Mag-log inคาบแรกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ วิชาที่แสนจะเป็นที่น่าเบื่อและไม่เคยเป็นที่สนใจของคิมหันต์ เขาจึงชิงหลับไปก่อนตั้งแต่อาจารย์ยังไม่เข้ามาสอน
ปั่บ ปั่บ!!!
เสียงไม้กระทบกับโต๊ะ ของอาจารย์สาว หน้าตาคมคนหนึ่งดังขึ้น
“ตื่น ตื่น คิมหันต์ ที่นี่โรงเรียนนะ” อาจารย์ส่งเสียงดุมา แต่ไม่มีทีท่าว่าคนที่หลับอยู่จะขยับตัวแม้แต่น้อย
“ฉันนับหนึ่งถึงสาม ถ้าเธอไม่ตื่น คืนนี้ฉันจะให้เธอไปนอนห้องมืดอีกคืน”
พรวด!!!!
เท่านั้นแหละ คิมหันต์ก็ลุกมานั่งคอตั้งอย่างรวดเร็ว พลางส่งยิ้มหวาน ตาปรือมาให้
“ครูไม่ใช่คนใจร้ายอย่างนั้นหรอกครับ ผมรู้”
“อาจจะมากกว่านั้นก็ได้นะ” ครูสาวส่งสายตาคมเฉียบมา จนทำเอาคนที่ถูกมองเย็นวาบ
“วันนี้ มีนักเรียนย้ายมาใหม่ ครูอยากจะแนะนำให้เธอรู้จัก”
นักเรียนในห้องต่างก็แปลกใจ เพราะนี่ก็ม.6 แล้ว การที่จะมีใครย้ายเข้ามาเป็นเรื่องที่น่าแปลกไม่น้อย แล้วร่างของชายหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาพอใช้ได้ แต่จะดูธรรมดามากเมื่อเทียบกับพ่อเทพบุตรอย่างเหมันต์กับคิมหันต์ ก้าวเข้ามาส่งยิ้มซื่อ ๆ ร่างสูง ใบหน้าบ่งบอกถึงความเป็นคนซื่อ ๆ ไว้ผมทรงนักเรียนเกรียน
“สวัสดีครับ ผมชื่อ สายลมครับ เพิ่งย้ายมาจากต่างจังหวัดครับ” น้ำเสียงสำเนียงแปร่งๆของคนพื้นเมืองเอ่ยออกมาจากปากของนักเรียนที่ย้ายเข้ามาใหม่ กิริยาท่าทางเป็นมิตรติดจะเขินอยู่เล็กน้อยด้วย
“ยังไงครูก็ฝากเพื่อนด้วยนะ” ครูสาวหน้าคมฝากฝังก่อนจะหันมาสั่ง “หนมปัง เธอดูแลเพื่อนด้วยนะ ในฐานะที่เธอเป็นหัวหน้าห้อง”
“คะ ค่ะ” ขนมปังผงกหัวงก ๆ รับคำสั่ง
“ให้ตายสิ ใครเลือกยัยนี่เป็นหัวหน้านะ” คิมหันต์บ่นพึมพำอยู่ข้างหลัง
เหมันต์เหล่ตามองน้องชายด้วยความหมั่นไส้
“หนึ่งในนั้นก็นายไม่ใช่เหรอ” คิมหันต์หันมาแยกเขี้ยวใส่พี่ชาย ตอนนั้นเขาอยากแกล้งยัยเฉิ่มนี่เฉย ๆ หรอกน่า ก่อนจะหันมามองเพื่อนใหม่ แล้วก็ตัดสินใจเอาเองว่าไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ คิดได้แล้วเจ้าตัวก็ตัดสินใจไปเฝ้าเทพบนสรวงสวรรค์อีกครั้ง
เหมันต์หันมาเหล่ตามองน้องชายตัวดีอย่างเบื่อหน่าย ว่างเป็นหลับ ขยับเป็นป่วนทุกที
“เธอ เป็นหัวหน้าห้องเหรอ” สายลมเอ่ยถามขนมปัง
“ชะ ใช่” ขนมปังยิ้มให้เพื่อนใหม่อย่างเป็นมิตร
“ยินดีที่ได้รู้จัก” สายลมเอ่ยก่อน
“ยะ ยินดีเหมือนกัน ฉันชื่อหนมปัง นี่ ใบเฟิร์น” ขนมปังแนะนำ เพื่อนอีกหลายคนก็แนะนำตัวอย่างสนุกสนาน รวมทั้งเหมันต์ที่เข้ามาทำความรู้จักด้วย เว้นก็แต่คิมหันต์ที่เข้าฌาณไปเป็นที่เรียบร้อย
.............................................................................
