LOGINสี่ทุ่มแล้ว และกินอิ่มแล้ว ขนมปังกับใบเฟิร์น พยายามหาทางกลับไปที่หอ คิมหันต์ไปส่งสายรุ้งก่อนหน้าแล้ว ในห้องมีเพียงเหมันต์กับสายลม สายลมจึงเอ่ยลาสองสาว ตอนแรกเขาบอกว่าจะช่วยพาสองสาวกลับหอ แต่ขนมปังบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเขาเพิ่งมาอยู่ ยังไม่รู้เส้นทางดีนัก คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาทำเอาในห้องสะดุ้ง เฮือก พอหันไปเห็นว่าเป็นคิมหันต์ก็โล่งอก
“ฉันหวังว่าวันนี้อาจารย์แสงดาวจะไม่เข้าไปตรวจหอหญิงนะ” ใบเฟิร์นพูดมาลอย ๆ ทำเอาขนมปังตาโตเดินไปดูปฏิทินที่ติดอยู่ข้างฝา ก่อนจะเบะปาก “ยะ แย่แล้ว วันนี้วันที่ 5 วันตรวจหอประจำเดือน”
“อะไรนะ” ใบเฟิร์นร้องเสียงดัง
“วะ วันนี้วันตรวจหอ” ขนมปังย้ำ หน้าเสีย คิมหันต์เองยังสยองไปด้วย ถ้าตรวจเจอว่ายัยสองคนนี้ไม่อยู่ในห้องนะ มีหวังสองสาวได้นอนห้องมืดยาวแน่ ๆ
เหมันต์ไม่รอช้าลากมือใบเฟิร์นไปอย่างเร็ว “กลับหอ” เสียงเข้ม ๆ ที่ทำเอาใบเฟิร์นหน้าเหรอ
“เธอด้วย” คิมหันต์ลากขนมปังตามไปอีกคน สายลมมองตามงง ๆ ก่อนจะเดินกลับออกไปที่ห้องของตัวเอง
ทั้งสี่คนมาด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่หน้าหอ ขนมปังหน้าเหลือแค่ครึ่งนิ้วด้วยความกลัว ตอนนี้หอหญิงวุ่นวายใหญ่เพราะสองสาวหายไป นั่นแสดงว่าอาจารย์แสงดาวต้องรู้แล้วว่าเธอสองคนไม่ได้อยู่ในห้อง
“ทำไงดีล่ะเหมันต์”
“ยังไม่รู้เลย”
“โดนขังห้องมืดแน่ ๆ” ใบเฟิร์นไม่เคยนอนห้องมืดเพราะไม่ค่อยจะทำความผิดอะไร ผิดกับขนมปังมักจะต้องไปนอนเพราะติดร่างแหที่คิมหันต์หว่านมาโดนเธอทุกครั้ง
“ทำไมไม่นึกให้เร็วกว่านี้ห่ะ ! ยัยเฉิ่ม ลืมได้ไงว่าวันนี้เป็นวันตรวจหอ” คิมหันต์หันมาดุขนมปังที่เฟอะฟะลืมไปว่าวันนี้เป็นวันตรวจหอ
“กะ ก็ฉันลืมนี่นา” ขนมปังบอกเสียงสั่นบีบมือเขาแน่น “ทะ ทำไงดีล่ะ”
“จะไปรู้เหรอ”
……………………………………………..
ที่หออาจารย์แสงดาวเดินให้วุ่นพร้อมนักเรียนจำนวนหนึ่งหลังจากที่ตรวจหอแล้วไม่พบขนมปังกับใบเฟิร์นทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว ก่อนที่ทั้งหมดจะถือไฟฉายสาดส่องไปทั่ว หาดูว่าสองสาวไปหลบที่ไหน
“หนูเห็นเขาไปที่หอชายค่ะ”
เอ๋ ใครเป็นคนบอกนะ ทั้งสี่คนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย รู้สึกว่าเสียงคุ้นหูยังไงก็ไม่รู้
“ดี งั้นตามครูไปที่หอชายเดี๋ยวนี้” อาจารย์แสงดาวเดินพรวดพราดไปอย่างเร็ว มีนักเรียนที่ออกมาช่วยกันตามหากลุ่มหนึ่งเดินตามเหมันต์กับคิมหันต์รีบกดหัวสองสาวลงกับพื้น พร้อมกับกดตัวเองหมอบต่ำลงด้วย อาจารย์แสงดาวจึงเดินไปโดยไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีคนสี่คนหลบอยู่ที่พุ่มไม้
“กลับไปที่หอให้เร็วที่สุดเลยนะ” เหมันต์สั่ง ใบเฟิร์นจึงจูงมือขนมปังวิ่งเข้าหออย่างเร็ว เหมันต์กับคิมหันต์ซุ่มมองจนเห็นว่าสองสาวเข้าไปในหอหญิงจนปลอดภัยแล้ว ทั้งสองคนจึงหมอบตัวต่ำลง หันหลังเดินกลับหออย่างระมัดระวัง
.............................................................................
“เธอสองคนไปไหนมา” อาจารย์แสงดาวตวาดใส่สองสาวเสียงดังลั่น หลังจากที่ต้องไปเดินตามหาลูกศิษย์จนทั่วหอชาย
“ดะ เดินเล่นค่ะ” นาน ๆ ทีขนมปังจะยอมผิดศีล โกหกสักครั้งอย่างไม่เต็มใจเท่าไรนัก แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เธอไม่อยากให้ใบเฟิร์นเดือดร้อน
“อย่ามาโกหกครู หนมปัง” อาจารย์แสงดาวตวาดใส่ จนใบเฟิร์นกับขนมปังสะดุ้ง
“ไม่จริงหรอกค่ะครูหนูเห็นว่าสองคนนี้เขาไปที่หอชาย” สายรุ้งที่กลับมาก่อนอย่างปลอดภัย กำลังยืนใส่ร้ายสองสาวฉอด ๆ ก่อนจะยิ้มเยาะ ใบเฟิร์นกัดฟันด้วยความเจ็บใจ ยายนี่ร้ายนัก น่าเจ็บใจ ไม่น่าปล่อยให้คิมหันต์มาส่งแม่นี่ก่อนเลย
“หนูจะไปหอชายทำไมล่ะคะ ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ หนูสองคนแค่ไปเดินเล่นรอบ ๆ หอ คิดเรื่องงานวันเปิดโรงเรียนเท่านั้นแหละค่ะ” อาจารย์แสงดาวมีสีหน้าอ่อนลงเมื่อพูดถึงงานเปิดโรงเรียนเพราะโดยส่วนตัวอยากให้นักเรียนสนใจงานโรงเรียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
“แต่ว่าเธอทำให้ครูกับเพื่อน ๆ ของเธอปั่นป่วน” อาจารย์แสงดาวบอกสองสาว “เพราะฉะนั้นเธอต้องทำเวรที่ห้องเรียนแค่สองคนเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์”
“อะไรนะคะ” ใบเฟิร์นร้องขึ้นอย่างหัวเสีย ขนมปังได้แต่ยิ้มแหยๆ เธอชินซะแล้วกับการถูกลงโทษแบบนี้ สายรุ้งมองฮึดฮัดขัดใจอยู่เงียบ ๆ เพราะหวังว่าสองสาวจะโดนขังไว้ในห้องมืดซักสองสามวันแทน
..............................................
“เพราะนาย เพราะนายคนเดียวเลย” ใบเฟิร์นโวยลั่นแต่เช้า เพราะเธอต้องมาทำเวรกับขนมปังแค่สองคนตั้งอาทิตย์นึง
“เธอก็เรียกเหล่าบรรดาผู้ชายแฟนคลับของเธอมาช่วยสิ” คิมหันต์พูดเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร เหมันต์นั่งหน้าเครียดอยู่กับสายลม
“เดี๋ยวฉันช่วย” เหมันต์พูดขึ้น
“มะ ไม่เป็นไรหรอก” ขนมปังปฏิเสธ ก่อนจะหยิบเอาหนังสือขึ้นมาเปิด
“หนังสืออะไรน่ะ” คิมหันต์หันมาถามอย่างสนใจ
“ฉะ ฉันจะดูว่าจะแต่งเป็นผีอะไรได้มั่ง อีกไม่นานจะถึงวันงานแล้ว” ขนมปังพูดก่อนจะเปิดหนังสือดู เพื่อนในห้องหลายคนเดินมาดู รวมทั้งยายหมูกับพัตเตอร์ด้วย
“ดูสิ นี่ผีมัมมี่นี้ก็เข้าท่าเนอะ” ยายหมูพูดอย่างร่าเริง
“ฉันว่าเธอน่าจะแต่งเป็นผีหมูตุ๋นมากกว่านะ” พัตเตอร์แซว ยายหมูเลยฟาดมือหนาอวบเข้าที่กบาลของเขาซะหนึ่งที
“เจ็บนะยัยหมูอ้วน”
“เจ็บก็อย่าพูดมากเดี๋ยวปั๊ด ตบ”
“แล้วเธอแต่งเป็นอะไรดีล่ะ หนมปัง”
“ฉะ ฉันต้องแต่งด้วยเหรอ” ขนมปังทำหน้าแหยง หวังในใจว่าเธอน่าจะรอดพ้นการทำอะไรแบบนี้สักครั้ง
“เอ้า ! ก็ถ้าเธอไม่แต่ง แล้วเธอจะเอาหนังสือมาดูทำไมเล่า” คิมหันต์ถามงงๆ
“กะ ก็ว่าจะเอามาให้นายดู นายต้องแต่งเป็นผีเทพบุตรไม่ใช่เหรอ”
“ให้ฉัน” คิมหันต์ขึ้นเสียงสูง “ไม่ได้เธอต้องแต่งด้วย มานี่ฉันเลือกให้” คิมหันต์พูดพลางแย่งหนังสือมาดู ก่อนที่จะหันมามองหน้าสาวเฉิ่ม “แต่ฉันว่าเธอไม่ต้องแต่งหรอก แค่นี้ก็เหมือนผีจะแย่” เขาว่าก่อนจะหัวเราะเสียงดัง
“ฉะ ฉันยังไม่ตายซักหน่อย”
“แต่เธอน่ะเหมือนตายมาแล้วตั้งนาน ดูสิ หน้าก็โปน ผมก็ยุ่ง” แล้วคนตัวดีก็จับผมสาวน้อยดึงเล่นอย่างคุ้นมือ
“นะ นายอย่ามาจับผมฉันนะ มือนายสกปรก”
“มือฉันสะอาดกว่าหัวยุ่งๆของเธออีก”
“มะ ไม่มีทาง ฉันสระผมทุกวัน” ขนมปังมองคิมหันต์อย่างเคือง ๆ
“ไหนดูซิมีรังแครึเปล่า” ว่าแล้วเขาก็แหวกหัวของหญิงสาวออกดู จนขนมปังร้องลั่น
“ยะ อย่านะไอ้บ้า”
ทุกคนมองขนมปังอย่างสงสารที่โดนคิมหันต์แกล้งมาตั้งแต่เด็กจนโต คิมหันต์เองก็ไม่ยอมแกล้งใคร นอกจากขนมปังคนเดียว
