เข้าสู่ระบบ“ใครที่มันกล้าว่าลูกฉันเป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่...” ฮันเตอร์เดินออกมาจากห้องรับรอง ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเด็กหนุ่มทั้ง 4 คนตรงหน้าออกมาเสียงเรียบ
“จำคำพูดของฉันไว้ให้ดี...”
“ไต้ฝุ่นกับกำปั้นเป็นลูกชายของฉัน ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายลูกของฉัน” ฮันเตอร์จ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง ก่อนที่สายตาคมจะเหลือบมามองมายังเด็กหนุ่มที่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ตรงหน้าของเขา
“พะ พวกผมขอโทษครับ”
“ชะ ใช่ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ มันสั่งให้ผมทำครับ” เด็กหนุ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาเสียงสั่นพร้อมกับชี้ไปที่อชิโดยพร้อมเพียงกัน ทั้งสองทรุดตัวนั่งลงคลุกเข่าอยู่ตรงหน้าชายวัยกลางคนอย่างหวาดกลัว ถึงแม้ว่าอายุของเขาจะย่างเข้าเลข 4 แล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามของฮันเตอร์ลดลงได้เลย
“อะ เอ่อ ท่านครับ” อาจารย์ฝ่ายปกครองเดินเข้ามาใกล้ร่างสูง ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความเกรงกลัวไม่ต่างจากพวกเด็กๆ
“ผู้ปกครองของพวกมันมากันรึยัง”
“ยะ ยังครับ”
“ฉันให้เวลาแค่ 5 นาที ถ้าพ่อแม่ของพวกมันไม่มาฉันจะจัดการเอง” ฮันเตอร์เอ่ยบอกกับคุณครูตรงหน้าเสียงเรียบ แววตาที่แน่วแน่กับน้ำเสียงที่หนักแน่นของเขาทำให้คนตรงหน้ารู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น
“พี่ฮันเตอร์ค่ะ” ตะวันเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับเอ่ยเรียกสามีของเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง มือบางลูบลงบนแกร่งของเขาเบาๆ ทุกครั้งที่เขาร้อนรุ่มเพียงสัมผัสที่แผ่วเบาของเมียรักก็สามารถทำให้เขาใจเย็นลงได้ราวกับว่าเธอมีเวทมนต์อย่างไงอย่างงั้น
“เรื่อนี้หนูห้ามพี่ไม่ได้หรอกนะครับ ลูกใครใครก็รักพวกมันทั้งทำร้ายทั้งว่าลูกชายของพี่มากี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้...”
“...”
“พี่ไม่ยอมง่ายๆ แน่ครับ”
“ตะวันก็ไม่ได้จะบอกให้พี่ยอมสักหน่อยนี่คะ”
“...”
“ตะวันแค่จะบอกว่า...ถึงเด็กพวกนี้จะทำผิดก็จริง แต่คนที่มีส่วนต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่เด็กๆ พวกนี้ แต่พ่อแม่ของเขาก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยค่ะ”
ตะวันมองไปยังกลุ่มเด็กชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย พวกเขาจะไม่ใช่เด็กที่ใส่ซื่อบริสุทธิ์แล้ว ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นการเลี้ยงดูจากครอบครัวของพวกเขาก็มีผลต่อความคิดและการควบคุมอารมณ์ของเด็กเช่นกัน
“พี่ก็คิดว่าหนูจะห้ามพี่เสียอีก”
“หนูเลี้ยงไต้ฝุ่นมาตั้งแต่เขาเกิด ยุงไม่เคยให้ไต่ ไรไม่เคยให้ตอมเลยนะคะ”
“แต่นี่พวกเขาเจตนาทำให้ไต้ฝุ่นถึงกับเรื่องตกยางออก...” ตะวันถอยหายใจออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับสามีของเธอต่อ
“ตะวันรักและทะนุถนอมไต้ฝุ่นมาอย่างดีตะวันไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเขาหรอกค่ะ”
“ไม่ต้องห่วงครับเรื่องนี้เดี๋ยวพี่จัดการเอง”
“...” ไต้ฝุ่นมองไปยังพ่อแม่บุญธรรมของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทราบซึ้งใจ พร้อมกับริมฝีปากหนาค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา
“พี่ฝุ่นเจ็บแผลเหรอคะ?” ฮาญาขยับเข้าไปให้พี่ชายก่อนที่เธอจะเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง
“เปล่าค่ะ”
“แต่ว่าพี่เหมือนจะร้องไห้เลยนะคะ”
“หึหึ” มือหนาลูบลงที่หัวน้อยๆ ของน้องสาวอย่างอ่อนโยน
“...” ฮาญาส่งยิ้มหวานไปให้ร่างสูง ก่อนที่เธอจะก้มลงไปมองมือหนาของเขาที่ยังคงกุมมือบางของเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย หัวใจดวงน้อยๆ ของหญิงสาวกลับมาเต้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง ‘นี่เราเป็นอะไรกันแน่นเนี่ย ทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้กันนะ’
ปึง!!
