LOGINคิมหันต์โวยวายโหวกเหวกในห้องแต่งตัว ที่ขนมปังไม่ยอมปลุกเขา แถมแม่คนจอมเฉิ่มก็พูดเหมือนเดิม
“นะ นายไม่ได้บอกไว้นี่”
เออ เขาไม่ได้บอกหรอก อยากจะบ้ากับยัยนี่จริง ๆ คิมหันต์กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ หน้าตายุ่งเหยิงเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอน เอาแต่คิดเรื่องสายรุ้งไปมาทั้งคืน
“นี่นายเลิกทำหน้ายุ่งได้มั๊ย คิดว่าตัวเองหล่อมากหรือไงฮะ” เพื่อนที่ต้องทำหน้าที่แต่งหน้าให้โวยวายลั่นเมื่อคิมหันต์เอาแต่หน้าเบ้
“จะแต่งมั้ย ไม่แต่งก็ไม่ต้องแต่ง” เขาโวยกลับเสียงดังลั่น ก่อนจะเอามือยีผมด้วยความโมโห ไอ้พี่บ้าเอ้ย คิดยังไงมาเอาเขาไปประกวดบ้าบออะไรแบบนี้ทำไมก็ไม่รู้
ปึง !!! เพื่อนสาวประเภทสองโยนเครื่องมือแต่งหน้าทิ้งด้วยความโมโห
“ไม่แต่งแล้ว ไอ้คนเรื่องมาก” แล้วเจ้าตัวก็เดินฉับ ๆ ออกไปด้วยความโมโห
“นะ นายไปว่าเขาทำไม” ขนมปังเอ่ยถาม
“ก็เขาอยากโวยวายทำไมเล่า” คิมหันต์พูดอย่างหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่
“ขะ เขาอุตส่าห์แต่งให้ นะ นายใจร้าย” ขนมปังต่อว่า ทั้งที่ทำท่าทางหวาดๆ
“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เขามาแต่งให้นี่” คิมหันต์ว่าใส่
“ขะเขามีน้ำใจ”
“เธอนี่มัน………..” คิมหันต์เถียงไม่ออก เมื่อแม่คนซื่อพูดจนเขารู้สึกผิด ที่เพื่อนมีน้ำใจมาแต่งหน้าให้แล้วเขายังไปโวยวายใส่แบบนั้น “เออ ฉันไปขอโทษก็ได้” แล้วคิมหันต์ก็ต้องลุกไปตามขอโทษเพื่อนที่เขาโวยวายใส่ให้กลับมาแต่งหน้าให้เหมือนเดิม
.................................................
ที่หน้าเวทีในหอประชุม ขนมปังที่แต่งหน้าเสร็จแล้ว ใส่แว่นตาหนาเตอะ เอาผ้าพันหัวด้วยความอายเดินเหมือนกับโดนใครตามล่า มาที่หลังเวทีแล้วก็ซุกตัวอยู่ที่มุมหนึ่ง ของห้องหลังเวที
หอประชุมเริ่มมีคนเดินเข้ามามากมาย เพื่อมาดูการประกวดคิงกับควีนของหอ ซึ่งผู้ที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลสามหมื่นบาท แล้วก็ถ้วย พร้อมสายสะพาย อย่างกับการประกวดนางงาม แต่ไม่ค่อยมีใครสนใจเงินรางวัลกันนัก โดยส่วนตัวก็มีอันจะกินกันอยู่แล้ว ที่สนใจคือถ้าคนของห้องไหนได้เป็นคิงและควีน ห้องนั้นก็จะได้จิตพิสัยเพิ่มด้วย และเป็นจิตพิสัยที่จะไม่มีทางโดนหักเด็ดขาด นักเรียนหญิงหลายคนตื่นเต้นกันใหญ่เมื่อรู้ว่าคิมหันต์จะลงประกวด
“ฉันว่านะ คิมหันต์ได้แหง”
“ชัวร์อยู่แล้วล่ะ พ่อเทพบุตรซาตานของฉัน หล่อแบบโหดๆ” สาวน้อยพูดพร้อมทำท่าเพ้อฝัน
“ของฉันต่างหาก”
“ของฉัน”