คิมหันต์โวยวายโหวกเหวกในห้องแต่งตัว ที่ขนมปังไม่ยอมปลุกเขา แถมแม่คนจอมเฉิ่มก็พูดเหมือนเดิม“นะ นายไม่ได้บอกไว้นี่” เออ เขาไม่ได้บอกหรอก อยากจะบ้ากับยัยนี่จริง ๆ คิมหันต์กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ หน้าตายุ่งเหยิงเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอน เอาแต่คิดเรื่องสายรุ้งไปมาทั้งคืน“นี่นายเลิกทำหน้ายุ่งได้มั๊ย คิดว่าตัวเองหล่อมากหรือไงฮะ” เพื่อนที่ต้องทำหน้าที่แต่งหน้าให้โวยวายลั่นเมื่อคิมหันต์เอาแต่หน้าเบ้“จะแต่งมั้ย ไม่แต่งก็ไม่ต้องแต่ง” เขาโวยกลับเสียงดังลั่น ก่อนจะเอามือยีผมด้วยความโมโห ไอ้พี่บ้าเอ้ย คิดยังไงมาเอาเขาไปประกวดบ้าบออะไรแบบนี้ทำไมก็ไม่รู้ปึง !!! เพื่อนสาวประเภทสองโยนเครื่องมือแต่งหน้าทิ้งด้วยความโมโห“ไม่แต่งแล้ว ไอ้คนเรื่องมาก” แล้วเจ้าตัวก็เดินฉับ ๆ ออกไปด้วยความโมโห“นะ นายไปว่าเขาทำไม” ขนมปังเอ่ยถาม“ก็เขาอยากโวยวายทำไมเล่า” คิมหันต์พูดอย่างหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่“ขะ เขาอุตส่าห์แต่งให้ นะ นายใจร้าย” ขนมปังต่อว่า ทั้งที่ทำท่าทางหวาดๆ“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เขามาแต่งให้นี่” คิมหันต์ว่าใส่“ขะเขามีน้ำใจ”“เธอนี่มัน………..” คิมหันต์เถียงไม่ออก เมื่อแม่คนซื่อพูดจนเขารู้สึกผ
คิมหันต์ยืนตัวแข็งอยู่สักพัก ก่อนจะดึงร่างนั้นออกอย่างแรง สายลมเองก็ยืนตะลึงตาค้างเหมือนกัน“เฮ้ย ใครปิดไฟวะ” คิมหันต์โวยวายเสียงดัง ก่อนที่ไฟสลัว ๆ จะสว่างพรึบพรับขึ้นมา สายรุ้งล้มแอ้งแม้งร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น ขนมปังยืนงงๆหน้าแหย เหมือนเคย สายลมยืนอยู่อีกมุม คิมหันต์รีบเดินเข้าไปประคองสายรุ้ง“เป็นไงบ้างสายรุ้ง”“เจ็บ” สายรุ้งจุกเพราะโดนผลักอย่างแรง“ฉะ ฉันช่วยมั้ย” ขนมปังเดินเข้ามาประคองอีกคน“ไม่เป็นไร” คิมหันต์บอกก่อนจะประคองสายรุ้งออกไป ขนมปังหันมามองสายลม ก่อนจะบอก“ยะ แย่จังเนอะ” เธอขยับแว่นเล็กน้อย“ไปข้างนอกกัน” สายลมเอ่ยชวน“ปะ ไปทำไม” ขนมปังถามงงๆ“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” สายลมบอกพร้อมกับยิ้มบาง ๆใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หลังโรงเรียน เป็นที่เดียวที่คนไม่พลุกพล่านนักสายลมนั่งอยู่ที่พื้นใต้ต้นไม้ ขนมปังนั่งลงข้างๆอย่างแปลกใจ “มะ มีอะไรเหรอ” สายลมมองหน้าเธอนิ่ง จนขนมปังต้องหลบสายตาและเอ่ยถามอีก “ถะ ถ้านายไม่พูดฉันไปนะ”“ฉันชอบเธอ” สายลมโพล่งออกมาในที่สุด“หะ หา” ขนมปังตกใจ ทั้งงุนงง เธอไม่คิดเลย ไม่เคยคิดเลยซักนิดว่าจะมีใครมาพูดอย่างนี้ด้วย“ฉันชอบที่เธอใจดี ดูตื่นเต้นตลอดเว