“มันจะอะไรกันนักกันหนากับแค่เด็กมันเล่นกัน...” ส.ส วินัยผลักประตูเข้ามาภายในห้องประชุมอย่างแรง ก่อนที่เขาจะชะงักไปทันทีที่เห็นร่างสูงของใครอีกคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว สีหน้าที่บึ้งตึงค่อยๆ ปรากฏยิ้มกว้างขึ้นมา
“สวัสดีครับท่าน ไม่คิดเลยนะครับว่าเราจะได้มาพบกันที่นี่” ส.ส.วินัยยกมือไหว้ทักทายฮันเตอร์อย่างนอบน้อม
“...”
“ปกติท่านงานยุ่งไม่ค่อยมีเวลาว่างให้ผมได้เข้าพบสักที แต่วันนี้ผมโชคดีจริงๆ ครับที่ได้มีโอกาสมาเจอกับท่าน”
“มาเจอกันที่นี่ผมคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับท่านสส.สักเท่าไหร่หรอกนะครับ” ฮันเตอร์มองไปยังชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย ก่อนที่เขาจะชายตามองไปยังลูกชายของท่านสส.ที่นั่งตัวสั่นเทาพร้อมกับก้มหน้าก้มตาไม่ยอมแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคุณพ่อของเขาเลยด้วยซ้ำ
“...” คิ้วเรียวของฮันเตอร์กระตุกเบาๆ ก่อนที่สายตาของเขาจะมองไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ฮันเตอร์หันกลับไปมองยังเมียรักอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเห็นว่าตะวันเองก็คงสงสัยในท่าทางของเด็กชายตรงหน้าไม่ต่างจากเขา
“อะ เอ่อที่ผมต้องเรียนเชิญท่านทั้งสองคนมาในวันนี้ก็เพราะลูกชายของพวกท่านก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันครับ”
“แหม่! คุณครูเข้าใจผิดรึเปล่าครับ เด็กๆ อาจจะแค่แกล้งกันเล่นก็ได้นะครับ”
“ลูกชายของท่านวินัยทำผิดวินัยร้ายแรงของโรงเรียนเรา”
“หมายความว่ายังไง?” สส.วินัยเอ่ยถามอาจารย์ฝ่ายปกครองตรงหน้าออกมาเสียงสั่นอย่างโกรธจัก ก่อนที่เขาจะหันไปมองลูกชายเพียงคนเดียวของเขาด้วยสายตาที่เรียบเฉย
“เขาพกมีดซึ่งถือว่าเป็นอาวุธร้ายแรงเข้ามาภายในโรงเรียน และยังทำร้ายเพื่อนนักเรียนจนได้รับบาดเจ็บ” สส.วินัยเงยหน้าขึ้นมามองฮันเตอร์อีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเหลือบตาไปมองแขนแกร่งของเด็กหนุ่มที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลยืนอยู่ด้านหลังของท่านประธานหนุ่ม
“ยะ อย่าบอกนะครับ...”
“ครับ...ลูกชายของคุณแทงลูกชายของผม”
“คะ คือท่านครับ...ผมขอโทษแทนลูกชายของผมด้วยนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ” สส.วินัยคลุกเข่าทรุดตัวนั่งลงตรงหน้าของฮันเตอร์ พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาไหว้ร่างสูงตรงหน้าในทันที
ตอนนี้ท่าน สส. วัยกลางคนไม่ได้กลัวว่าการกระทำของเขาจะทำให้ตัวเองต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเลยแม้แต่น้อย เพราะชายตรงหน้าเป็นคนเดียวที่เขากลัวมากกว่า ไม่มีใครในวงการไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีอิทธิพลมากแค่ไหน อำนาจที่เขามีอยู่ในมือสามารถทำลายคำนำหน้าชื่อ (สส.) เขาให้พังลงได้ในชั่วพริบตา
“ผละ ผมขอโทษครับ”
“ผมสัญญานะครับ ผมจะพามันออกไปและไม่พามันกลับมาเหยียบที่นี่อีก”
“อะ โอ้ย!!...”
