Masuk3 ปีต่อมา...
“นี่ได้อ่านเมลกันบ้างไหม?” ฮาโมนี่ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามเพื่อนสาวขึ้นมา ในขณะที่เธอยังคงก้มหน้าก้มตามองจอโทรศัพท์ในมือของตัวเองอยู่อย่างนั้น
“มีอะไรเหรอ?” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่ไอริสจะเอ่ยสมทบขึ้น
“อ็อกซ์ฟอร์ด...ที่พวกเราเคยไปสอบเอาไว้จะประกาศผลในอีก 7 วัน”
“จริงเหรอ?”
“จริงด้วยญ่าลืมไปสนิทเลย”
“จริงสิ...แต่เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง พวกเราไปเข้าห้องประชุมกันก่อนดีกว่า”
งานโอเพ่นเฮ้าส์เป็นกิจกรรมที่ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ จัดขึ้นเพื่อเปิดบ้านตอนรับนักเรียนมัธยมปลาย และผู้ปกครองที่สนใจหรือต้องการทราบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสถาบันนั้นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกสถาบันที่จะเข้าศึกษาต่อในอนาคต
ซึ่งภายในงานยังมีกิจกรรมสัมมนา กิจกรรมเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงการแสดงสันทนาการที่แต่ละคณะเตรียมมาแสดงภายในซุ้มกิจกรรมของตัวเอง
“ญ่าจะไปไหนก่อน?” เสียงของไอริสเอ่ยถามเพื่อนรักออกมาทันทีที่พิธีการแนะนำเข้าศึกษาภายในห้องประชุมเสร็จสิ้นลงแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้เด็กนักเรียน แยกย้ายกันไปตามคณะต่างๆ ที่แต่ละคนสนใจ
“คณะบริหารธุรกิจ” ฮาญาเอ่ยบอกกับเพื่อนสาวทั้งสองคนเสียงสดใส พร้อมกับใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน
“ไปหาพี่ไต้ฝุ่นเหรอ?” ฮาโมนี่เอ่ยถามเพื่อนรักออกมาด้วยความสงสัย ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาฮาญาไม่เคยบอกใครเลยว่าตัวเองอยากเรียนต่อสาขาอะไร หรือแม้แต่กำลังสนใจคณะอะไรอยู่เธอก็ตอบเพียงไม่รู้...
“ใช่แล้ว...เอาไว้เราเจอกันตอนเที่ยงนะ”
“จ้า / โอเคจ้า”
“ไปก่อนนะ” ฮาญาวิ่งไปยังคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งเป็นคณะที่ไต้ฝุ่นพี่ชายของเธอกำลังศึกษาอยู่ และแน่นอนว่าในอนาคตเธอก็อาจจะสอบเข้าคณะนี้ตามพี่ชายของเธอเช่นกัน
‘ฮาญาคิดถึงพี่ฝุ่นจะแย่แล้วไม่ได้เจอกันตั้งหมายวัน...’ รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าสวยหวานของหญิงสาว ก่อนที่เธอจะพยายามฝ่าฟูงชนเข้าไปยืนด้านหน้า แต่แล้ว...
“รุ่นพี่เป็นแฟนกันเหรอคะ?”
“...” ฮาญายืนมองพี่ชายของตัวเองอยู่อีกฝั่งของโต๊ะด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เธอจะชะงักไปทันทีที่ได้ยินเสียงนักเรียนคนหนึ่งเอ่ยถามรุ่นพี่ทั้งสองคนตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย
“คุยๆ กันอยู่น่ะค่ะ เขายังไม่ยอมรับรักพี่สักที” รุ่นพี่สาวสวยที่มีดีกรีเป็นถึงดาวคณะตอบกลับมาเสียงใส ก่อนจะหันกลับไปส่งยิ้มหวานให้กับไต้ฝุ่นที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“กรี๊ดดดดด~~ / จะบ้า... / สวยหล่อเหมาะสมกันมากเลยค่ะ”
“...” สีหน้าของฮาญาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มหวานค่อยๆ จางหายไป หญิงสาวในวัย 18 ปียืนมองพี่ชายของตัวเองอยู่อย่างนั้น ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินออกมาจากบูธกิจกรรมของคณะบริหารพร้อมกับหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอที่แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ‘หรือว่าที่เดี๋ยวนี้เขาไม่ค่อยมีเวลาให้กับเธอ...เป็นเพราะเขากำลังมีแฟน...?’
‘พี่ชาย...’