“นี่นี่ วันนี้ไปเลี้ยงต้อนรับเพื่อนใหม่กันดีกว่า” คนที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่สักนิดอย่าคิมหันต์เป็นตัวตั้งตัวตีชักชวนเพื่อนได้แบบหน้าไม่อาย
“นายรู้จักเพื่อนใหม่แล้วเหรอ” เหมันต์ดักคอ เหล่ตามองน้องชายด้วยความหมั่นไส้
“ก็ยัง ไงล่ะ เลยต้องจัดงานเลี้ยงจะได้ทำความรู้จัก” เจ้าตัวเฉไฉไปเรื่อย ยังไงก็จะจัดงานเลี้ยงให้ได้
“ฉันว่านายอยากจัดเลี้ยงตัวเองมากกว่า” ใบเฟิร์นเหล่ตามองอย่างรู้ทัน
“น่านะ เนี่ย เราไปเลี้ยงกันห้าคนก็ได้” คิมหันต์คะยั้นคะยอด้วยหน้าตาเจ้าเล่ห์
“ฉะ ฉันไม่ดีกว่า” ขนมปังปฏิเสธออกมา
“เธอว่าไงนะยัยเฉิ่ม”
“ฉะ ฉันรู้ว่านายจะให้ไปเลี้ยงที่ห้องของนาย” ขนมปังรู้ทันอีกแล้ว ยายนี่รู้ดีเป็นบ้า
“แล้วไง ก็แค่แอบเข้าหอชาย ทำยังกะไม่เคยทำ” คิมหันต์ยักไหล่ไม่แคร์
เคยสิ ขนมปังกับใบเฟิร์นเคยแอบเข้าไปในหอชาย เพื่อจะเลี้ยงวันเกิดของใบเฟิร์น เพราะคิมหันต์นั่นแหละเป็นคนต้นคิด จนถูกจับได้ ทุกคนหนีทันหมด ยกเว้นขนมปังที่ต้องไปนอนห้องมืดอยู่คนเดียว เพราะหนีไม่ทัน
“นายนี่มัน วันวันไม่คิดอะไรอย่างอื่นเลยนะ นอกจากเล่นสนุกไปวันๆ” ใบเฟิร์นบ่นให้เพื่อนกระปอดกระแปด
“ว่าไงล่ะ นายคนหน้าตาธรรมดา” คิมหันต์หันมาถามสายลมที่ยืนนิ่งอยู่นาน
“ก็เอาสิ ฉันยังไงก็ได้”
“งั้นตกลงว่าไป” คิมหันต์สรุปง่ายๆ
“ตะ แต่ว่าถ้าฉันหนีไม่ทันแล้วโดนจับเข้าห้องมืดอีกล่ะ” ขนมปังยังจำความรู้สึกที่ถูกจับได้คนเดียวได้ดี เลยไม่ค่อยแน่ใจในความปลอดภัยของตัวเองนัก
“เอาน่า ถ้าเธอโดนจับ คราวนี้ฉันจะไปนอนเป็นเพื่อนเธอ ตกลง”
“ฉะ ฉันไม่อยากนอนกับนายแล้วนี่”
“ทำไม ผู้หญิงครึ่งค่อนโรงเรียน เขาก็อยากนอนกับฉันทั้งนั้นแหละ”
“นะ นายกรนเสียงดัง”
“ยายเฉิ่มมม,,,…” คิมหันต์ตะโกนร้องด้วยความโมโหที่เธอเอาความลับของเขามาเปิดเผย
........................................
