัวเอง“ผมไม่รู้เรื่องนี้เลย ไม่รู้ว่าลูกสาวผม จะทำเลวแบบนี้!” น้ำเสียงคนเป็นพ่อสั่นเครือ น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม“ผมจำเป็นต้องแจ้งไว้น่ะ
เดือนต่อมา งานแต่งถูกจัดขึ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวหลังจากทำพิธีเรียบร้อย ต่างนั่งพักบนเตียงในห้องหอ ธัชพลกุมมือภรรยาไว้แน่น ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา“ฉันมีอะไรเซอร์ไพรส์คุณด้วยค่ะ”คนฟังชะงัก สีหน้าแปลกใจ“อะไรเหรอครับ”เธอลุกจากเตียง แล้วเดินไปตู้เสื้อผ้า หยิบแผ่นกระดาษในกระเป๋าออกมา แล้วยื่นให้สามี เขารับมาแล้วเปิดดูด้านใน ดวงตาเบิกกว้าง“คุณท้องเหรอพิมพ์!” เขาตะโกนลั่น กระโดดโลดเต้นด้วยความสุข“ค่ะ ท้องได้สองเดือนแล้ว”ชายหนุ่มครุ่นคิด “หรือว่า ครั้งนั้น”เธอพยักหน้า “น่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ”“ผมไม่นึกเลยว่า น้ำยาผมมันดีขนาดนี้ ครั้งเดียวติดเลย”มือตีเข้าแขนแผ่วเบา “พูดอะไรออกมาคะ น่าอาย”ชายหนุ่มรั้งร่างบางมากอดไว้แนบกาย สูดกลิ่นหอมของผมนุ่ม ไม่คาดคิดมาก่อนเลย ตอนนี้พิมพ์ท้องแล้ว ครอบครัวกำลังจะสมบูรณ์ไปอีกขั้น หากพ่อรู้เรื่องนี้ คงดีใจมากเลยรุ่งเช้า สองร่างเดินลงบันได โดยมีเขาประคองไม่ห่าง พอถึงห้องอาหาร ป้านวลผ่องแม่บ้านเข้ามาดูแล“พ่อไปไหนเหรอครับ ยังไม่ตื่นเหรอ” เขาถาม แล้วมองหา“คุณท่านอาการไม่ค่อยดีค่ะ เมื่อคืนคุณสุรชัยพาไปหาหมอ”“อะไรนะ!” ธัชพลลุกยืนสีหน้าตระหนก หยิบมือถื
น้ำตาคนฟังไหลรินออกมา “เรศออกมา เรศก็อยากใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป แต่มันกลับทำไม่ได้เลย ผู้คนเอาแต่นินทาว่าร้ายเรศ เปรียบเทียบกับพิมพ์ตลอดเวลา เรศแค่อยากให้รู้ว่า ต่อให้พิมพ์อยู่สูงแค่ไหน แต่ผู้ชายของพิมพ์ ก็ยังมองคนต่ำ ๆ อย่างเรศเลย!”“แล้วคุณทำไหมเรศ คุณได้ทำผิดหรือเปล่า สิ่งที่คุณทำ ไม่มีใครไม่รู้ คนพวกนั้นย่อมมองคุณเป็นธรรมดา แต่พอเวลาผ่านไป เชื่อผมสิ ทุกคนจะลืมมัน ไม่ได้สนใจมันอีก ถ้าคุณอดทน!”“ใครมันจะทน ที่ทำงานคุณ ก็นินทาเรศเหมือนกัน ทุกคนมองเรศเป็นคนขี้คุก ผู้หญิงไร้ยางอาย หน้าด้าน!”“ทำไมคุณถึงแคร์คนพวกนั้น มากกว่าแคร์คนที่รักคุณกันเรศ!” ชายหนุ่มตัดพ้อเสียงสั่น ตนเองทุ่มเทให้ถึงขนาดนี้ กลับไม่เห็นค่า มองแต่คนอื่นที่เขาไม่เคยสนใจเธอเงียบไป เมื่อเห็นแววตา พลรบดูแลเอาใจใส่มาตลอด ตั้งแต่ออกจากคุก มีเขาแค่คนเดียวที่คอยถามไถ่ ห่วงใยเสมอ ทว่าหัวใจ มันกลับไม่ยอมฟังเอาเสียเลย มันทรมาน เจ็บแค้น ไม่อาจปล่อยวาง เวลาเห็นน้องสาวต่างสายเลือดมีความสุข ข้างในมันเดือดขึ้นมา อย่างทำให้สองคนนั้นพินาศลงด้วยมือตัวเอง“เรศเข้าใจที่คุณพูด แต่มันทำไม่ได้”เขาสูดลมหายใจเข้าปอด หรือต้องปล่อยไปจริง ๆ“ท
