เข้าสู่ระบบรถยนต์จอดเทียบหน้าบ้าน ธัชพลก้าวลงแล้วเดินเข้าสู่ด้านใน เขาตั้งใจขึ้นชั้นสอง ถึงตรงบันได เสียงฝีเท้าทำเอาคนตัวใหญ่ชะงัก เงยหน้าสบตาเห็นแววตาส่งมาเยือกเย็น
“ไปกกกันจนถึงป่านนี้เลยเหรอ พ่อโทรหาเขาบอกว่าแกไม่เข้าไปทำงาน!”
คนถูกตำหนินิ่งเงียบ เพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับบิดา
“ถ้าแกยังไม่เห็นหัวพ่อแบบนี้ ระวังนังผู้หญิงของแกจะตกอับไม่มีงานให้ทำ!” ธเนศประกาศกร้าว มองบุตรชายแววตาดุดัน
“เรื่องนี้เรศไม่เกี่ยว เรศไม่ได้ขอให้ผมไปหา ผมไปหาเรศเอง!” เขาอธิบายเสียงเครียด
“หุบปกาของแกซะธัช ไม่ต้องมาขึ้นเสียงเถียงแทนผู้หญิงของแก สิ่งที่แกควรทำคือการเลิกกับแม่นั่นเสีย!”
ธัชพลขบกรามแน่น พยายามข่มอารมณ์ตนเองเอาไว้ ทำไมพ่อไม่ฟังเหตุผลกันบ้าง เขารักพรรณเรศ พ่อรู้แก่ใจเหตุใดยังบังคับให้แต่งงานกับพิมพ์จันทร์ ผู้หญิงคนนี้เป็นน้องสาวของคนที่เขารัก พ่อทำแบบนี้ได้ยังไงกัน
“เรศไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะพ่อ เราสองคนรักกัน ทำไมพ่อต้องบังคับให้ผมเลิกกับเรศด้วย ผมโตแล้ว เมื่อไหร่พ่อจะเข้าใจเราสองคนสักที!”
คนเป็นพ่อขบกรามแน่น หลงจนน่ามืดตามัว
“สักวันฉันจะกระชากหน้ากากผู้หญิงอย่างพรรณเรศให้แกดู แล้วแกจะได้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้น มันไม่ได้รักแกเลย1” พูดจบชายชราเดินกลับขึ้นห้องทันที
ธัชพลยืนนิ่ง เก็บความเจ็บปวดไว้ในอก ถ้าหากพ่อเข้าใจเขากับพรรณเรศคงดี เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไมพ่อถึงได้ไม่พอใจในตัวคนรักของเขานักหนา แต่กลับพิมพ์จันทร์น้องสาวของพรรณเรศ พ่อกลับต้องการให้เขาแต่งงานด้วย ทำไมกัน!
พรรณเรศมองตัวเองในกระจก หลังจากช่างแต่งหน้าให้เรียบร้อย เธอหยิบบทมาทบทวนเพื่อรอเข้าฉาก ไม่นานเท่าใดนักผู้กำกับเรียกไป นักแสดงดาวร้ายอย่างเธอแสดงได้ดีจนเลิกกองไว้ เธอกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวอีกครั้ง หย่อนกายลงบนเก้าอี้แล้วระบายลมหายใจด้วยความอ่อนเพลีย พักหลังนี้เธอเป็นอะไรไม่เข้าใจ ทำไมถึงได้ง่วงนอนตลอดเวลา แถมหน้ามืดบ่อยๆ
เสียงฝีเท้าดังเบื้องหลัง พรรณเรศจ้องมองชายรูปร่างสูงในกระจกแล้วยิ้มให้บางๆ พลรบนั่งลงข้างดาราสาว แล้วยิ้มทรงเสน่ห์ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่พิชิตใจสาวมาทั่วหล้า
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” พรรณเรศเอ่ยถาม แล้วหยิบน้ำยาล้างเครื่องสำอางออกมา แล้วหยดใส่สำลีเพื่อลบหน้าตนเอง