ใบเฟิร์นบ่นกระปอดกระแปดที่คิมหันต์กับขนมปังหายไป ป่านนี้แล้วยังไม่มา เพราะใกล้จะถึงรอบที่คิมหันต์กับเหมันต์ต้องเป็นผีแล้ว อีกทั้งบัตรรอบนี้ก็ขายหมดแล้วด้วย นักเรียนหญิงที่เป็นเหล่าแฟนคลับของพ่อเทพบุตรมาออกันเต็มหน้าบ้านผีสิง เหมันต์แต่งตัวอยู่ข้างใน เขามองชุดที่ตัวเองแต่งอย่างเขินๆ ใบเฟิร์นเดินลากกระโปรงสุ่มเข้ามาบ่นงองแงงข้างในผีสิงเป็นห้องมืดๆ มีไฟดวงเล็ก ๆ เป็นระยะห่าง ๆ สลัว ๆ สีเขียวกับสีเหลือง โครงกระดูกแขวนต่องแต่ง มีตุ๊กตา แมงมุม ตะขาบ วางไว้เป็นหย่อม ๆ พร้อมกับเปิดเพลงโหยหวนที่ฟังแล้วน่าขนลุกพิลึก“ป่านนี้ไปไหนนะตาบ้าเอ๊ย” ใบเฟิร์นเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เพราะข้างในค่อนข้างมืด เธอต้องเอาไฟฉายส่องเข้ามา“ยังไม่มาอีกเหรอ” เหมันต์เอ่ยถาม ก่อนจะเขียนขอบตาให้ดำ ๆ เหมือนผี“ยังน่ะสิ โทรตามร้อยรอบแล้วเนี่ย” ใบเฟิร์นหงุดหงิดกับคิมหันต์และกับชุดด้วยเพราะชุดนี้ทำให้เธอล้มหน้าคะมำมาสองรอบแล้ว“มานี่” เหมันต์ดึงมือใบเฟิร์นมา ก่อนจะวาดขอบตาให้เธอเป็นสีดำ“ทำอะไร”“แต่งหน้าผีน่ะสิ” เขาบอกขรึมๆ ก่อนจะลงมือวาดรอยคล้ำที่หน้าเธออีกหลายแห่ง ไม่นานทั้งสองคนก็เป็นผีฝรั่งโดยสมบูรณ์ คิมหั
เพื่อนในห้องเข้ามาตกแต่งบ้านผีสิงที่โรงยิมกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนใครที่ต้องแต่งเป็นผีก็ตรวจดูชุดผีของตัวเองให้เรียบร้อย เหมันต์พลิกดูชุดผีโบราณของตัวเองอย่างเจื่อน ๆ หันมาถามใบเฟิร์นที่ท่าทางไม่ต่างกันนัก“ฉันต้องแต่งชุดนี้จริงๆเหรอ” เขาถามหน้าเสีย เมื่อเห็นชุดแบบผีฝรั่งโบราณที่ดูยุ่งเหยิงพิกล ใบเฟิร์นเองก็ยิ้มแหยๆ“นั่นสิ ดูชุดฉันสิ ตลกพิลึก” สาวแสนสวยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นชุดที่เพื่อน ๆ หามาให้ เป็นชุดผีฝรั่งโบราณเหมือนกัน แต่เป็นแบบผู้หญิงที่เป็นกระโปรงสุ่มใหญ่ ๆกับเสื้อปิดไปถึงคอ“แลกกันมั้ย” ใบเฟิร์นพูดตลก ๆ ทำเอาคนที่นิ่งเกือบตลอดเวลาหน้าเหวอไปทันที “ฮ่ะ ฮ่ะ ฉันล้อเล่นน่า แต่ดูชุดนายสิสะอาดเป็นบ้า ของฉันทั้งเก่าทั้งซีดเลย ก็อย่างว่าแหละ ฉันไม่ใช่พ่อผีเทพบุตรที่ต้องขายจูบเหมือนนายนี่นา”“เดี๋ยวฉันส่งซักให้” เหมันต์อาสา“ไม่เป็นไรล่ะ ฉันว่าตอนนี้เราสงสารคิมหันต์ก่อนดีกว่า”ทั้งสองคนหันมาทางคิมหันต์ที่หยิบชุดผีมัมมี่ของเขามาดู แล้วใช้นิ้วหยิบเหมือนรังเกียจซะเต็มประดา พลางทำสีหน้าเจื่อน ๆ แหย ๆ นี่เขาต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย ชุดผ้าสีชาเปื้อนเลือดขาด ๆ แบบนี
“นี่พวกเธอทำอะไรกันหา” อาจารย์แสงดาวที่ตอนนี้หน้าเหมือนนางยักษ์มีเขี้ยวตวาดเสียงดังลั่น มีอาจารย์โชติช่วงยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าแหย ๆ เพื่อนทั้งห้องยืนล้อมเป็นวงกลม คิมหันต์กับขนมปังที่หน้าเลอะไปด้วยเมจิกสีแดงยืนยิ้มแหยโดยเฉพาะขนมปังที่ในมือยังถือเมจิกสีแดงไว้ เบะปากเหมือนจะร้องไห้ตามเคย“ทำอย่างที่เห็นน่ะครับ” คิมหันต์ตอบเสียงเจื่อน นึกรู้ชะตากรรมขึ้นมาทันที“เหรอ” อาจารย์แสงดาวเสียงเครียดขึ้นกว่าเดิม “สงสัยว่าเธอคงจะคิดถึงห้องมืดมากสินะ”“มะ ไม่คิดค่ะ” ขนมปังตอบเสียงสั่น เพื่อนบางคนแอบหัวเราะหน้าตาของเธอที่เต็มไปด้วยเมจิก“แล้วนี่อะไรกัน ฉันให้เธอทำงานห้องไม่ใช่ให้มานั่งวาดหน้ากันเล่น”“พอดีมันเบื่อๆน่ะครับ เลยอยากทำอะไรที่เป็นศิลปะซักหน่อย” เจ้าตัวเฉไฉไปได้แบบหน้าด้าน ๆ“มะ ไม่ใช่ค่ะ” ขนมปังโพล่งขึ้น อาจารย์แสงดาวหันขวับทันที คิมหันต์รีบส่งสายตาที่มีรังสีอำมหิตมาที่สาวน้อยทันที “ชะ ใช่ก็ได้” เจ้าตัวพูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา“แล้วใครเขาสั่งเขาสอนให้เอาปะทัดโยนใส่เพื่อน หาคิมหันต์”“ขะ เขาคิดเองค่ะ” ขนมปังพูดซื่อ ๆ ทำเอาเพื่อนๆ นั่งกุมขมับกันเป็นแถว ยัยนี่นี่นะ ปากไม่ได้เ
เพื่อน ๆ นั่งทำหน้ากากผีอยู่ที่หน้าห้อง ขนมปังกับใบเฟิร์นกำลังทำความสะอาดห้องเรียน โดยมีเหมันต์กับสายลมช่วย ส่วนคิมหันต์ยังไม่กลับจากเฝ้าเทวดาบนสวรรค์ตั้งแต่คาบภาษาอังกฤษ“คิมหันต์นี่นะ มันน่าจะเอาน้ำถูพื้นสาดซะจริง” ใบเฟิร์นบ่นไปเช็ดกระดานไป“นะ นั่นสิ” ขนมปังช่วยเสริม ทั้งที่ทำหน้าหวาด ๆ ทำเอาสายลมยิ้มขำ รู้สึกชอบในความเงอะงะที่น่ารักของขนมปังขึ้นมา“เออนี่แล้วใครจะเป็นตัวแทนห้องลงประกวดคิงกับควีนของหอปีนี้ล่ะ” เสียงของพัตเตอร์ดังลั่นมาจากหน้าห้อง