Masuk“นี่พวกเธอทำอะไรกันหา” อาจารย์แสงดาวที่ตอนนี้หน้าเหมือนนางยักษ์มีเขี้ยวตวาดเสียงดังลั่น มีอาจารย์โชติช่วงยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าแหย ๆ เพื่อนทั้งห้องยืนล้อมเป็นวงกลม คิมหันต์กับขนมปังที่หน้าเลอะไปด้วยเมจิกสีแดงยืนยิ้มแหยโดยเฉพาะขนมปังที่ในมือยังถือเมจิกสีแดงไว้ เบะปากเหมือนจะร้องไห้ตามเคย
“ทำอย่างที่เห็นน่ะครับ” คิมหันต์ตอบเสียงเจื่อน นึกรู้ชะตากรรมขึ้นมาทันที
“เหรอ” อาจารย์แสงดาวเสียงเครียดขึ้นกว่าเดิม “สงสัยว่าเธอคงจะคิดถึงห้องมืดมากสินะ”
“มะ ไม่คิดค่ะ” ขนมปังตอบเสียงสั่น เพื่อนบางคนแอบหัวเราะหน้าตาของเธอที่เต็มไปด้วยเมจิก
“แล้วนี่อะไรกัน ฉันให้เธอทำงานห้องไม่ใช่ให้มานั่งวาดหน้ากันเล่น”
“พอดีมันเบื่อๆน่ะครับ เลยอยากทำอะไรที่เป็นศิลปะซักหน่อย” เจ้าตัวเฉไฉไปได้แบบหน้าด้าน ๆ
“มะ ไม่ใช่ค่ะ” ขนมปังโพล่งขึ้น อาจารย์แสงดาวหันขวับทันที คิมหันต์รีบส่งสายตาที่มีรังสีอำมหิตมาที่สาวน้อยทันที “ชะ ใช่ก็ได้” เจ้าตัวพูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“แล้วใครเขาสั่งเขาสอนให้เอาปะทัดโยนใส่เพื่อน หาคิมหันต์”
“ขะ เขาคิดเองค่ะ” ขนมปังพูดซื่อ ๆ ทำเอาเพื่อนๆ นั่งกุมขมับกันเป็นแถว
ยัยนี่นี่นะ ปากไม่ได้เรื่องจริงๆ
“ก็ผมรำคาญนี่ครับ คนพวกนั้นน่ะ มาเฝ้าอย่างกับผีเฝ้าศาลไปได้”
“เหรอ งั้นเดี๋ยวเธอก็ไปนอนเฝ้าห้องมืดซักเดือนแล้วกันนะ” พูดแล้วอาจารย์แสงดาวก็หันมาทางขนมปังที่ยืนอ้าปากค้าง “ไม่ต้องตะลึงไปหนมปัง เธอด้วยนั่นแหละ”
“ฮะฮะ” เสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองดังมาจากยัยเฉิ่มที่พอหัวเราะเสร็จก็ล้มตึงไปทันที
.................................................