คิมหันต์โวยวายโหวกเหวกในห้องแต่งตัว ที่ขนมปังไม่ยอมปลุกเขา แถมแม่คนจอมเฉิ่มก็พูดเหมือนเดิม“นะ นายไม่ได้บอกไว้นี่” เออ เขาไม่ได้บอกหรอก อยากจะบ้ากับยัยนี่จริง ๆ คิมหันต์กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ หน้าตายุ่งเหยิงเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอน เอาแต่คิดเรื่องสายรุ้งไปมาทั้งคืน“นี่นายเลิกทำหน้ายุ่งได้มั๊ย คิดว่าตัวเองหล่อมากหรือไงฮะ” เพื่อนที่ต้องทำหน้าที่แต่งหน้าให้โวยวายลั่นเมื่อคิมหันต์เอาแต่หน้าเบ้“จะแต่งมั้ย ไม่แต่งก็ไม่ต้องแต่ง” เขาโวยกลับเสียงดังลั่น ก่อนจะเอามือยีผมด้วยความโมโห ไอ้พี่บ้าเอ้ย คิดยังไงมาเอาเขาไปประกวดบ้าบออะไรแบบนี้ทำไมก็ไม่รู้ปึง !!! เพื่อนสาวประเภทสองโยนเครื่องมือแต่งหน้าทิ้งด้วยความโมโห“ไม่แต่งแล้ว ไอ้คนเรื่องมาก” แล้วเจ้าตัวก็เดินฉับ ๆ ออกไปด้วยความโมโห“นะ นายไปว่าเขาทำไม” ขนมปังเอ่ยถาม“ก็เขาอยากโวยวายทำไมเล่า” คิมหันต์พูดอย่างหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่“ขะ เขาอุตส่าห์แต่งให้ นะ นายใจร้าย” ขนมปังต่อว่า ทั้งที่ทำท่าทางหวาดๆ“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เขามาแต่งให้นี่” คิมหันต์ว่าใส่“ขะเขามีน้ำใจ”“เธอนี่มัน………..” คิมหันต์เถียงไม่ออก เมื่อแม่คนซื่อพูดจนเขารู้สึกผ
คิมหันต์ยืนตัวแข็งอยู่สักพัก ก่อนจะดึงร่างนั้นออกอย่างแรง สายลมเองก็ยืนตะลึงตาค้างเหมือนกัน“เฮ้ย ใครปิดไฟวะ” คิมหันต์โวยวายเสียงดัง ก่อนที่ไฟสลัว ๆ จะสว่างพรึบพรับขึ้นมา สายรุ้งล้มแอ้งแม้งร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น ขนมปังยืนงงๆหน้าแหย เหมือนเคย สายลมยืนอยู่อีกมุม คิมหันต์รีบเดินเข้าไปประคองสายรุ้ง“เป็นไงบ้างสายรุ้ง”“เจ็บ” สายรุ้งจุกเพราะโดนผลักอย่างแรง“ฉะ ฉันช่วยมั้ย” ขนมปังเดินเข้ามาประคองอีกคน“ไม่เป็นไร” คิมหันต์บอกก่อนจะประคองสายรุ้งออกไป ขนมปังหันมามองสายลม ก่อนจะบอก“ยะ แย่จังเนอะ” เธอขยับแว่นเล็กน้อย“ไปข้างนอกกัน” สายลมเอ่ยชวน“ปะ ไปทำไม” ขนมปังถามงงๆ“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” สายลมบอกพร้อมกับยิ้มบาง ๆใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หลังโรงเรียน เป็นที่เดียวที่คนไม่พลุกพล่านนักสายลมนั่งอยู่ที่พื้นใต้ต้นไม้ ขนมปังนั่งลงข้างๆอย่างแปลกใจ “มะ มีอะไรเหรอ” สายลมมองหน้าเธอนิ่ง จนขนมปังต้องหลบสายตาและเอ่ยถามอีก “ถะ ถ้านายไม่พูดฉันไปนะ”“ฉันชอบเธอ” สายลมโพล่งออกมาในที่สุด“หะ หา” ขนมปังตกใจ ทั้งงุนงง เธอไม่คิดเลย ไม่เคยคิดเลยซักนิดว่าจะมีใครมาพูดอย่างนี้ด้วย“ฉันชอบที่เธอใจดี ดูตื่นเต้นตลอดเว
ใบเฟิร์นบ่นกระปอดกระแปดที่คิมหันต์กับขนมปังหายไป ป่านนี้แล้วยังไม่มา เพราะใกล้จะถึงรอบที่คิมหันต์กับเหมันต์ต้องเป็นผีแล้ว อีกทั้งบัตรรอบนี้ก็ขายหมดแล้วด้วย นักเรียนหญิงที่เป็นเหล่าแฟนคลับของพ่อเทพบุตรมาออกันเต็มหน้าบ้านผีสิง เหมันต์แต่งตัวอยู่ข้างใน เขามองชุดที่ตัวเองแต่งอย่างเขินๆ ใบเฟิร์นเดินลากกระโปรงสุ่มเข้ามาบ่นงองแงงข้างในผีสิงเป็นห้องมืดๆ มีไฟดวงเล็ก ๆ เป็นระยะห่าง ๆ สลัว ๆ สีเขียวกับสีเหลือง โครงกระดูกแขวนต่องแต่ง มีตุ๊กตา แมงมุม ตะขาบ วางไว้เป็นหย่อม ๆ พร้อมกับเปิดเพลงโหยหวนที่ฟังแล้วน่าขนลุกพิลึก“ป่านนี้ไปไหนนะตาบ้าเอ๊ย” ใบเฟิร์นเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เพราะข้างในค่อนข้างมืด เธอต้องเอาไฟฉายส่องเข้ามา“ยังไม่มาอีกเหรอ” เหมันต์เอ่ยถาม ก่อนจะเขียนขอบตาให้ดำ ๆ เหมือนผี“ยังน่ะสิ โทรตามร้อยรอบแล้วเนี่ย” ใบเฟิร์นหงุดหงิดกับคิมหันต์และกับชุดด้วยเพราะชุดนี้ทำให้เธอล้มหน้าคะมำมาสองรอบแล้ว“มานี่” เหมันต์ดึงมือใบเฟิร์นมา ก่อนจะวาดขอบตาให้เธอเป็นสีดำ“ทำอะไร”“แต่งหน้าผีน่ะสิ” เขาบอกขรึมๆ ก่อนจะลงมือวาดรอยคล้ำที่หน้าเธออีกหลายแห่ง ไม่นานทั้งสองคนก็เป็นผีฝรั่งโดยสมบูรณ์ คิมหั
เพื่อนในห้องเข้ามาตกแต่งบ้านผีสิงที่โรงยิมกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนใครที่ต้องแต่งเป็นผีก็ตรวจดูชุดผีของตัวเองให้เรียบร้อย เหมันต์พลิกดูชุดผีโบราณของตัวเองอย่างเจื่อน ๆ หันมาถามใบเฟิร์นที่ท่าทางไม่ต่างกันนัก“ฉันต้องแต่งชุดนี้จริงๆเหรอ” เขาถามหน้าเสีย เมื่อเห็นชุดแบบผีฝรั่งโบราณที่ดูยุ่งเหยิงพิกล ใบเฟิร์นเองก็ยิ้มแหยๆ“นั่นสิ ดูชุดฉันสิ ตลกพิลึก” สาวแสนสวยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นชุดที่เพื่อน ๆ หามาให้ เป็นชุดผีฝรั่งโบราณเหมือนกัน แต่เป็นแบบผู้หญิงที่เป็นกระโปรงสุ่มใหญ่ ๆกับเสื้อปิดไปถึงคอ“แลกกันมั้ย” ใบเฟิร์นพูดตลก ๆ ทำเอาคนที่นิ่งเกือบตลอดเวลาหน้าเหวอไปทันที “ฮ่ะ ฮ่ะ ฉันล้อเล่นน่า แต่ดูชุดนายสิสะอาดเป็นบ้า ของฉันทั้งเก่าทั้งซีดเลย ก็อย่างว่าแหละ ฉันไม่ใช่พ่อผีเทพบุตรที่ต้องขายจูบเหมือนนายนี่นา”“เดี๋ยวฉันส่งซักให้” เหมันต์อาสา“ไม่เป็นไรล่ะ ฉันว่าตอนนี้เราสงสารคิมหันต์ก่อนดีกว่า”ทั้งสองคนหันมาทางคิมหันต์ที่หยิบชุดผีมัมมี่ของเขามาดู แล้วใช้นิ้วหยิบเหมือนรังเกียจซะเต็มประดา พลางทำสีหน้าเจื่อน ๆ แหย ๆ นี่เขาต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย ชุดผ้าสีชาเปื้อนเลือดขาด ๆ แบบนี
“นี่พวกเธอทำอะไรกันหา” อาจารย์แสงดาวที่ตอนนี้หน้าเหมือนนางยักษ์มีเขี้ยวตวาดเสียงดังลั่น มีอาจารย์โชติช่วงยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าแหย ๆ เพื่อนทั้งห้องยืนล้อมเป็นวงกลม คิมหันต์กับขนมปังที่หน้าเลอะไปด้วยเมจิกสีแดงยืนยิ้มแหยโดยเฉพาะขนมปังที่ในมือยังถือเมจิกสีแดงไว้ เบะปากเหมือนจะร้องไห้ตามเคย“ทำอย่างที่เห็นน่ะครับ” คิมหันต์ตอบเสียงเจื่อน นึกรู้ชะตากรรมขึ้นมาทันที“เหรอ” อาจารย์แสงดาวเสียงเครียดขึ้นกว่าเดิม “สงสัยว่าเธอคงจะคิดถึงห้องมืดมากสินะ”“มะ ไม่คิดค่ะ” ขนมปังตอบเสียงสั่น เพื่อนบางคนแอบหัวเราะหน้าตาของเธอที่เต็มไปด้วยเมจิก“แล้วนี่อะไรกัน ฉันให้เธอทำงานห้องไม่ใช่ให้มานั่งวาดหน้ากันเล่น”“พอดีมันเบื่อๆน่ะครับ เลยอยากทำอะไรที่เป็นศิลปะซักหน่อย” เจ้าตัวเฉไฉไปได้แบบหน้าด้าน ๆ“มะ ไม่ใช่ค่ะ” ขนมปังโพล่งขึ้น อาจารย์แสงดาวหันขวับทันที คิมหันต์รีบส่งสายตาที่มีรังสีอำมหิตมาที่สาวน้อยทันที “ชะ ใช่ก็ได้” เจ้าตัวพูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา“แล้วใครเขาสั่งเขาสอนให้เอาปะทัดโยนใส่เพื่อน หาคิมหันต์”“ขะ เขาคิดเองค่ะ” ขนมปังพูดซื่อ ๆ ทำเอาเพื่อนๆ นั่งกุมขมับกันเป็นแถว ยัยนี่นี่นะ ปากไม่ได้เ
เพื่อน ๆ นั่งทำหน้ากากผีอยู่ที่หน้าห้อง ขนมปังกับใบเฟิร์นกำลังทำความสะอาดห้องเรียน โดยมีเหมันต์กับสายลมช่วย ส่วนคิมหันต์ยังไม่กลับจากเฝ้าเทวดาบนสวรรค์ตั้งแต่คาบภาษาอังกฤษ“คิมหันต์นี่นะ มันน่าจะเอาน้ำถูพื้นสาดซะจริง” ใบเฟิร์นบ่นไปเช็ดกระดานไป“นะ นั่นสิ” ขนมปังช่วยเสริม ทั้งที่ทำหน้าหวาด ๆ ทำเอาสายลมยิ้มขำ รู้สึกชอบในความเงอะงะที่น่ารักของขนมปังขึ้นมา“เออนี่แล้วใครจะเป็นตัวแทนห้องลงประกวดคิงกับควีนของหอปีนี้ล่ะ” เสียงของพัตเตอร์ดังลั่นมาจากหน้าห้อง ใบเฟิร์นหันมาขยิบตาให้เหมันต์อย่างรู้กัน ก่อนที่เหมันต์จะเดินไปหาพัตเตอร์ที่กำลังจะเขียนรายชื่อส่ง และลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“อะไรนะ ขนมปังกับคิมหันต์เนี่ยนะ” พัตเตอร์ร้องลั่น“นายจะเสียงดังทำไม” เหมันต์ทำหน้าดุ“นายโกหกแน่ ๆ โอเคฉันไม่เถียงคิมหันต์ลงสมัครเป็นคิงไม่แปลก แต่ยัยหนมปังเป็นควีนนี่นะ แล้วห้องเราจะมีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์”“ฉันจะทำให้หนมปังป็นควีนของหอให้ได้” เหมันต์พูดยืนยัน แต่พัตเตอร์ยังส่ายหน้า ไม่ยอม“ก็ให้ใบเฟิร์นเหมือนเดิมแหละดีแล้ว ยังไงยายนั่นก็ได้เป็นแหง ๆ”“นายก็รู้ว่าถ้าใบเฟิร์นลงปีนี้ ไม่มีคนมาสมัครแน่ ๆ” เ
สี่ทุ่มแล้ว และกินอิ่มแล้ว ขนมปังกับใบเฟิร์น พยายามหาทางกลับไปที่หอ คิมหันต์ไปส่งสายรุ้งก่อนหน้าแล้ว ในห้องมีเพียงเหมันต์กับสายลม สายลมจึงเอ่ยลาสองสาว ตอนแรกเขาบอกว่าจะช่วยพาสองสาวกลับหอ แต่ขนมปังบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเขาเพิ่งมาอยู่ ยังไม่รู้เส้นทางดีนัก คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาทำเอาในห้องสะดุ้ง เฮือก
ในห้องกำลังสุมหัวปรึกษากันว่างานเปิดโรงเรียนปีนี้จะทำอะไรกันดี แต่ก็ไม่ได้ข้อตกลงกันซักที เพราะคนโน้นก็เอาอย่างนี้ คนนี้ก็จะเอาอย่างโน้น ทำเอาเสียงเถียงกันดังลั่นห้อง จนสุดท้ายคิมหันต์ก็ทนไม่ไหว ส่งเสียงมาจากหลังห้อง“บ้านผีสิง” คิมหันต์โพล่งขึ้น ทำเอาเพื่อนที่จับกลุ่มหันมามองกันขวับ จ้องเขาราว
ขนมปังเดินออกมาจากห้องมืดกลับมาอาบน้ำแต่เช้าพร้อมกับรายงานอาจารย์แสงดาวว่าเธอได้ถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารพร้อมกับใบเฟิร์น สักพักโต๊ะของเธอก็สะเทือนเมื่อมีมือของใครไม่รู้มาทุบโต๊ะ ดัง ปัง!!! พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายรุ้งมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขนมปังมองเธอหวาด ๆ
วันนี้เริ่มเรียนเป็นวันแรก คิมหันต์กับเหมันต์จองโต๊ะตัวหลังตามเคย เหมันต์ชอบแอบอ่านหนังสือจึงไม่เหมาะจะนั่งหน้าเท่าไหร่ คิมหันต์ก็ชอบงีบหลับ ยิ่งไม่เหมาะกับการนั่งหน้าเข้าไปใหญ่ ขนมปังนั่งกับใบเฟิร์นหน้าห้องเพื่อเลี่ยงกับการต้องถูกคิมหันต์แกล้ง แต่ก็ยังมิวายปั่กก!ขนมปังหันมามองงง ๆ เมื่อรู้สึ