ใบเฟิร์นหันมาขยิบตาให้เหมันต์อย่างรู้กัน ก่อนที่เหมันต์จะเดินไปหาพัตเตอร์ที่กำลังจะเขียนรายชื่อส่ง และลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“อะไรนะ ขนมปังกับคิมหันต์เนี่ยนะ” พัตเตอร์ร้องลั่น“นายจะเสียงดังทำไม” เหมันต์ทำหน้าดุ“นายโกหกแน่ ๆ โอเคฉันไม่เถียงคิมหันต์ลงสมัครเป็นคิงไม่แปลก แต่ยัยหนมปังเป็นควีนนี่นะ แล้วห้องเราจะมีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์”“ฉันจะทำให้หนมปังป็นควีนของหอให้ได้” เหมันต์พูดยืนยัน แต่พัตเตอร์ยังส่ายหน้า ไม่ยอม“ก็ให้ใบเฟิร์นเหมือนเดิมแหละดีแล้ว ยังไงยายนั่นก็ได้เป็นแหง ๆ”“นายก็รู้ว่าถ้าใบเฟิร์นลงปีนี้ ไม่มีคนมาสมัครแน่ ๆ” เ
ในห้องกำลังสุมหัวปรึกษากันว่างานเปิดโรงเรียนปีนี้จะทำอะไรกันดี แต่ก็ไม่ได้ข้อตกลงกันซักที เพราะคนโน้นก็เอาอย่างนี้ คนนี้ก็จะเอาอย่างโน้น ทำเอาเสียงเถียงกันดังลั่นห้อง จนสุดท้ายคิมหันต์ก็ทนไม่ไหว ส่งเสียงมาจากหลังห้อง“บ้านผีสิง” คิมหันต์โพล่งขึ้น ทำเอาเพื่อนที่จับกลุ่มหันมามองกันขวับ จ้องเขาราว
คาบแรกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ วิชาที่แสนจะเป็นที่น่าเบื่อและไม่เคยเป็นที่สนใจของคิมหันต์ เขาจึงชิงหลับไปก่อนตั้งแต่อาจารย์ยังไม่เข้ามาสอนปั่บ ปั่บ!!!เสียงไม้กระทบกับโต๊ะ ของอาจารย์สาว หน้าตาคมคนหนึ่งดังขึ้น“ตื่น ตื่น คิมหันต์ ที่นี่โรงเรียนนะ” อาจารย์ส่งเสียงดุมา แต่ไม่มีทีท่าว่าคนที่หลับอยู่จะขยับต
ขนมปังเดินออกมาจากห้องมืดกลับมาอาบน้ำแต่เช้าพร้อมกับรายงานอาจารย์แสงดาวว่าเธอได้ถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารพร้อมกับใบเฟิร์น สักพักโต๊ะของเธอก็สะเทือนเมื่อมีมือของใครไม่รู้มาทุบโต๊ะ ดัง ปัง!!! พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายรุ้งมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขนมปังมองเธอหวาด ๆ
วันนี้เริ่มเรียนเป็นวันแรก คิมหันต์กับเหมันต์จองโต๊ะตัวหลังตามเคย เหมันต์ชอบแอบอ่านหนังสือจึงไม่เหมาะจะนั่งหน้าเท่าไหร่ คิมหันต์ก็ชอบงีบหลับ ยิ่งไม่เหมาะกับการนั่งหน้าเข้าไปใหญ่ ขนมปังนั่งกับใบเฟิร์นหน้าห้องเพื่อเลี่ยงกับการต้องถูกคิมหันต์แกล้ง แต่ก็ยังมิวายปั่กก!ขนมปังหันมามองงง ๆ เมื่อรู้สึ