คิมหันต์ขนข้าวของที่จำเป็นต้องใช้มาที่ห้องมืด จะว่าไม่ลำบากก็ใช่นั่นแหละ แต่ที่ห้องนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ พัดลมก็ไม่มี แอร์ก็ไม่มี ทั้งร้อนทั้งอับ คิมหันต์อาของที่ขนมาออกมาวาง เขาต้องอยู่นี่ตั้งเดือนนึง เซ็งเป็นบ้า ก็ยังดีที่มียัยเฉิ่มเป็นเพื่อน
ว่าแต่....ทำไมยัยนั่นช้าเป็นบ้าเลย
คิมหันต์หยิบมือถือขึ้นมากดหาขนมปัง
“ฮะ ฮัลโหล”
“เธออยู่ไหนเนี่ยยัยเฉิ่ม ฉันมารอตั้งนานแล้วนะ”
“ฉะ ฉันก็อยู่ในห้องมืดไง”
“อยู่บ้าที่ไหนเล่า ก็ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องมืดเนี่ย ฉันยังไม่เห็นเธอเลย”
“อะ อ้าว”
“อ้าวอะไร”
“นะนาย ไม่รู้เหรอว่าห้องมืดมีสองห้อง”
“อะไรนะ”
“คะ ...ความจริง คะ..คราวที่แล้วนายเข้าห้องผิด นั่นมันห้องมืดของผู้หญิง นายต้องไปนอนห้องมืดของผู้ชายนะ”
“เธอว่าอะไรนะ” คิมหันต์ร้องเสียงหลง เขาอยู่มาห้าปี โดนขังมานับไม่ถ้วน ไม่เห็นจะมีใครบอกซักคนว่าห้องมืดมีสองห้อง แยกชายแยกหญิงด้วย
“วะ ว่าเหมือนเมื่อกี้”
“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง” คิมหันต์หงุดหงิดสุดขีด เมื่อรู้ว่าตัวเองโง่อีกแล้ว เหลียวไปมองดูรอบ ๆ ก็พบว่าห้องที่ตัวเองอยู่คราวนี้ ไม่น่าจะใช่ห้องเดียวกับคราวที่แล้ว ทำไมเขาแยกไม่ออกนะ
โอ้ย ! น่ารำคาญชะมัด
“ กะ ก็ เขามีห้องมืดสองห้องแยกชายหญิง คราวที่แล้วนายเข้าผิดเอง”
“ทำไมเธอไม่บอกฉัน”
“อะ อ้าว นายไม่รู้เหรอ” ปลายเสียงถามมาแบบงง ๆ คิมหันต์โมโหจัด กดวางก่อนจะเดินกระแทกเท้าปึงๆไปทางประตูห้อง
กึง กึง กึง !!!ห้องล็อก
คิมหันต์โวยวายดังลั่นด้วยความโมโห เดินเตะโน่นนี่ จนไปเตะข้างฝาเข้า
ปั่กกก!!! โอ้ยย!!! เขาร้องสุดเสียง มือกุมเท้าด้วยความเจ็บ ก่อนจะเดินมานั่งที่เตียงด้วยความโมโห และสายตาก็พลันเหลือบไปเห็น
หน้าต่าง
.........................................................
“ยัยเฉิ่ม ยัยเฉิ่ม” เสียงเรียกดังมาจากที่ไหนซักทิศ ขนมปังขยับแว่น ทำหน้าหวาดๆ มือสั่นเพราะกลัวผี หยิบไฟฉายสาดไปรอบ ๆ ทันใดนั้น
“ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!” นาน ๆ ทียัยนี่จะร้องโดยไม่ติดอ่างซักที
“จะร้องทำไมฉันเอง” คิมหันต์โผล่หน้ามาจากทางหน้าต่าง ขนมปังที่หลับตาปี๋หลังแหกปากลั่นด้วยความกลัวค่อย ๆ ลืมตาพอเห็นว่าเป็นคิมหันต์ก็ถอนหายใจโล่งอก ค่อย ๆ เดินมาที่หน้าต่าง
“อะ ไอ้บ้า” คำทักทายอย่างโมโหจากสาวแว่นหนาเตอะ ทำเอาคิมหันต์หัวเราะร่วน
“นี่เธอกลัวผีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ตลกเป็นบ้า……เปิดหน้าต่างให้ฉันหน่อยเร็ว”
ขนมปังเกาหัวงง ๆ แต่ก็ยอมเดินไปเปิดหน้าต่าง แล้วคิมหันต์ก็ปีนเข้ามาอย่างทุลักทุเล
“นะนายทำอะไร”
“เข้ามานอนกับเธอน่ะสิ”
“หะ หาาาา” ขนมปังอึ้งจนตกใจ
“อะไร ไม่ต้องทำตาโตเลย ฉันไม่นอนห้องมืดนั่นคนเดียวหรอก แล้วฉันก็ไม่มีไฟฉายกับโคมไฟเหมือนเธอด้วย”
“กะ ก็เมื่อก่อนฉันต้องมานอนคนเดียวบ่อยๆ เลยมีเตรียมไว้”
คิมหันต์ชะงักเล็กน้อย รู้ดีว่าที่เธอต้องมานอนห้องมืดคนเดียวบ่อย ๆ เพราะฝีมือของเขาเอง ขนมปังเดินมานั่งที่ผ้าที่ปูไว้บนพื้นตามเคย
“เธอนี่ก็แปลกเขามีเตียงให้ก็ไม่นอน ดันมานอนพื้น”
“กะ ก็ฉันไม่ชอบนอนเตียง” คิมหันต์ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียง
“นะนายกลับไปนอนห้องนายดีกว่า เดี๋ยวอาจารย์แสงดาวมาเห็นจะซวย”
“ช่าง ฉันไม่ได้ซวยคนเดียวซักหน่อย ยัยป้านั่นก็โหดเป็นว่า อะไรก็จะให้มานอนแต่ห้องมืด”
“ขะ เขาชื่ออาจารย์แสงดาว”
โป๊ก!!!