การถกเถียงอันไร้สาระดังระงมไปทั่ว พร้อมกับดอกกุหลาบในมือคนละดอกที่จะต้องมอบให้เพื่อเป็นคะแนนแก่ผู้เข้าประกวด
คิมหันต์วิ่งมาแล้วหยุดหอบแฮ่ก ๆ เขาหนีการตามล่าจากเหล่าบรรดาผู้คลั่งไคล้มาที่หลังเวทีได้อย่างหวุดหวิด ใบเฟิร์นบ่นกระปอดกระแปดตามเคยเมื่อหาขนมปังไม่เจอ
“หนมปังไปไหนเนี่ย”
สายลมมองไปรอบ ๆ หาแฟนของตัวเองที่เพิ่งตกลงคบกันเมื่อวาน แล้วก็พบว่าเธอซุกตัวอยู่ที่มุมห้องเอาผ้าพันไว้รอบหน้าอย่างตลก ๆ จนเขาอดขำไม่ได้ ก่อนจะเดินเข้ามาหา
“มานั่งทำอะไรตอนนี้”
“ฉะ ฉันอายนี่นา” ขนมปังตอบเสียงอ่อย มีแต่ส่วนที่อยู่ใต้แว่นหนาเตอะเท่านั้นที่รอดพ้นการถูกผ้าพันไปได้
“อายอะไร วันนี้เธอมาประกวดควีนเชียว”
“เฮอะ เฮอะ” เสียงหัวเราะอันชวนสยองขวัญของขนมปังดังขึ้น ทำเอาสายลมยังขนลุก ควีนเนี่ยนะ ไม่เข้าท่าเลยจริงๆ ทำไมเธอต้องมาทำอะไรอย่างนี้ด้วยนะ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาเรียกให้ออกไปหน้าเวทีแล้วค่อยเอาออกก็ได้” สายลมว่า ก่อนจะนั่งข้าง ๆ เป็นเพื่อนขนมปัง
ส่วนคิมหันต์กำลังโซ๊ยข้าวอยู่กับสายรุ้งที่ลงประกวดควีนด้วยเหมือน สายรุ้งหวังเต็มที่ว่าเธอจะได้เป็นควีนของหอเพราะปีนี้ใบเฟิร์นไม่ลงประกวดเธอเลยมีหวังกว่า 99 %
หน้าเวที ยัยหมูรับหน้าที่เป็นพิธีกร กล่าวทักทายและอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ และการเปิดตัวก็เริ่มขึ้น คนที่ลงประกวดเริ่มเดินออกไปเป็นคู่ คิมหันต์สอดส่ายสายตาหาขนมปังที่ยังนั่งอยู่กับสายลม
“มานี่เร็วยัยเฉิ่มจะประกวดแล้ว” ขนมปังยิ่งเงอะงะเข้าไปใหญ่ ก่อนจะลากสังขาร ทั้งที่มีผ้าคลุมพะรุงพะรังมาหาคิมหันต์
“เธอจะบ้าเหรอ จะคลุมตัวไปทำไมเนี่ย” คิมหันต์พยายามดึงผ้าออก ขนมปังก็พยายามดึงผ้าไว้ ไม่ยอมให้คิมหันต์เอาออก คนทั้งห้องมองภาพนั้นอย่างตลกขบขัน เมื่อทั้งสองคนฉุดผ้ากันไปมา และสุดท้ายคิมหันต์เป็นผู้ชนะ
ทุกคนอ้าปากค้าง
ภาพที่เห็น ไม่เคยได้เห็น
สาวน้อยร่างบาง สูงโปร่งเหมือนนางแบบ ผิวสีขาวเหลืองผ่อง หน้ารูปไข่ จิ้มลิ้ม ตาโตดำขลับ จมูกโด่ง ริมฝีปากบางแดงเรื่อ ผมยาวถูกดัดเป็นลอนและคาดผมด้วยผ้าสีขาวปักเลื่อมเล็ก ๆผูกเป็นโบว์ไว้ที่ข้างท้ายทอยสวมชุดสายเดี่ยวสีขาว กระโปรงบานสั้นเท่าเข่า ที่เอวมีผ้าคาดด้วยสีทองมัดเป็นโบว์ไว้ข้าง ๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินก้มหน้างุดๆไปที่เวที
“ยัยเฉิ่มไปไหน” คิมหันต์ยังไม่ยอมรับความจริง พยายามโวยวาย เดินเปิดใต้โต๊ะเรียกหายัยเฉิ่มเป็นการใหญ่ “เมื่อกี้ฉันตาฝาด ใช่ ใบเฟิร์นฉันว่าฉันตาฝาด” คิมหันต์ยังเพ้อเจ้อเหมือนไม่ยอมรับ จับไหล่ใบเฟิร์นเขย่าอย่างไม่ยอมรับความจริง
“นายคิมหันต์ ยัยเฉิ่มของนายเนี่ย ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของโรงแรมในเครือเซนเทรียเชียวนะ” ใบเฟิร์นว่า เพราะคิมหันต์แหละ ชอบหนีงานเลี้ยงที่พ่อเขาพาไปบ่อย ๆ เลยไม่เคยเห็นขนมปังแต่งตัวแบบนี้
“ชะ ใช่” คิมหันต์บอกตัวเองพึมพำ เขาน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วนี่นา บ้านยัยนั่นรวยไม่รู้เรื่องขนาดนั้น เขาไม่มีทางปล่อยให้ลูกสาวตัวเองขี้เหร่เป็นเป็ดหรอก ทำไมเขาคิดไม่ได้นะ
ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก ยัยนั่นสวยเป็นบ้าเลย
คิมหันต์โวยวายในใจ เอามือกุมหัวอย่างไม่เชื่อ
คิมหันต์โวยวายโหวกเหวกในห้องแต่งตัว ที่ขนมปังไม่ยอมปลุกเขา แถมแม่คนจอมเฉิ่มก็พูดเหมือนเดิม“นะ นายไม่ได้บอกไว้นี่” เออ เขาไม่ได้บอกหรอก อยากจะบ้ากับยัยนี่จริง ๆ คิมหันต์กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ หน้าตายุ่งเหยิงเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอน เอาแต่คิดเรื่องสายรุ้งไปมาทั้งคืน“นี่นายเลิกทำหน้ายุ่งได้มั๊ย คิดว่าตัวเองหล่อมากหรือไงฮะ” เพื่อนที่ต้องทำหน้าที่แต่งหน้าให้โวยวายลั่นเมื่อคิมหันต์เอาแต่หน้าเบ้“จะแต่งมั้ย ไม่แต่งก็ไม่ต้องแต่ง” เขาโวยกลับเสียงดังลั่น ก่อนจะเอามือยีผมด้วยความโมโห ไอ้พี่บ้าเอ้ย คิดยังไงมาเอาเขาไปประกวดบ้าบออะไรแบบนี้ทำไมก็ไม่รู้ปึง !!! เพื่อนสาวประเภทสองโยนเครื่องมือแต่งหน้าทิ้งด้วยความโมโห“ไม่แต่งแล้ว ไอ้คนเรื่องมาก” แล้วเจ้าตัวก็เดินฉับ ๆ ออกไปด้วยความโมโห“นะ นายไปว่าเขาทำไม” ขนมปังเอ่ยถาม“ก็เขาอยากโวยวายทำไมเล่า” คิมหันต์พูดอย่างหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่“ขะ เขาอุตส่าห์แต่งให้ นะ นายใจร้าย” ขนมปังต่อว่า ทั้งที่ทำท่าทางหวาดๆ“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เขามาแต่งให้นี่” คิมหันต์ว่าใส่“ขะเขามีน้ำใจ”“เธอนี่มัน………..” คิมหันต์เถียงไม่ออก เมื่อแม่คนซื่อพูดจนเขารู้สึกผ
คิมหันต์ยืนตัวแข็งอยู่สักพัก ก่อนจะดึงร่างนั้นออกอย่างแรง สายลมเองก็ยืนตะลึงตาค้างเหมือนกัน“เฮ้ย ใครปิดไฟวะ” คิมหันต์โวยวายเสียงดัง ก่อนที่ไฟสลัว ๆ จะสว่างพรึบพรับขึ้นมา สายรุ้งล้มแอ้งแม้งร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น ขนมปังยืนงงๆหน้าแหย เหมือนเคย สายลมยืนอยู่อีกมุม คิมหันต์รีบเดินเข้าไปประคองสายรุ้ง“เป็นไงบ้างสายรุ้ง”“เจ็บ” สายรุ้งจุกเพราะโดนผลักอย่างแรง“ฉะ ฉันช่วยมั้ย” ขนมปังเดินเข้ามาประคองอีกคน“ไม่เป็นไร” คิมหันต์บอกก่อนจะประคองสายรุ้งออกไป ขนมปังหันมามองสายลม ก่อนจะบอก“ยะ แย่จังเนอะ” เธอขยับแว่นเล็กน้อย“ไปข้างนอกกัน” สายลมเอ่ยชวน“ปะ ไปทำไม” ขนมปังถามงงๆ“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” สายลมบอกพร้อมกับยิ้มบาง ๆใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หลังโรงเรียน เป็นที่เดียวที่คนไม่พลุกพล่านนักสายลมนั่งอยู่ที่พื้นใต้ต้นไม้ ขนมปังนั่งลงข้างๆอย่างแปลกใจ “มะ มีอะไรเหรอ” สายลมมองหน้าเธอนิ่ง จนขนมปังต้องหลบสายตาและเอ่ยถามอีก “ถะ ถ้านายไม่พูดฉันไปนะ”“ฉันชอบเธอ” สายลมโพล่งออกมาในที่สุด“หะ หา” ขนมปังตกใจ ทั้งงุนงง เธอไม่คิดเลย ไม่เคยคิดเลยซักนิดว่าจะมีใครมาพูดอย่างนี้ด้วย“ฉันชอบที่เธอใจดี ดูตื่นเต้นตลอดเว
ใบเฟิร์นบ่นกระปอดกระแปดที่คิมหันต์กับขนมปังหายไป ป่านนี้แล้วยังไม่มา เพราะใกล้จะถึงรอบที่คิมหันต์กับเหมันต์ต้องเป็นผีแล้ว อีกทั้งบัตรรอบนี้ก็ขายหมดแล้วด้วย นักเรียนหญิงที่เป็นเหล่าแฟนคลับของพ่อเทพบุตรมาออกันเต็มหน้าบ้านผีสิง เหมันต์แต่งตัวอยู่ข้างใน เขามองชุดที่ตัวเองแต่งอย่างเขินๆ ใบเฟิร์นเดินลากกระโปรงสุ่มเข้ามาบ่นงองแงงข้างในผีสิงเป็นห้องมืดๆ มีไฟดวงเล็ก ๆ เป็นระยะห่าง ๆ สลัว ๆ สีเขียวกับสีเหลือง โครงกระดูกแขวนต่องแต่ง มีตุ๊กตา แมงมุม ตะขาบ วางไว้เป็นหย่อม ๆ พร้อมกับเปิดเพลงโหยหวนที่ฟังแล้วน่าขนลุกพิลึก“ป่านนี้ไปไหนนะตาบ้าเอ๊ย” ใบเฟิร์นเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เพราะข้างในค่อนข้างมืด เธอต้องเอาไฟฉายส่องเข้ามา“ยังไม่มาอีกเหรอ” เหมันต์เอ่ยถาม ก่อนจะเขียนขอบตาให้ดำ ๆ เหมือนผี“ยังน่ะสิ โทรตามร้อยรอบแล้วเนี่ย” ใบเฟิร์นหงุดหงิดกับคิมหันต์และกับชุดด้วยเพราะชุดนี้ทำให้เธอล้มหน้าคะมำมาสองรอบแล้ว“มานี่” เหมันต์ดึงมือใบเฟิร์นมา ก่อนจะวาดขอบตาให้เธอเป็นสีดำ“ทำอะไร”“แต่งหน้าผีน่ะสิ” เขาบอกขรึมๆ ก่อนจะลงมือวาดรอยคล้ำที่หน้าเธออีกหลายแห่ง ไม่นานทั้งสองคนก็เป็นผีฝรั่งโดยสมบูรณ์ คิมหั
เพื่อนในห้องเข้ามาตกแต่งบ้านผีสิงที่โรงยิมกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนใครที่ต้องแต่งเป็นผีก็ตรวจดูชุดผีของตัวเองให้เรียบร้อย เหมันต์พลิกดูชุดผีโบราณของตัวเองอย่างเจื่อน ๆ หันมาถามใบเฟิร์นที่ท่าทางไม่ต่างกันนัก“ฉันต้องแต่งชุดนี้จริงๆเหรอ” เขาถามหน้าเสีย เมื่อเห็นชุดแบบผีฝรั่งโบราณที่ดูยุ่งเหยิงพิกล ใบเฟิร์นเองก็ยิ้มแหยๆ“นั่นสิ ดูชุดฉันสิ ตลกพิลึก” สาวแสนสวยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นชุดที่เพื่อน ๆ หามาให้ เป็นชุดผีฝรั่งโบราณเหมือนกัน แต่เป็นแบบผู้หญิงที่เป็นกระโปรงสุ่มใหญ่ ๆกับเสื้อปิดไปถึงคอ“แลกกันมั้ย” ใบเฟิร์นพูดตลก ๆ ทำเอาคนที่นิ่งเกือบตลอดเวลาหน้าเหวอไปทันที “ฮ่ะ ฮ่ะ ฉันล้อเล่นน่า แต่ดูชุดนายสิสะอาดเป็นบ้า ของฉันทั้งเก่าทั้งซีดเลย ก็อย่างว่าแหละ ฉันไม่ใช่พ่อผีเทพบุตรที่ต้องขายจูบเหมือนนายนี่นา”“เดี๋ยวฉันส่งซักให้” เหมันต์อาสา“ไม่เป็นไรล่ะ ฉันว่าตอนนี้เราสงสารคิมหันต์ก่อนดีกว่า”ทั้งสองคนหันมาทางคิมหันต์ที่หยิบชุดผีมัมมี่ของเขามาดู แล้วใช้นิ้วหยิบเหมือนรังเกียจซะเต็มประดา พลางทำสีหน้าเจื่อน ๆ แหย ๆ นี่เขาต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย ชุดผ้าสีชาเปื้อนเลือดขาด ๆ แบบนี
“นี่พวกเธอทำอะไรกันหา” อาจารย์แสงดาวที่ตอนนี้หน้าเหมือนนางยักษ์มีเขี้ยวตวาดเสียงดังลั่น มีอาจารย์โชติช่วงยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าแหย ๆ เพื่อนทั้งห้องยืนล้อมเป็นวงกลม คิมหันต์กับขนมปังที่หน้าเลอะไปด้วยเมจิกสีแดงยืนยิ้มแหยโดยเฉพาะขนมปังที่ในมือยังถือเมจิกสีแดงไว้ เบะปากเหมือนจะร้องไห้ตามเคย“ทำอย่างที่เห็นน่ะครับ” คิมหันต์ตอบเสียงเจื่อน นึกรู้ชะตากรรมขึ้นมาทันที“เหรอ” อาจารย์แสงดาวเสียงเครียดขึ้นกว่าเดิม “สงสัยว่าเธอคงจะคิดถึงห้องมืดมากสินะ”“มะ ไม่คิดค่ะ” ขนมปังตอบเสียงสั่น เพื่อนบางคนแอบหัวเราะหน้าตาของเธอที่เต็มไปด้วยเมจิก“แล้วนี่อะไรกัน ฉันให้เธอทำงานห้องไม่ใช่ให้มานั่งวาดหน้ากันเล่น”“พอดีมันเบื่อๆน่ะครับ เลยอยากทำอะไรที่เป็นศิลปะซักหน่อย” เจ้าตัวเฉไฉไปได้แบบหน้าด้าน ๆ“มะ ไม่ใช่ค่ะ” ขนมปังโพล่งขึ้น อาจารย์แสงดาวหันขวับทันที คิมหันต์รีบส่งสายตาที่มีรังสีอำมหิตมาที่สาวน้อยทันที “ชะ ใช่ก็ได้” เจ้าตัวพูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา“แล้วใครเขาสั่งเขาสอนให้เอาปะทัดโยนใส่เพื่อน หาคิมหันต์”“ขะ เขาคิดเองค่ะ” ขนมปังพูดซื่อ ๆ ทำเอาเพื่อนๆ นั่งกุมขมับกันเป็นแถว ยัยนี่นี่นะ ปากไม่ได้เ
เพื่อน ๆ นั่งทำหน้ากากผีอยู่ที่หน้าห้อง ขนมปังกับใบเฟิร์นกำลังทำความสะอาดห้องเรียน โดยมีเหมันต์กับสายลมช่วย ส่วนคิมหันต์ยังไม่กลับจากเฝ้าเทวดาบนสวรรค์ตั้งแต่คาบภาษาอังกฤษ“คิมหันต์นี่นะ มันน่าจะเอาน้ำถูพื้นสาดซะจริง” ใบเฟิร์นบ่นไปเช็ดกระดานไป“นะ นั่นสิ” ขนมปังช่วยเสริม ทั้งที่ทำหน้าหวาด ๆ ทำเอาสายลมยิ้มขำ รู้สึกชอบในความเงอะงะที่น่ารักของขนมปังขึ้นมา“เออนี่แล้วใครจะเป็นตัวแทนห้องลงประกวดคิงกับควีนของหอปีนี้ล่ะ” เสียงของพัตเตอร์ดังลั่นมาจากหน้าห้อง ใบเฟิร์นหันมาขยิบตาให้เหมันต์อย่างรู้กัน ก่อนที่เหมันต์จะเดินไปหาพัตเตอร์ที่กำลังจะเขียนรายชื่อส่ง และลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“อะไรนะ ขนมปังกับคิมหันต์เนี่ยนะ” พัตเตอร์ร้องลั่น“นายจะเสียงดังทำไม” เหมันต์ทำหน้าดุ“นายโกหกแน่ ๆ โอเคฉันไม่เถียงคิมหันต์ลงสมัครเป็นคิงไม่แปลก แต่ยัยหนมปังเป็นควีนนี่นะ แล้วห้องเราจะมีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์”“ฉันจะทำให้หนมปังป็นควีนของหอให้ได้” เหมันต์พูดยืนยัน แต่พัตเตอร์ยังส่ายหน้า ไม่ยอม“ก็ให้ใบเฟิร์นเหมือนเดิมแหละดีแล้ว ยังไงยายนั่นก็ได้เป็นแหง ๆ”“นายก็รู้ว่าถ้าใบเฟิร์นลงปีนี้ ไม่มีคนมาสมัครแน่ ๆ” เ
สี่ทุ่มแล้ว และกินอิ่มแล้ว ขนมปังกับใบเฟิร์น พยายามหาทางกลับไปที่หอ คิมหันต์ไปส่งสายรุ้งก่อนหน้าแล้ว ในห้องมีเพียงเหมันต์กับสายลม สายลมจึงเอ่ยลาสองสาว ตอนแรกเขาบอกว่าจะช่วยพาสองสาวกลับหอ แต่ขนมปังบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเขาเพิ่งมาอยู่ ยังไม่รู้เส้นทางดีนัก คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาทำเอาในห้องสะดุ้ง เฮือก
ในห้องกำลังสุมหัวปรึกษากันว่างานเปิดโรงเรียนปีนี้จะทำอะไรกันดี แต่ก็ไม่ได้ข้อตกลงกันซักที เพราะคนโน้นก็เอาอย่างนี้ คนนี้ก็จะเอาอย่างโน้น ทำเอาเสียงเถียงกันดังลั่นห้อง จนสุดท้ายคิมหันต์ก็ทนไม่ไหว ส่งเสียงมาจากหลังห้อง“บ้านผีสิง” คิมหันต์โพล่งขึ้น ทำเอาเพื่อนที่จับกลุ่มหันมามองกันขวับ จ้องเขาราว
คาบแรกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ วิชาที่แสนจะเป็นที่น่าเบื่อและไม่เคยเป็นที่สนใจของคิมหันต์ เขาจึงชิงหลับไปก่อนตั้งแต่อาจารย์ยังไม่เข้ามาสอนปั่บ ปั่บ!!!เสียงไม้กระทบกับโต๊ะ ของอาจารย์สาว หน้าตาคมคนหนึ่งดังขึ้น“ตื่น ตื่น คิมหันต์ ที่นี่โรงเรียนนะ” อาจารย์ส่งเสียงดุมา แต่ไม่มีทีท่าว่าคนที่หลับอยู่จะขยับต
ขนมปังเดินออกมาจากห้องมืดกลับมาอาบน้ำแต่เช้าพร้อมกับรายงานอาจารย์แสงดาวว่าเธอได้ถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารพร้อมกับใบเฟิร์น สักพักโต๊ะของเธอก็สะเทือนเมื่อมีมือของใครไม่รู้มาทุบโต๊ะ ดัง ปัง!!! พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายรุ้งมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขนมปังมองเธอหวาด ๆ







