Se connecterพรรณเรศยิ้มบางๆ ด้วยความยินดี เรื่องนี้ธัชควรได้รับรู้ จากนี้ไปคงเกิดเรื่องดีๆ ในชีวิต อุปสรรคที่ผ่านมาถือว่าเป็นบททอดสอบ เธอหวังแค่เพียงเด็กคนนี้จะช่วยทำให้พ่อสามี รักและเอ็นดูเธอบ้างเท่านั้นเอง
ดาราสาวล้างกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดติดต่อไปยังปลายทาง
“ว่าไงครับเรศ” ปลายสายกรอกเสียงอ่อนโยน
“ธัชคะ วันนี้มาหาเรศที่คอนโดได้ไหม”
“วันนี้ผมมีประชุม เลิกดึกนะครับ รอไหวเหรอ”
“เรศรอได้ค่ะ พอเรศมีเรื่องสำคัญจะบอกกับคุณ” เธอยิ้มบางๆ เมื่อคิดว่าเขาต้องตื่นเต้นแน่นอน
“ได้ครับ ผมจะไปหานะ”
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำแล้ววางสาย
ประตูห้องเปิดออก เจ้าของห้องดันกายเข้าด้านใน เพราะในมือหอบหิ้วของพะรุงพะรัง เธอใช้เท้ายกดันมันปิดลงตามเดิม แล้วสาวเท้ามายังโต๊ะอาหาร วางของโปรดเขาไว้บนนั้นแล้วเท้าเอวระบายยิ้ม คนตัวเล็กเปิดถุงอาหารออก แล้วค่อยๆ พิจารณาดูว่า เธอจะทำเช่นไรกับมันดี เพราะกว่าเขาจะมาถึงมันคงเย็นชืดหมดเสียก่อน
“ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า” หญิงสาวเปรยกับตนเอง แล้วเดินออกจากห้องอาหารไป
พอเข้าห้องนอนจัดการเปลืองชุดออกจากร่างกาย แล้วเดินเข้าห้องน้ำ วันนี้อยากทำให้เขาประทับใจมากที่สุด กลิ่นกายต้องหอมกรุ่น ผิวกายต้องเนียนนุ่ม เพียงแค่นึกถึงใบหน้าของคนรักมันทำให้เธอรู้สึกเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก อาบน้ำเรียบร้อยออกมาแล้วหย่อนกายลงหน้ากระจก
เธอลูบไล้ใบหน้าด้วยครีมบำรุง แล้วตามด้วยโลชั่นตามผิวกาย ก่อนหยิบชุดเดรสสีชมพูมาสวมใส่ แต่งหน้าโทรสีพีช มองดูตนเองอีกครั้ง แล้วเดินออกมา อุ่นอาหารร้านโปรดของเขาเพื่อรอต้อนรับ พรรณเรศมองโต๊ะอาหารที่ตนเองจัดด้วยความพึงพอใจ
ตึ๊ด!
เสียงรูดคีย์การ์ดดัง ติดตามด้วยเสียงเปิดประตู เจ้าของห้องชะงักระบายยิ้มทันทีเพราะรู้ว่าคนที่มาคือใคร เธอถอดผ้ากันเปื้อนออก แล้วเดินไปต้อนรับตรงหน้าประตู ทันทีทีเห็นคนรัก เธอรีบสวมกอด แล้วช่วยเขาถอดสูทมาพาดไว้ตรงโซฟา ธัชพลทรุดกายลงตรงโซฟาแล้วเอนพิงพนักก่อนหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน พรรณเรศเห็นเช่นนั้นเลยเดินมาตรงครัวรินน้ำส้มคั้นแล้วนำมาเสริฟ์
“ดื่มน้ำส้มก่อนนะคะ จะได้สดชื่น” เธอยื่นให้เขา
ชายหนุ่มรับมา แล้วกระดื่มจนหมดแก้ว มันทำให้เขาหายอ่อนเพลียได้ดีทีเดียว
“ขอบคุณมากนะครับ”
ธัชพลเหลือบมอง เห็นสีหน้าคนรักเต็มไปด้วยรอยยิ้ม คิ้วเข้มขมวดด้วยความสงสัย
“มีอะไรหรือเปล่าครับ ดูคุณอารมณ์ดีเป็นพิเศษ” เขาถามเสียงแผ่ว แล้วสบตา
คนถูกถามอมยิ้ม “ไปทานข้าวกันไหมคะ เรศหิวแล้ว ช่วงนี้ต้องบำรุงค่ะ”
ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย กับคำพูดของคนรัก แต่กลับไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ยอมเดินตามแรงดึงของอีกฝ่ายมายังโต๊ะอาหาร เขาสบตาเธอด้วยความสับสน เมื่อเห็นบนโต๊ะมีอาหารโปรดมากมาย ดอกกุหลาบสีแดงถูกปลักใส่แจกันวางไว้ตรงกลาง ปกติเรศไม่ทำแบบนี้
“มีเรื่องอะไรต้องฉลองหรือเปล่าครับ” เขาถาม ขณะเลื่อนเก้าอี้นั่งลง
พรรณเรศยิ้มบางๆ แล้วทรุดกายลงตรงข้าม ตักอาหารใส่จานเขาเป็นระยะ ธัชพลยิ่งพิศมองคนรักยิ่งแปลกใจ เพราะท่าทางดูมีความสุขเสียเหลือเกิน ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่
“ตกลงไม่บอกผมเหรอครับว่ามีเรื่องอะไร” ชายหนุ่มถามย้ำ
ริมฝีปากบางเม้มสนิท แล้วช้อนสายตามองคนตรงหน้า
“เรศท้องค่ะธัช”
คนฟังนิ่งงันราวกับถูกสาป ร่างกายเย็นเฉียบฉับพลันกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ ไม่นานนักหัวใจกลับเต้นแรงขึ้นทุกขณะ จ้องมองคนรักราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“คะ...คุณว่าอะไรนะเรศ!” น้ำเสียงเขาดูตื่นเต้น
“ประจำเดือนเรศไม่มา พักหลังเรศอ่อนเพลียแล้วก็ง่วงนอนบ่อย เรศเลยไปตรวจมาค่ะ”
“ตรวจ...”
“ค่ะ ผลออกมาว่าเรศท้อง”
ว่าที่คุณพ่อกลับทำอะไรไม่ถูก เขากำลังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วนเช่นนี้ แต่ในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นระคนดีใจ
“ผะ... ผมไม่รู้ว่าควรเริ่มยังไงดี ผมควรทำยังไงดีเรศ ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว!” เขาละล่ำละลัก
หญิงสาวน้ำตาเอ่อคลอ เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของคนรัก
“คุณไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะธัช นอกจาก... พาเรศไปฝากครรภ์”
เขาลุกจากเก้าอี้ ตรงเข้ารั้งร่างบางมากอดไว้แนบแน่น
“ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ที่คุณกำลังจะมีลูกกับผม!”
“เรศก็ดีใจค่ะ”
สองร่างกอดกันด้วยความรัก พรรณเรศยิ้มกว้าง อย่างน้อยเขาก็ยอมรับ และไม่ทอดทิ้งเธอไปไหน แล้วแบบนี้มีหรือที่พ่อสามีจะไม่ยอมรับเธอ
“คืนนี้ผมจะค้างที่นี่นะ”
คนฟังดวงตาเบิกกว้างด้วยความยินดี
“จริงเหรอคะ!” เธอร้องถามน้ำเสียงตื่นเต้น
“จริงสิ ผมอยากนอนกอดคุณ แล้วพรุ่งนี้เราจะไปที่บ้านผมกัน ผมอยากให้คุณไปเจอกับพ่อ!”
สีหน้าหญิงสาวหม่นลงเมื่อเขาเอ่ยถึงบิดา เธอหวาดหวั่นภายในไม่น้อย กระนั้นก็ยังอยากให้ตนเองถูกยอมรับ
“เป็นอะไรหรือเปล่า” ธัชพลถาม ขณะเชยคางมนขึ้นมาสบตา
“เรศกังวลค่ะ กลัวพ่อคุณไม่ยอมรับเรศ” เธอบอกเสียงสั่น
เขาดึงมือบางมากุมไว้ แล้วยิ้มเพื่อปลอบประโลม
“พ่อต้องดีใจแน่ที่คุณกำลังจะมีหลานให้ ผมเชื่อว่าพ่อจะต้องยอมรับคุณแน่นอนเรศ!” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น นั่นทำให้เธอใจชื้น
เที่ยงคืนพิมพ์จันทร์ทอดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ แล้วถอนหายใจออกมา ก่อนเดินเข้าสู่ด้านในที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟด้านนอกส่องสว่าง เธอมาหยุดยืนหน้าห้องตัวเอง แล้วเปิดประตูเข้าข้างใน วางกระเป๋า เปิดไฟ แล้วปลดกระดุมเสื้อด้วยความเหนื่อยอ่อน สาบเสื้อแยกออกจากกัน ร่างบางหันมาทางเตียงกว้างดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง“คุณธัช!” เธอร้องลั่น รีบดึงสาบเสื้อปกปิดร่างกายตนเองเขายิ้มเย็น แล้วเลิ่กคิ้วมองคนตรงหน้า“ทำไมกลับดึก!”“คุณเข้ามาทำไม ออกไปเลยนะ!” หญิงสาวร้อง สีหน้าซีดเผือด“ผัวเข้าห้องเมียผิดตรงไหน ความจริงเราต้องนอนด้วยกัน ด้วยซ้ำไป” เขาย้อนเจ้าของห้องหวั่นวิตก เธอพยายามรักษาระยะห่าง มือบางกำสาบเสื้อไว้แน่น อย่างไรเสียต้องเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้เสียก่อน“ฉันขอร้องคุณดีๆ คุณธัช ฉันไม่เคยต้องการสร้างปัญหาให้คุณ ต่อให้คุณจะเกลียดฉันแค่ไหน คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้!”เขายิ้มเย็น แล้วหัวเราะในลำคอ“ผมทำอะไร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยพิมพ์!”คนฟังกัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด เพราะกลัวจะถูกลวนลามเหมือนที่ผ่านมา“ถ้าอย่างนั้นคุณเข้ามาทำไม ต้องการอะไร!”เขาชะงัก แล้วครุ่นคิด“ผมมีเรื่องอยาก
เขาโน้มกายเข้าหาบดเบียดร่างกับช่วงขาเรียว คนถูกกระทำดวงตาเบิกกว้าง“ปล่อยฉันนะได้ยินไหม ที่นี่มันบริษัทคุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!” พิมพ์จันทร์เริ่มกรีดร้อง“ร้องไปเลย ให้คนอื่นเข้ามาเห็นเรา เพราะผมไม่ได้รู้สึกอายเลย!” เขาเข่นเขี้ยว แล้วยิ้มเยาะ เธอรับรู้ในทันทีว่าการกลับมาครั้งนี้ของเขาไม่ใช่เรื่องดีแน่คนสวยเก็บความคับแค้นไว้ในอก ครุ่นคิดว่าตนเองควรเอาตัวรอดอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ไม่ทันได้ตั้งสติ ร่างกายเธอกลับถูกบดเบียดมากขึ้น จนนอนราบไปบนโต๊ะทำงาน กลิ่นโคโลจญ์ไม่คุ้นเคยลอยแตะจมูก หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง“ฉันบอกให้คุณหยุดไม่ได้ยินหรือไงคุณธัช หรือคุณจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยรักพี่สาวฉันมากแค่ไหน!” เมื่อหมดหนทาง เธอเลยเลือกรื้อฟื้นความหลัง เพื่อให้อีกฝ่ายได้ฉุกคิดคนฟังขบกรามกัดฟันกรอด จ้องมองแววตาวาวโรจน์“เธอไม่ควรพูดเรื่องพี่สาวออกมาเลยพิมพ์จันทร์!”“ฉันจำเป็นต้องพูดเพราะมันจะได้ไปกระตุ้นต่อมผิดชอบชั่วดีของคุณไงคะ!” หญิงสาวย้อนแววตาแข็งกร้าว เมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่าย“ฉันทำผิดตรงไหนอยากจะรู้นัก ฉักกับพี่สาวเธอไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว!”พิมพ์จันทร์ชะงัก เห็นรอยรวดร้าวในดวงตา“ถึงคุณไม่คิดอ
เธอเลือกเมินใส่ แล้วบอกเส้นทางรถแท็กซี่ จนกระทั่งรถจอดเทียบหน้าบริษัท หญิงสาวก้าวลงแล้วเร่งฝีเท้าไปยังห้องประธาน พนักงานต่างจ้องมองสีหน้าตื่นเต้น ระคนแปลกใจกับการปรากฏตัวของเจ้านายคนเก่าซึ่งหายหน้าหายตาไปหลายปีหญิงสาวเปิดห้องทำงานของพ่อสามีแล้วก้าวเข้าด้านใน โดยมีคนตัวใหญ่ตามมาติดๆ เธอหงุดหงิดจนกระทั่งหันหลังกลับมาเพื่อเผชิญหน้า แต่เขากลับก้าวเข้ามาประชิดร่างบาง เธอชะงักผงะถอยหลังจนแทบล้มดีที่ถูกเขารวบเอวบางเพื่อประคองเอาไว้ มือบางยกขึ้นผลักดันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ แต่ธัชพลกลับไม่พอใจที่ถูกทำเหมือนตัวเชื้อโรค เลยโอบรัดเอวบางกระชากเข้ามาหาตนเองแล้วยิ้มยียวน“นี่คุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่ที่ไหน!” เธอร้องบอก สีหน้าตระหนก“ทำไมผมจะไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน”“แล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้ล่ะคุณธัช!”“ก็ผมพอใจ”คนฟังกัดฟันแน่น ตั้งแต่กลับมาทำไมเขาถึงได้ทำตัววุ่นวายกับเธอนัก หรือต้องการกลั่นแกล้งกัน“ปล่อยฉันนะคุณธัช คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” เธอบอกเสียงแข็ง แล้วพยายามขัดขืนดิ้นรนทว่าคนตัวใหญ่กลับไม่ฟังเสียง กอดรัดร่างบางแน่นขึ้นอีก ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งท
รถจอดเทียบหน้าบ้าน พิมพ์จันทร์เดินไปตรงประตู แต่ทว่ามันกลับถูกเปิดออก พร้อมด้วยคนเปิดนั่งลงตรงเบาะหลังเรียบร้อย หญิงสาวชะงักจ้องมองไปยังลูกน้องพ่อสามีด้วยความไม่เข้าใจ“ยืนทำอะไร เข้ามานั่งซะสิ!” ธัชพลตะโกนออกมา พิมพ์จันทร์ขมวดคิ้ว“เอ่อ คุณธัชจะเดินทางไปเยี่ยมท่านกับเราครับ”หญิงสาวกัดริมฝีปากชักสีหน้าไม่พอใจ ตอนแรกทำเป็นไม่สนใจพ่อตัวเอง ทีนี้ดันอยากไปรับขึ้นมาเชียว พิมพ์จันทร์ไม่มีทางเลือก นอกจากหย่อนกายลง เคียงข้างสามีทางนิตินัย รถเคลื่อนออกจากบริเวณบ้าน ระหว่างเส้นทางเขาเหลือบมอง แต่เธอแสร้งดูวิวด้านนอกรถแทน“ไปทำคะแนนเหรอ กลัวพ่อผมไม่ยกสมบัติให้หรือไง” เขาแกล้งเย้าเพื่อทำลายความเงียบเธอหันขวับจ้องมองสีหน้าไม่พอใจ“ทำไมฉันต้องอยากได้สมบัติของท่านด้วย ฉันมีปัญญาหาเอง!”เขายักไหล่ “อ้าว ใครจะรู้ก็ผมเห็นว่าคุณทำงานแทนพ่อ แทนผัว จนได้นั่งตำแหน่งประธานแล้วไม่ใช่เหรอ”“ฉันแค่ทำหน้าที่แทนระหว่างคุณพ่อป่วย ฉันไม่เคยต้องการตำแหน่งประธานเลยสักนิด แล้วอีกอย่างคุณไม่ใช่ผัวฉัน!”“แล้วทะเบียนสมรสที่ลงชื่อคุณด้วย มันไม่ได้บอกว่าผมเป็นผัวหรือไง!”หญิงสาวสะอึกกัดฟันเก็บความฉุนเฉียวเอาไว้ คุณท่านห
พิมพ์จันทร์เดินลงจากรถเมื่อจอดสนิทแล้ว ท่าทางอ่อนแรงทำเอาสุรชัยรู้สึกสงสาร เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอแล้วยิ้มให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ได้เรื่องหรือเปล่าคะ หรือว่าเขาไม่คิดจะกลับมา”“คุณธัชบอกว่าขอคิดดูก่อนครับ”“ใจคอเขาจะไม่กลับมาเจอพ่อตัวเองเลยเหรอ ท่านแย่มากนะคะตอนนี้!” พิมพ์จันทร์ตำหนิด้วยความไม่พอใจ“คุณธัชคงโกรธท่านมาก ที่ทำลายความรักน่ะครับ”คนฟังหน้างอ “พิมพ์เองก็ถูกกระทำเหมือนกัน พิมพ์ยังไม่โกรธพ่อตัวเองเท่าเขาเลยค่ะ” เธอประชดสุรชัยหัวเราะออกมา แล้วระบายลมหายใจ“ผมคิดว่าคุณธัชคงกลับมาแน่นอนครับ เพียงแต่ไว้ฟอร์มเท่านั้นเอง”“พิมพ์ขอให้เขากลับมาเร็วๆ เถอะค่ะ พิมพ์มีเรื่องอยากตกลงกับเขาสักหน่อย”พูดเรื่องนี้ออกมาสุรชัยได้แต่ยิ้มเจือนๆ เพราะรู้ว่าทางนั้นคงอยากแก้แค้น ตอนนี้เขาควรหาเรื่องอื่นมาพูดคุยกันให้หลงลืมเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่า“คุณพิมพ์จะไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”“ฉันจะไปเฝ้าคุณพ่อค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นผมขับรถไปให้ดีกว่านะครับ ผมเองก็จะไปเฝ้าคุณท่านอยู่เหมือนกัน”เธอคลี่ยิ้มบางๆ ตอนนี้อยากพักผ่อน แต่เพราะหน้าที่เลยจำต้องทำ แท้จริงแล้วเขาต่างหากที่ควรทำหน้าที่ของลูก“ขอบคุณมากเลยค่ะ เดี๋ยว
ตีสอง...เสียงเคาะประตูทำเอาเจ้าของห้องสะดุ้ง รีบรุดมาเปิด เห็นสาวใช้กำลังยืนสีหน้าตื่นตระหนก ท่าทางราวกับเจอเรื่องหนักหนาอะไรมา“มีอะไรคะป้าสมศรี!” หญิงสาวร้องถาม“คุณท่านค่ะ คุณท่านไม่รู้เป็นอะไร สมศรีเรียกมาทานยาแต่ท่านก็ไม่ยอมตอบ!”พิมพ์จันทร์รีบวิ่งไปยังห้องของพ่อสามีทันที เปิดประตูออก เห็นท่านกำลังนอนหอบหายใจไม่รู้สึกตัว“ป้าสมศรีให้น้าพินิจเอารถออกเร็วเข้า!”“ได้ค่ะ” สมศรีรับคำแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างสุรชัยเดินเข้ามา “ให้ผมแบกท่านลงไปดีกว่าครับ”“ค่ะ”รถเคลื่อนออกจากตัวบ้าน พิมพ์จันทร์เฝ้าดูแลพ่อสามีอย่างดีจนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาล หมอและพยาบาลพาธเนศเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน เธอเลยต้องนั่งรอด้านนอกอย่างกังวล หวังว่าคงไม่เป็นอะไร ไม่เช่นนั้นเธอคงเคว้งคว้างและไม่รู้ควรเดินไปทางไหน ระยะเวลาสี่ปีที่อยู่ดูแลกันมา เธอรู้สึกเหมือนเขาเป็นพ่อคนหนึ่งไปแล้วหนึ่งชั่วโมงถัดมา หมอเจ้าของไข้เดินออกมาด้านนอก พิมพ์จันทร์รีบเดินไปหาสีหน้ากังวล“ไม่ทราบว่าคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังต้องเฝ้าดูอาหาร ตอนนี้อาการของคุณธเนศไม่สู้ดีนัก อาจทรุดลงอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หมอจะพยายามเต็มท