“ไม่มีอะไรครับ ผมแค่อยากมองคุณแบบนี้นานๆ”
พรรณเรศยิ้มบางๆ
“อย่ามาล้อเล่นกันเลยค่ะคุณรบ คุณน่ะสาวๆ เยอะจะตายไป”
เขาระบายลมหายใจแล้วยักไหล่
“เพราะแบบนี้หรือเปล่าที่ทำให้คุณไม่รับรักผมสักที” เขาเลิ่กคิ้วมองรอคำตอบ
คนถูกถามเลือกไม่ตอบ เลื่อนเก้าอี้แล้วลุกยืน
“ฉันไปก่อนนะคะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ” เธอบอก แล้วเดินออกจากเต็นท์ไป
พลรบมองตามแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก เสียดายที่เขาจีบเธอไม่ติดสักที ไม่เช่นนั้นป่านนี้ เขากับเธอคงกลายเป็นแฟนกันไปแล้ว พอจะจริงใจกับใครดันเจอเรื่องแบบนี้เสียอีก รู้สึกแย่ชะมัด
พรรณเรศเคลื่อนรถออจากลานกว้าง แล้วตรงไปยังคลีนิกเพื่อนสนิท เธอรู้สึกผิดปกติกับตนเองมาหลายวันแล้ว อาการแบบนี้มันทำให้เธอกังวล เพราะถ้าหากเป็นจริงอย่างที่หวัง บางที... เรื่องระหว่างเธอกับเขาอาจเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรเสียเธอก็ไม่อยากสูญเสียผู้ชายเพียบพร้อมอย่างธัชพลไป
รถจอดริมบาทวิถี หญิงสาวก้าวลงมาล้วงกระเป๋าหยิบแว่นดำมาสวมเพื่อปกปิดใบหน้า เปิดประตูเข้ามาด้านใน แพทย์หญิงสโรธรเดินออกมาต้อนรับ
“ตรวจได้เลยหรือเปล่าอะโรส” พรรณเรศถามเสียงเบา เพราะเห็นคนไข้คนอื่นกำลังมองมา
“ได้เลยเข้ามาสิ”
สองร่างเดินเข้าด้านในห้อง พยาบาลผู้ชายปิดประตูลง พรรณเรศถอดแว่นตาออก แล้วระบายลมหายใจ
“ได้ซื้อที่ตรวจมาตรวจก่อนหรือยัง” คนเป็นเพื่อนถาม แล้วสบตา
คนถูกถามส่ายหน้า “ยังเลย ไม่อยากตรวจเอง ยังไงก็ต้องมาตรวจกับเธออยู่แล้ว”
หมอสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่
“แล้วถ้าผลออกมาว่าท้องจะทำยังไง”
ดาราสาวคลี่ยิ้มกว้าง “ท้องก็ดีน่ะสิ”
สโรชามองหน้าเพื่อนสีหน้าเครียด สิ่งที่เพื่อนคิดมันไม่ผิด แต่ติดตรงที่ว่าทางนั้นจะยอมง่ายๆ งั้นเหรอ ต่อให้มีหลานก็ตาม เพราะคุณธเนศค่อนข้างมีชื่อเสียง สะใภ้คงต้องเป็นคนเก่งมีฝีมือด้านการบริหาร เพื่อเกื้อหนุนให้คุณธัชพลก้าวหน้า แต่กับพรรณเรศแล้วมันแตกต่าง เพื่อนเป็นแค่ดาราดาวรุ่ง ไม่มีความสามารถด้านการทำงานบริหารเลย ผิดกับน้องสาวอย่างพิมพ์จันทร์ ที่เก่งกาจจนกลายเป็นนักธุรกิจใหม่ไฟแรง
“คิดดีแล้วเหรอเรศ คุณธเนศเขาเป็นใครเธอน่าจะรู้ดี” คนเป็นเพื่อนเตือน
พรรณเรศยักไหล่ราวกับไม่แยแส แต่ในใจกลับหวั่นไหว เธอต้องการมีลูกเพื่อผูกมัดเขา ที่สำคัญตาแก่พ่อของเขาคงยอมอ้าแขนตอบรับเธอเป็นสะใภ้
“ฉันรู้ไง ฉันถึงพยายามให้ตัวเองท้องกับธัช!”
สโรชาส่ายหน้า แล้วระบายลมหายใจ
“ฉันหวังว่าการมีลูกจะทำให้แกโชคดีนะเรศ” เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “เพราะถ้าหากท้องตอนกำลังรุ่งแบบนี้ แกจะไม่มีหน้าที่การงานรองรับอีก”
“ธัชไม่มีวันทิ้งฉันหรอก ต่อให้พ่อของเขาไม่ยอมรับ”
“โอเค งั้นเอานี่ไป”
พรรณเรศมองกระปุกพลาสติกสีขาวตรงหน้า แล้วรับมา
“แกฉี่ใส่ในนั้นแล้วเอามาให้ฉัน ฉันจะได้ตรวจให้”
“โอเค งั้นเดี๋ยวฉันมา”
ห้านาที พรรณเรศเดินกลับมาแล้ววางกระบอกใส่ปัสสาวะไว้ตรงหน้าเพื่อน สโรชาส่งให้กับพยาบาลผู้ช่วยเพื่อทำการตรวจ รอไม่นานผลก็ออกมา หมอสาวระบายลมหายใจแล้วช้อนสายตามองเพื่อน ที่นั่งลุ้นอยู่ตรงหน้า
“แกท้องสมใจแล้วล่ะเรศ”
ว่าที่คุณแม่ฉีกยิ้มกว้าง หัวใจเต้นโครมคราม เผลอเอามือลูบท้องตนเองด้วยความหวัง เด็กคนนี้จะเป็นโซ่ทองคล้องเธอกับเขาไว้แนบแน่น และพ่อสามีไม่มีวันพรากเราสองคนไปได้
“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้าง”
“ฉันจะจัดยาบำรุงให้ แกแพ้บ้างไหมล่ะ”
“ไม่เท่าไหร่นะ แค่เพลียๆ บ้าง”
“แบบนี้ก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไปทำงานลำบากแน่เรศ ช่วงนี้ก็อย่ารับงานเยอะก็แล้วกัน”
พรรณเรศออกมาจากห้องตรวจ ก่อนหยิบแว่นสีดำมาสวม หมอสาวยื่นยาให้
“ขอบใจมากฉันไปก่อนนะโรส”
“ฉันเขียนใบนัดให้แล้ว มาตามนัดด้วยล่ะ”
“ได้จ้ะเพื่อน” เธอบอกแล้วยิ้มกว้าง ก่อนหันหลังเดินออกมา
แม้เวลาล่วงเลยไป แต่การเสียสกายไป ทำให้ครอบครัวเจ็บปวดมากเหลือเกิน เด็กไม่มีความผิดเลย ถ้าจะผิด ก็คงเพราะเกิดมาเป็นลูกของพี่สาวเธอ“คุณธัชคะ ฉันปวดท้อง”คนถูกปลุกลุกพรึบ“ปวดแบบไหนเหรอพิมพ์ ปวดมากไหม”“ปวดบีบ ๆ น่ะค่ะ เหมือนจะคลอด”“งั้นเราไปโรงพยาบาลกันครับ!”พิมพ์จันทร์ถูกพาตัวเข้าห้องคลอดทันที เพราะปากมดลูกเปิดเกือบสิบเซ็นแล้ว ว่าที่คุณพ่อเดินกระวนกระวายหน้าห้องคลอด จนกระทั่งพยาบาลมาตาม ชั่วโมงกว่าทุกคนพากันออกมาด้านนอก ธัชพลเข็นเตียงเฝ้าภรรยาไม่ห่าง พอถึงห้องพักฟื้น วีดีโอคอลหาปู่ของหลานทันที ธเนศมองหน้าหลานชาย แล้วยิ้มกว้าง ในที่สุดความหวังของเขาก็เป็นจริงเสียทีผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ อาการธเนศดีขึ้น เริ่มลุกนั่งได้ เชื้อมะเร็งไม่ได้ลุกลาม แต่สภาพร่างกายไม่ค่อยดีนัก เพราะถูกกินไปมาก พิมพ์จันทร์อุ้มลูกน้อยในอ้อมแขน พาไปยังรถเพื่อเยี่ยมตา ถึงบ้านซึ่งเคยอาศัยอยู่แต่ก่อน พิชัยในสภาพร่วงโรยตามกาลเวลา ออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เห็นหน้าหลานแล้วน้ำตาซึมออกมา“พ่อคะ เป็นยังไงบ้างคะ”“พ่อสบายดีพิมพ์”“ถ้าพ่อเหงา พ่อไปอยู่กับพิมพ์ดีไหมคะ” เธอเอ่ยถาม ด้วยความห่วงใย“คงไม่ดีหรอกมั้งลูก”“ไม่ดีได้
แพทย์ทำการผ่าตัด ออกจากห้อง หลังผ่านไปหกชั่วโมง ท่าทางทุกคนเหนื่อยอ่อน พลรบรีบตรงเข้าหาหมอ สีหน้ากังวล เวลานานขนาดนี้ อาการลูกชายหนักหนาสาหัสแค่ไหนกันแน่ หมอมองดูญาติผู้ป่วยแววตาหม่น เพราะไม่ได้รัดเข็มขัด ทำให้อาการของเด็กหนักมาก“หมอครับ ลูกชายผมเป็นยังไงบ้างครับ” เขาถามน้ำเสียงสั่นเครือหมอส่ายหน้า “หมอพยายามเต็มที่แล้วครับ แต่น้องทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตแล้วครับ”เหมือนฟ้าถล่มลงมา พลรบทรุดกายลงกองกับพื้น พิชัยจับหน้าอกแน่น เหมือนตัวเองกำลังจะตายเสียให้ได้ ชายชราหล่นจากเก้าอี้ในทันที เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรีบเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วนพรรณเรศกัดริมฝีปากแน่น ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เดินเข้ามาในห้องเพื่อตรวจอาการ อยากรู้ว่าลูกชายเป็นอย่างไรบ้าง หน้าห้องมีแต่ตำรวจเฝ้าเต็มไปหมด“หมอคะ ฉันอยากรู้ว่าลูกฉันเป็นยังไงบ้าง” เธอถาม หมอสบตาแววตาแข็งขึ้น ข่าวดังในโรงพยาบาล ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของเด็ก ช่างน่าสงสารนัก“ถามทำไมคะ คุณเป็นแม่ของเด็ก แต่คุณกลับขับรถคิดฆ่าคนอื่น ทั้งที่ลูกตัวเองไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย คุณคิดไหมว่า น้องจะได้รับอันตรายมากแค่ไหน!”คนฟังสะอึก “ฉันถามคุณหมอก็ตอ
“ได้ครับ ผมอนุญาต”เสียงฝีเท้าดัง พลรบตรงเข้าหา สีหน้าตื่นตระหนก“พ่อครับ!”“พล”“สกายเป็นไงบ้างครับพ่อ มันเกิดอะไรขึ้น!” เขาถามเสียงเครียด“พ่อไม่รู้เลย เรศเองก็เจ็บตัวไม่น้อย สกายเกิดอุบัติเหตุพร้อมเรศ อาการสกายค่อนข้างหนัก หมอยังไม่ออกมาบอกอะไรพ่อเลย”คนเป็นพ่อเดินวน ยกมือกุมขมับ หัวใจเหมือนกำลังถูกควักออกมา น้ำตาค่อยเอ่อ มันสุดกลั้น เขาจะทำเช่นไร หากสกายเป็นอะไรไป มันทำใจไม่ได้หรอก ตำรวจสาวเท้ามาหา พลรบจ้องมองสีหน้าสับสน เช่นเดียวกับพิชัย“สวัสดีครับ”“ครับ” พลรบตอบรับ“พอดีผมมาสืบสวนเรื่องอุบัติเหตุที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้นำคลิปอุบัติเหตุให้ผมดูแล้ว ตอนนี้คุณพรรณเรศเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้นะครับ”“อะไรนะครับ!” พิชัยร้องลั่น “ผมไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกสาวผมถึงเป็นผู้ต้องหาได้!”“เพราะคุณพรรณเรศ จงใจขับรถชนคุณพิมพ์จันทร์กับสามีครับ”ไม้เท้าในมือพิชัยร่วงหล่นกับพื้น ไม่รู้เลยว่าลูกสาว ทำเลวทำชั่ว ถึงขนาดแก้แค้นโดยไม่ห่วงชีวิตลูกตัวเอง“ผมไม่รู้เรื่องนี้เลย ไม่รู้ว่าลูกสาวผม จะทำเลวแบบนี้!” น้ำเสียงคนเป็นพ่อสั่นเครือ น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม“ผมจำเป็นต้องแจ้งไว้น่ะ
เดือนต่อมา งานแต่งถูกจัดขึ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวหลังจากทำพิธีเรียบร้อย ต่างนั่งพักบนเตียงในห้องหอ ธัชพลกุมมือภรรยาไว้แน่น ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา“ฉันมีอะไรเซอร์ไพรส์คุณด้วยค่ะ”คนฟังชะงัก สีหน้าแปลกใจ“อะไรเหรอครับ”เธอลุกจากเตียง แล้วเดินไปตู้เสื้อผ้า หยิบแผ่นกระดาษในกระเป๋าออกมา แล้วยื่นให้สามี เขารับมาแล้วเปิดดูด้านใน ดวงตาเบิกกว้าง“คุณท้องเหรอพิมพ์!” เขาตะโกนลั่น กระโดดโลดเต้นด้วยความสุข“ค่ะ ท้องได้สองเดือนแล้ว”ชายหนุ่มครุ่นคิด “หรือว่า ครั้งนั้น”เธอพยักหน้า “น่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ”“ผมไม่นึกเลยว่า น้ำยาผมมันดีขนาดนี้ ครั้งเดียวติดเลย”มือตีเข้าแขนแผ่วเบา “พูดอะไรออกมาคะ น่าอาย”ชายหนุ่มรั้งร่างบางมากอดไว้แนบกาย สูดกลิ่นหอมของผมนุ่ม ไม่คาดคิดมาก่อนเลย ตอนนี้พิมพ์ท้องแล้ว ครอบครัวกำลังจะสมบูรณ์ไปอีกขั้น หากพ่อรู้เรื่องนี้ คงดีใจมากเลยรุ่งเช้า สองร่างเดินลงบันได โดยมีเขาประคองไม่ห่าง พอถึงห้องอาหาร ป้านวลผ่องแม่บ้านเข้ามาดูแล“พ่อไปไหนเหรอครับ ยังไม่ตื่นเหรอ” เขาถาม แล้วมองหา“คุณท่านอาการไม่ค่อยดีค่ะ เมื่อคืนคุณสุรชัยพาไปหาหมอ”“อะไรนะ!” ธัชพลลุกยืนสีหน้าตระหนก หยิบมือถื
น้ำตาคนฟังไหลรินออกมา “เรศออกมา เรศก็อยากใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป แต่มันกลับทำไม่ได้เลย ผู้คนเอาแต่นินทาว่าร้ายเรศ เปรียบเทียบกับพิมพ์ตลอดเวลา เรศแค่อยากให้รู้ว่า ต่อให้พิมพ์อยู่สูงแค่ไหน แต่ผู้ชายของพิมพ์ ก็ยังมองคนต่ำ ๆ อย่างเรศเลย!”“แล้วคุณทำไหมเรศ คุณได้ทำผิดหรือเปล่า สิ่งที่คุณทำ ไม่มีใครไม่รู้ คนพวกนั้นย่อมมองคุณเป็นธรรมดา แต่พอเวลาผ่านไป เชื่อผมสิ ทุกคนจะลืมมัน ไม่ได้สนใจมันอีก ถ้าคุณอดทน!”“ใครมันจะทน ที่ทำงานคุณ ก็นินทาเรศเหมือนกัน ทุกคนมองเรศเป็นคนขี้คุก ผู้หญิงไร้ยางอาย หน้าด้าน!”“ทำไมคุณถึงแคร์คนพวกนั้น มากกว่าแคร์คนที่รักคุณกันเรศ!” ชายหนุ่มตัดพ้อเสียงสั่น ตนเองทุ่มเทให้ถึงขนาดนี้ กลับไม่เห็นค่า มองแต่คนอื่นที่เขาไม่เคยสนใจเธอเงียบไป เมื่อเห็นแววตา พลรบดูแลเอาใจใส่มาตลอด ตั้งแต่ออกจากคุก มีเขาแค่คนเดียวที่คอยถามไถ่ ห่วงใยเสมอ ทว่าหัวใจ มันกลับไม่ยอมฟังเอาเสียเลย มันทรมาน เจ็บแค้น ไม่อาจปล่อยวาง เวลาเห็นน้องสาวต่างสายเลือดมีความสุข ข้างในมันเดือดขึ้นมา อย่างทำให้สองคนนั้นพินาศลงด้วยมือตัวเอง“เรศเข้าใจที่คุณพูด แต่มันทำไม่ได้”เขาสูดลมหายใจเข้าปอด หรือต้องปล่อยไปจริง ๆ“ท
“พวกแกเสือกอะไรด้วย นี่มันเรื่องของฉัน!”“รู้ทั้งรู้ว่าคุณธัชกำลังจะแต่งงานกับคุณพิมพ์ ยังหน้าด้านมายุ่งกับเขาอีก!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากคนนอก“แล้วพวกแกมายุ่งอะไรด้วย!”พิมพ์จันทร์ทอดสายตามอง แววตาว่างเปล่า พรรณเรศดิ้นรนจนกระทั่งสบตาน้องสาว กัดริมฝีปากแน่น แววตาคู่นั้นแสนเกลียด มันทำให้รู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า พิมพ์กำลังดูถูกเธอ ดั่งของไร้ค่า“ลากตัวออกไป แล้วห้ามผู้หญิงคนนี้เข้ามาที่นี่อีก!”“ครับ” พนักงานรับคำ แล้วพาตัวพรรณเรศออกไปพรรณเรศมองน้องสาวแววตาอาฆาต จะทำให้ยังไงให้ธัชพลติดกับดัก เธออยากให้สองคนพินาศไปด้วยกัน ในเมื่อเธอไม่มีความหวัง ทั้งหน้าที่การงาน คนรัก ก็อยากจัดการคนที่มันทำให้เธอ ต้องอยู่ในสถานะนี้ ล้มลงด้วยกันตุบ!ถูกเหวี่ยงไว้ด้านนอกตึก พรรณเรศลุกยืนปัดเสื้อผ้า กระทืบเท้าสีหน้าไม่พอใจ รอบกายเริ่มมีคนมามุงดู พร้อมถือโทรศัพท์ถ่ายวีดีโอ พรรณเรศหันเผชิญหน้า“มามุงอะไรกัน ไปให้พ้น!” เธอตวาดไล่“มาดูคนหน้าด้านไร้ยางอาย คนอะไรเข้าคุกมาแล้ว แทนที่จะกลับตัวได้ ดันคิดแย่งสามีน้องสาวอีก ทั้งที่น้องสาวช่วยเหลือ!” หนึ่งในไทยมุงต่อว่า“พวกแกไม่รู้เรื่อง ก็อย่ามาเสือก!”“คนดีกับคนไม่ด
พิมพ์จันทร์ส่ายหน้า แบบนี้ไม่ดีแน่ ใครกันที่ทำเรื่องแบบนี้ ศัตรูของเดม่อนจาเวลมีใครบ้าง แล้วพวกมันทำลายงานในครั้งนี้จะได้อะไรตอบแทน สุดท้ายเธอก็สามารถจัดงานขึ้นมาใหม่ได้อยู่ดี“คุณคิดว่าใครคะที่ทำเรื่องนี้”เขาชะงัก “ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ คงต้องสืบอีกที”“ฉันจะลองติดต่อคุณวิชุดาดูค่ะ การที่เธอหนีหายไ
สองร่างเดินเคียงกันมาถึงหน้าห้อง เห็นลูกน้องบิดายืนรออยู่ด้านนอก ธัชพลสีหน้าวิตกกังวล พิมพ์จันทร์เดินมาหาลูกน้องบิดาสามี“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“หมอยังดูแลอยู่เลยครับ ผมคิดว่าอีกสักพักคงมาแจ้งอาการ” สุรชัยตอบตามจริงธัชพลทรุดกายลงนั่ง สองมือผสานด้านหน้า เขาเคยคิดว่าต่อให้พ่อเป็นอย่างไรจะไม่สนใจ แต
พรรณเรศเดินมาที่รถ เปิดประตูนั่งตรงคนขับ แล้วล้วงกระเป๋าหยิบมือถือออกมา ติดต่อหาผู้ร่วมแผนการ ราเมศร์มองเบอร์ติดต่อโชว์ตรงหน้าจอ จึงกดรับสาย“ครับคุณพรรณเรศ” เขากรอกเสียงหวานแผ่ว ทำเอาปลายสายขนลุก“เอ่อ คุณราเมศร์คะ ฉันได้มาแล้วนะคะ”เขากระตุกยิ้มมุมปาก“คืนนี้มาหาผมที่คอนโดสิครับ เราจะได้ปรึกษากัน
ธัชพลยกยิ้ม สบตาภรรยา“ผมขออนุญาตเข้าไปฟังด้วยนะครับ”สำหรับพิมพ์จันทร์ เธอเต็มใจให้เขารับรู้เรื่องงาน เพื่อมอบหมายในภายภาคหน้า การที่เขาสนใจงานเช่นนี้ มันเป็นผลดีกับตัวเธอ หญิงสาวเดินนำไปยังห้องทำงาน วิชุดาเสนอแบบงานที่ตนเองคิดไว้คราวๆ จากนั้นจึงปรึกษากันเพื่อหาข้อยุติ สุดท้ายแล้วผลออกมาเป็นที่น่า







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)