คิมหันต์หยอดมะเหงกลงไปที่หัวคนที่ชอบพูดซื่อๆ ขนมปังยกมือคลำหัวป้อยๆ
“นะ นายเขกหัวฉันทำไม”
“เธอนี่นะ ปากไม่ได้เรื่องเลย ซื่อจนแสบเป็นบ้า”
“ระ เหรอ” ขนมปังทำหน้าเหรอหรา ไม่รู้เรื่องตามเคย
ก็เธอไม่รู้เรื่องจริงๆ
“ขี้เกียจเถียงกับเธอแล้ว ฉันนอนดีกว่า” แล้วคิมหันต์ก็หันหลังไปนอนนิ่งไป ขนมปังเองก็ทิ้งตัวลงบนผ้าอย่างเนือย ๆ ตายังมองไปที่คนบนเตียงนิ่ง และเธอก็ค่อย ๆหลับตาลง
............................................................................
“เป็นไง” เสียงร้องทักดังมาจากพี่ชายตัวดี ที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เหมือนจะเยาะเย้ยกับการถูกลงโทษของน้องชายยังไงก็ไม่รู้
“อะไรเล่า เบื่อเป็นบ้าเลย ไอ้ห้องมืดนั่นน่ะ มืดก็มืด อับก็อับ” คิมหันต์บ่นพึมพำ
“ก็หาเรื่องเอง”
“ก็เบื่อนี่นา แล้วนี่หายไปไหนกันหมดล่ะเนี่ย”
“อยู่ที่โรงยิมโน่น เขาช่วยกันทำบ้านผีสิงอยู่”
“แล้วยายเฉิ่มล่ะ”
“ฮะฮะ” เสียงหัวเราะของเหมันต์ดังขึ้น
“หัวเราะอะไร”
“ก็ตอนนี้ใบเฟิร์นกำลังจับหนมปังขัดสีฉวีวรรณเตรียมตัวเป็นควีนอยู่น่ะสิ”
“หาาา!” คิมหันต์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เหมันต์พยักหน้ายืนยัน
“ไม่ต้องหาหรอก อยู่ที่หอหญิงแน่ะ นายเองก็เหมือนกัน วันที่สองของงานเปิดโรงเรียนนายต้องลงประกวดคิง”
“หาาาาาาา!” คราวนี้คิมหันต์ตกใจหนักกว่าเก่า เขานี่นะจะประกวดคิง 5555555555 น่าขำเป็นบ้า คิมหันต์เริ่มบ้า งุ่นง่านในใจ เมื่อเหมันต์เดินหนีไปเฉยๆ
ไอ้พี่บ้าเอ้ย
ขนมปังร้องลั่นเมื่อเพื่อนๆ ในหอหญิงจับเธอมาขัดสีฉวีวรรณ เอาแค่ล็อกตัวแล้วจับถอดแว่นแค่นั้น แม้เจ้าประคุณเธอก็แหกปากลั่นเหมือนโดนเชือดโดยไม่ติดอ่างซักนิด
“เงียบเลยยัยหนมปัง อย่าแหกปาก เธอเป็นคนกุมคะแนนจิตพิสัยที่จะได้เพิ่มหรือไม่ได้เพิ่มของพวกฉันนะ” เพื่อนสาวคนนึงออกคำสั่ง
“หะ ให้ฉันทำอย่างอื่นเถอะ” สาวน้อยที่โดนขัดถูจนเนื้อแทบหลุดเอ่ยอย่างน่าสงสาร
“อย่ามาต่อรองเธอเองก็เหมือนกัน ทำเรื่องจนไม่มีคะแนนจิตพิสัยเหลือแล้ว ถ้าเธอแพ้คราวนี้ได้ลงซ่อมแน่ๆ” เพื่อนสาวขู่อย่างไม่ปราณี ขนมปังทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้ สงสารในโชคชะตาตัวเองเป็นบ้า ก็ผลการเรียนเธอได้เกือบเต็มหมดยกเว้นจิตพิสัยที่โดนตัดจนเหลือศูนย์เพราะแหที่คิมหันต์เหวี่ยงมาโดนเธออยู่บ่อยๆ และสาวน้อยจอมเฉิ่มแว่นหนาก็นั่งเบ้ปาก ยอมรับชะตากรรมต่อไป
………………………….
คิมหันต์โวยวายโหวกเหวกในห้องแต่งตัว ที่ขนมปังไม่ยอมปลุกเขา แถมแม่คนจอมเฉิ่มก็พูดเหมือนเดิม“นะ นายไม่ได้บอกไว้นี่” เออ เขาไม่ได้บอกหรอก อยากจะบ้ากับยัยนี่จริง ๆ คิมหันต์กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ หน้าตายุ่งเหยิงเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอน เอาแต่คิดเรื่องสายรุ้งไปมาทั้งคืน“นี่นายเลิกทำหน้ายุ่งได้มั๊ย คิดว่าตัวเองหล่อมากหรือไงฮะ” เพื่อนที่ต้องทำหน้าที่แต่งหน้าให้โวยวายลั่นเมื่อคิมหันต์เอาแต่หน้าเบ้“จะแต่งมั้ย ไม่แต่งก็ไม่ต้องแต่ง” เขาโวยกลับเสียงดังลั่น ก่อนจะเอามือยีผมด้วยความโมโห ไอ้พี่บ้าเอ้ย คิดยังไงมาเอาเขาไปประกวดบ้าบออะไรแบบนี้ทำไมก็ไม่รู้ปึง !!! เพื่อนสาวประเภทสองโยนเครื่องมือแต่งหน้าทิ้งด้วยความโมโห“ไม่แต่งแล้ว ไอ้คนเรื่องมาก” แล้วเจ้าตัวก็เดินฉับ ๆ ออกไปด้วยความโมโห“นะ นายไปว่าเขาทำไม” ขนมปังเอ่ยถาม“ก็เขาอยากโวยวายทำไมเล่า” คิมหันต์พูดอย่างหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่“ขะ เขาอุตส่าห์แต่งให้ นะ นายใจร้าย” ขนมปังต่อว่า ทั้งที่ทำท่าทางหวาดๆ“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เขามาแต่งให้นี่” คิมหันต์ว่าใส่“ขะเขามีน้ำใจ”“เธอนี่มัน………..” คิมหันต์เถียงไม่ออก เมื่อแม่คนซื่อพูดจนเขารู้สึกผ
คิมหันต์ยืนตัวแข็งอยู่สักพัก ก่อนจะดึงร่างนั้นออกอย่างแรง สายลมเองก็ยืนตะลึงตาค้างเหมือนกัน“เฮ้ย ใครปิดไฟวะ” คิมหันต์โวยวายเสียงดัง ก่อนที่ไฟสลัว ๆ จะสว่างพรึบพรับขึ้นมา สายรุ้งล้มแอ้งแม้งร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น ขนมปังยืนงงๆหน้าแหย เหมือนเคย สายลมยืนอยู่อีกมุม คิมหันต์รีบเดินเข้าไปประคองสายรุ้ง“เป็นไงบ้างสายรุ้ง”“เจ็บ” สายรุ้งจุกเพราะโดนผลักอย่างแรง“ฉะ ฉันช่วยมั้ย” ขนมปังเดินเข้ามาประคองอีกคน“ไม่เป็นไร” คิมหันต์บอกก่อนจะประคองสายรุ้งออกไป ขนมปังหันมามองสายลม ก่อนจะบอก“ยะ แย่จังเนอะ” เธอขยับแว่นเล็กน้อย“ไปข้างนอกกัน” สายลมเอ่ยชวน“ปะ ไปทำไม” ขนมปังถามงงๆ“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” สายลมบอกพร้อมกับยิ้มบาง ๆใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หลังโรงเรียน เป็นที่เดียวที่คนไม่พลุกพล่านนักสายลมนั่งอยู่ที่พื้นใต้ต้นไม้ ขนมปังนั่งลงข้างๆอย่างแปลกใจ “มะ มีอะไรเหรอ” สายลมมองหน้าเธอนิ่ง จนขนมปังต้องหลบสายตาและเอ่ยถามอีก “ถะ ถ้านายไม่พูดฉันไปนะ”“ฉันชอบเธอ” สายลมโพล่งออกมาในที่สุด“หะ หา” ขนมปังตกใจ ทั้งงุนงง เธอไม่คิดเลย ไม่เคยคิดเลยซักนิดว่าจะมีใครมาพูดอย่างนี้ด้วย“ฉันชอบที่เธอใจดี ดูตื่นเต้นตลอดเว
ใบเฟิร์นบ่นกระปอดกระแปดที่คิมหันต์กับขนมปังหายไป ป่านนี้แล้วยังไม่มา เพราะใกล้จะถึงรอบที่คิมหันต์กับเหมันต์ต้องเป็นผีแล้ว อีกทั้งบัตรรอบนี้ก็ขายหมดแล้วด้วย นักเรียนหญิงที่เป็นเหล่าแฟนคลับของพ่อเทพบุตรมาออกันเต็มหน้าบ้านผีสิง เหมันต์แต่งตัวอยู่ข้างใน เขามองชุดที่ตัวเองแต่งอย่างเขินๆ ใบเฟิร์นเดินลากกระโปรงสุ่มเข้ามาบ่นงองแงงข้างในผีสิงเป็นห้องมืดๆ มีไฟดวงเล็ก ๆ เป็นระยะห่าง ๆ สลัว ๆ สีเขียวกับสีเหลือง โครงกระดูกแขวนต่องแต่ง มีตุ๊กตา แมงมุม ตะขาบ วางไว้เป็นหย่อม ๆ พร้อมกับเปิดเพลงโหยหวนที่ฟังแล้วน่าขนลุกพิลึก“ป่านนี้ไปไหนนะตาบ้าเอ๊ย” ใบเฟิร์นเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เพราะข้างในค่อนข้างมืด เธอต้องเอาไฟฉายส่องเข้ามา“ยังไม่มาอีกเหรอ” เหมันต์เอ่ยถาม ก่อนจะเขียนขอบตาให้ดำ ๆ เหมือนผี“ยังน่ะสิ โทรตามร้อยรอบแล้วเนี่ย” ใบเฟิร์นหงุดหงิดกับคิมหันต์และกับชุดด้วยเพราะชุดนี้ทำให้เธอล้มหน้าคะมำมาสองรอบแล้ว“มานี่” เหมันต์ดึงมือใบเฟิร์นมา ก่อนจะวาดขอบตาให้เธอเป็นสีดำ“ทำอะไร”“แต่งหน้าผีน่ะสิ” เขาบอกขรึมๆ ก่อนจะลงมือวาดรอยคล้ำที่หน้าเธออีกหลายแห่ง ไม่นานทั้งสองคนก็เป็นผีฝรั่งโดยสมบูรณ์ คิมหั
เพื่อนในห้องเข้ามาตกแต่งบ้านผีสิงที่โรงยิมกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนใครที่ต้องแต่งเป็นผีก็ตรวจดูชุดผีของตัวเองให้เรียบร้อย เหมันต์พลิกดูชุดผีโบราณของตัวเองอย่างเจื่อน ๆ หันมาถามใบเฟิร์นที่ท่าทางไม่ต่างกันนัก“ฉันต้องแต่งชุดนี้จริงๆเหรอ” เขาถามหน้าเสีย เมื่อเห็นชุดแบบผีฝรั่งโบราณที่ดูยุ่งเหยิงพิกล ใบเฟิร์นเองก็ยิ้มแหยๆ“นั่นสิ ดูชุดฉันสิ ตลกพิลึก” สาวแสนสวยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นชุดที่เพื่อน ๆ หามาให้ เป็นชุดผีฝรั่งโบราณเหมือนกัน แต่เป็นแบบผู้หญิงที่เป็นกระโปรงสุ่มใหญ่ ๆกับเสื้อปิดไปถึงคอ“แลกกันมั้ย” ใบเฟิร์นพูดตลก ๆ ทำเอาคนที่นิ่งเกือบตลอดเวลาหน้าเหวอไปทันที “ฮ่ะ ฮ่ะ ฉันล้อเล่นน่า