“ใช่แล้วฮาญา...พี่ไต้ฝุ่นเป็นพี่ชายของเธอ”
“เธอไม่ควรรู้สึกอะไรกับเขาไปมากกว่าพี่ชายกับน้องสาว”
‘แต่ทำไมหัวใจถึงได้เจ็บขนาดนี้นะ...?’
ฮาญาทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนข้างตึก พร้อมกับทะเลาะกับเสียงในหัวของตัวเองไปด้วย เด็กสาวในวัย 18 ปี ที่ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลยสักครั้ง และในตอนนี้ความรู้สึกที่เธอมีต่อพี่ชายต่างสายเลือดมันคืออะไรกันแน่...
‘สับสน สับสน’
‘แล้วถ้าเกิดรักขึ้นมาจริง จะไม่ใช่รักต้องห้ามหรือไง?’
“เพ้อเจ้อ! นี่เราน้ำตาลตกหรือเปล่าเนี่ย แค่พี่ฝุ่นกำลังมีความรักเอง...ฮึกกกกก! ฮือออออ!”
“ทำไมถึงได้เจ็บแบบนี้นะ ฮึกกกก!”
น้ำสีใส่ค่อยๆ ไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างของหญิงสาวอย่างห้ามไม่อยู่ ความคิดในหัวและความรู้สึกมากมายที่กำลังก่อเกิดขึ้นมา มันทำให้เธอไม่สามารถความคุมตัวเองได้อีกต่อไป
“ฮืออออ!” เด็กสาวซบหน้าลงกับโต๊ะหินอ่อนตรงหน้า ก่อนจะร้องไห้ระบายความรู้สึกอึดอัดใจของตัวเองออกมาจนหมด...
“...” ฮาญาชะงักไปทันทีที่เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ มือบางค่อยๆ ปาดน้ำตาออกจากแก้มขาวเนียนของตัวเองอย่างเบามือในขณะที่เธอยังคงนั่งก้มหน้าอยู่อย่างนั้น
“น้องร้องไห้อยู่เหรอครับ?” เสียงทุ้งต่ำเอ่ยถามขึ้นมาอย่างใจเย็น ก่อนที่เขาจะย่อตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามของเด็กสาวมัธยมปลาย พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ ปรากฎรอยยิ้มหวานขึ้นมา
“เปล่าค่ะ ไม่ได้ร้องค่ะ” ฮาญารีบปฏิเสธชายหนุ่มตรงหน้ากลับไปแทบจะทันที
“หลักฐานก็เห็นๆ กันอยู่ ช็อกโกแล็ตครับ” เขายังคงส่งยิ้มหวานมาให้กับเธอ ก่อนจะเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ขอบคุณค่ะ” ฮาญารับคุกกี้มาถือเอาไว้ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเขากลับไปอย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับ พี่ชื่อตะวัน คณะสถาปัตย์ปี 3 ครับ”
“หนูชื่อฮาญาค่ะ”
“กำลังคิดมากเรื่องเรียนต่ออยู่เหรอครับ?”
“...” ฮาญาสายหัวไปมาเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับเขา
“แล้วน้องมีเรื่องอะไรที่ทำให้หนักใจอยู่รึเปล่าครับ?”
“อยากเล่าออกมาบ้างไหม?”
“เรื่องอะไรที่มันกำลังทำให้น้องเสียใจอยู่”
“...”
“คิดซะว่าเล่านิทานให้คนแปลกหน้าฟังก็ได้ หากน้องฮาญาสบายใจ แต่ถ้าไม่พี่นั่งอยู่ด้วยเงียบๆ รอจนกว่าน้องจะรู้สึกดีขึ้น” ตะวันยกยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้า
“พี่ตะวันเคยมีความรักไหมคะ?” ฮาญาเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัย พร้อมกับมองไปยังร่างสูงตรงหน้าอย่างรอคำตอบ
“ความรักเหรอครับ?”
“ค่ะ”
“พี่เคยมีความรักครับ แต่มันก็นานมาแล้ว...ถามพี่ทำไมเหรอครับ?”
“ตอนพี่กำลังตกหลุมรัก พี่รู้ได้ยังไงเหรอค่ะว่าความรักมันกำลังก่อเกิดขึ้นมากลางหัวใจของพี่”
“พี่คิดว่าแต่ละคนคงเจอสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับพี่คงเป็นวันธรรมดาวันหนึ่งที่เราบังเอิญมองเห็นคนหนึ่งๆ เปลี่ยนไป”
“...” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่คนตรงหน้าพูดถึง...
“คนที่เราพบเจอกันในทุกๆ วัน แต่พอมาวันหนึ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด มองเขาได้ทั้งวันไม่มีเบื่อเลยล่ะครับ”
“...”
“บางทีแค่นึกถึงหน้าของเขาก็เผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว โลกทั้งใบมันเบาสบายเมื่อได้อยู่กับเขา ได้มีเวลาดีๆ ด้วยกัน”
“เธอคนนั้นน่าอิจฉาจังเลยนะคะ...”
“ทุกอย่างมันจบลงแล้วล่ะครับ”
“ขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ...คนเราเลิกรักกันได้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอกครับ”
“แล้วถ้าสมมติเราดันรักคนที่ไม่สมควรรักล่ะคะ?” ฮาญาเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาอีกครั้งด้วยความสงสัย ถึงแม้ว่าในตอนนี้สิ่งที่เขาพูดมาก่อนหน้านี้เธอจะไม่เข้าใจเลยสักนิดก็ตาม
“พี่เชื่อว่าทุกคนสมควรได้รับความรักครับ ถ้าน้องคิดว่าไม่สมควร ไม่คู่ควรกับใคร...” ตะวันเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้าเสียงอ่อน พร้อมกับมองไปยังร่างบางตรงหน้าอย่างเอ็นดู
“...”
“น้องก็ถอยกลับมารักตัวเองให้มากๆ เพราะความรักที่ดีไม่ได้มาจากใครที่ไหน แต่มาจากตัวของน้องเอง”
“เราต้องรักตัวเองให้เป็นก่อน แล้วเราจะรู้ว่าวิธีรักคนอื่นเป็นอย่างไรครับ”
“เป็นคำแนะนำที่ดีมากจริงๆ ค่ะ ฮาญาจะจำแล้วนำไปใช้นะคะ”
“ขอบคุณมากนะคะ” ฮาญายกยิ้มหวานออกมา ก่อนจะเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้ากลับไปเสียงสดใส
“ด้วยความยินดีครับ”
“พี่ตะวันนอกจากจะชื่อเหมือนกับคุณแม่ของฮาญาแล้ว ยังอบอุ่นและยังให้ช็อกโกแลตกับฮาญาเหมือนกันอีกนะคะ”
“หึหึ จริงเหรอครับ?”
“จริงค่ะ”
“อารมณ์ดีขึ้นบ้างแล้วใช่ไหม?” ตะวันเอ่ยถามรุ่นน้องตรงหน้าออกมาอีกครั้ง
“ตอนนี้อารมณ์ของฮาญาดีสุดๆ ไปเลยค่ะ”
“หึหึ”
“ฮาญา!!”
“พี่ไต้ฝุ่น...?” ฮาญาร้องเรียกชายหนุ่มออกมาด้วยความตกใจ
“มานั่งทำอะไรตรงนี้คะ?” ไต้ฝุ่นเดินเข้ามาใกล้น้องสาว พร้อมกับเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่ใกล้กับน้องสาวของเขาด้วยสายตาที่เรียบเฉย
“ฮาญาแค่รู้สึกเหนื่อยๆ เลยมานั่งพักน่ะค่ะ”
“.../...”
“อะ เอ่อนี่พี่ไต้ฝุ่นคะ นี่พี่ตะวันค่ะ”
“พี่ตะวันนี่คือพี่ไต้ฝุ่นพี่ชายของฮาญาเองค่ะ”
ฮาญาแนะนำชายหนุ่มทั้งสองคนให้รู้จักกัน แต่ดูเหมือนว่าไต้ฝุ่นพี่ชายของเธอจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นักกับเพื่อนใหม่ที่น้องสาวของเขาเป็นแนะนำให้รู้จัก
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณไต้ฝุ่น”
“เช่นกันครับ” ไต้ฝุ่นตอบคนตรงหน้ากลับไปเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะหันกลับมาสนใจร่างบางตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ผมขอพาน้องสาวของผมกลับบ้านก่อนนะครับ”
“เราไปกันเถอะค่ะ”
“ค่ะ”
“ฮาญาไปก่อนนะ วันนี้ขอบคุณพี่ตะวันมากนะคะสำหรับคำแนะนำดีๆ ค่ะ” ฮาญาเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าพร้อมกับโบกมือลาคนตรงหน้าไปด้วย
“ด้วยความยินดีครับ” ตะวันเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง พร้อมกับก้มหัวให้เธอเล็กน้อยเพื่อเป็นการตอกย้ำว่าเขายินดีจริงๆ ที่ได้พูดคุยกับเธอในวันนี้
“ไปกันได้แล้วค่ะ”
“...”
ไต้ฝุ่นจูงมือบางของน้องสาวให้เดินตามเขาออกไปด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก ในขณะที่ฮาญาเองก็เลือกที่จะเดินตามเขาออกไปเงียบๆ
‘น้องก็ถอยกลับมารักตัวเองให้มากๆ เพราะความรักที่ดีไม่ได้มาจากใครที่ไหน แต่มาจากตัวของน้องเอง’
“พี่ฝุ่นตื่นเช้าจังเลยค่ะ” ฮาญาเอ่ยถามสามีของตัวเองออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งโดยมือแขนแกร่งของสามีคอยประคองอยู่ไม่ห่าง“วันนี้เป็นวันสำคัญของเรานี่คะ พี่ยังนอนไม่หลับเลยตั้งแต่เมื่อคืน”“จริงเหรอคะ”“พี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับนี่ค่ะ” ไต้ฝุ่นตอบภรรยาของเขากลับไป ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงนอนของเธอ มือหนาประคองหน้าท้องที่ขยายใหญ่เพราะอุ้มท้องเด็กแฝดเอาไว้อย่างอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ โน้มลงไปใกล้หน้าท้องของภรรยาก่อนที่เขาจะเอ่ยทักทายลูกๆ ของเขาอย่างเช่นทุกวัน“อรุณสวัสดิ์ครับ พ่อดีใจมากเลยนะรู้ไหมที่ลูกๆ เกิดมา”“ดูสิคะ” ฮาญาชี้ให้สามีของเธอดูท้องทีนูนขึ้นมาทางซ้ายทีขวาที ราวกับว่าแฝนน้อยรับรู้ได้ถึงเสียงของคุณพ่อของพวกเขาจุ๊บ!!!“เมียพ่อตัวเล็กนิดเดียวลูกๆ ช่วยใจดีกับแม่หน่อยนะครับ ช่วยคลอดง่ายๆ แม่ของลูกจะได้ไม่ต้องเจ็บมาก” ไต้ฝุ่นจุ๊บลงที่หน้าท้องของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง“พูดมาตั้งเยอะสุดท้าย แค่ห่วงเมียเหรอครับพี่ฝุ่น” เฮคเตอร์เดินเข้ามาพร้อมกับประคองภรรยาของเขาที่กำลังอุ้มท้องอ่อนๆ เข
“น้องคะ”“คะ” ฮาญาละสายตาจากวิวทิวทัศน์ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองหน้าสามีของตัวเองอีกครั้ง“เราอยู่ด้วยกันมาตั้งนานน้องตกหลุมรักพี่ตอนไหนเหรอคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางที่นอนอยู่ข้างกายของเขาออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่ฮาญาจะมาสารภาพรักกับเขา เขาก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเธอกำลังตกหลุมรักเขาอยู่“พี่ฝุ่นจำงานกีฬาสีได้ไหมคะ”“จำได้ค่ะ” ไต้ฝุ่นพยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับคำถามของเธอ ก่อนที่เธอจะเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นที่เธอประทับใจในตัวเขาให้กับเขาได้ฟังอีก...“มีคำพูดหนึ่งที่พี่ฝุ่นบอกกับอชิ...”‘ถ้ามึงแตะต้องน้องกูแม้แต่เพียงปลายเส้นผม กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่’“น้องตกหลุมรักพี่ตอนนั้นแหละค่ะ” ฮาญายกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขากลับไปเสียงหวาน มือบางลูบลงที่ใบหน้าหล่อเหลาของสามีของตัวเองอย่างอ่อนโยน“ถ้าอย่างนั้นก็ทีหลังพี่สินะคะ”“คะ” ฮาญาหันกลับหน้ามามองสามีของตัวเองแทบจะทันทีที่เขาเอ่ยจบ ร่างบางขยับตัวลุกนั่งในขณะที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังคนตรงหน้าอย่างรอคำตอบ“พี่ตกหลุมน้องตั้งแต่ตอนนั้น...”เมื่อ 10 ปีก่อน...ฮาญาในวัน 15 ปี เดินเข้ามาภายในเรือนกระจกที่ตั้งอยู่หลังคฤหาส