“พวกแกเสือกอะไรด้วย นี่มันเรื่องของฉัน!”“รู้ทั้งรู้ว่าคุณธัชกำลังจะแต่งงานกับคุณพิมพ์ ยังหน้าด้านมายุ่งกับเขาอีก!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากคนนอก“แล้วพวกแกมายุ่งอะไรด้วย!”พิมพ์จันทร์ทอดสายตามอง แววตาว่างเปล่า พรรณเรศดิ้นรนจนกระทั่งสบตาน้องสาว กัดริมฝีปากแน่น แววตาคู่นั้นแสนเกลียด มันทำให้รู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า พิมพ์กำลังดูถูกเธอ ดั่งของไร้ค่า“ลากตัวออกไป แล้วห้ามผู้หญิงคนนี้เข้ามาที่นี่อีก!”“ครับ” พนักงานรับคำ แล้วพาตัวพรรณเรศออกไปพรรณเรศมองน้องสาวแววตาอาฆาต จะทำให้ยังไงให้ธัชพลติดกับดัก เธออยากให้สองคนพินาศไปด้วยกัน ในเมื่อเธอไม่มีความหวัง ทั้งหน้าที่การงาน คนรัก ก็อยากจัดการคนที่มันทำให้เธอ ต้องอยู่ในสถานะนี้ ล้มลงด้วยกันตุบ!ถูกเหวี่ยงไว้ด้านนอกตึก พรรณเรศลุกยืนปัดเสื้อผ้า กระทืบเท้าสีหน้าไม่พอใจ รอบกายเริ่มมีคนมามุงดู พร้อมถือโทรศัพท์ถ่ายวีดีโอ พรรณเรศหันเผชิญหน้า“มามุงอะไรกัน ไปให้พ้น!” เธอตวาดไล่“มาดูคนหน้าด้านไร้ยางอาย คนอะไรเข้าคุกมาแล้ว แทนที่จะกลับตัวได้ ดันคิดแย่งสามีน้องสาวอีก ทั้งที่น้องสาวช่วยเหลือ!” หนึ่งในไทยมุงต่อว่า“พวกแกไม่รู้เรื่อง ก็อย่ามาเสือก!”“คนดีกับคนไม่ด
บ้านเช่าหลังเล็ก ถูกเคาะเสียงลั่น เจ้าของห้องงัวเงียตื่นขึ้นมา ท่าทางยังไม่ได้สติ สุรชัยทอดสายตามอง พอมันตื่นเต็มตา สีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกในทันที“พวกแกเป็นใคร!”“แกไม่จำเป็นต้องรู้จักพวกฉันก็ได้ แต่สิ่งที่แกต้องรู้คือ ใครจ้างแกมาทำร้ายผู้หญิงคนนี้!”สุรชัยเปิดมือถือให้มันดู ริมฝีปากคนถูกถ
ร่างบางสาวเท้าตามความต้องการเข้าไปด้านในบ้าน ภายในดูทันสมัยสบายตา แถมยังสะอาด ดูท่าแล้วที่นี่คงมีคนอยู่แน่นอน เธอถูกพามายังห้องรับแขก เมื่อถึงที่นั้นพวกโจรพากันยืนคุมเชิงไม่ห่าง และให้เธอนั่งรอที่โซฟา เสียงฝีเท้าดังแว่วเข้ามา เธอหันมองเห็นชายรูปร่างสูง หน้าตาคมคาย กำลังก้าวเข้ามา รู้สึกคุ้นหน้าคุ้น
ไสวเท้าเอวแววตาแข็งกร้าว“ขอโทษนะคุณพรรณเรศ คุณลืมไปหรือเปล่าว่าคุณไม่ใช่คนจ่ายเงินเดือนให้กับคนใช้ที่นี่ คนที่จ่ายคือคุณพิมพ์ ถ้าไสวไม่เห็นว่าคุณสกายเป็นหลานคุณท่านแล้วล่ะก็ ฉันรับรองได้จะไม่มีวันแตะต้องเด็ดขาด!”เสียงเอะอะลั่นบ้าน ทำให้หัวอกคนทำงานเดียวกันเริ่มเดินเข้ามาด้านใน ทุกคนมองพรรณเรศสีหน
ราเมศร์หยิบภาพแบบเครื่องเพชรชุดท้องฟ้ายามค่ำคืนออกมา ทอดสายตามองมันด้วยความชื่นชม เขาแทบอยากทำเครื่องเพชรชุดนี้ออกมาเสียเอง หากไม่ติดว่าอาจเกิดปัญหาใหญ่ในภายหลัง เขาจะต้องทำให้พิมพ์จันทร์ยอมเซ็นสัญญายกงานออกแบบนี้ให้กับตนเองให้ได้เสียงกดกริ่งหน้าห้องทำชายหนุ่มชะงัก เดินมาหยุดยืนแล้วเปิดประตูออก เห