แต่ดูชุดนายสิสะอาดเป็นบ้า ของฉันทั้งเก่าทั้งซีดเลย ก็อย่างว่าแหละ ฉันไม่ใช่พ่อผีเทพบุตรที่ต้องขายจูบเหมือนนายนี่นา”“เดี๋ยวฉันส่งซักให้” เหมันต์อาสา“ไม่เป็นไรล่ะ ฉันว่าตอนนี้เราสงสารคิมหันต์ก่อนดีกว่า”ทั้งสองคนหันมาทางคิมหันต์ที่หยิบชุดผีมัมมี่ของเขามาดู แล้วใช้นิ้วหยิบเหมือนรังเกียจซะเต็มประดา พลางทำสีหน้าเจื่อน ๆ แหย ๆ นี่เขาต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย ชุดผ้าสีชาเปื้อนเลือดขาด ๆ แบบนี
“นี่พวกเธอทำอะไรกันหา” อาจารย์แสงดาวที่ตอนนี้หน้าเหมือนนางยักษ์มีเขี้ยวตวาดเสียงดังลั่น มีอาจารย์โชติช่วงยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าแหย ๆ เพื่อนทั้งห้องยืนล้อมเป็นวงกลม คิมหันต์กับขนมปังที่หน้าเลอะไปด้วยเมจิกสีแดงยืนยิ้มแหยโดยเฉพาะขนมปังที่ในมือยังถือเมจิกสีแดงไว้ เบะปากเหมือนจะร้องไห้ตามเคย“ทำอย่างที่เห็นน่ะครับ” คิมหันต์ตอบเสียงเจื่อน นึกรู้ชะตากรรมขึ้นมาทันที“เหรอ” อาจารย์แสงดาวเสียงเครียดขึ้นกว่าเดิม “สงสัยว่าเธอคงจะคิดถึงห้องมืดมากสินะ”“มะ ไม่คิดค่ะ” ขนมปังตอบเสียงสั่น เพื่อนบางคนแอบหัวเราะหน้าตาของเธอที่เต็มไปด้วยเมจิก“แล้วนี่อะไรกัน ฉันให้เธอทำงานห้องไม่ใช่ให้มานั่งวาดหน้ากันเล่น”“พอดีมันเบื่อๆน่ะครับ เลยอยากทำอะไรที่เป็นศิลปะซักหน่อย” เจ้าตัวเฉไฉไปได้แบบหน้าด้าน ๆ“มะ ไม่ใช่ค่ะ” ขนมปังโพล่งขึ้น อาจารย์แสงดาวหันขวับทันที คิมหันต์รีบส่งสายตาที่มีรังสีอำมหิตมาที่สาวน้อยทันที “ชะ ใช่ก็ได้” เจ้าตัวพูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา“แล้วใครเขาสั่งเขาสอนให้เอาปะทัดโยนใส่เพื่อน หาคิมหันต์”“ขะ เขาคิดเองค่ะ” ขนมปังพูดซื่อ ๆ ทำเอาเพื่อนๆ นั่งกุมขมับกันเป็นแถว ยัยนี่นี่นะ ปากไม่ได้เ
เพื่อน ๆ นั่งทำหน้ากากผีอยู่ที่หน้าห้อง ขนมปังกับใบเฟิร์นกำลังทำความสะอาดห้องเรียน โดยมีเหมันต์กับสายลมช่วย ส่วนคิมหันต์ยังไม่กลับจากเฝ้าเทวดาบนสวรรค์ตั้งแต่คาบภาษาอังกฤษ“คิมหันต์นี่นะ มันน่าจะเอาน้ำถูพื้นสาดซะจริง” ใบเฟิร์นบ่นไปเช็ดกระดานไป“นะ นั่นสิ” ขนมปังช่วยเสริม ทั้งที่ทำหน้าหวาด ๆ ทำเอาสายลมยิ้มขำ รู้สึกชอบในความเงอะงะที่น่ารักของขนมปังขึ้นมา“เออนี่แล้วใครจะเป็นตัวแทนห้องลงประกวดคิงกับควีนของหอปีนี้ล่ะ” เสียงของพัตเตอร์ดังลั่นมาจากหน้าห้อง ใบเฟิร์นหันมาขยิบตาให้เหมันต์อย่างรู้กัน ก่อนที่เหมันต์จะเดินไปหาพัตเตอร์ที่กำลังจะเขียนรายชื่อส่ง และลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“อะไรนะ ขนมปังกับคิมหันต์เนี่ยนะ” พัตเตอร์ร้องลั่น“นายจะเสียงดังทำไม” เหมันต์ทำหน้าดุ“นายโกหกแน่ ๆ โอเคฉันไม่เถียงคิมหันต์ลงสมัครเป็นคิงไม่แปลก แต่ยัยหนมปังเป็นควีนนี่นะ แล้วห้องเราจะมีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์”“ฉันจะทำให้หนมปังป็นควีนของหอให้ได้” เหมันต์พูดยืนยัน แต่พัตเตอร์ยังส่ายหน้า ไม่ยอม“ก็ให้ใบเฟิร์นเหมือนเดิมแหละดีแล้ว ยังไงยายนั่นก็ได้เป็นแหง ๆ”“นายก็รู้ว่าถ้าใบเฟิร์นลงปีนี้ ไม่มีคนมาสมัครแน่ ๆ” เ
สี่ทุ่มแล้ว และกินอิ่มแล้ว ขนมปังกับใบเฟิร์น พยายามหาทางกลับไปที่หอ คิมหันต์ไปส่งสายรุ้งก่อนหน้าแล้ว ในห้องมีเพียงเหมันต์กับสายลม สายลมจึงเอ่ยลาสองสาว ตอนแรกเขาบอกว่าจะช่วยพาสองสาวกลับหอ แต่ขนมปังบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเขาเพิ่งมาอยู่ ยังไม่รู้เส้นทางดีนัก คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาทำเอาในห้องสะดุ้ง เฮือก
ในห้องกำลังสุมหัวปรึกษากันว่างานเปิดโรงเรียนปีนี้จะทำอะไรกันดี แต่ก็ไม่ได้ข้อตกลงกันซักที เพราะคนโน้นก็เอาอย่างนี้ คนนี้ก็จะเอาอย่างโน้น ทำเอาเสียงเถียงกันดังลั่นห้อง จนสุดท้ายคิมหันต์ก็ทนไม่ไหว ส่งเสียงมาจากหลังห้อง“บ้านผีสิง” คิมหันต์โพล่งขึ้น ทำเอาเพื่อนที่จับกลุ่มหันมามองกันขวับ จ้องเขาราว
คาบแรกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ วิชาที่แสนจะเป็นที่น่าเบื่อและไม่เคยเป็นที่สนใจของคิมหันต์ เขาจึงชิงหลับไปก่อนตั้งแต่อาจารย์ยังไม่เข้ามาสอนปั่บ ปั่บ!!!เสียงไม้กระทบกับโต๊ะ ของอาจารย์สาว หน้าตาคมคนหนึ่งดังขึ้น“ตื่น ตื่น คิมหันต์ ที่นี่โรงเรียนนะ” อาจารย์ส่งเสียงดุมา แต่ไม่มีทีท่าว่าคนที่หลับอยู่จะขยับต
ขนมปังเดินออกมาจากห้องมืดกลับมาอาบน้ำแต่เช้าพร้อมกับรายงานอาจารย์แสงดาวว่าเธอได้ถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารพร้อมกับใบเฟิร์น สักพักโต๊ะของเธอก็สะเทือนเมื่อมีมือของใครไม่รู้มาทุบโต๊ะ ดัง ปัง!!! พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายรุ้งมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขนมปังมองเธอหวาด ๆ







