Compartir

ตอนที่ 13

last update Fecha de publicación: 2026-08-16 08:39:30

ตอนที่ 13

แกรก !

เสียงประตูที่เปิดเข้ามาเรียกให้คนที่กำลังนอนอ่านหนังสือบนเตียงขยับลุกขึ้น แล้วหันไปมองประตูที่คิดว่าตัวเองล็อกเอาไว้แล้ว

“คุณทัพ เข้ามาทำไมคะ” ความจริงเธออยากจะถามเขาว่า เขามาได้ยังไงคะ มากกว่า

คนที่เปิดประตูเข้ามา ดวงตาคู่คมเบิกกว้างน้อย ๆ แอบตกใจ ไม่คิดว่าเจ้าของห้องยังไม่นอน ธารทัพพ์รู้สึกอึกอักน้อย ๆ ไม่รู้ว่าจะต้องพูดคำไหนออกไป เขาโดนจับได้ แต่ว่าพยายามข่มอาการเลิ่กลั่กของตัวเองเอาไว้ พยายามตีหน้านิ่งเก็บอาการที่กำลังเป็นอยู่

“ยังไม่นอน”

“ยังค่ะ พราวอ่านหนังสือ แล้วคุณทัพมีอะไรหรือเปล่าคะ” มือเล็กชูหนังสือแม่และเด็กในมือของตัวเองให้คนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูให้เขาดู ใบหน้าเล็กเอียงใบหน้าน้อย ๆ เหมือนกำลังรอคำตอบจากอีกคน

“เมื่อไรจะนอน”

“แล้วคุณทัพยังไม่นอนเหรอคะ” ในเมื่อเขาไม่ให้คำตอบ เธอก็จะไม่ให้คำตอบเขาเหมือนกัน มุมปากสวยยกยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นอีกคนหนึ่งแสดงสีหน้าแบบไหน แต่ว่าหัวใจดวงน้อยของเธอมันกลับกระตุกและค่อย ๆ เต้นแรง เมื่อคนที่ยืนอยู่หน้าประตูขยับเดินเข้ามายืนตรงหน้าเตียงแล้วยื่นมือมาบีบจมูกกัน

“ยอกย้อนเก่ง” หัวใจว่าที่คุณแม่เต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขาเลื่อนมือมาวางลงบนหัวของเธอ

“อย่านอนดึก” คำพูดของเขา มืออบอุ่นของเขา ไม่รู้ว่าอันไหนกันแน่ที่ทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว หรืออาจจะเป็นรอยยิ้มน้อย ๆ นั่นของเขากันนะ

“คุณทัพ” แต่ในตอนที่เขากำลังจะเดินออก มือเล็กกลับยื่นไปคว้าจับมือของเขาเอาไว้ คนที่กำลังจะเดินออกจากห้องต้องหันกลับมามองหน้ากัน

“ฝะ ฝันดีนะคะ”

สีหน้าของธารทัพพ์แอบผิดหวังอยู่นิด ๆ แต่ก็พยักหน้ารับ ตีหน้าเรียบนิ่งน้อย ๆ ก่อนจะตอบกลับอีกคน

“อืม ฝันดี” ไม่รู้ว่าทำไมต้องเสียดาย เมื่อมือเล็กนั่นปล่อยมือออกจากมือของเขา ธารทัพพ์ยังมองใบหน้าเล็กของคนที่นั่งส่งยิ้มให้กัน ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องนอนห้องเล็กกลับไปนอนห้องตัวเอง

วันนี้ไม่รู้ว่าจะนอนหลับไหม แต่ก็ต้องพยายามข่มตาให้หลับ กลับไปนอนห้องตัวเอง แค่เห็นว่าแม่เจ้าจิ๋วไม่เป็นอะไร แค่นี้ก็น่าจะนอนหลับ โดยไม่มีเรื่องอะไรรบกวนจิตใจของเขาแล้ว

“คุณทัพ”

ธารทัพพ์ที่กำลังเปิดประตูออกจากห้องในช่วงเช้าของวันต้องหันไปมองตามเสียงเรียกตื่นเต้นนั้น คิ้วหนาขยับขึ้นมองคนตัวเล็กที่เดินออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพผมฟู ๆ นั่น เห็นแล้วก็อดที่จะยกยิ้มมุมปากน้อย ๆ ไม่ได้

“มีอะไร”

“พราวถูกลอตเตอรี่ค่ะ !” พราวนิชาบอกอีกคนด้วยอาการตื่นเต้น มือเล็กที่ถือใบกระดาษสี่เหลี่ยมนั่นสั่นน้อย ๆ มันบอกออกมาเป็นความรู้สึกไม่ได้ แต่รู้เพียงแค่ว่าตื่นเต้น ดีใจมาก ๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกรางวัล แม้มันจะเป็นเพียงแค่

“รางวัลที่หนึ่ง ?”

ธารทัพพ์เอ่ยถามคนที่กำลังทำหน้าตื่นเต้นดีใจด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ก็อยากรู้ว่าอีกคนถูกรางวัลที่เท่าไร ทำไมถึงดูตื่นเต้นดีใจมากกว่าตอนที่เขาให้บัตรเครดิตสีดำกับเธอเสียอีก

“รางวัลเลขท้ายสามตัวค่ะ สองใบเลยนะคะ ใบละสี่พันบาท ก็เท่ากับว่าพราวจะได้เงินตั้งแปดพันแน่ะ แต่ไม่รู้เขาหักหรือเปล่านะ” ใบหน้าเล็กทำท่าทางครุ่นคิด จนคิ้วเรียวสวยขยับเข้าหากัน ใบหน้าเล็ก ๆ นั่นทำให้รอยยิ้มของเช้าวันใหม่ของธารทัพพ์ขยับกว้างขึ้น จะเอ็นดูอะไรก่อนดี ใบหน้าเล็กที่ดูคิดหนักนั่น หรือความดีใจที่ได้เงินแปดพันของคนที่มีเงินอยู่ในบัตรตั้งเป็นล้าน แต่ไม่คิดจะเอามาใช้ซื้ออะไรสักอย่าง

“คุณทัพรู้ไหมคะ ว่าเขาหักเงินเท่าไร”

“ไม่รู้” ใบหน้าหล่อส่ายหน้าไปมา เขายังมองใบหน้าเล็ก ไม่ได้รีบร้อนอะไร ปกติตอนนี้เขาคงออกไปถึงรถ อีกยี่สิบกว่านาทีก็น่าจะถึงโรงแรมแล้ว แต่วันนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รีบร้อนเหมือนอย่างทุกวัน

“แล้วโอมากาเสะ ราคาเท่าไรคะ จะพอหรือเปล่า”

“ทำไม จะเลี้ยง”

“ก็พราวสัญญาเอาไว้แล้ว ว่าถ้าถูกรางวัล พราวจะเลี้ยงโอมากาเสะคุณทัพ ก็ต้องเลี้ยงสิคะ”

“เดี๋ยวตอนเย็นรีบกลับ แต่งตัวรอ”

“คะ…”

 ปากเล็กขยับจะถามอีกครั้ง แต่เขากลับเดินไปแล้ว พราวนิชาได้แต่ยืนนิ่งมองบานประตูที่ปิดลง หมายความว่าเย็นนี้เขาจะรีบกลับ แล้วให้เธอไปเลี้ยงโอมากาเสะ ให้เธอแต่งตัวรอใช่ไหม ว่าที่คุณแม่รวบรวมความหมายในคำพูดน้อย ๆ นั่นของธารทัพพ์อยู่สักพักแล้วค่อย ๆ ยิ้มกว้างออกมา ก้มมองกระดาษใบเล็กในมือของตัวเองก่อนจะเดินพาตัวเองไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ยกมือถือขึ้นมากดหาข้อมูลการขึ้นเงิน หาข้อมูลเกี่ยวกับราคาร้านอาหารที่จะไปตอนเย็น เสร็จเรียบร้อยก็ลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องด้วยรอยยิ้ม ตั้งใจว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วออกไปกินโจ๊กร้านข้าง ๆ คอนโดฯ ร้านที่อานัสเคยซื้อมาให้ เขาบอกว่าร้านนี้อร่อยและมันก็อร่อยจริง ๆ แล้วก็น่าจะแวะเข้าธนาคารที่อยู่ไม่ไกลเพื่อเอาลอตเตอรี่ในมือไปรับเงิน แล้วกลับมาที่ห้องอาบน้ำ แต่งตัวรอคนที่บอกว่าจะรีบกลับ

“อายุ วัณโณ สุขัง พลัง”

มือเล็กยกมือขึ้นสาธุน้อย ๆ ก่อนจะนั่งมองพระสงฆ์สองรูปที่เดินผ่านหน้าไป ตั้งใจจะมากินโจ๊ก แต่พอเดินมาก่อนจะถึงร้านโจ๊กก็เห็นคนอื่นกำลังนั่งรอใส่บาตรกันอยู่ แถมร้านตรงหน้ายังมีอาหารใส่ถุงไว้สำหรับใส่บาตรขายด้วย ก็เลยตั้งใจจะทำบุญด้วยเลย

พราวนิชา : กินข้าวหรือยังคะ

ข้อความสั้นและรูปถ้วยโจ๊กจากแม่เจ้าจิ๋ว มุมปากของธารทัพพ์ยกยิ้ม ก่อนจะเลื่อนนิ้วไปเปิดกล้องในมือถือ กดถ่ายถ้วยกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเองส่งกลับไปให้อีกคน

ไม่รู้ว่าทำไมถึงหุบยิ้มไม่ได้เหมือนกัน ก็แค่รูปถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานของเขา พราวนิชายังคงมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นปากออกมาน้อย ๆ เมื่อเห็นข้อความที่เขาส่งมาให้เธออีกข้อความ

ธารทัพพ์ : วันนี้ใส่ชุดที่ซื้อให้ด้วย

พราวนิชา : รับทราบค่า

“หึ”

ธารทัพพ์ส่ายหน้าไปมาให้กับข้อความตอบกลับของอีกฝ่าย เขารับรู้แล้วว่า ความจริงพราวนิชาเป็นผู้หญิงที่สดใสคนหนึ่ง ที่ผ่านที่เขาเห็นแต่น้ำตานั่น ก็คงเป็นเพราะอีกคนกำลังกังวลอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่พอทุกอย่างมันเริ่มจะดีขึ้น ผู้หญิงตัวเล็กก็กลับมาสดใสเหมือนเดิม หวังว่าเจ้าจิ๋วคลอดออกมาแล้วจะมาคงสดใสเหมือนกัน

หวังว่าอย่างนั้นนะ

มือหนาของธารทัพพ์วางมือถือลงบนโต๊ะทำงาน เลื่อนมือลงไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ไม่ใกล้ จ้องมองภาพที่วางอยู่ในนั้นนิ่ง ๆ ก่อนจะยิ้มออกมา กระดาษแผ่นเล็กที่ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจหรือไม่ยอมคืนให้อีกคนกันแน่

“นัท”

“ครับ” อานัสเงยหน้าจากงานตรงหน้าของตัวเอง เงยหน้าขึ้นสบตาเจ้านาย ก่อนจะก้มลงไปมองนาฬิกาที่มุมขวาล่างของหน้าจอโน้ตบุ๊กของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ากลับมามองสบตาอีกคน ที่ดูเหมือนว่ากำลังจะออกไปไหน ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานปกติของคุณทัพเลย ปกติเจ้านายของเขากว่าจะออกจากห้องก็เกือบจะดึกทุกวัน แต่วันนี้

“ถึงเวลาเลิกงานแล้ว นายก็กลับได้แล้ว”

“อะ ครับผม”

อานัสยิ้มแล้วแปลกใจไม่น้อย แต่พอคิดถึงรอยยิ้มและอาการแปลกที่เปลี่ยนไปของคุณธารทัพพ์ เขาก็เข้าใจในทันที อาการแบบนี้ไม่ต้องบอกว่าเกิดจากอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะว่าที่คุณแม่ตัวเล็ก เขาคิดเอาไว้แล้ว ว่าพราวนิชาจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตที่แสนจะน่าเบื่อของคุณทัพได้ มุมปากของอานัสยกยิ้ม เมื่อคิดเรื่องนี้

“ยิ้มอะไร”

“เปล่าครับ งั้นผมกลับเลยนะครับ”

“อืม” ธารทัพพ์พยักหน้ารับก่อนจะยกนาฬิกาบนข้อมือของตัวเองขึ้นมาดูเวลา พอเห็นว่าใกล้จะเย็นมากแล้ว ถ้าขืนช้ากว่านี้รถอาจจะติด แม่เจ้าจิ๋วต้องรอเขานานแน่ ๆ พอคิดได้แบบนั้น ธารทัพพ์ก็รีบเดินเข้าลิฟต์ลงไปที่ลานจอดรถ ตลอดทางเดิน ทุก ๆ สายตาของพนักงานโรงแรม ตั้งแต่หัวหน้าแผนกไปจนถึงพนักงานต้อนรับต่างมองตามร่างสูงดูดีของรองประธานหนุ่มหล่อจนสุดสายตา คงเพราะนาน ๆ จะได้เห็นคุณธารทัพพ์ในเวลานี้ ปกติคุณทัพจะมาทำงานตั้งแต่ช่วงเช้า กว่าจะออกจากโรงแรมก็หลังเวลาเลิกงานของพนักงาน

สายตาคู่คมที่เคยเรียบนิ่งทุกครั้ง แต่นี่ดูเหมือนจะไม่นิ่ง มันวูบไหวให้กับผู้หญิงที่กำลังนั่งมองอาหารตรงหน้าด้วยสายตาตั้งใจ ตื่นเต้น ทุกครั้งที่เชฟตรงหน้ากำลังโชว์การทำอาหาร เขาคิดว่าพราวนิชาเหมาะกับสีฟ้า แต่ไม่คิดว่าจะเหมาะขนาดนี้ ชุดเดรสสีฟ้าที่อยู่บนร่างเล็ก มันขับผิวสวยได้เป็นอย่างดี ถ้าสีชมพูจะเข้าไหม ? ในหัวของธารทัพพ์ยังคงนั่งคิดถึงสีของเสื้อผ้าก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปที่หน้าท้องแบนราบนั้น

“กินเสร็จแล้วอยากไปซื้ออะไรอีกไหม”

“คะ”

“ไปดูเสื้อผ้าของใช้ให้เจ้าจิ๋ว”

“แต่เขายังแค่สองเดือนเองนะคะ”

“ก็ดูไว้ ชอบอันไหนก็ซื้อไว้ก่อน”

“ค่ะ” ใบหน้าเล็กพยักหน้าตอบรับ ไม่เถียงเขาและไม่ปฏิเสธ เธอเองก็คิดเหมือนเขา แต่คิดว่าอีกสักสองสามเดือนถึงจะมาดูเอาไว้ กลัวว่าถ้ามาซื้อใกล้คลอดตัวเองจะไม่มีแรงที่จะเดิน เคยมองคนที่ท้องโต ๆ เวลาเดินแล้วดูจะเหนื่อยมาก ๆ สายตาคู่สวยจับจ้องมองเมนูที่สองที่เชฟวางลงมาตรงหน้าเธอกับคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน มือเล็กหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วยรอยยิ้ม ตั้งใจว่าจะส่งไปให้เพื่อนอย่างเจนจิราดู หรือเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำระหว่างเธอกับพ่อของเจ้าจิ๋ว ถ้าวันหนึ่งเราเป็นแค่พ่อกับแม่ เธอก็มีเรื่องดี ๆ เล่าให้ลูกฟัง เหมือนอย่างที่พ่อกับแม่มักจะถ่ายรูปเก็บไว้ให้เธอดูทุก ๆ ช่วงเวลา ตั้งแต่คบกัน แต่งงาน จนตอนที่แม่ท้องเธอ ทุก ๆ ช่วงเวลา

“พราวขอถ่ายรูปคุณทัพได้ไหมคะ พราวไม่เอาไปโพสต์ให้ใครเห็นแน่นอนค่ะ” แม้จะมีคนรู้เพิ่มขึ้นมา แต่เธอก็พอรู้ว่าเรื่องของเธอกับเขาก็ยังเป็นความลับอยู่ ไม่ได้น้อยใจหรือรู้สึกอะไรเลย คงเพราะเธอเข้าใจเขา เข้าใจว่าคนที่มีหน้ามีตา มีตำแหน่งอย่างเขาก็คงไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว และไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องของเขามากมาย

“แล้วจะเอาไปทำไม”

“เก็บเอาไว้ให้เจ้าจิ๋วดูค่ะ… คะ คุณทัพทำอะไรคะ”

“จะถ่ายรูปไม่ใช่เหรอ” ดวงตาคู่สวยเลิ่กลั่กเล็กน้อย เมื่อเขาขยับเขามาใกล้กัน ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมแบบสะอาด ๆ กลิ่นประจำตัวของเขาลอยมาแตะจมูกของเธอ ใบหน้าของเราใกล้กันแค่นิดเดียว ใกล้จนเธอแทบไม่กล้าหายใจหรือหันไปมองเขา

“พราวจะถ่ายคุณทัพค่ะ”

“ก็ถ่ายด้วยกัน” ธารทัพพ์ยกแขนขึ้นมา ยื่นมือไปวางด้านหลังคนตัวเล็ก ถ้าใครดูก็คงเหมือนกับว่า เขากำลังโอบไหล่คนตัวเล็กอยู่ มืออีกข้างยื่นไปหยิบมือถือในมือเล็กมาถือเอาไว้ ยกมือถือขึ้นเล็กน้อย ในจังหวะที่กำลังจะกดถ่าย เขาก็เอียงใบหน้าขยับเข้าใกล้คนตัวเล็กอีกนิด

ตึกตัก ตึกตัก~~

หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ ในตอนที่มองรูปในมือถือที่เขายื่นกลับมาให้ แก้มทั้งสองข้างของว่าที่คุณแม่ร้อนวูบวาบขึ้นมา มันเป็นภาพคู่แรกของเรา ที่แบบว่า จะบอกยังไงดี เหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักกันจริง ๆ ไม่คิดว่าผู้ชายหน้านิ่งอย่างคุณธารทัพพ์จะทำแบบนี้ เขาเอียงหน้ามาจนหัวของเราชนกัน มุมปากได้รูปนั่นยกยิ้มน้อย ๆ ไม่เหมือนเธอเลยที่ตาเบิกกว้างกำลังทำหน้าตกใจ

“พราวไม่สวยเลย ดูสิ อ้าปากค้างด้วย น่าเกลียดมากเลย”

ที่พูดไปเพราะพยายามจะพูดไม่ให้ตัวเองเสียอาการมากไปกว่านี้ แต่เขากลับทำให้เธอเสียอาการ ใจเต้นแรงเข้าไปอีก

“น่ารักแล้ว”

พราวนิชารีบคว่ำหน้าจอมือถือลงแล้วแกล้งมาสนใจอาหารตรงหน้า ทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขา ทำเป็นไม่เห็นรอยยิ้มนั่นของอีกคน ทำเหมือนว่าไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของเขา แต่ทว่าหัวใจของเธอ มันกลับสั่นไหว วูบวาบหวั่นไหวไปหมด แค่จะจับอะไร มือของเธอมันก็สั่น สั่นไม่ใช่เพราะหิว แต่สั่นเพราะประหม่าไปหมดแล้ว~~

“ไหนว่าให้พราวเลี้ยงไงคะ”

พราวนิชาหันไปถามคนที่ยื่นบัตรให้พนักงานก่อนที่เธอจะหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาเสียอีก ก็ไหนตกลงกันแล้ว ว่าจะให้เธอเลี้ยงไง มือเล็กยื่นเงินในมือของตัวเองไปตรงหน้าคนที่หันหน้ามามองกัน เธอตั้งใจเอาไว้ว่าจะเลี้ยงเขา แต่เขากลับไม่ยอมให้เธอเลี้ยง แต่ว่าเขากลับไม่ยอมหยิบมันไป แถมยังวางบัตรเครดิตที่เพิ่งรับมาจากพนักงานวางลงบนมือของเธอ

“อะไรคะ”

“เอาไว้ใช้”

“ไม่เอาค่ะ ใบนั้นก็ให้พราวแล้ว แล้วจะมาให้อีกทำไม” พราวนิชายื่นบัตรใบนั้นกลับไปให้เขา แต่เจ้าของกลับไม่ยอมรับไป

“คุณทัพ !”

ธารทัพพ์มองคนที่เรียกกันเสียงดุ คิดว่าเขากลัวเหรอ

“ใบนั้นของเจ้าจิ๋ว ใบนี้ของแม่เจ้าจิ๋ว”

“ไม่เอาค่ะ พราวไม่เอา” แม่เจ้าจิ๋วปฏิเสธเสียงแข็ง ยังยื่นบัตรส่งคืนให้เขา แต่เขาไม่รับ แถมยังเดินหนีเธอออกจากร้านอีก แต่ว่าก้าวตามเขาแค่ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงัก เพราะคนที่เดินนำหน้าหยุดเดิน

“อ้าวพี่ทัพ สวัสดีค่ะ”

เสียงนั้นเรียกให้พราวนิชาเอียงใบหน้าน้อย ๆ ไปมองคนที่ทักทายธารทัพพ์ ผู้หญิงใบหน้าสวย แต่งตัวดูดีกำลังยืนยิ้มทักทายเขาอยู่ แต่ว่าคนถูกทักกลับตีหน้าเรียบนิ่งแล้วตอบรับเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ ก่อนเขาจะหันกลับมองเธอที่ยืนอยู่ด้านหลังยื่นมือมาจับมือเล็กแล้วพาเดินออกจากตรงนั้น

“แก นั่นพี่ทัพ ลูกพี่ลูกน้องแกไม่ใช่เหรอ”

“อืม” วรรณาไหวไหล่น้อย ๆ ก่อนจะยกมือถือของตัวเองขึ้นมากดถ่ายรูปธารทัพพ์ที่กำลังจูงมือผู้หญิงคนนั้นเอาไว้

“โคตรหล่ออะ หล่อกว่าพี่ชายแกอีก… อุ๊ย !”

มือของดารินรีบยกขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้ เมื่อวรรณาตวัดสายตามามองกันด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะถามเพื่อนออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะไม่พอใจ แม้เรื่องที่ดารินพูดออกมา มันจะจริง แต่เธอก็ไม่ชอบอยู่ดี ไม่ชอบตั้งแต่ที่ใคร ๆ ชอบเปรียบเทียบว่าพี่ทัพหล่อกว่าพี่ชายตัวเองอย่างเตวิช

“แกจะกินไหม"

“กินสิ”

วรรณาไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่เดินเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตัวเองนัดกับเพื่อนว่าจะมากินด้วยกัน แม้ตอนนี้เพื่อนจะทำให้เธอไม่พอใจสักเท่าไร แต่ความหิวมันกลับมีมากกว่า

“ลูกสาวอา”

“คะ”

“เมื่อกี้ วรรณาลูกสาวอาวุธ น้องชายพ่อ”

ใบหน้าเล็กพยักหน้าเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเขาต่อ เพราะดูจากใบหน้าของธารทัพพ์แล้ว เขาคงไม่ค่อยสนิทหรืออาจจะไม่ถูกกันกับน้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองคนนั้น ก็ไหนเขาบอกเธอว่าจะพามาดูของใช้เจ้าจิ๋ว แล้วทำไมจูงมือเธอเข้าร้านเสื้อผ้าผู้หญิง

“คุณทัพ”

พราวนิชารีบดึงมือของคนที่จับจูบมือกันเอาไว้ ก่อนที่เขาจะพาเธอเดินเข้าในร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ดัง

“อะไร”

“ไม่ซื้อค่ะ”

“ซื้อชุดเดรสแบบกระโปรงเอาไว้ใส่หน่อย ท้องเริ่มโตแล้ว เดี๋ยวเจ้าจิ๋วอึดอัด” เขารู้ได้ไง ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองใบหน้าของคนที่หันมามองหน้ากันนิ่ง ปกติเธอก็ใส่เสื้อตัวใหญ่ ๆ แล้วเขาดูออกได้ยังไงกัน

“ไม่เอาค่ะ”

“เอา” ธารทัพพ์ก็ยังคงเป็นผู้ชายที่ชื่อธารทัพพ์ ที่เอาแต่ใจตัวเอง เขาไม่ยอมฟังเธอ แถมยังดึงให้เธอเดินเข้าไปในร้านหรูนั่นอีก

“สวัสดีค่ะ คุณผู้หญิง คุณผู้ชาย ต้องการเสื้อผ้าแบบไหนดีคะ”

“อยากได้ชุดเดรสแบบที่คนท้องใส่ได้นะครับ”

“ได้ค่ะ เชิญคุณผู้หญิงทางด้านนี้นะคะ” พนักงานผายมือให้พราวนิชาเดินตามไป ว่าที่คุณแม่หันไปมองหน้าคนที่ยืนข้างกัน ก่อนที่เขาจะพยักหน้าให้กันนั่นแหละ เธอถึงยอมเดินตามพนักงานไปยังโซนเสื้อผ้าที่เป็นชุดเดรส

ธารทัพพ์ไม่ได้ละสายตาไปไหน เขานั่งมองคนที่ดูเหมือนจะกำลังสนุกกับการเลือกชุดนั่น แต่ทุกครั้งเขาเห็นเธอพลิกป้ายราคาขึ้นดู ใบหน้าเล็กมักจะแสดงอาการตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างน้อย ๆ นั่นมันน่าเอ็นดู ถ้ายังเป็นแบบนี้ มีหวังไม่ได้กลับง่าย ๆ แน่ ธารทัพพ์ขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปหาคนที่ยังเลือกไม่ได้สักชุด

“เอาชุดไหน”

“ไม่เอาได้ไหมคะ มันแพง” แม่เจ้าจิ๋วขยับเข้ามายืนใกล้ ๆ กันแล้วกระซิบกระซาบให้เขาได้ยิน ธารทัพพ์ยิ้มส่ายหน้าไปมาน้อย ๆ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบชุดออกจากราวแขวนมาสี่ชุด ชุดทุกชุดเป็นชุดที่เขาเห็นพราวนิชาดูนานกว่าทุก ๆ ชุด ที่ดูนานเพราะน่าจะชอบ เขายื่นส่งชุดในมือให้กับพนักงานพร้อมกับบัตรเครดิต

“ทำไมไม่เอาใบนี้คะ”

“อันนี้ของแม่เจ้าจิ๋ว” นิ้วชี้ของธารทัพพ์ดันบัตรใบนั้นกลับคืนคนที่ยังคงยื่นมันมาส่งคืนให้เขา

“ก็เมื่อกี้คุณทัพซื้อให้พราวไม่ใช่เหรอคะ”

“ใช่ ซื้อให้ก็เลยจ่ายให้ไง” มือหนายื่นไปวางบนหัวเล็กก่อนจะโยกไปเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยวปนเอ็นดูให้กับคนที่ทำหน้าทำตาใส่กันด้วยท่าทางน่ารักนั่น พราวนิชาเหมือนเด็ก เด็กที่กำลังพองลมเข้าปากจนแก้มทั้งสองข้างป่อง ถ้าบอกว่า… เขาอยากยื่นหน้าไปกดจมูกลงบนแก้มป่อง ๆ สองข้างนั่น มันจะดูน่าเกลียดไปไหม แต่ว่าไม่จะทำดีกว่า

“แต่ก็ ขอบคุณนะคะ” ก็ในเมื่อเขาอยากซื้อให้ เธอก็รู้สึกขอบคุณ แม้ของมันจะราคาแพงไปหน่อยก็ตาม รู้สึกดีกับเขาเพิ่มมากอีกนิด ไม่ใช่เพราะของราคาแพงที่เขาซื้อให้ แต่คงเป็นเพราะความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่

“อะ อืม” ธารทัพพ์หลุดจากความคิดของตัวเอง เงยหน้าสบตากับคนที่กำลังส่งยิ้มกว้างให้ เขาเผลอลมหายใจสะดุด เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะเล็กน้อยจนต้องรีบเดินหนี เดินไปรับถุงกระดาษที่มีชุดอยู่ในนั้นจากพนักงานเพื่อหนีไม่ให้คนตัวเล็กจับได้ว่า เขามันกำลังเสียอาการให้กับรอยยิ้มนั่นของเธอ

สมุดบันทึกเล่มเล็กสีชมพูที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง เรียกสายตาของคนที่แอบเข้าห้องนอนเล็กกลางดึกให้หันไปมอง เพราะหน้าปก เขาจำได้ดีว่า พราวนิชาเพิ่งซื้อมันวันนี้หลังจากออกจากร้านเสื้อผ้า อดไม่ได้ที่จะหยิบมันขึ้นมาดู อยากรู้ว่าพราวนิชาเขียนอะไรในเล่นนั้น แค่เปิดหน้าแรกก็เรียกรอยยิ้มของเขาได้ ตัวหนังสือเขียนด้วยลายมือน่ารัก บันทึกของเจ้าจิ๋ว รูปวาดเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ที่ถูกวาดลงไปบนกระดาษแผ่นแรกรอบ ๆ ตัวหนังสือนั้น

หน้าที่สองของสมุดเป็นรูปที่ถูกวาดให้เหมือนแท่นที่ตรวจครรภ์ มีขีดสองขีดสีแดง ๆ เหมือนกับสิ่งที่แม่เจ้าจิ๋วเอามาให้เขาดูเพื่อเป็นหลักฐานว่าตัวเองท้อง เมื่อวันนั้น

หน้าที่สามเป็นภาพอัลตราซาวนด์ น่าจะเป็นภาพแรกตอนที่แม่เจ้าจิ๋วไปฝากท้อง วันนั้นเขาไม่ได้ไปด้วย พอมาคิดดูก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย

หน้าที่สี่ หน้าสุดท้าย เขียนบอกวันที่ วันที่ที่เขาจำได้ว่าเป็นวันครบรอบที่คุณหมอนัดไปตรวจ มีพื้นที่เว้นว่างเอาไว้ ทำให้เขารู้ทันที ว่าอีกคนเว้นเอาไว้ทำไม ธารทัพพ์ปิดสมุดเล่มนั้นแล้ววางลงกลับที่เดิมเบา ๆ เหมือนกลัวว่าถ้าวางแรง คนที่กำลังนอนหลับจะตื่นขึ้นมา ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนเล็ก เดินกลับห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นบน แต่ว่าเขากลับเดินไปที่ห้องทำงาน แทนที่จะเป็นห้องนอนของตัวเอง

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 20

    ตอนที่ 20(หนูเจ้าเอยกลับมาแล้ว พรุ่งนี้ทัพช่วยไปรับน้องที่สนามบินหน่อยได้ไหม)“ผมไม่ว่างครับ”(จะไม่ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเลยหรือไง แม่เลือกน้องเพราะเมื่อก่อนเราชอบน้องมากไม่ใช่หรือไง) นั่นมันตั้งแต่สิบ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาเอ็นดูเจ้าเอยเหมือนน้องสาว แล้วอะไรนะ ที่ทำให้แม่เขาคิดว่าเขาชอบ เจ้าเอยคือลูกสาวเพื่อนแม่ ลูกสาวคุณน้ารำเพย เจ้าเอยเป็นเพื่อนวัยเด็กกับเขาและแทนไทมาตั้งแต่จำความได้ อายุห่างกับเขาห้าปี ตอนนี้อีกคนก็น่าจะเรียนจบปริญญาโทแล้ว เขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเขากับเจ้าเอยได้เจอกันนานแค่ไหนแล้ว(ตาทัพ)“ผมมีเมียมีลูกแล้วนะครับ” ธารทัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่ดูจริงจัง เขาคิดว่าแม่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองแล้วเสียอีก คำว่าเมีย คำว่าลูกที่เขาพูดออกไป มันมาจากความรู้สึกของเขา ความรู้สึกของเขาจริง ๆ แม่เจ้าจิ๋วเป็นเมียเขา คนมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกัน ก็ต้องเรียกว่าเมียถึงจะถูก แม้จะได้กันแค่ครั้งเดียวก็เถอะ เจ้าจิ๋วก็เป็นลูกเขา ถ้าเขาไป แม่เจ้าจิ๋วรู้ เธอก็น่าจะไม่สบายใจ เดี๋ยวก็เอาข้อตกลงของเรามาพูดอีก เขาไม่อยากให้มีข้อตกลงอะไรระหว่างเธ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 19

    ตอนที่ 19ไม่อยากลุกขึ้นมาจากเตียง ไม่อยากออกมาจากห้อง แต่ก็ต้องออกมา เพราะตอนนี้เจ้าจิ๋วกำลังประท้วงกันด้วยความหิว พราวนิชาค่อย ๆ เปิดประตูห้องนอนออก ค่อย ๆ ก้าวเดินออกจากห้อง มองซ้ายมองขวา แต่ชั้นสองของบ้านกลับเงียบ บ้านหลังใหญ่แต่บ้านช่างเงียบเหงาจัง ใบหน้าเล็กดูเศร้าลงเล็กน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินลงบันได เดินตามกลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากห้องห้องหนึ่งที่น่าจะเป็นห้องครัว บานประตูเปิดเอาไว้ เท้าเล็กหยุดนิ่งอยู่หน้าประตู พร้อมกับมองเข้าไปด้านใน เห็นสาวใช้สองคนกับป้าสมศรี หัวหน้าแม่บ้านกำลังช่วยกันทำอาหาร ที่น่าจะเป็นมื้อเช้า วันนี้ตั้งใจตื่นเช้าเลยตื่นก่อนเวลาอาหารมื้อเช้าอีก เพราะไม่อยากให้ทุกคนรอ“มีอะไรให้พราวช่วยไหมคะ”สายตาทั้งสามคู่หันมาจับจ้องมองเธอนิ่ง ก่อนจะหันกลับไปทำสิ่งที่ตัวเองทำอยู่กันต่อ ไม่มีใครพูดกับเธอเลยสักคน ใบหน้าสวยเศร้าลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวเดินออกจากห้องครัว เธออยากกลับแล้ว อยากกลับบ้าน ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่ได้ถึงสองเดือนตามที่ตกลงกับธารทัพพ์เอาไว้ไหม ทำไมคนที่นี่ดูจะไม่ชอบเธอเลย หรือเพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงใจแตก ท้องก่อนแต่งงานอย่างนั้นเหรอ พราวนิชาเดินออ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 18

    ตอนที่ 18ดวงตาคู่สวยเอาแต่จ้องมองบ้านหลังใหญ่บนเนื้อที่หลายร้อยไร่ รายล้อมด้วยภูเขา มองจากตรงนี้เห็นทุ่งหญ้าสวยงาม มองจากตรงนี้ มองเห็นต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ตรงโน้น“เข้าบ้านสิ”พราวนิชาดึงสายตากลับมามองคนที่เรียกกัน ก่อนจะค่อย ๆ เดินก้มหน้าหมายจะไปหยิบกระเป๋าเดินทางของตัวเอง แต่มือเล็กกลับชะงัก เพราะคำสั่งที่แสนจะนิ่งเงียบนั่น“เอาไว้นั่นแหละ”“ค่ะ” ว่าที่คุณแม่ก้มหน้ารับคำเบา ๆ แล้วเดินตามคุณผู้หญิงของบ้าน เดินตามเข้าไปนั่งลงบนพื้นพรมหน้าโซฟา เธอไม่กล้าขึ้นไปนั่งบนนั้นสายตาตำหนิที่ถูกส่งมาจากผู้หญิงวัยกลางคน ยิ่งทำให้ว่าที่คุณแม่ได้แต่ก้มหน้า ทุก ๆ สายตาที่จับจ้องมองมาที่เธอ คนที่บ้านหลังนี้ ทำให้เธอรู้สึกกลายเป็นคนตัวเล็กนิดเดียว“ผู้ใหญ่พูดด้วย ทำไมไม่เงยหน้าขึ้นมา พ่อแม่ของเธอไม่เคยสอนหรือไง”“สอนค่ะ”“เธอรู้ไหม เธอไม่เหมาะสมที่จะเป็นลูกสะใภ้ของฉันเลย ฉันมีคนที่เหมาะสมเอาไว้ให้ลูกชายฉันแล้ว” ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นจนเจ็บ เจ็บกับคำว่าไม่เหมาะสม เจ็บกับคำว่าพ่อแม่ไม่สอน ความผิดพลาดมันทำให้คนอื่นมองเธอได้ขนาดนี้เลยเหรอ พราวนิชาก้มหน้านิ่งมองมือของตัวเองที่บีบเข้าหากันแน่นจนเจ็บ ไ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 17

    ตอนที่ 17เสียงกดกริ่งหน้าประตูเรียกให้พราวนิชาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องละสายตาไปมองประตูที่ยังมีเสียงกดกริ่งดังอยู่ คิ้วเรียวสวยขยับเข้าหากันน้อย ๆ ใครกันนะ ถ้าเป็นเจ้าของห้องอย่างธารทัพพ์หรืออานัส ถ้าเป็นทั้งสองคนก็น่าจะเปิดเข้ามาแล้ว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ยังไม่เคยมีแขกเข้ามาที่ห้องของธารทัพพ์เลยสักครั้งแต่ยังไม่ทันที่จะได้สงสัยอะไรมากไปกว่านั้น ว่าที่คุณแม่ก็ขยับลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้อง ผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าทำให้หัวใจของพราวนิชาเต้นแรง ใบหน้าเรียบนิ่งนั่น มีเค้าโครงใบหน้าเหมือนกับเจ้าของห้อง มือเล็กค่อย ๆ ยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้า แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้ว่าอีกคนเป็นใคร“สวัสดีค่ะ”“เธอเป็นใคร”“คือว่าหนู…”“เป็นแม่บ้านเหรอ ฉันเป็นแม่เจ้าของห้อง” คุณธัญสินีมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง มองสำรวจผู้หญิงตัวเล็กในชุดธรรมดา ๆ แต่ดูยังไง ๆ ก็ไม่เหมือนแม่บ้านอย่างที่ท่านเอ่ยถามออกไป ใบหน้าก็เล็กเหมือนเด็ก ผิวพรรณก็ดูดี ไม่เหมือนคนที่ทำงานแบบนี้เลย“ค่ะ หนูเป็นแม่บ้าน นะ หนูทำงานเสร็จพอดี ขอตัวก่อนนะคะ” พราวนิชายกมือไหว้คนตรงหน้าแล้วรีบเดินออกจากห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงตึกตัก หวา

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 16

    ตอนที่ 16ธารทัพพ์ยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเอง ก่อนจะนวดมันไปมาเบา ๆ แหงนหน้าขึ้นมาเพดานห้องพัก หลังจากจบการประชุมกับผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เขาก็รีบตรงดิ่งกลับห้องพัก ไม่ไปกินเลี้ยงกับผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เพราะอาการที่เขากำลังเป็นอยู่ มันเป็นแบบนี้มาสองวัน นับตั้งแต่วันที่เขาเดินทางมาถึงที่นี่ เพื่อมาประชุมใหญ่กับผู้ถือหุ้นของโรงแรมมันตราในกรุงลอนดอนแค่อีกห้าวัน อีกแค่ห้าวันก็จะได้กลับ เขาเลยอดทนไม่อยากไปหาหมอหรือขอกลับก่อน มองหน้าจอมือถือของตัวเองที่เงียบ ไม่มีข้อความหรือสายโทร. เข้าจากใครบางคนที่เขากำลังคิดถึงคิดถึง ! อย่างนั้นเหรอ ?ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นมาน้อย ๆ ให้กับความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของเขาที่มันกำลังค่อย ๆ เกิดขึ้นในหัวใจในตอนนี้ติ๊ง !พอคิดถึง ข้อความจากใครบางคนก็ดังขึ้น เหมือนกับว่าเธอรู้ รู้ว่าเขากำลังคิดถึงเธอ มุมปากหนายกยิ้มน้อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้เปิดอ่านข้อความจากอีกฝ่าย แค่เห็นชื่อของเธอ มุมปากเขา มันก็ยิ้มไปเองแล้ว เหมือนรู้ว่าเขาเลิกประชุมแล้ว ทั้ง ๆ เวลาของที่นี่กับประเทศไทยต่างกัน ตอนนี้ที่โน่นคงน่าจะดึกมากแล้วพราวนิชา : กินข้าวหรือยังคะธ

  • ถักทอรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 15

    ตอนที่ 15ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่การตื่นนอนขึ้นมาแล้วตัวเองนอนอยู่ข้าง ๆ ผู้ชายตัวโต ไม่รู้ว่าเขาเข้ามาในห้องตอนไหน แต่พอตื่นเช้ามาเมื่อไรก็เห็นพ่อเจ้าจิ๋วนอนอยู่ข้าง ๆ แล้ว แรก ๆ ก็ไม่ชิน แถมยังตกใจ แต่พอผ่านไปสักพัก ทุกอย่างมันเริ่มกลายเป็นความเคยชินที่มีเขานอนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกอบอุ่น นอนหลับโดยไม่ต้องกลัวอะไร และไม่ต้องเปิดโคมไฟเอาไว้เหมือนอย่างทุกครั้ง สายตาคู่สวยมองปลายคางของผู้ชายตัวโตนิ่ง เผลอยกนิ้วขึ้นแตะลงบนแก้มของเขาเบา ๆ เหมือนต้องการเช็กอีกครั้ง ว่านี่มันคือความจริง ไม่ใช่ความฝัน“ตื่นแล้วเหรอ”ดวงตาของคนหลับไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองกันในตอนที่เขาพูด แต่ธารทัพพ์ขยับตัวพลิกไปหาคนตัวเล็กที่นอนอีกฝั่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ห่างจากเขาแค่เพียงนิด ไม่ได้ใกล้ ไม่ได้ไกล พอให้เขาได้กลิ่นหอมหวานละมุนนั่น“สะ สายแล้วค่ะ”“วันหยุด”จริงสิ วันนี้วันหยุด เธอลืมไปเลย คงเพราะทุก ๆ วันที่เธออยู่ที่นี่ ทุก ๆ วันของเธอ มันก็เหมือน ๆ เดิมเลย แทบไม่ได้ดูว่าวันนี้วันอะไร แต่มีแค่เขาที่ออกไปทำงานทุกวัน และมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม คงเป็นเขา เขาที่กินมื้อเช้ากับเธอก่อนออกไปทำงานทุกวัน

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status