เข้าสู่ระบบในห้องกำลังสุมหัวปรึกษากันว่างานเปิดโรงเรียนปีนี้จะทำอะไรกันดี แต่ก็ไม่ได้ข้อตกลงกันซักที เพราะคนโน้นก็เอาอย่างนี้ คนนี้ก็จะเอาอย่างโน้น ทำเอาเสียงเถียงกันดังลั่นห้อง จนสุดท้ายคิมหันต์ก็ทนไม่ไหว ส่งเสียงมาจากหลังห้อง
“บ้านผีสิง” คิมหันต์โพล่งขึ้น ทำเอาเพื่อนที่จับกลุ่มหันมามองกันขวับ จ้องเขาราวกับว่าคิมหันต์กำลังทำสิ่งมหัศจรรย์ คิมหันต์แยกเขี้ยวให้เพื่อน ก่อนจะเดินมานั่งลงล้อมวงด้วยคน “สงสัยอะไร ฉันจะออกความเห็นมั่งไม่ได้รึไง” อาจจะไม่น่าแปลกใจถ้าความคิดนี้มาจากเหมันต์ แต่คนที่ไม่เคยมีส่วนร่วมอย่างคิมหันต์นึกยังไงอุตส่าห์ออกความเห็น “ตกลงมั้ยล่ะ บ้านผีสิง” เจ้าตัวถามย้ำอีกครั้ง “เฮ้ย บ้าเหรอ” เสียงของพัตเตอร์ขัดขึ้น เขาเป็นชายหนุ่มร่างเล็ก ตัวสูงแค่ไหล่ของคิมหันต์เท่านั้นเอง “ไม่บ้าหรอก ก็เอาโรงยิมนั่นแหละทำเป็นบ้านผีสิง แล้วพวกนายก็แต่งเป็นผีไปหลอกเอง ประหยัดกว่าใช้หุ่น” คนตัวดีออกความคิดต่อ เสนอแนะแนวทางให้เรียบร้อย “แต่จะว่าไปก็ดีนะ เก็บค่าบัตรด้วยแล้วก็เอาแบบเล่นเกมส์ด้วยก็ดี เช่นใครขโมยจูบผีพ่อเทพบุตรทั้งสองคนของโรงเรียนได้ คนนั้นจะได้ไปดินเนอร์สุดหรูกับสองเทพบุตรโรงเรียนเราดีมั้ย” ความเห็นจาก เพื่อนสาวร่างอวบของเพื่อน ๆ ในห้อง ซึ่งส่วนใหญ่คนในห้องจะเรียกเธอว่า ยัยหมู มากกว่า “จะ จะดีเหรอ” ขนมปังทำหน้าเลี่ยนๆ กลัวว่าเดี๋ยวเพื่อนๆจะจับตัวเองไปเป็นผี ก็ใคร ๆชอบคิดว่าเธอเหมือนผีอยู่เรื่อย “ใช่ใช่ดีมาก” คิมหันต์ยิ้มเผล่ ผิดกับเหมันต์ที่ทำหน้าเหมือนรับไม่ได้ พร้อมกับโพล่งความคิดของตัวเองออกไปทันที “ไม่” เหมันต์พูด “ ฉันก็ว่าไม่ดีหรอก” ใบเฟิร์นพูดขึ้น ก่อนจะเหลือบตามองเหมันต์พลางยิ้มแหยๆให้ “แต่ฉันว่า ถ้าทำอย่างที่ยัยหมูว่านะ ห้องเราต้องล่ำซำแน่ๆ” พัตเตอร์ที่เริ่มเห็นด้วยออกความเห็น “นายพูดได้ดีนายพัดลม” คิมหันต์เอ่ยชมจากใจจริง ยิ้มอย่างขอบคุณ “ขะ เขาชื่อพัตเตอร์” ขนมปังบอก “ฉันรู้น่ายัยเฉิ่ม” “ฉะ ฉันนึกว่านายไม่รู้” ขนมปังหมายความตามที่พูดจริง ๆ เพราะเธอสังเกตว่าคิมหันต์ชอบหลับในห้องเรียนเลยไม่ค่อยรู้อะไรหลายอย่าง อย่างเช่นว่าเขาไม่รู้ว่าห้องมืดสามารถเอาของอะไรเข้าไปก็ได้ ทั้งที่คนอื่นเขารู้กันทั่วโรงเรียน “เอาตามนี้แหละ บ้านผีสิง แล้วเราก็แต่งตัวเป็นผีกัน แล้วก็มีเล่นเกมส์ขโมยจูบพ่อเทพบุตรด้วย โอเค” ยายหมูกล่าวรวบรับ ก่อนจะหันไปขอความเห็นจากเพื่อนในห้อง 97% เห็นด้วย มีแค่สามคนที่ไม่ค่อยเห็นด้วยแต่ไม่กล้าขัดเพราะเสียงน้อยกว่าก็คือ เหมันต์ ใบเฟิร์น แล้วก็ขนมปัง …………………….. ปฏิบัติการย่องขึ้นหอชายเริ่มขึ้น แม้จะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่ก็ขัดความคิดพ่อคนตัวดีไม่ได้ ใบเฟิร์นกับขนมปังเลยต้องมาวางแผนย่องขึ้นหอชายอย่างทุลักทุเล ตอนหกโมงเย็น แม้อาจารย์โชติช่วงจะใจดีก็เถอะ แต่การลอบเข้าหอชายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องหลบทั้งอาจารย์แล้วก็เพื่อนนักเรียนด้วยกันอีก ป้องกันว่าเผื่อจะมีคนหวังดีประสงค์ร้ายปากเสียไปบอกอาจารย์ “กว่าจะมานานเป็นบ้า” คิมหันต์บ่นให้สองสาวที่ยืนอยู่ในห้องของเขาอย่างอารมณ์เสีย ภายในห้องมีอาหารวางเรียงราย เหมันต์นั่งอยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่นแล้ว ถัดไปเป็นสายลมที่คิมหันต์ใช้อ้างว่าเป็นเจ้าของงาน และสายรุ้งที่มาในฐานะแฟนสาวของคิมหันต์ ใบเฟิร์นชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อเห็นว่าสายรุ้งนั่งอยู่ด้วย ไม่รู้ตาบ้านี่หลงใหลอะไรยัยนี่นักหนาเหมือนกัน ขนมปังไม่อยากปะทะกับสายรุ้งที่จ้องมองเธอเขม็งเลยเดินเลี่ยงมานั่งกับเหมันต์แทน “กะ กินกันเถอะนะ” “มาถึงก็กินเลยนะยัยเฉิ่ม” คิมหันต์บ่นกระปอดกระแปด ก่อนจะลงมานั่งกิน กินเอากินเอา ปล่อยให้คนอื่นนั่งมองตาค้าง “นี่งานเลี้ยงต้อนรับฉันจริง ๆ เหรอ” สายลมถาม ขอคำยืนยัน จากสภาพที่เห็นเขารู้สึกเหมือนว่ามันไม่ใช่ยังไงไม่รู้ “มะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน” ขนมปังยิ้มให้สายลมแห้ง ๆ เพราะดูจากการกินตอนนี้ดูเหมือนว่างานจะมีเพื่อสนองความต้องการของคิมหันต์มากกว่า ยังไม่ทันขาดคำ คิมหันต์ก็แอบขโมยเนื้อในจานสายลมไปกิน โดยที่สายลมไม่ได้มอง “อ่ะ สายรุ้ง เดี๋ยวฉันป้อนนะ” คิมหันต์เอาใจแฟนสาวจนออกนอกหน้า “อ่ะ อ็อก อ้วก” ขนมปังที่เกิดมีหมูติดคอ ทำท่าจะสำรอกออกมา “เป็นอะไรยัยเฉิ่ม” สายรุ้งหันมามองขนมปังตาขวางเพราะคิดว่าเธอแกล้งล้อเลียนเขา “มะ หมูติดคอ” ขนมปังทั้งบอกทั้งไอ ใบเฟิร์นรีบเอาน้ำให้เพื่อนกิน สายรุ้งเหล่มองด้วยความหงุดหงิด อยากจะกำจัดคนพวกนี้ออกไปพ้น ๆ แต่ติดที่ว่าคนพวกนี้เป็นเพื่อนสนิทของคิมหันต์นี่สิ ตัวเธอเองเลยต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่อย่างนี้ “เปิดเพลงหน่อยสิ” ใบเฟิร์นบ่นเพราะในห้องมันเงียบจนแทบไม่เหมือนงานเลี้ยง เหมันต์จึงลุกไปเปิดเพลงเบา ๆ ทำเอาคิมหันต์หัวเสีย “เพลงมัน ๆ หน่อยได้มั้ย นี่งานเลี้ยงนะ ไม่ใช่งานเต้นรำ” ตึงตึงตึงตึงตึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เหมันต์เร่งเสียงจนสุด เพราะหมั่นไส้น้องชายตัวดีที่เอาแต่นั่งสั่งโน่นสั่งนี่ “เฮ้ย เฮ้ย ไอ้พี่บ้าหูจะแตกอยู่แล้ว” คิมหันต์โวยวายดังลั่น เอามืออุดหูไว้ “นะ นั่นสิ” ขนมปังเองก็ต้องเอามือปิดหู เหมันต์เลยต้องหรี่เสียงเพลงลงอย่างเสียไม่ได้ สายลมมองเพื่อนใหม่ขำ ๆ รู้สึกว่าพวกนี้นี่จะป่วนกันเองเสียมากกว่า “เออ.........ว่าแต่งานโรงเรียนเนี่ย นายจะยอมเป็นผีเทพบุตรจริง ๆ เหรอ” ใบเฟิร์นหันถาม “แหงล่ะ แล้วก็สายรุ้งจ๋า ต้องขโมยจูบฉันให้ได้นะ” คิมหันต์ออกเสียงอ้อนจนน่าหมั่นไส้ “อ่ะ อ็อก อ้วก” ดูเหมือนสาวแสบบริสุทธ์จะเกิดอาการหมูติดคอขึ้นมาอีก “ขะ ขอโทษนะ” ขนมปังยิ้มแหยเมื่อคิมหันต์ถลึงตาดุใส่เธอ เหมันต์กับใบเฟิร์นและสายลมเบือนหน้าหนีแอบหัวเราะเบา ๆ ให้กัน “ว่าแต่เหมันต์ล่ะ จะให้สาว ๆ ขโมยจูบจริง ๆ เหรอ” ใบเฟิร์นถามด้วยความเป็นห่วง “ก็ให้ยัยเฉิ่มเป็นคนจูบก็ได้นี่นาใช่มั้ยยัยเฉิ่ม” คิมหันต์ออกความเห็นก่อนจะจับหัวขนมปังโยกซ้ายขวาเล่น “มะ ไม่ดีหรอก” สาวน้อยออกความเห็นแห้งๆ เสียงสั่นเพราะโดนโยกหัวเล่นอยู่ จูบเนี่ยนะ ฆ่าเธอให้ตายเสียดีกว่า “งั้นก็เธอยัยใบเฟิร์น” “ไม่มีทางเด็ดขาด” ใบเฟิร์นปฏิเสธเสียงแข็ง สั่นหัวจนผมยุ่ง “ก็ดีนะ” เหมันต์ว่า ทำเอาใบเฟิร์นกันขนมปังตาโต อะไรนะ ! “ดีกว่าต้องไปจูบกับใครก็ไม่รู้” เหมันต์พูดต่อ ทำเอาใบเฟิร์น โล่งอกไปได้นิดหนึ่ง “แล้วแต่งเป็นผีอะไรดีนะ” คิมหันต์คนตัวดีช่างคิด ทำท่านึก “แดร็กคูล่าดีมั้ยนายน่ะ” ใบเฟิร์นช่วยออกความเห็น “ไม่เอา น่าเบื่อ” คิมหันต์ว่า ก่อนจะทำท่านึก แล้วก็หันมาขอความเห็นจากขนมปัง “เธอว่าผีอะไรดียัยเฉิ่ม” “ผะ ผีบ้า” ขนมปังตอบออกมาด้วยความหมั่นไส้ พยายามแสดงออกมาทางสีหน้าอีกด้วยคิมหันต์โวยวายโหวกเหวกในห้องแต่งตัว ที่ขนมปังไม่ยอมปลุกเขา แถมแม่คนจอมเฉิ่มก็พูดเหมือนเดิม“นะ นายไม่ได้บอกไว้นี่” เออ เขาไม่ได้บอกหรอก อยากจะบ้ากับยัยนี่จริง ๆ คิมหันต์กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ หน้าตายุ่งเหยิงเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอน เอาแต่คิดเรื่องสายรุ้งไปมาทั้งคืน“นี่นายเลิกทำหน้ายุ่งได้มั๊ย คิดว่าตัวเองหล่อมากหรือไงฮะ” เพื่อนที่ต้องทำหน้าที่แต่งหน้าให้โวยวายลั่นเมื่อคิมหันต์เอาแต่หน้าเบ้“จะแต่งมั้ย ไม่แต่งก็ไม่ต้องแต่ง” เขาโวยกลับเสียงดังลั่น ก่อนจะเอามือยีผมด้วยความโมโห ไอ้พี่บ้าเอ้ย คิดยังไงมาเอาเขาไปประกวดบ้าบออะไรแบบนี้ทำไมก็ไม่รู้ปึง !!! เพื่อนสาวประเภทสองโยนเครื่องมือแต่งหน้าทิ้งด้วยความโมโห“ไม่แต่งแล้ว ไอ้คนเรื่องมาก” แล้วเจ้าตัวก็เดินฉับ ๆ ออกไปด้วยความโมโห“นะ นายไปว่าเขาทำไม” ขนมปังเอ่ยถาม“ก็เขาอยากโวยวายทำไมเล่า” คิมหันต์พูดอย่างหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่“ขะ เขาอุตส่าห์แต่งให้ นะ นายใจร้าย” ขนมปังต่อว่า ทั้งที่ทำท่าทางหวาดๆ“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เขามาแต่งให้นี่” คิมหันต์ว่าใส่“ขะเขามีน้ำใจ”“เธอนี่มัน………..” คิมหันต์เถียงไม่ออก เมื่อแม่คนซื่อพูดจนเขารู้สึกผ
คิมหันต์ยืนตัวแข็งอยู่สักพัก ก่อนจะดึงร่างนั้นออกอย่างแรง สายลมเองก็ยืนตะลึงตาค้างเหมือนกัน“เฮ้ย ใครปิดไฟวะ” คิมหันต์โวยวายเสียงดัง ก่อนที่ไฟสลัว ๆ จะสว่างพรึบพรับขึ้นมา สายรุ้งล้มแอ้งแม้งร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น ขนมปังยืนงงๆหน้าแหย เหมือนเคย สายลมยืนอยู่อีกมุม คิมหันต์รีบเดินเข้าไปประคองสายรุ้ง“เป็นไงบ้างสายรุ้ง”“เจ็บ” สายรุ้งจุกเพราะโดนผลักอย่างแรง“ฉะ ฉันช่วยมั้ย” ขนมปังเดินเข้ามาประคองอีกคน“ไม่เป็นไร” คิมหันต์บอกก่อนจะประคองสายรุ้งออกไป ขนมปังหันมามองสายลม ก่อนจะบอก“ยะ แย่จังเนอะ” เธอขยับแว่นเล็กน้อย“ไปข้างนอกกัน” สายลมเอ่ยชวน“ปะ ไปทำไม” ขนมปังถามงงๆ“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” สายลมบอกพร้อมกับยิ้มบาง ๆใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หลังโรงเรียน เป็นที่เดียวที่คนไม่พลุกพล่านนักสายลมนั่งอยู่ที่พื้นใต้ต้นไม้ ขนมปังนั่งลงข้างๆอย่างแปลกใจ “มะ มีอะไรเหรอ” สายลมมองหน้าเธอนิ่ง จนขนมปังต้องหลบสายตาและเอ่ยถามอีก “ถะ ถ้านายไม่พูดฉันไปนะ”“ฉันชอบเธอ” สายลมโพล่งออกมาในที่สุด“หะ หา” ขนมปังตกใจ ทั้งงุนงง เธอไม่คิดเลย ไม่เคยคิดเลยซักนิดว่าจะมีใครมาพูดอย่างนี้ด้วย“ฉันชอบที่เธอใจดี ดูตื่นเต้นตลอดเว
ใบเฟิร์นบ่นกระปอดกระแปดที่คิมหันต์กับขนมปังหายไป ป่านนี้แล้วยังไม่มา เพราะใกล้จะถึงรอบที่คิมหันต์กับเหมันต์ต้องเป็นผีแล้ว อีกทั้งบัตรรอบนี้ก็ขายหมดแล้วด้วย นักเรียนหญิงที่เป็นเหล่าแฟนคลับของพ่อเทพบุตรมาออกันเต็มหน้าบ้านผีสิง เหมันต์แต่งตัวอยู่ข้างใน เขามองชุดที่ตัวเองแต่งอย่างเขินๆ ใบเฟิร์นเดินลากกระโปรงสุ่มเข้ามาบ่นงองแงงข้างในผีสิงเป็นห้องมืดๆ มีไฟดวงเล็ก ๆ เป็นระยะห่าง ๆ สลัว ๆ สีเขียวกับสีเหลือง โครงกระดูกแขวนต่องแต่ง มีตุ๊กตา แมงมุม ตะขาบ วางไว้เป็นหย่อม ๆ พร้อมกับเปิดเพลงโหยหวนที่ฟังแล้วน่าขนลุกพิลึก“ป่านนี้ไปไหนนะตาบ้าเอ๊ย” ใบเฟิร์นเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เพราะข้างในค่อนข้างมืด เธอต้องเอาไฟฉายส่องเข้ามา“ยังไม่มาอีกเหรอ” เหมันต์เอ่ยถาม ก่อนจะเขียนขอบตาให้ดำ ๆ เหมือนผี“ยังน่ะสิ โทรตามร้อยรอบแล้วเนี่ย” ใบเฟิร์นหงุดหงิดกับคิมหันต์และกับชุดด้วยเพราะชุดนี้ทำให้เธอล้มหน้าคะมำมาสองรอบแล้ว“มานี่” เหมันต์ดึงมือใบเฟิร์นมา ก่อนจะวาดขอบตาให้เธอเป็นสีดำ“ทำอะไร”“แต่งหน้าผีน่ะสิ” เขาบอกขรึมๆ ก่อนจะลงมือวาดรอยคล้ำที่หน้าเธออีกหลายแห่ง ไม่นานทั้งสองคนก็เป็นผีฝรั่งโดยสมบูรณ์ คิมหั
เพื่อนในห้องเข้ามาตกแต่งบ้านผีสิงที่โรงยิมกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนใครที่ต้องแต่งเป็นผีก็ตรวจดูชุดผีของตัวเองให้เรียบร้อย เหมันต์พลิกดูชุดผีโบราณของตัวเองอย่างเจื่อน ๆ หันมาถามใบเฟิร์นที่ท่าทางไม่ต่างกันนัก“ฉันต้องแต่งชุดนี้จริงๆเหรอ” เขาถามหน้าเสีย เมื่อเห็นชุดแบบผีฝรั่งโบราณที่ดูยุ่งเหยิงพิกล ใบเฟิร์นเองก็ยิ้มแหยๆ“นั่นสิ ดูชุดฉันสิ ตลกพิลึก” สาวแสนสวยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นชุดที่เพื่อน ๆ หามาให้ เป็นชุดผีฝรั่งโบราณเหมือนกัน แต่เป็นแบบผู้หญิงที่เป็นกระโปรงสุ่มใหญ่ ๆกับเสื้อปิดไปถึงคอ“แลกกันมั้ย” ใบเฟิร์นพูดตลก ๆ ทำเอาคนที่นิ่งเกือบตลอดเวลาหน้าเหวอไปทันที “ฮ่ะ ฮ่ะ ฉันล้อเล่นน่า แต่ดูชุดนายสิสะอาดเป็นบ้า ของฉันทั้งเก่าทั้งซีดเลย ก็อย่างว่าแหละ ฉันไม่ใช่พ่อผีเทพบุตรที่ต้องขายจูบเหมือนนายนี่นา”“เดี๋ยวฉันส่งซักให้” เหมันต์อาสา“ไม่เป็นไรล่ะ ฉันว่าตอนนี้เราสงสารคิมหันต์ก่อนดีกว่า”ทั้งสองคนหันมาทางคิมหันต์ที่หยิบชุดผีมัมมี่ของเขามาดู แล้วใช้นิ้วหยิบเหมือนรังเกียจซะเต็มประดา พลางทำสีหน้าเจื่อน ๆ แหย ๆ นี่เขาต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย ชุดผ้าสีชาเปื้อนเลือดขาด ๆ แบบนี
“นี่พวกเธอทำอะไรกันหา” อาจารย์แสงดาวที่ตอนนี้หน้าเหมือนนางยักษ์มีเขี้ยวตวาดเสียงดังลั่น มีอาจารย์โชติช่วงยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าแหย ๆ เพื่อนทั้งห้องยืนล้อมเป็นวงกลม คิมหันต์กับขนมปังที่หน้าเลอะไปด้วยเมจิกสีแดงยืนยิ้มแหยโดยเฉพาะขนมปังที่ในมือยังถือเมจิกสีแดงไว้ เบะปากเหมือนจะร้องไห้ตามเคย“ทำอย่างที่เห็นน่ะครับ” คิมหันต์ตอบเสียงเจื่อน นึกรู้ชะตากรรมขึ้นมาทันที“เหรอ” อาจารย์แสงดาวเสียงเครียดขึ้นกว่าเดิม “สงสัยว่าเธอคงจะคิดถึงห้องมืดมากสินะ”“มะ ไม่คิดค่ะ” ขนมปังตอบเสียงสั่น เพื่อนบางคนแอบหัวเราะหน้าตาของเธอที่เต็มไปด้วยเมจิก“แล้วนี่อะไรกัน ฉันให้เธอทำงานห้องไม่ใช่ให้มานั่งวาดหน้ากันเล่น”“พอดีมันเบื่อๆน่ะครับ เลยอยากทำอะไรที่เป็นศิลปะซักหน่อย” เจ้าตัวเฉไฉไปได้แบบหน้าด้าน ๆ“มะ ไม่ใช่ค่ะ” ขนมปังโพล่งขึ้น อาจารย์แสงดาวหันขวับทันที คิมหันต์รีบส่งสายตาที่มีรังสีอำมหิตมาที่สาวน้อยทันที “ชะ ใช่ก็ได้” เจ้าตัวพูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา“แล้วใครเขาสั่งเขาสอนให้เอาปะทัดโยนใส่เพื่อน หาคิมหันต์”“ขะ เขาคิดเองค่ะ” ขนมปังพูดซื่อ ๆ ทำเอาเพื่อนๆ นั่งกุมขมับกันเป็นแถว ยัยนี่นี่นะ ปากไม่ได้เ
เพื่อน ๆ นั่งทำหน้ากากผีอยู่ที่หน้าห้อง ขนมปังกับใบเฟิร์นกำลังทำความสะอาดห้องเรียน โดยมีเหมันต์กับสายลมช่วย ส่วนคิมหันต์ยังไม่กลับจากเฝ้าเทวดาบนสวรรค์ตั้งแต่คาบภาษาอังกฤษ“คิมหันต์นี่นะ มันน่าจะเอาน้ำถูพื้นสาดซะจริง” ใบเฟิร์นบ่นไปเช็ดกระดานไป“นะ นั่นสิ” ขนมปังช่วยเสริม ทั้งที่ทำหน้าหวาด ๆ ทำเอาสายลมยิ้มขำ รู้สึกชอบในความเงอะงะที่น่ารักของขนมปังขึ้นมา“เออนี่แล้วใครจะเป็นตัวแทนห้องลงประกวดคิงกับควีนของหอปีนี้ล่ะ” เสียงของพัตเตอร์ดังลั่นมาจากหน้าห้อง ใบเฟิร์นหันมาขยิบตาให้เหมันต์อย่างรู้กัน ก่อนที่เหมันต์จะเดินไปหาพัตเตอร์ที่กำลังจะเขียนรายชื่อส่ง และลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“อะไรนะ ขนมปังกับคิมหันต์เนี่ยนะ” พัตเตอร์ร้องลั่น“นายจะเสียงดังทำไม” เหมันต์ทำหน้าดุ“นายโกหกแน่ ๆ โอเคฉันไม่เถียงคิมหันต์ลงสมัครเป็นคิงไม่แปลก แต่ยัยหนมปังเป็นควีนนี่นะ แล้วห้องเราจะมีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์”“ฉันจะทำให้หนมปังป็นควีนของหอให้ได้” เหมันต์พูดยืนยัน แต่พัตเตอร์ยังส่ายหน้า ไม่ยอม“ก็ให้ใบเฟิร์นเหมือนเดิมแหละดีแล้ว ยังไงยายนั่นก็ได้เป็นแหง ๆ”“นายก็รู้ว่าถ้าใบเฟิร์นลงปีนี้ ไม่มีคนมาสมัครแน่ ๆ” เ
สี่ทุ่มแล้ว และกินอิ่มแล้ว ขนมปังกับใบเฟิร์น พยายามหาทางกลับไปที่หอ คิมหันต์ไปส่งสายรุ้งก่อนหน้าแล้ว ในห้องมีเพียงเหมันต์กับสายลม สายลมจึงเอ่ยลาสองสาว ตอนแรกเขาบอกว่าจะช่วยพาสองสาวกลับหอ แต่ขนมปังบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเขาเพิ่งมาอยู่ ยังไม่รู้เส้นทางดีนัก คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาทำเอาในห้องสะดุ้ง เฮือก
คาบแรกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ วิชาที่แสนจะเป็นที่น่าเบื่อและไม่เคยเป็นที่สนใจของคิมหันต์ เขาจึงชิงหลับไปก่อนตั้งแต่อาจารย์ยังไม่เข้ามาสอนปั่บ ปั่บ!!!เสียงไม้กระทบกับโต๊ะ ของอาจารย์สาว หน้าตาคมคนหนึ่งดังขึ้น“ตื่น ตื่น คิมหันต์ ที่นี่โรงเรียนนะ” อาจารย์ส่งเสียงดุมา แต่ไม่มีทีท่าว่าคนที่หลับอยู่จะขยับต
ขนมปังเดินออกมาจากห้องมืดกลับมาอาบน้ำแต่เช้าพร้อมกับรายงานอาจารย์แสงดาวว่าเธอได้ถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารพร้อมกับใบเฟิร์น สักพักโต๊ะของเธอก็สะเทือนเมื่อมีมือของใครไม่รู้มาทุบโต๊ะ ดัง ปัง!!! พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายรุ้งมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขนมปังมองเธอหวาด ๆ
วันนี้เริ่มเรียนเป็นวันแรก คิมหันต์กับเหมันต์จองโต๊ะตัวหลังตามเคย เหมันต์ชอบแอบอ่านหนังสือจึงไม่เหมาะจะนั่งหน้าเท่าไหร่ คิมหันต์ก็ชอบงีบหลับ ยิ่งไม่เหมาะกับการนั่งหน้าเข้าไปใหญ่ ขนมปังนั่งกับใบเฟิร์นหน้าห้องเพื่อเลี่ยงกับการต้องถูกคิมหันต์แกล้ง แต่ก็ยังมิวายปั่กก!ขนมปังหันมามองงง ๆ เมื่อรู้สึ







