Masukตอนพิเศษ 2 เด็กชายวัยสิบสามปีทอดสายตามองที่ๆ ไม่รู้จัก สถานที่แห่งนี้กว้างใหญ่ไพรสาณฑ์ มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำ และก้อนหินมากมาย เขาค่อยๆ ก้าวเดินไปอย่างไร้จุดหมายเพื่อหาทางออก ออกจากที่แห่งนี้ แต่ทว่ากอดหินสามก้อนใหญ่ๆ คล้ายผนังดันเข้ามาหาเขา เขาจึงวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต ในใจของเขารู้สึกหวาดกลัว แต่ห
“ข้าไม่รับปาก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ต้าหวางรอบเดียวก็พอแล้ว หม่อมฉันก็ไม่ใช่สาวแรกรุ่นเช่นแต่ก่อน หม่อมฉันแก่แล้วนะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเขินอายหลบสายตาของเขาที่เต็มไปด้วยความรักที่เปี่ยมล้น อยากที่ใครจะได้เห็นสายตาเช่นนี้ เขาเผยรอยยิ้มมองใบหน้าแดงก่ำเอียงอายหลบสายของเขา เขาใช้มือหนาช้อนใบหน้า
“โอ้ว...โอ้ว...อ๊ะ...ซี๊ด...” เธอร้องด้วยความเสียว เขาใช้มือหนาทั้งสองข้างจับสะโพกของเธอให้กลีบร่องกดลงบนดุ้นอย่ารวดเร็ว เธอเองแทบกรีดร้องด้วยความเจ็บปนเสียวอย่างมาก มากจนน้ำตาอาบนองทั้งสองแก้ม “อืม...อื้ม...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...อร๊าย...อืม...” เธอยกสะโพกขึ้นลงและหมุนวนบนดุ้นอย่างหนักหน่วง มือหนานั้น
“พลิกตัวเลย ข้าจะนวดหลังให้ท่าน” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุไม่จริงจัง เขาเผยรอยยิ้มแล้วพลิกตัวนอนคว่ำตามคำสั่งของเธอ โดยเอาหมอนมาหนุนหัว มือหนากอดหมอนเอาไว้ เธอใช้มือวักน้ำมันลานบนแผ่นหลังกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อ เธอใช้มือเรียวทั้งสองข้างนวดต้นคอของเขาทั้งสองข้าง ไล่ลงมาที่แผ่นหลังของเขาช้าๆ มือเร
“ชิงช้าตัวนี้เข้ามาในตำหนักตั้งแต่เมื่อไหร่” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาเผยรอยยิ้ม มันเข้ามาเมื่อสักครู่ เพื่อเจ้าไว้นั่งเล่น เจ้าชอบหรือไม่” เขาเอ่ยถามเธอด้วยรอยยิ้ม “ชอบสิ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มเช่นกัน แล้วก้าวเดินไปนั่งบนเก้าอี้ทันที เขาเผยรอยยิ้มมองเธอด้วยความรักและเอ็นดูไม่เสื่อมคลาย แม้จะอยู
ตอนพิเศษ 1 หลังจากที่พุดตานเข้าอภิเษกสมรสแต่งตั้งเป็นหวางโฮ่ว ในฐานะประมุขแห่งฝ่ายใน แต่ไม่มีหญิงสาวที่เป็นผิงเฟยให้เธอปกครองนอกจากปกครองเหล่านางข้าหลวงและขันทีที่อยู่ในตำหนักต่างๆ พุดตานเองก็ทำหน้าที่เป็นอย่างดีเลยทีเดียวจนเป็นที่รักของบรรดาเหล่าข้าหลวงที่อยู่ในวัง เพลาใดที่เธอทำอาหาร เธอจะเลือกทำ
“ฟูเหรินคงโดนหินกระแทกเข้าที่ก้นบ่อ จึงจำหม่อมฉันไม่ได้ หม่อมฉันหลี่ม่านถัว” ม่านถัวเอ่ยบอกแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “หม่อมฉันอ้วนเสี้ยวเพคะ” อ้วนเสี้ยวเอ่ยบอกแนะนำตัวด้วยเช่นกัน “หม่อมฉันรุ่ยอันพระเจ้าค่ะ” รุ่ยอันเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม พุดตานเอามือเรียวคลึงหัวเบาๆ เพราะรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย นางไม
หลังจากกลับมาจากไท่จี้กงที่เก็บพระศพของอดีตต้าหวางแล้ว จ่างซุนอู๋จี้ก้าวเดินเข้าไปในตกกงมุ่งหน้าไปยังโถงเข้าไปยังเรือนเยว่จินซึ่งเป็นเรือนนอนของเขา เขานั่งลงบนสระน้ำขนาดใหญ่ น้ำภายในสระร้อนกรุ่นจนควันลอยขึ้นมาในอากาศ อีกทั้งสระน้ำแห่งนี้สามารถลงไปได้ถึงเจ็ดแปดคนเห็นจะได้ หวังเตอเทเหล้าดอกท้อที่ร้อน
จ่างซุนอู๋จี้ทอดกายนอนบนตั้งนอนในห้องรับรองในจวนของเจ้าเมืองหู่ ในมือหนาถือม้วนตำราทอดสายตามองตัวอักษรที่ปรากฏ สาวใช้เตรียมน้ำให้กับเขาเพื่อชำระร่างกาย โดยมีหยางจื่อและหวังเตออยู่ใกล้ไม่ห่างกายเพื่อดูแลความปลอดภัยของเขา “น้ำในอ่างพร้อมแล้วเพคะ” สาวใช้วัยกลางคนเอ่ยบอก หยางจื่อจึงเอาเข็มเงินจิ้มลงไปใ
จ่างซุนอู๋จี้ทอดสายตามองทหารของเมืองหู่ที่มีประมาณหนึ่งหมื่นคน โดยมีทหารหลวงของแคว้นหานมาสมทบอีกด้วย ซึ่งทหารของจ่างซุนอู๋จี้ของแคว้นซูมีเพียงหกพันคนเท่านั้น อู๋จี้ไสม้าไปยังหน้ากองทัพแคว้นซูพร้อมกับหยางจื่อและหวังเตอ เจ้าเมืองหู่ก็ไสม้าเพื่อมาเจรจากันก่อนทำศึกทุกครั้งที่ต้องส่งคนของมาเจรจาเสียก่อน