“ไหว้ขอโทษพวกท่านซะ” สส.วินัยกระชากคอเสื้อของลูกชายตัวเองอย่างแรง พร้อมกับตระคอกเด็กหนุ่มเสียงดังลั่นห้อง
“ผะ ผมขอโทษครับ”
“คุณพ่อครับ”
“ครับ” ฮันเตอร์หันกลับไปขานรับเสียงเรียกของลูกชายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ผมไม่เป็นอะไรมากแล้วครับ”
“นั่นสิคะฮาญาก็ไม่เป็น”
ไต้ฝุ่นกับฮาญาที่ทนเห็นภาพตรงหน้าไม่ไหว จึงพยายามขอร้องคุณพ่อของตัวเองแทนพวกเขา ในตอนนี้ทุกคนก็ได้รู้แล้วทำไมอชิถึงได้มีนิสัยที่ก้าวร้าวและชอบรังแกคนอื่นแบบนี้ นั่นก็เพราะครอบครัวที่เขามีหล่อหลอมให้เขาเป็นคนอย่างที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้
“แน่นะครับ”
“ครับ / ค่ะ”
“...” ฮันเตอร์ยกยิ้มออกมาพร้อมกับมือบางลูบลงที่หัวของลูกสาวอย่างอ่อนโยน
“ครั้งนี้ผมเห็นแก่ลูกๆ ของผมที่ขอเอาไว้ ผมจะปล่อยพวกคุณไป แต่อย่าลืมทำตามสิ่งที่คุณพูดให้ได้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน” ฮันเตอร์เอ่ยบอกกับสองคนพ่อลูกตรงหน้าเสียงเรียบ มือหนาเอื้อมออกไปกุมมือบางของภรรยาเอาไว้ ก่อนที่เขาจะพาเธอเดินออกไปจากห้องปกครองในทันทีโดยมีลูกๆ ของทั้งคู่เดินตามออกมาไม่ห่าง
“ตะวันไม่แปลกใจเลยค่ะ...ทำไมอชิถึงได้มีพฤติกรรมแบบนี้”
“ฮาญาเห็นด้วยกับคุณแม่ค่ะ นี่ขนาดต่อหน้าคนอื่นเขายังทำกับลูกของเขาได้ถึงขนาดนี้”
“.../...”
“ฮาญาไม่อยากจะคิดเลยค่ะว่าลับหลัง เขาจะทำรุนแรงกับลูกของเขาขนาดไหน”
“นั่นสิครับ ก่อนหน้านี้ปั้นรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาโดยตลอดที่ได้มีทุกคนเป็นครอบครัว ยิ่งปั้นได้มาเห็นเหตุการณ์ในวันนี้มันก็ยิ่งตอกย้ำว่าปั้นเป็นคนที่โชคดีจริงๆ”
“แม่ดีใจนะคะที่ปั้นคิดแบบนี้” ตะวันเอ่ยบอกกับลูกชายเสียงหวาน ก่อนที่มือบางอีกข้างของเธอจะลูบลงที่แผ่นหลังแกร่งของกำปั้นอย่างอ่อนโยน
“ไหนๆ เรื่องก็จะจบแล้ว ฮาญามีเรื่องสงสัยค่ะ”
“.../.../.../...” สายตาทุกคู่หันไปมองยังเด็กสาวเพียงคนเดียวของบ้านเป็นตาเดียว
“วันนี้ฮาญาเห็นด้วยตาของตัวเองว่าพี่ฝุ่นมีทักษะการต่อสู้และป้องกันตัวที่สุดยอดมากแค่ไหน...” ฮาญาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นไปมองพี่ชายของเธออย่างรอคำตอบ
“...”
“แล้วทำไมที่ผ่านมาถึงปล่อยให้ถูกเขารังแกอยู่ฝ่ายเดียวล่ะคะ?”
“พี่ไม่อยากทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ต้องเดือดร้อนน่ะครับ”
“นี่ไต้ฝุ่นพ่อไม่ได้ฝึกลูก...เพื่อให้ลูกยอมให้คนอื่นรังแกลูกอยู่ฝ่ายเดียวนะครับ”
“...”
“จำที่พ่อเคยสอนได้ไหม?”
“ถ้าไม่อยากให้ชีวิตเล่นงานเรา บางทีเราก็ต้องชิงเตะหน้าโชคชะตาซะก่อน”
“หึหึ เตะหน้าคนก็รวมอยู่ด้วยนะครับ” ฮันเตอร์หัวเราะชอบใจออกมาเสียงดังลั่น ก่อนที่เขาจะกระชิบบอกกับลูกชายคนโตของเขาเสียงอ่อน
“พี่ฮันเตอร์สอนอะไรลูกคะเนี่ย ไปค่ะเราพาไต้ฝุ่นไปทำแผลที่โรงพยาบาลกันก่อนเถอะ”
“พี่ฝุ่นตื่นเช้าจังเลยค่ะ” ฮาญาเอ่ยถามสามีของตัวเองออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งโดยมือแขนแกร่งของสามีคอยประคองอยู่ไม่ห่าง“วันนี้เป็นวันสำคัญของเรานี่คะ พี่ยังนอนไม่หลับเลยตั้งแต่เมื่อคืน”“จริงเหรอคะ”“พี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับนี่ค่ะ” ไต้ฝุ่นตอบภรรยาของเขากลับไป ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงนอนของเธอ มือหนาประคองหน้าท้องที่ขยายใหญ่เพราะอุ้มท้องเด็กแฝดเอาไว้อย่างอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ โน้มลงไปใกล้หน้าท้องของภรรยาก่อนที่เขาจะเอ่ยทักทายลูกๆ ของเขาอย่างเช่นทุกวัน“อรุณสวัสดิ์ครับ พ่อดีใจมากเลยนะรู้ไหมที่ลูกๆ เกิดมา”“ดูสิคะ” ฮาญาชี้ให้สามีของเธอดูท้องทีนูนขึ้นมาทางซ้ายทีขวาที ราวกับว่าแฝนน้อยรับรู้ได้ถึงเสียงของคุณพ่อของพวกเขาจุ๊บ!!!“เมียพ่อตัวเล็กนิดเดียวลูกๆ ช่วยใจดีกับแม่หน่อยนะครับ ช่วยคลอดง่ายๆ แม่ของลูกจะได้ไม่ต้องเจ็บมาก” ไต้ฝุ่นจุ๊บลงที่หน้าท้องของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง“พูดมาตั้งเยอะสุดท้าย แค่ห่วงเมียเหรอครับพี่ฝุ่น” เฮคเตอร์เดินเข้ามาพร้อมกับประคองภรรยาของเขาที่กำลังอุ้มท้องอ่อนๆ เข
“น้องคะ”“คะ” ฮาญาละสายตาจากวิวทิวทัศน์ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองหน้าสามีของตัวเองอีกครั้ง“เราอยู่ด้วยกันมาตั้งนานน้องตกหลุมรักพี่ตอนไหนเหรอคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางที่นอนอยู่ข้างกายของเขาออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่ฮาญาจะมาสารภาพรักกับเขา เขาก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเธอกำลังตกหลุมรักเขาอยู่“พี่ฝุ่นจำงานกีฬาสีได้ไหมคะ”“จำได้ค่ะ” ไต้ฝุ่นพยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับคำถามของเธอ ก่อนที่เธอจะเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นที่เธอประทับใจในตัวเขาให้กับเขาได้ฟังอีก...“มีคำพูดหนึ่งที่พี่ฝุ่นบอกกับอชิ...”‘ถ้ามึงแตะต้องน้องกูแม้แต่เพียงปลายเส้นผม กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่’“น้องตกหลุมรักพี่ตอนนั้นแหละค่ะ” ฮาญายกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขากลับไปเสียงหวาน มือบางลูบลงที่ใบหน้าหล่อเหลาของสามีของตัวเองอย่างอ่อนโยน“ถ้าอย่างนั้นก็ทีหลังพี่สินะคะ”“คะ” ฮาญาหันกลับหน้ามามองสามีของตัวเองแทบจะทันทีที่เขาเอ่ยจบ ร่างบางขยับตัวลุกนั่งในขณะที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังคนตรงหน้าอย่างรอคำตอบ“พี่ตกหลุมน้องตั้งแต่ตอนนั้น...”เมื่อ 10 ปีก่อน...ฮาญาในวัน 15 ปี เดินเข้ามาภายในเรือนกระจกที่ตั้งอยู่หลังคฤหาส
3 ปีต่อมา...ณ คฤหาสน์หลังงามของฮันเตอร์“เจ้าของวันเกิดมาแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยบอกกับทุกคนทันทีที่เห็นไต้ฝุ่นเดินจูงมือบางของฮาญาเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังงามที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้หลายชนิดจนฮาญาเริ่มแปลกใจ“พี่ฝุ่นว่าคุณพ่อกับคุณแม่เล่นใหญ่เกินไปไหมคะ”“ทำไมน้องถึงคิดแบบนั้นละคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามหญิงคนรักออกมาด้วยความสงสัย พร้อมกับจูงมือเธอเดินตรงไปตามเส้นทางเล็กๆ บริเวณสสวนหลังบ้างที่บัดนี้มีเพียงไฟในสวนที่ยังคงส่องแสงสว่างนำทางเขาและเธอเท่านั้น“เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรากลับมาบ้าน ยังไม่ดีเลยนะคะ”เมื่อ 2 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจเข้ามาขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ของพวกเขา โดยไต้ฝุ่นเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอพาฮาญาออกไปทดลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน หลังจากที่เพนเฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ด้วยเงินน้ำพักน้ำแรงของตัวเองตกแต่งเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าฮันเตอร์ไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่พอเขาตระหนักได้ว่า...ทั้งสองไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว พวกเขามีความคิด และมีชีวิตเป็นของตัวเอง สักวันก็ต้องมีวันนี้สู้ปล่อยให้พวกเขาออกไปในตอนนี้เลยยังดีเสียกว่า“อย่างนั้นเหรอคะ พี่ไม่เห็นจะจำได้เลย” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาให้กับความช่างสังเกตุของหญิงสาว ก
“พี่ฝุ่นคะ” ฮาญาเอ่ยเรียกร่างสูงตรงหน้าเสียงอ่อนเสียงหวาน มือบางบรรจงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มออกที่ละเม็ดจนกระทั่งเม็ดสุดท้าย ก่อนที่เธอจะถอดเสื้อของเขาออกอย่างเบามือ“ขา...” มือบางลูบไล้อกแกร่งเปลือยเปล่าของคนตรงหน้าอย่างหลงใหล พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเขา“ถ้าพี่ฝุ่นอยากจะลงโทษน้อง ก็ปล่อยให้น้องเป็นคนปรนนิบัติพี่ดีไหมคะ”“หึหึ”“ถ้าน้องต้องการอย่างนั้น...พี่ก็ยินดีครับ” ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มร้ายออกมา ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายถูกมือบางของหญิงสาวผลักล้มลงไปนอนอยู่บนเตียงกว้างแทนที่ของหญิงสาว“พร้อมแล้วใช่ไหมคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาพร้อมกับขยับตัวขึ้นไปคล่อมกายแกร่งของคนตรงหน้าเอาไว้ริมฝีปากจุ๊บลงที่อกข้างซ้ายของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ลิ้นร้อนของหญิงสาวจะโลมเลียอกแกร่งของคนตรงหน้าอย่างจงใจจะยั่วยวนเขา“คิดจะทรมานพี่เหรอครับ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาเสียงกระเส่า มือหนาลูบลงที่หัวน้อยๆ ของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน“...” ริมฝีปากบางค่อยๆ ยกยิ้มออกมา พร้อมที่ลิ้นร้อนของเธอจะโลมเลียลงมายังมัดกล้ามบริเวณหน้าท้องแกร่งของชายหนุ่ม“อืมมมมม เด็กดี” ไต้ฝุ่นร้องครางออกมาเสียงหลงทันทีที่ลิ้น
“พี่ฝุ่นรู้ไหมค่ะว่าน้องกลัวคุณพ่อมากแค่ไหน...”“...คิดว่าพ่อจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างนั้นเหรอ...ฮ่าฮ่าฮ่า” ฮาญาเลียนแบบเสียงของคุณพ่อของเธอ ก่อนที่หญิงสาวจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง“หัวเราะได้แบบนี้ไม่เจ็บแผลแล้วเหรอคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามออกมาก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาหาร่างบางที่นั่งรอเขาอยู่บนเตียง พร้อมกับจานผลไม้ที่ชายหนุ่มเป็นคนปอกเองกับมือ“เจ็บนิดหน่อย สงสัยยาแก้ปวดยังไม่หมดฤทธิ์ค่ะ”“ทานผลไม้แล้วก็นอนพักผ่อนนะคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“แล้วพี่ฝุ่นไม่กลับไปพักที่บ้านเหรอคะ”“พี่จะอยู่กับน้องค่ะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับคนรักเสียงอ่อนเสียงหวาน มือหนาลูบลงที่แก้มขาวเนียนของคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน“พี่ไม่เหนื่อยเหรอคะ”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“พี่ฝุ่นยังรู้สึกผิดอยู่รึเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าออกมาอย่างรู้ทัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา แต่กับฮาญาที่อยู่ข้างกายของเขาเกือบทั้งชีวิตแค่มองนิดเดียวเธอก็รู้แล้วว่าเขารู้สึกอย่างไร“ดูสิคะตอนนี้น้องไม่ได้เป็นอะไรแล้ว”“ผิวสวยๆ ของน้องต้องเป็นรอยเพราะพี่”“ถ้าพี่ฝุ่นเข้ามาหาน้องช้ากว่านี้น้องอาจจะไม
“ลูกสองคนเป็นพี่น้องกัน ถึงแม้จะคนละสายเลือดก็ตาม”“พ่อไม่เห็นด้วย” ฮันเตอร์เอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้ากลับไปเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะหันหน้าหนีไปอีกทาง“ฝุ่นเข้าใจครับ” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง“วันนี้ฝุ่นขออนุญาตทวงสัญญาที่ให้ไว้กับคุณพ่อครับ”“.../.../...” ฮันเตอร์ชะงักไปทันทีที่ได้ยินเด็กหนุ่มเอ่ยทวงสัญญาของเขาขึ้นมาในสถานการณ์เช่นนี้ มุมปากหนากระตุกยิ้มออกมาก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับมานิ่งขรึมดังเดิม ในขณะที่ตะวันและฮาญาได้แต่มองมาที่ร่างสูงทั้งสองคนอย่างรอฟังคำมั่นสัญญาที่พวกเขาทั้งสองเคยทำไว้ต่อกัน‘ฝุ่นมีเรื่องอยากจะขออีกเรื่องนึงครับ’ ‘มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ?’‘ฝุ่นเดิมพันโปรเจคนี้ด้วยชีวิตของฝุ่น’‘...’‘หากฝุ่นทำสำเร็จฝุ่นมีเรื่องอยากจะขอคุณพ่อครับ’ ‘หึหึ จริงๆ ลูกไม่ต้องทำอะไร’ ‘ถ้าอยากได้อะไรก็บอกพ่อมาได้เลยครับ’ ‘ไม่ได้หรอกครับคุณพ่อ...ของที่ฝุ่นจะขอมีค่ามากครับ’‘หึหึ’‘ได้สิครับ แต่พ่อขอเพิ่มเงื่อนไขสักขอนึงนะครับ’‘ครับ’‘ลูกต้องจะต้องทำกำไรจากโปรเจคนี้ให้ได้ 130 เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลา 1 ปี หาก
“นี่พี่จะอยู่อังกฤษเป็นปีเลย จริงๆ เหรอคะ”“พี่ฝุ่น...”“หายไปไหนของเขา” ฮาญาเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองยังตำแหน่งที่เขาเคยนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ แต่เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวจึงหันกลับมาสนใจโทรทัศน์ตรงหน้าอีกครั้ง“ฮาญา”“คะ...” ฮาญาหันกลับไปมองร่างสูงตามเสียงเรียกของเขา ก่อ
3 ปีต่อมา...ณ ประเทศอังกฤษ“Be yourself in the best version” “เป็นตัวเองของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด”ฮาญายืนมองเงาสะท้อนของตัวเองที่อยู่บนกระจกบานใหญ่ตรงหน้าอย่างภาคภูมิใจ ก่
“...” ฮาญาเดินไปตามเสียงเรียกของไต้ฝุ่นอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปยังรถบัคกี้ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“หมวกกันน็อคค่ะ” ไต้ฝุ่นยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับน้องสาวก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปช่วยเธอใส่มันอย่างชำนาญ“ขอบคุณค่ะ”“เพื่อความปลอดภัยใส่เข็มขัดให้เรียบร้อยคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อ
เช้าวันต่อมา...“พี่ญ่าตื่นแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวของเธอออกมา ก่อนที่พอใจที่นอนอยู่อีกฝั่งจะหันมามองที่ฮาญาพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ“ค่ะ...” มือบางกุมขมับของตัวเองเอาไว้พร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหลัง







