LOGIN“หึหึ” อชิลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฮาญากับไต้ฝุ่น มุมปากหนาแสยะยิ้มร้ายออกมาก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้าเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ปากร้ายแบบนี้ก็ดีนะครับ...พี่ชอบ”
อชิเอ่ยบอกกับฮาญาพร้อมกับยื่นมือเข้ามาใกล้ใบหน้าสาวหวานของหญิงสาว ก่อนที่มือของเขาจะถูกปัดออกไปอย่างแรงด้วยฝีมือของไต้ฝุ่น
ฟุบ!!
“มึงจำคำของกูไว้ให้ได้ดี กูจะเอาน้องมึงมาเป็นมะ เมีย...”
ตุบ!!
ไต้ฝุ่นต่อยหน้าชายตรงหน้าอย่างแรงจนเขาล้มลงไปที่พื้นอีกครั้ง
“พี่ฝุ่น” ฮาญาพึมพำออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ด้วยความตกใจที่เห็นพี่ชายของเธอต่อยคนตรงหน้าจงเลือดกบปาก
“พี่ฝุ่น / ไอ้ฝุ่น” กำปั้นกับสายฟ้าร้องเรียกชายหนุ่มออกมา ก่อนที่จะรีบวิ่งเขามาหาเขานทันที
ถุย!!
“ยืนบื้อทำเชี้ยอะไรกัน จัดการมันสิวะ” อชิถุยเลือดออกมาก่อนที่เขาจะหันไปตะคอกลูกน้องเสียงแข็ง ชายหนุ่มลุกยืนขึ้นอีกครั้งก่อนที่เขาจะมองไปยังไต้ฝุ่นอย่างเอาเรื่อง
“ครับ / ครับ”
“ส่วนมึงเจอกู...” อชิพุ่งเขาใส่หวังจะทำร้ายไต้ฝุ่น แต่คนตรงหน้ากลับหลบหมัดเขาได้ทุกครั้ง ยิ่งเขาทำอะไรไต้ฝุ่นไม่ได้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกโมโหยิ่งขึ้นไปอีก
“มานี่ฮาญา” พิพิม ไอริสและฮาโมนี่รีบเข้ามาดึงเพื่อนสาวของตัวเองให้ไปหลบที่ด้านหลังในทันทีด้วยกลัวว่าหญิงสาวจะโดนลูกหลงไปด้วย
สถานการณ์ตอนนี้ไม่มีใครสามารถห้ามใครได้แล้ว ต่อให้เข้าไปห้ามก็มีหวังได้โดนลูกหลงเป็นแน่ ทั้งหกคนยังคงชกต่อยกันชุลมุนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่ง...
“น้องมึงหุ่นก็ดี สวยก็สวย น่าเอาชิบหาย...”
ตุบ!!
ไต้ฝุ่นยกเท้าขึ้นมาพร้อมกับถีบเข้าที่อกของอชิเต็มแรง ก่อนที่เขาตามไปคล่อมร่างสูงเอาไว้ พร้อมกับมือหนาข้างหนึ่งกระชากคอเสื้อของคนตรงหน้าอย่างแรง
“ถ้ามึงแตะต้องน้องกูแม้แต่เพียงปลายเส้นผม กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่...”
“แค่กๆๆ กูเป็นใครแล้วมึงเป็นใคร”
“คิดว่ากูจะกลัวหมาข้างถนนอย่างมึงรึไงวะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
ตุบ!! ตุบ!!
ไต้ฝุ่นรั่วหมัดใส่ชายตรงหน้าไม่ยั้งอย่างโกรธจัด จนทำให้ใบหน้าของอชิเต็มไปด้วยรอยแผลพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาเป็นทาง
“พี่ฝุ่นพอแล้วค่ะ พี่ฝุ่น พะ พี่คะ”
ฮาญาร้องเรียกชายหนุ่มออกมาเสียงสั่นด้วยความตกใจ พร้อมกับรีบวิ่งเข้ามาห้ามพี่ชายของเธอเอาไว้ในทันที ซึ่งมันได้ผลทันทีที่ไต้ฝุ่นได้ยินเสียงร้องของน้องสาวเขาก็ชะงักไป ก่อนที่เขาจะหยุดการกระทำทั้งหมดของตัวเอง พร้อมกับหันไปมองหน้าน้องสาวของเขาที่กำลังตกใจกลัวด้วยความเป็นห่วง
“ฮาญา...”
“ไม่เป็นไรแล้ว น้อง...” ไต้ฝุ่นรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะหันมาปลอบน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง มือหนาลูบลงที่หัวของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน
“เจ็บตรงไหนไหมคะ?”
“พี่ไม่เจ็บเลยครับ”
“พวกมึงรักกันมากใช่ไหม...” อชิตะคอกทั้งสองคนตรงหน้าออกมาเสียงแข็ง ก่อนที่เขาจะดึงมีดพกขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา
“มึงตาย!!”
อชิวิ่งเข้ามาหาฮาญาหวังจะทำร้ายเธอ ไต้ฝุ่นดึงน้องสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่นก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเอาตัวเองรับคมมีดนั้นแทนเธอ
ปลายมีดทิ่มลงที่หัวไหล่แกร่งของไต้ฝุ่นอย่างจัง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ลึกมาก แต่มันก็ทำให้เลือดสีแดงสดไหลออกมาไม่ขาดสาย
“พี่ฝุ่น”
“ไอ้เชี้ย” กำปั้นรีบวิ่งเข้ามาแย่งมีดออกมาจากมือหนาของอชิ ก่อนที่เขาจะจับร่างสูงกดลงกับพื้นพร้อมกับจับข้อมือทั้งสองข้างเอาไว้แน่น
“มึงนี่มันหมาลอบกัดไม่เคยเปลี่ยนเลยนะไอ้เวร”
“ปล่อยกู ปล่อยกูสิวะ”
“พี่ฝุ่นเจ็บมากไหมคะ?” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง น้ำตาของหญิงสาวไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างของเธอ ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปไปที่รอยแผลของพี่ชาย
“พี่ไม่เป็นไรครับ แผลแค่นี้เองทำอะไรพี่ไม่ได้หรอกนะครับ”
“ฮึกกก ฮือออออ!!”
ปรี๊ดดดดดด~~ ปรี๊ดดดดดด~~
“มาทะเลาะวิวาทอะไรกันตรงนี้” เสียงนกหวีดดังขึ้นมาแต่ไกล ก่อนที่ครูฝ่ายปกครองจะรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับสารวัตนักเรียนอีก 5 คน
“เรื่องจริงยิ่งกว่าในละคร...ตำรวจมาตอนจบ รอพระเอกตายก่อนค่ะ”
“ไอ! พูดอะไรของเธอเนี่ย”
“เราพูดเรื่องจริงนี่...เขาตีกันตั้งนานไม่มา มาตอนพระเอกโดนแทงแล้ว”
“พอเลยๆ” ฮาโมนี่ตีแขนเพื่อนเบาๆ ก่อนที่ทั้งสองจะรีบวิ่งเข้าไปหาฮาญา
“นี่นักเรียนพกมีดมาโรงเรียนด้วยเหรอครับ?”
“ใครเป็นเจ้าของมีด?” อาจารย์ฝ่ายปกครองเอ่ยถามขึ้นมาเสียงแข็ง ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปดูอาการของไต้ฝุ่นด้วยความเป็นห่วง
“อชิ / อชิ” ไอริสกับฮาโมนี่เอ่ยขึ้นมาพร้อมกันเสียงดังฟังชัด ก่อนจะชี้ไปที่ร่างสูงของอชิที่นอนอยู่ไม่ไกลโดยพร้อมเพียงกัน
“ทุกคนตามอาจารย์ไปที่ห้องปกครองเดี๋ยวนี้ ยกเว้นไต้ฝุ่นไปให้คุณหมอดูแผลก่อนแล้วค่อยตามไป”
“ครับ”
“ฮาญาขอไปกับพี่ฝุ่นค่ะ”
ณ ห้องปกครอง
“คุณพ่อ คุณแม่” ฮาญาร้องเรียกคุณพ่อกับคุณแม่ของเธอออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่ร่างบางจะรีบวิ่งเข้าไปกอดผู้ใหญ่ทั้งสองคนเอาไว้ในทันที
“ผมขอคุยกับลูกๆ ของผมก่อน”
“ชะ เชิญที่ห้องประชุมครับท่าน” อาจารย์ฝ่ายปกครองเอ่ยบอกกับชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างนอบน้อม พร้อมกับเปิดประตูให้ครอบครัวของฮันเตอร์เดินเข้าไปภายในห้องรับรองที่อยู่ไม่ไกลในทันที
“...” ในขณะที่อชิทำได้แต่มองตามครอบครัวของไต้ฝุ่นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อและแม่ของเขาจะมาไหม เขาก่อเรื่องถึงขนาดนี้ถ้ากลับไปถึงบ้านเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
“ไต้ฝุ่น...”
“เจ็บไหมครับ?”
ฮันเตอร์กับตะวันเดินเข้ามาหาลูกชายคนโตก่อนที่เขาจะเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง มือหนาของฮันเตอร์ลูบลงที่หัวของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างอ่อนโยน
“นั่นสิคะ...เลือดยังซึมอยู่เลย ตะวันว่าเราพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาลดีกว่านะคะ” ตะวันเอ่ยบอกกับสามีของเธออกมาในขณะที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังแขนแกร่งของลูกชายด้วยความเป็นห่วง
“ฝุ่นไม่เป็นไรครับ” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยตอบทั้งสองคนกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ถ้าอย่างนั้นจัดการเรื่องที่นี่ให้จบก่อน แล้วพ่อจะพาไปทำแผลใหม่ที่โรงพยาบาลนะครับ”
“ครับ”
“นั่งลูกนั่ง” ตะวังเอ่ยบอกกับลูกชายพร้อมกับดึงเก้าอี้ข้างๆ ออกมาให้ไต้ฝุ่นนั่ง
“ขอบคุณครับ”
“เรื่องมันเป็นยังไงมายังถึงได้ไปมีเรื่องกันจนเลือดตกยางออกแบบนี้ล่ะคะ?” ตะวันเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะมองไปยังลูกๆ ของเธอทีละคนอย่างรอคำตอบ
“ฮาญาเองค่ะ ฮาญาเป็นคนเริ่มก่อน”
“ห๊า!/ ห๊า! / ห๊า!” ฮันเตอร์ ตะวันและกำปั้นร้องออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ ก่อนที่สายตาทุกคู่จะหันไปมองที่ลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้างเป็นตาเดียว
“ลูกทำอะไรเขาครับ?” ฮันเตอร์เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ฮาญาถีบอกของพี่อชิค่ะ”
ฮันเตอร์เลี้ยงดูฮาญามาตั้งแต่วันแรกที่เธอเกิด เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าเธอจะซึมซับนิสัยของเขามาได้เยอะขนาดนี้
“ห๊า! แม่จะเป็นลม” ตะวันเอ่ยออกมาพร้อมกับมือบางลูบลงที่อกของตัวเองเบาๆ
“ฮาญาทนไม่ได้นี่ค่ะ ก็ใครใช้ให้เขามาว่าพี่ไต้ฝุ่นเป็นหมาข้างถนน เป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่กันละคะ ฮาญาไม่กระทืบจนกระอักเลือดก็บุญแล้วค่ะ”
“น้องครับ” ไต้ฝุ่นจับไหล่มนของน้องสาวเบาๆ ก่อนที่เขาจะสายหัวให้กับร่างบางตรงหน้าเพื่อสงสัญญาณให้เธอหยุดพูดได้แล้ว...
“...”
ปึง!!!
“พี่ฮันเตอร์!!”
“คุณพ่อ!! / คุณพ่อ!! / คุณพ่อ!!”
หลายวันต่อมา...“วันนี้ไปสอบมาเหนื่อยไหมคะลูกสาว” ตะวันเดินออกมาต้อนรับฮาญาที่หน้าประตูบ้าน ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แต่ฮาญาง่วงนอนมากกว่า”“เมื่อคืนคงจะอ่านหนังสือดึกสินะคะ”“...” ฮาญาเลือกที่จะส่งยิ้มหวานกลับไปให้กับคนตรงหน้าแทนที่จะตอบคำถามกลับไป“ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปพักก่อนนะคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วแม่จะให้คนขึ้นไปตามค่ะ”“ค่ะ”ฮาญาเดินขึ้นมายังห้องนอนของตัวเองก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาจนต้องจับราวบันไดเอาไว้ ก่อนหน้านี้เธอก็มีอาการเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลม และรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ราวกับว่ากำลังจะเป็นไข้คุณหมอที่ห้องพยาบาลวัดความดัน และแจ้งว่าความดันของเธอต่ำสาเหตุน่าจะมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และมีความเครียดสะสมมากเกินไป คุณหมอท่านให้ยามาพร้อมกับย้ำนักย้ำหนาว่าให้พักผ่อนให้เพียงพอ“เฮ่ออออ!!” ฮาญาพาร่างกายและหัวที่หนักอึ้งของตัวเองมายังห้องนอนของตัวเองได้สำเร็จ ก่อนที่เธอจะรีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ในทันทีเผื่อว่าอาการที่เธอเป็นอยู่มันจะทุเลาขึ้นบ้าง“กินยานอนแล้วกันไม่ได้นอนหลับสนิทมาหลายวันแล้ว” ฮาญากินยาที่คุณหมอให
“...” ฮาญาเดินไปตามเสียงเรียกของไต้ฝุ่นอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปยังรถบัคกี้ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“หมวกกันน็อคค่ะ” ไต้ฝุ่นยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับน้องสาวก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปช่วยเธอใส่มันอย่างชำนาญ“ขอบคุณค่ะ”“เพื่อความปลอดภัยใส่เข็มขัดให้เรียบร้อยคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อนที่เขาจะดึงมันออกมาเพื่อใส่ให้กับเธออีกครั้ง“น้องใส่เองค่ะ”“ค่ะ” มุมปากของไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถบัคกี้ของตัวเองในทันที เสียงรถบัคกี้ที่ถูกสตาร์ทขึ้นมาพร้อมกันเสียงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถทุกคันจะถูกขับออกไปตามลำดับ“กรี๊ดดดดด! / กรี๊ดดดดดดด!”“กรี๊ดดดดดด!! พวกเราไม่ได้ไปขับรถเล่นชิวๆ เหรอคะ” ฮาญาร้องถามออกมาเสียงหลง พร้อมกับหันไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่คันหลังด้วยความตกใจทันทีที่เธอได้ยินเสียงกรี๊ดของคุณแม่และน้องสาวของเธอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกันกับเธอ“ชิวๆ เหรอคะ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะเร่งความเร็วเพื่อให้ตามรถของคุณพ่อของเขาได้ทัน“ชิวไม่ชิวเดี๋ยวน้องก็รู้”“กรี๊ดดดด! พี่ฝุ่น”“นี่แค่พึ่งเริ่มเองนะคะ จับไว้ให้แน่นๆ ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นต่อจากนี้
เช้าวันต่อมา...“พี่ญ่าตื่นแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวของเธอออกมา ก่อนที่พอใจที่นอนอยู่อีกฝั่งจะหันมามองที่ฮาญาพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ“ค่ะ...” มือบางกุมขมับของตัวเองเอาไว้พร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหลังคาเต็นท์ ก่อนที่หญิงสาวกระพริบตาถี่รั่วเพื่อพยายามปรับภาพตรงหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น“รู้สึกยังไงบ้างคะ” พอใจเอ่ยถามพี่สาวออกมาด้วยความเป็นห่วง“ตาลาย เวียนหัวคล้ายจะเป็นลมค่ะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยไหมคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงพี่สาวไม่ต่างกัน“ไม่อยากแล้วค่ะ ว่าแต่พี่มานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองคนออกมาด้วยความสงสัย ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือ...“อุ๊บ! ไม่ได้นะ...” มือบางรีบยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ทันทีที่เธอนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนขึ้นมาได้ ฮาญาจำได้รางๆ ว่าเธอแพ้เสียงในหัวของตัวเองที่ต้องการจะระบายความรู้สึกอึดอัดออกมา‘นี่ฉันแพ้เสียงในหัวของตัวเองอย่างนั้นเหรอเนี่ย’‘น้องสาวก็น้องสาวสิไม่เห็นต้องย้ำให้ตรงนี้มันเจ็บเลย’“...”‘ฮึกกกก น้อง
“คุณแม่คะ”“ขาลูก...” ตะวันยกยิ้มหวานออกมา ก่อนที่เธอจะขานรับเสียงเรียกของเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มละมุนอย่างเช่นทุกครั้ง“ทำไมคุณแม่ถึงรักคุณพ่อล่ะคะ”“ทั้งๆ ที่คุณแม่เลือกที่จะหนีคุณพ่อไปแล้ว แล้วทำไมถึงยังยอมให้คุณพ่อเข้ามาในชีวิตอีกล่ะคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“หึหึ”“คุณแม่หัวเราะทำไมคะ หรือเพราะฮาญากับเฮคเตอร์เหรอคะ”“เรื่องของหนูก็มีส่วน แต่ที่สำคัญ...คือ แม่รักคุณพ่อของหนู รักมาก มากจนไว้ว่าจะห่างกันไกลแค่ไหน หรือห่างกันนานเพียงใดแม่ก็ยังรักพ่อของหนูอยู่”“แล้วถ้าคุณพ่อยังคงทำไม่ดีกับคุณแม่อยู่ล่ะคะ คุณแม่จะกลับมาไหม”“ไม่กลับค่ะ ถึงแม่จะรักพ่อของหนูมาก แต่แม่ก็รักตัวเองมากเหมือนกัน หากวันนั้นพ่อของหนูปรับปรุงตัวไม่ได้แม่ก็จะไม่เลือกรักเขาอีกเป็นครั้งที่ 2”“แต่คุณพ่อทำได้ใช่ไหมคะ”“ใช่ค่ะ เขาทำได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้”“...” ฮาญามองไปยังหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก แก้มแดงทั้งสองข้างของเธอป๋องขึ้นมาอย่างเขินอาย หญิงสาวพ้นลมหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้กับคุณแม่ของเธอ“โรแมนติกจัง...เอิ่บ!!”“ไหวไหมคะ”“รู้สึกอยากอาเจียนรึเปล่าคะ”“อยาก
ช่วงค่ำของวัน...“เด็กๆ มากันแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเบามือ“เชิญนั่งได้เลยครับ” สกายที่ยืนดูเมียรักจัดโต๊ะอาหารอยู่นานหันไปมองยังทางเดินเล็กๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกเด็กๆ ให้เข้ามาจับจองที่นั่งของตัวเอง“คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรกันเยอะแยะเลยคะเนี่ย?” พอใจมองไปยังจานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“ยังมีหมูย่างกับเนื้อย่างอีกนะคะ”“มาแล้วครับ” ฮันเตอร์กับเพิร์ชเดินตรงมาที่โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมกับถือถาดเนื้อย่างถาดใหญ่เข้ามาด้วย ก่อนที่พวกเขาจะวางมันลงตรงหน้าของลูกๆ อย่างเบามือ“หู้ยยยยย~~ น่าทานจังเลยค่ะ”“ใช่ค่ะ กลิ่นก็ห๊อมหอม...”“ถ้าอย่างนั้น...ก็เชิญเลยครับ”“ทานแล้วนะคะ / ทานแล้วนะครับ”ทุกคนบนโต๊ะทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่จะมีอยู่สองคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารอยู่เงียบๆ ไม่เอ่ยคำใดออกมาผิดแปลกไปจากทุกครั้ง“ฮาญา”“ขา” ฮาญาขานรับเสียงเรียกของคุณพ่อของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเงยหน้าขึ้นไปเผชิญหน้ากับเขา“อาหารไม่ถูกปากเหรอครับ” ฮันเตอร์เอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสยั“เปล่าค่ะ...อาหารอร่อยมากค่ะ”
“ฮาญา...”“พี่ฝุ่น!” ฮาญาร้องเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างบางชะงักนิ่งงันไปในทันทีเธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเธอเลยแม้แต่น้อย“เมื่อสักครู่น้องพูดว่าอะไรนะคะ พอดีพี่ฟังไม่ค่อยถนัด”“มีแฟนที่อบอุ่นยังไงก็ดีกว่าค่ะ” ฮาญาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา หญิงตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง“น้องจะรู้ได้ยังไงว่าคนคนนั้นรักน้องจริง รักมากจนสามารถทำทุกอย่างเพื่อน้องได้...”“คงเป็นการกระทำของล่ะมั้งคะ”“...”“พูดแบบนี้แสดงว่าพี่ญ่ามีคนนั้นแล้วเหรอครับ?” เฮคเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามพี่สาวของเขาขึ้นมาด้วยความสงสัย“มี เมอ ที่ไหนกันล่ะคะ พี่ก็แค่หมายถึงเฉยๆ”“มองหน้าน้องแบบนี้หมายความว่าไงคะ?” ฮาญาตอบคำถามของน้องชายกลับไป ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามไต้ฝุ่นออกมาด้วยความสงสัย“น้องไม่รู้หรอกค่ะว่าความรักของคนอื่นจะเป็นอย่างไง แต่ความรักของน้องคงจะเป็นการกระทำที่ทั้งสองคนแสดงออกมาค่ะ”“.../.../.../...”“เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่ของพวกเราแสดงออกมาไงคะ”“ฟ้าเห็นด้วยค่ะ”“พอใจก็คิดเหมือนพี่ญ่าค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ของ