3 ปีต่อมา...ณ คฤหาสน์หลังงามของฮันเตอร์“เจ้าของวันเกิดมาแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยบอกกับทุกคนทันทีที่เห็นไต้ฝุ่นเดินจูงมือบางของฮาญาเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังงามที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้หลายชนิดจนฮาญาเริ่มแปลกใจ“พี่ฝุ่นว่าคุณพ่อกับคุณแม่เล่นใหญ่เกินไปไหมคะ”“ทำไมน้องถึงคิดแบบนั้นละคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามหญิงคนรักออกมาด้วยความสงสัย พร้อมกับจูงมือเธอเดินตรงไปตามเส้นทางเล็กๆ บริเวณสสวนหลังบ้างที่บัดนี้มีเพียงไฟในสวนที่ยังคงส่องแสงสว่างนำทางเขาและเธอเท่านั้น“เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรากลับมาบ้าน ยังไม่ดีเลยนะคะ”เมื่อ 2 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจเข้ามาขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ของพวกเขา โดยไต้ฝุ่นเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอพาฮาญาออกไปทดลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน หลังจากที่เพนเฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ด้วยเงินน้ำพักน้ำแรงของตัวเองตกแต่งเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าฮันเตอร์ไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่พอเขาตระหนักได้ว่า...ทั้งสองไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว พวกเขามีความคิด และมีชีวิตเป็นของตัวเอง สักวันก็ต้องมีวันนี้สู้ปล่อยให้พวกเขาออกไปในตอนนี้เลยยังดีเสียกว่า“อย่างนั้นเหรอคะ พี่ไม่เห็นจะจำได้เลย” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาให้กับความช่างสังเกตุของหญิงสาว ก
“พี่ฝุ่นคะ” ฮาญาเอ่ยเรียกร่างสูงตรงหน้าเสียงอ่อนเสียงหวาน มือบางบรรจงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มออกที่ละเม็ดจนกระทั่งเม็ดสุดท้าย ก่อนที่เธอจะถอดเสื้อของเขาออกอย่างเบามือ“ขา...” มือบางลูบไล้อกแกร่งเปลือยเปล่าของคนตรงหน้าอย่างหลงใหล พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเขา“ถ้าพี่ฝุ่นอยากจะลงโทษน้อง ก็ปล่อยให้น้องเป็นคนปรนนิบัติพี่ดีไหมคะ”“หึหึ”“ถ้าน้องต้องการอย่างนั้น...พี่ก็ยินดีครับ” ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มร้ายออกมา ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายถูกมือบางของหญิงสาวผลักล้มลงไปนอนอยู่บนเตียงกว้างแทนที่ของหญิงสาว“พร้อมแล้วใช่ไหมคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาพร้อมกับขยับตัวขึ้นไปคล่อมกายแกร่งของคนตรงหน้าเอาไว้ริมฝีปากจุ๊บลงที่อกข้างซ้ายของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ลิ้นร้อนของหญิงสาวจะโลมเลียอกแกร่งของคนตรงหน้าอย่างจงใจจะยั่วยวนเขา“คิดจะทรมานพี่เหรอครับ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาเสียงกระเส่า มือหนาลูบลงที่หัวน้อยๆ ของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน“...” ริมฝีปากบางค่อยๆ ยกยิ้มออกมา พร้อมที่ลิ้นร้อนของเธอจะโลมเลียลงมายังมัดกล้ามบริเวณหน้าท้องแกร่งของชายหนุ่ม“อืมมมมม เด็กดี” ไต้ฝุ่นร้องครางออกมาเสียงหลงทันทีที่ลิ้น
“พี่ฝุ่นรู้ไหมค่ะว่าน้องกลัวคุณพ่อมากแค่ไหน...”“...คิดว่าพ่อจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างนั้นเหรอ...ฮ่าฮ่าฮ่า” ฮาญาเลียนแบบเสียงของคุณพ่อของเธอ ก่อนที่หญิงสาวจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง“หัวเราะได้แบบนี้ไม่เจ็บแผลแล้วเหรอคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามออกมาก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาหาร่างบางที่นั่งรอเขาอยู่บนเตียง พร้อมกับจานผลไม้ที่ชายหนุ่มเป็นคนปอกเองกับมือ“เจ็บนิดหน่อย สงสัยยาแก้ปวดยังไม่หมดฤทธิ์ค่ะ”“ทานผลไม้แล้วก็นอนพักผ่อนนะคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“แล้วพี่ฝุ่นไม่กลับไปพักที่บ้านเหรอคะ”“พี่จะอยู่กับน้องค่ะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับคนรักเสียงอ่อนเสียงหวาน มือหนาลูบลงที่แก้มขาวเนียนของคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน“พี่ไม่เหนื่อยเหรอคะ”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“พี่ฝุ่นยังรู้สึกผิดอยู่รึเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าออกมาอย่างรู้ทัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา แต่กับฮาญาที่อยู่ข้างกายของเขาเกือบทั้งชีวิตแค่มองนิดเดียวเธอก็รู้แล้วว่าเขารู้สึกอย่างไร“ดูสิคะตอนนี้น้องไม่ได้เป็นอะไรแล้ว”“ผิวสวยๆ ของน้องต้องเป็นรอยเพราะพี่”“ถ้าพี่ฝุ่นเข้ามาหาน้องช้ากว่านี้น้องอาจจะไม
“ลูกสองคนเป็นพี่น้องกัน ถึงแม้จะคนละสายเลือดก็ตาม”“พ่อไม่เห็นด้วย” ฮันเตอร์เอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้ากลับไปเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะหันหน้าหนีไปอีกทาง“ฝุ่นเข้าใจครับ” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง“วันนี้ฝุ่นขออนุญาตทวงสัญญาที่ให้ไว้กับคุณพ่อครับ”“.../.../...” ฮันเตอร์ชะงักไปทันทีที่ได้ยินเด็กหนุ่มเอ่ยทวงสัญญาของเขาขึ้นมาในสถานการณ์เช่นนี้ มุมปากหนากระตุกยิ้มออกมาก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับมานิ่งขรึมดังเดิม ในขณะที่ตะวันและฮาญาได้แต่มองมาที่ร่างสูงทั้งสองคนอย่างรอฟังคำมั่นสัญญาที่พวกเขาทั้งสองเคยทำไว้ต่อกัน‘ฝุ่นมีเรื่องอยากจะขออีกเรื่องนึงครับ’ ‘มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ?’‘ฝุ่นเดิมพันโปรเจคนี้ด้วยชีวิตของฝุ่น’‘...’‘หากฝุ่นทำสำเร็จฝุ่นมีเรื่องอยากจะขอคุณพ่อครับ’ ‘หึหึ จริงๆ ลูกไม่ต้องทำอะไร’ ‘ถ้าอยากได้อะไรก็บอกพ่อมาได้เลยครับ’ ‘ไม่ได้หรอกครับคุณพ่อ...ของที่ฝุ่นจะขอมีค่ามากครับ’‘หึหึ’‘ได้สิครับ แต่พ่อขอเพิ่มเงื่อนไขสักขอนึงนะครับ’‘ครับ’‘ลูกต้องจะต้องทำกำไรจากโปรเจคนี้ให้ได้ 130 เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลา 1 ปี หาก
“นี่พี่จะอยู่อังกฤษเป็นปีเลย จริงๆ เหรอคะ”“พี่ฝุ่น...”“หายไปไหนของเขา” ฮาญาเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองยังตำแหน่งที่เขาเคยนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ แต่เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวจึงหันกลับมาสนใจโทรทัศน์ตรงหน้าอีกครั้ง“ฮาญา”“คะ...” ฮาญาหันกลับไปมองร่างสูงตามเสียงเรียกของเขา ก่อ
3 ปีต่อมา...ณ ประเทศอังกฤษ“Be yourself in the best version” “เป็นตัวเองของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด”ฮาญายืนมองเงาสะท้อนของตัวเองที่อยู่บนกระจกบานใหญ่ตรงหน้าอย่างภาคภูมิใจ ก่
“...” ฮาญาเดินไปตามเสียงเรียกของไต้ฝุ่นอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปยังรถบัคกี้ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“หมวกกันน็อคค่ะ” ไต้ฝุ่นยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับน้องสาวก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปช่วยเธอใส่มันอย่างชำนาญ“ขอบคุณค่ะ”“เพื่อความปลอดภัยใส่เข็มขัดให้เรียบร้อยคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อ
เช้าวันต่อมา...“พี่ญ่าตื่นแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวของเธอออกมา ก่อนที่พอใจที่นอนอยู่อีกฝั่งจะหันมามองที่ฮาญาพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ“ค่ะ...” มือบางกุมขมับของตัวเองเอาไว้พร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหลัง







