Se connecterเพื่อน ๆ นั่งทำหน้ากากผีอยู่ที่หน้าห้อง ขนมปังกับใบเฟิร์นกำลังทำความสะอาดห้องเรียน โดยมีเหมันต์กับสายลมช่วย ส่วนคิมหันต์ยังไม่กลับจากเฝ้าเทวดาบนสวรรค์ตั้งแต่คาบภาษาอังกฤษ
“คิมหันต์นี่นะ มันน่าจะเอาน้ำถูพื้นสาดซะจริง” ใบเฟิร์นบ่นไปเช็ดกระดานไป
“นะ นั่นสิ” ขนมปังช่วยเสริม ทั้งที่ทำหน้าหวาด ๆ ทำเอาสายลมยิ้มขำ รู้สึกชอบในความเงอะงะที่น่ารักของขนมปังขึ้นมา
“เออนี่แล้วใครจะเป็นตัวแทนห้องลงประกวดคิงกับควีนของหอปีนี้ล่ะ” เสียงของพัตเตอร์ดังลั่นมาจากหน้าห้อง ใบเฟิร์นหันมาขยิบตาให้เหมันต์อย่างรู้กัน ก่อนที่เหมันต์จะเดินไปหาพัตเตอร์ที่กำลังจะเขียนรายชื่อส่ง และลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน
“อะไรนะ ขนมปังกับคิมหันต์เนี่ยนะ” พัตเตอร์ร้องลั่น
“นายจะเสียงดังทำไม” เหมันต์ทำหน้าดุ
“นายโกหกแน่ ๆ โอเคฉันไม่เถียงคิมหันต์ลงสมัครเป็นคิงไม่แปลก แต่ยัยหนมปังเป็นควีนนี่นะ แล้วห้องเราจะมีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์”
“ฉันจะทำให้หนมปังป็นควีนของหอให้ได้” เหมันต์พูดยืนยัน แต่พัตเตอร์ยังส่ายหน้า ไม่ยอม
“ก็ให้ใบเฟิร์นเหมือนเดิมแหละดีแล้ว ยังไงยายนั่นก็ได้เป็นแหง ๆ”
“นายก็รู้ว่าถ้าใบเฟิร์นลงปีนี้ ไม่มีคนมาสมัครแน่ ๆ” เหมันต์พูดความจริง เพราะทุกปี ยอดคนสมัครก็น้อยลงเรื่อย ๆ เพราะใบเฟิร์นเองก็เป็นควีนของหอมาห้าปีซ้อน เพราะหน้าตาที่สวยยังกับนางฟ้านั่นเอง
“ก็ดีแล้วไงเราจะ ยัยใบเฟิร์นจะได้ได้ตำแหน่งง่าย ๆ แล้วเราก็ได้คะแนนเพิ่มด้วย นายก็รู้ห้องไหนได้เป็นคิงกับควีน ห้องนั้นจะได้คะแนนจิตพิสัยเพิ่ม”
“ไม่เอา ใบเฟิร์นเขาบอกแล้วว่าปีนี้เขาจะไม่สมัคร”
“งั้นก็คนอื่น ให้ยัยหนมปังไปนะ ให้ยัยหมูไปยังจะดีซะกว่า”
“งั้นนายก็ให้ยัยหมูไป” เหมันต์ขี้เกียจที่จะพูดต่อ จึงหันหลังเดินจ้ำอ้าวออกไป พัตเตอร์ก้มมองใบรายชื่อในมือ ก่อนจะเขียนชื่อคิมหันต์กับขนมปังลงไปอย่างเสียไม่ได้ งานนี้ห้องเขาอดได้คะแนนแหงๆ
…………………………………..
“ตกลงนายจะเข้าชมรมไหนเนี่ย” ใบเฟิร์นบ่นอย่างหงุดหงิดเมื่อคิมหันต์พลิกกระดาษบนบอร์ดไปมาหลายรอบ ไม่ยอมตัดสินใจซักที
“เข้าชมรมอะไรดี” เขาบ่นพึมพำ “พี่เข้าชมรมอะไร” พอคิดไม่ออกจึงหันมาถามพี่ชาย
“ฉันเข้าสภานักเรียน” เหมันต์ตอบคำถามที่ทำเอาคิมหันต์ถึงกับเบ้หน้า สภานักเรียน เขายังไม่พร้อมจะรับใช้ประชาชนขนาดนั้น
“แล้วเธอล่ะใบเฟิร์น”
“สภานักเรียน เหมือนกัน”
“เธอกับพี่นี่นะ คิดอะไรเหมือนกันแทบทุกเรื่อง” คิมหันต์บ่น แล้วก็พลิกดูกระดาษบนบอร์ดต่อ อย่างเซ็งๆ น่าเบื่อชะมัด ไม่มีชมรมอะไรแปลกใหม่บ้างหรือไง ว่าแล้วเจ้าตัวก็หลับตา ก่อนจะพึมพำๆ แล้วใช้ปากกาจิ้มไปที่กระดาษ
ปึก!!!
ชมรมอาสาพัฒนา
เอาวะ เอาก็เอา อาสาพัฒนา แล้วคิมหันต์ก็เขียนอย่างรวดเร็วลงไปที่ใบสมัครชมรม ก่อนจะหันมามองดูขนมปังที่กำลังตัดสินใจว่าระหว่างคหกรรมกับชงชาเธอจะเข้าอันไหนดี แต่ยังไม่ทันคิดได้ พ่อคนตัวดีก็ไม่รอช้าแย่งใบสมัครไปจากมือ ก่อนที่จะเขียนลงไปอย่างเร็ว
ชมรมอาสาพัฒนา
“นะ นายทำอะไรน่ะ” ขนมปังถามเสียงหลง เธอไม่ได้อยากจะลงชมรมอาสาพัฒนาสักหน่อย
“คิดอะไรนานนักหนา เธออยู่ชมรมเดียวกับฉันนี่แหละ” คิมหันต์ยื่นใบสมัครกลับให้ ขนมปังจึงหยิบเอาลิขวิดขึ้นมาทำท่าจะหลบ คิมหันต์เห็นดังนั้นเลยแย่งใบสมัครไปทันที ก่อนที่จะวิ่งไปที่ส่งใบสมัครที่ห้องวิชาการ ขนมปังรีบวิ่งตาม
“อะ ไอ้บ้า เอาคืนมานะ” เสียงร้องลั่นของขนมปังไม่เป็นผลอะไรเลย นอกจากจะเรียกสายตาของคนในโรงเรียนให้หันมามองยัยเฉิ่มที่วิ่งตะโกนตะกุกตะกัก ดูน่าหัวเราะเท่านั้น
..............................................................................
อีกสองวันจะถึงงานเปิดโรงเรียน ม.6ห้องเอ เหมันต์กับใบเฟิร์นกำลังเตรียมงานในโรงยิมกันอย่างขะมักเขม้น การทำโรงยิมให้เป็นบ้านผีสิงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ คิมหันต์ตอกตะปูอยู่ที่มุมหนึ่งพลางบ่นให้เพื่อน ๆ ฟังว่าสายรุ้งแฟนของเขาต้องเตรียมงานเลยมาเป็นกำลังใจให้เขาไม่ได้ เพื่อน ๆ หลายคนทำหน้าเบื่อ ๆ อยากจะบอกมันเหลือเกินว่า
ไม่มีใครถามซักนิด จะเล่าทำไม
เหมันต์เองก็กำลังขึงผ้าทำเป็นห้องผีสิง โดยมีใบเฟิร์นกับพัตเตอร์กำลังช่วย ส่วนขนมปังกับสายลมกำลังทาสีฝาผนังให้ดูเป็นสีทึม ๆ น่ากลัว ๆ แล้วเดี๋ยวพอถึงวันงานโรงยิมอันกว้างขวางก็จะกลายเป็นบ้านผีสิงไปโดยสวยงาม
“ยายเฉิ่ม ยายเฉิ่ม” เสียงร้องเรียกของคิมหันต์ที่ดังลั่นมาจากอีกฟากของโรงยิม ขนมปังหันไปตามเสียงก็เห็นพ่อคนเรื่องมากกำลังกวักมือเรียกเธอหยอย ๆ ขนมปังถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะวางแปรงทาสีลงบนกระป๋องสี และหันมาบอกสายลม
“ฉะ ฉันไปหาไอ้บ้านั่นก่อนะ เดี๋ยวจะมาช่วยทาต่อ”
คิมหันต์ยิ้มแป้นเมื่อขนมปังเดินมาหา
“ระ เรียกทำไม”
“ช่วยฉันตอกตะปูหน่อย” เขาบอกหน้าตาเฉย
“นะ นายจะบ้าเหรอ” ขนมปังทำหน้าแหย คิมหันต์ดึงมือเธอมานั่งลงข้าง ๆ
“นี่ดูนะ ฉันจะจับตะปูไว้ แล้วเธอตอก โอเค” เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย ขนมปังพยักหน้าไปตามเรื่องตามราว ก่อนจะทำหน้าแหยง ๆ เมื่อเขายัดค้อนใส่ในมือ แล้วจับตะปูไว้ “อ่ะ ตอก”
โป้กกกกก!!!
ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!~
คิมหันต์ร้องลั่นเมื่อขนมปังฟาดค้อนโดนมือเขาเต็มทำเอาชายหนุ่มร้องลั่นโรงยิม เพื่อน ๆ รีบวิ่งเข้ามาดู สาวเฉิ่มทำหน้าแหย เมื่อเห็นว่ามือของเขามีเลือดไหลออกมาด้วย คิมหันต์เจ็บนิ้วจนหน้าเบี้ยว
“เป็นอะไรคิมหันต์” เหมันต์วิ่งมาดูด้วยความเป็นห่วง
“ก็ยัยเฉิ่มเนี่ย ตอกตะปูโดนนิ้วฉัน” คิมหันต์โอดครวญ มือกุมนิ้วที่ยังเลือดไหลไม่หยุด
“กะ ก็ฉันตอกไม่เป็นนี่นา”
ใบเฟิร์นมองคิมหันต์อย่างสมน้ำหน้า จะเรียกเขามาแกล้ง แต่ตัวเองกลับโดนซะเอง
“อ่ะ นี่กล่องยา หนมปัง เธอเอาไปทำแผลให้คิมหันต์ซะ” เพื่อนสาวในห้องยื่นมาให้ ขนมปังรับมาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนที่เพื่อน ๆ จะสลายตัวกันไปทำงานต่อ ขนมปังเปิดกล่องยาหยิบแอลกอฮอลล์ออกมา
“ยะ ยื่นมือมาสิ ฉันจะล้างแผลให้” คิมหันต์ยื่นมือให้ ขนมปังเลยเทแอลกอฮอล์พรวดลงไป
“อ้ากกกกกกกกกกกกกก!” เสียงร้องที่ดังลั่นของคิมหันต์ทำเอาขนมปังตกใจ ตาโต เงอะงะ ทำอะไรไม่ถูก “เธอจะฆ่าฉันหรือไงยัยเฉิ่ม เช็ดออกเร็ว ๆ” คิมหันต์แสบจนแทบจะทนไม่ไหว ขนมปังรีบเช็ดแอลกอฮอล์ออกอย่างเร็ว “เอายาแดงใส่สิ” เขาสั่ง เธอได้แต่พยักหัวปลก ๆ แล้วก็ทำตาม
พัตเตอร์วิ่งกระหืดกระหอบ พร้อมถุงใบใหญ่ในมือ ก่อนจะโยนไปให้คิมหันต์
“เฮ้ย อะไรเนี่ย” เขาร้องถามเมื่ออยู่ดี ๆ เพื่อนก็โยนเอาถุงใบเบ้อเริ่มมาให้ แถมมันก็หนักมากซะด้วย
“ขนมและก็ของที่บรรดาแฟนคลับของนายฝากมาให้นะสิ หนักเป็นบ้า” พัตเตอร์บ่นอย่างหัวเสีย คิมหันต์เปิดถุงออกดูมีทั้งช็อกโกแลต ขนมหวาน น้ำอัดลม ดอกไม้ เยอะแยะไปหมด
“แล้วเนี่ย ฉันต้องล็อกประตูโรงยิมไว้เลยนะ ข้างนอกน่ะ ทั้งแฟนคลับนาย แฟนคลับเหมันต์แล้วก็ใบเฟิร์นมาเต็มไปหมด อ้างว่าจะมาช่วยนายทำงาน” พัตเตอร์เล่าต่อ ขนมปังหันไปมองทางเหมันต์กับใบเฟิร์นที่ได้ถุงใหญ่มาหลายถุงทีเดียว หญิงสาวทำหน้าแหยๆ
“อ่ะ ยัยเฉิ่ม กินสิ ขนมเยอะแยะ” คิมหันต์ยื่นขนมมาให้ ขนมปังรับมาก่อนจะแกะและเอาใส่ปากพลางทำหน้าแหย ๆ
“วะ หวาน ไม่อร่อยเลย”
“เรื่องมากจริง อุตส่าห์แบ่งให้”
“ฉะ ฉันไม่ชอบกินหวานนี่นา”
“ก็นั่นแหละ ฉันถึงว่าเธอเรื่องมาก” เขาบ่น ก่อนจะรื้อดูในถุง หยิบเอาขนมบางอันขึ้นมากิน ขนมปังชะโงกหน้าเข้ามาดูบ้างว่ามีอะไร หัวเลยไปโขกเข้ากับหัวของคิมหันต์
โป้กกก!!
“โอ้ยยยยยยย! ยัยเฉิ่มเอ้ย ทำอะไรดูหน่อยสิ” เขาบ่นก่อนจะเอามือกุมหัวลูบป้อย ทำหน้าดุใส่ขนมปัง
“ฉะ ฉันขอโทษนะ” ขนมปังหน้าเจื่อนไปทันที ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งเขาแม้แต่น้อย คิมหันต์ผลักหัวเธอเบา ๆ
“ทำอะไรไม่ดูอยู่เรื่อย” เขานั่งนิ่งอยู่สักพักก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “มานี่มะ” คิมหันต์ลากมือของขนมปังที่เดินตามเขาไปอย่างงง ๆ
“นะ นายจะไปไหน”
“ไปหาอะไรสนุก ๆ ทำ ฉันเบื่อตอกตะปูจะแย่” คิมหันต์ลากขนมปังมาจนถึงชั้นสองของโรงยิม ก่อนที่เขาจะเดินไปชะโงกดูที่หน้าต่าง ด้านล่าง เหล่าบรรดาแฟนคลับหลายคนยังจับกลุ่มไม่ยอมไปไหน ทั้งผู้หญิงที่เป็นแฟนคลับของคิมหันต์กับเหมันต์ และผู้ชายที่เป็นแฟนคลับของใบเฟิร์น คิมหันต์แยกเขี้ยวเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหยิบของออกมาจากกระเป๋า ขนมปังทำตาโตเมื่อเห็นว่าเป็นประทัดพวงเบ้อเริ่ม ทำไมเขาพกอะไรบ้า ๆ ที่ชาวบ้านชาวเมืองไม่พกอยู่เรื่อยเลยนะ
“นะ นายจะฆ่าคนเหรอ”
“จะบ้าเหรอ แค่จะไล่เจ้าพวกบ้าข้างล่างเท่านั้นแหละ”
“ทะ ทำไมล่ะ ถ้านายโยนลงไป นายอาจจะโดนไปขังห้องมืดก็ได้นะ”
“ถ้าเธอพูดมาก เธอต้องได้ไปนอนห้องมืดกับฉันแน่”
“มะ ไม่ล่ะ ฉันกลับดีกว่า” ร่างบางทำท่าวิ่งหนี แต่ช้ากว่าคนตัวโตที่กระโดดตะครุบตัวเธอไว้ได้
“ฮ่า ฮ่า ยัยเฉิ่ม ไม่ต้องหนีเลย เธออยู่นี่แหละ” แล้วคิมหันต์ก็ลากข้อมือของขนมปังมาที่หน้าต่างก่อนจะล็อกตัวเธอไว้ แล้วเขาก็หยิบประทัดขึ้นมาจุด ขนมปังทำตาโตดิ้นขลุกขลัก หน้าซีดเผือด คิมหันต์โยนประทัดไปไกลเล็กน้อย และประทัดก็ร่วงละลิ่วลงพื้น
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!!!!!! ปัง ปัง ปัง!!!!!!!
คนที่อยู่ข้างล่างแตกฮือเหมือนมดแตกรัง ร้องตะโกนโวยวายกันใหญ่
“กรี๊ด! ใครโยนอะไรลงมา”
“ว้าย!...ตายแล้ว”
“เฮ้ย! หนีเร็วระเบิดลง”
“ว้าก! แย่แล้ว เสื้อฉันไหม้เลย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงคนตัวแสบหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความชอบใจ เมื่อเห็นความวุ่นวายข้างนอก พวกที่อยู่ในโรงยิมยังต้องเปิดประตูออกมาดู ขนมปังมองคนตัวดีอย่างเคืองๆ ก่อนจะสะบัดตัวออกมาแล้วเดินดุ่ม ๆ ไป
“จะไปไหน ยายเฉิ่ม” คิมหันต์เดินตามมาคว้าแขนไว้ได้ ยัยนี่อะไร ก็เดินหนีอยู่นั่นแหละ
“นะนายมันคนไม่ดี ฉันไม่คบคนไม่ดี”
“หนอย เธอกล้าพูดกับฉันอย่างนี้เหรอ”
“ฉะ ฉันจะไปช่วยสายลมทาสี” ขนมปังหันหลังจะเดินไป คิมหันต์ดึงลากเธอมาที่เก้าอี้ในโรงยิม ล็อกไว้แน่น ล้วงเอาปากกาเมจิกสีแดงออกมา ยิ้มเผล่
“ฉันไม่ให้ไปหรอก มานี่เลยยัยเฉิ่ม เธอน่ะ มันต้องแต่งหน้าซะบ้าง เดี๋ยวจะไม่ได้เป็นควีนของหอปีนี้” แม้ขนมปังจะดิ้นขลุกขลักก็ไม่เป็นผล คิมหันต์เอาปากกาวาดหน้าของเธอเป็นรูปแมวใส่หนวด ใส่ตาที่สาม ไม่นานหน้าของขนมปังที่ไม่ค่อยน่าดูอยู่แล้ว ยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่ คิมหันต์หัวเราะเสียงดัง ด้วยความตลก ขนมปังหน้าง้ำทำท่าเหมือนจะร้องไห้
“นะ นายมันนิสัยไม่ดี” แล้วขนมปังก็ร้องไห้ออกมา ทำเอาคิมหันต์หน้าเหวอไปทันที
“เฮ้ย นี่ร้องไห้ทำไมเนี่ย”
“กะ ก็นายแกล้งฉัน ฮือ ฮือ” ขนมปังร้องไห้โฮออกมาลอตใหญ่ คิมหันต์หน้าเสีย ไม่รู้จะทำยังไง
“นี่ ยัยเฉิ่ม เงียบเลย ฉันไม่ชอบฟังเสียงผู้หญิงร้องไห้มันน่ารำคาญ”
“ฮือ ฮือ” นอกจาจะไม่หยุดร้องแล้วขนมปังยังร้องเสียงดังขึ้นไปอีก
“ทำไงจะเงียบเนี่ย บอกมาซิ ฉันยอมทำตามเธอทุกอย่างเลยเอ้า เงียบเร็ว ๆ เดี๋ยวไอ้พี่บ้ากับยัยใบเฟิร์นก็มาแหกอกฉันพอดี”
“ฮือ อือ ฮือ” คิมหันต์เกาหัวแกรก ๆ ไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายเลยจำต้องโพล่งออกไป
“เอางี้ก็ได้ ฉันให้เธอเขียนหน้าฉันคืนก็ได้” เขาพูดออกมาในที่สุด
คิมหันต์โวยวายโหวกเหวกในห้องแต่งตัว ที่ขนมปังไม่ยอมปลุกเขา แถมแม่คนจอมเฉิ่มก็พูดเหมือนเดิม“นะ นายไม่ได้บอกไว้นี่” เออ เขาไม่ได้บอกหรอก อยากจะบ้ากับยัยนี่จริง ๆ คิมหันต์กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ หน้าตายุ่งเหยิงเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอน เอาแต่คิดเรื่องสายรุ้งไปมาทั้งคืน“นี่นายเลิกทำหน้ายุ่งได้มั๊ย คิดว่าตัวเองหล่อมากหรือไงฮะ” เพื่อนที่ต้องทำหน้าที่แต่งหน้าให้โวยวายลั่นเมื่อคิมหันต์เอาแต่หน้าเบ้“จะแต่งมั้ย ไม่แต่งก็ไม่ต้องแต่ง” เขาโวยกลับเสียงดังลั่น ก่อนจะเอามือยีผมด้วยความโมโห ไอ้พี่บ้าเอ้ย คิดยังไงมาเอาเขาไปประกวดบ้าบออะไรแบบนี้ทำไมก็ไม่รู้ปึง !!! เพื่อนสาวประเภทสองโยนเครื่องมือแต่งหน้าทิ้งด้วยความโมโห“ไม่แต่งแล้ว ไอ้คนเรื่องมาก” แล้วเจ้าตัวก็เดินฉับ ๆ ออกไปด้วยความโมโห“นะ นายไปว่าเขาทำไม” ขนมปังเอ่ยถาม“ก็เขาอยากโวยวายทำไมเล่า” คิมหันต์พูดอย่างหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่“ขะ เขาอุตส่าห์แต่งให้ นะ นายใจร้าย” ขนมปังต่อว่า ทั้งที่ทำท่าทางหวาดๆ“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เขามาแต่งให้นี่” คิมหันต์ว่าใส่“ขะเขามีน้ำใจ”“เธอนี่มัน………..” คิมหันต์เถียงไม่ออก เมื่อแม่คนซื่อพูดจนเขารู้สึกผ
คิมหันต์ยืนตัวแข็งอยู่สักพัก ก่อนจะดึงร่างนั้นออกอย่างแรง สายลมเองก็ยืนตะลึงตาค้างเหมือนกัน“เฮ้ย ใครปิดไฟวะ” คิมหันต์โวยวายเสียงดัง ก่อนที่ไฟสลัว ๆ จะสว่างพรึบพรับขึ้นมา สายรุ้งล้มแอ้งแม้งร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น ขนมปังยืนงงๆหน้าแหย เหมือนเคย สายลมยืนอยู่อีกมุม คิมหันต์รีบเดินเข้าไปประคองสายรุ้ง“เป็นไงบ้างสายรุ้ง”“เจ็บ” สายรุ้งจุกเพราะโดนผลักอย่างแรง“ฉะ ฉันช่วยมั้ย” ขนมปังเดินเข้ามาประคองอีกคน“ไม่เป็นไร” คิมหันต์บอกก่อนจะประคองสายรุ้งออกไป ขนมปังหันมามองสายลม ก่อนจะบอก“ยะ แย่จังเนอะ” เธอขยับแว่นเล็กน้อย“ไปข้างนอกกัน” สายลมเอ่ยชวน“ปะ ไปทำไม” ขนมปังถามงงๆ“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” สายลมบอกพร้อมกับยิ้มบาง ๆใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หลังโรงเรียน เป็นที่เดียวที่คนไม่พลุกพล่านนักสายลมนั่งอยู่ที่พื้นใต้ต้นไม้ ขนมปังนั่งลงข้างๆอย่างแปลกใจ “มะ มีอะไรเหรอ” สายลมมองหน้าเธอนิ่ง จนขนมปังต้องหลบสายตาและเอ่ยถามอีก “ถะ ถ้านายไม่พูดฉันไปนะ”“ฉันชอบเธอ” สายลมโพล่งออกมาในที่สุด“หะ หา” ขนมปังตกใจ ทั้งงุนงง เธอไม่คิดเลย ไม่เคยคิดเลยซักนิดว่าจะมีใครมาพูดอย่างนี้ด้วย“ฉันชอบที่เธอใจดี ดูตื่นเต้นตลอดเว
ใบเฟิร์นบ่นกระปอดกระแปดที่คิมหันต์กับขนมปังหายไป ป่านนี้แล้วยังไม่มา เพราะใกล้จะถึงรอบที่คิมหันต์กับเหมันต์ต้องเป็นผีแล้ว อีกทั้งบัตรรอบนี้ก็ขายหมดแล้วด้วย นักเรียนหญิงที่เป็นเหล่าแฟนคลับของพ่อเทพบุตรมาออกันเต็มหน้าบ้านผีสิง เหมันต์แต่งตัวอยู่ข้างใน เขามองชุดที่ตัวเองแต่งอย่างเขินๆ ใบเฟิร์นเดินลากกระโปรงสุ่มเข้ามาบ่นงองแงงข้างในผีสิงเป็นห้องมืดๆ มีไฟดวงเล็ก ๆ เป็นระยะห่าง ๆ สลัว ๆ สีเขียวกับสีเหลือง โครงกระดูกแขวนต่องแต่ง มีตุ๊กตา แมงมุม ตะขาบ วางไว้เป็นหย่อม ๆ พร้อมกับเปิดเพลงโหยหวนที่ฟังแล้วน่าขนลุกพิลึก“ป่านนี้ไปไหนนะตาบ้าเอ๊ย” ใบเฟิร์นเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เพราะข้างในค่อนข้างมืด เธอต้องเอาไฟฉายส่องเข้ามา“ยังไม่มาอีกเหรอ” เหมันต์เอ่ยถาม ก่อนจะเขียนขอบตาให้ดำ ๆ เหมือนผี“ยังน่ะสิ โทรตามร้อยรอบแล้วเนี่ย” ใบเฟิร์นหงุดหงิดกับคิมหันต์และกับชุดด้วยเพราะชุดนี้ทำให้เธอล้มหน้าคะมำมาสองรอบแล้ว“มานี่” เหมันต์ดึงมือใบเฟิร์นมา ก่อนจะวาดขอบตาให้เธอเป็นสีดำ“ทำอะไร”“แต่งหน้าผีน่ะสิ” เขาบอกขรึมๆ ก่อนจะลงมือวาดรอยคล้ำที่หน้าเธออีกหลายแห่ง ไม่นานทั้งสองคนก็เป็นผีฝรั่งโดยสมบูรณ์ คิมหั
เพื่อนในห้องเข้ามาตกแต่งบ้านผีสิงที่โรงยิมกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนใครที่ต้องแต่งเป็นผีก็ตรวจดูชุดผีของตัวเองให้เรียบร้อย เหมันต์พลิกดูชุดผีโบราณของตัวเองอย่างเจื่อน ๆ หันมาถามใบเฟิร์นที่ท่าทางไม่ต่างกันนัก“ฉันต้องแต่งชุดนี้จริงๆเหรอ” เขาถามหน้าเสีย เมื่อเห็นชุดแบบผีฝรั่งโบราณที่ดูยุ่งเหยิงพิกล ใบเฟิร์นเองก็ยิ้มแหยๆ“นั่นสิ ดูชุดฉันสิ ตลกพิลึก” สาวแสนสวยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นชุดที่เพื่อน ๆ หามาให้ เป็นชุดผีฝรั่งโบราณเหมือนกัน แต่เป็นแบบผู้หญิงที่เป็นกระโปรงสุ่มใหญ่ ๆกับเสื้อปิดไปถึงคอ“แลกกันมั้ย” ใบเฟิร์นพูดตลก ๆ ทำเอาคนที่นิ่งเกือบตลอดเวลาหน้าเหวอไปทันที “ฮ่ะ ฮ่ะ ฉันล้อเล่นน่า แต่ดูชุดนายสิสะอาดเป็นบ้า ของฉันทั้งเก่าทั้งซีดเลย ก็อย่างว่าแหละ ฉันไม่ใช่พ่อผีเทพบุตรที่ต้องขายจูบเหมือนนายนี่นา”“เดี๋ยวฉันส่งซักให้” เหมันต์อาสา“ไม่เป็นไรล่ะ ฉันว่าตอนนี้เราสงสารคิมหันต์ก่อนดีกว่า”ทั้งสองคนหันมาทางคิมหันต์ที่หยิบชุดผีมัมมี่ของเขามาดู แล้วใช้นิ้วหยิบเหมือนรังเกียจซะเต็มประดา พลางทำสีหน้าเจื่อน ๆ แหย ๆ นี่เขาต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย ชุดผ้าสีชาเปื้อนเลือดขาด ๆ แบบนี
“นี่พวกเธอทำอะไรกันหา” อาจารย์แสงดาวที่ตอนนี้หน้าเหมือนนางยักษ์มีเขี้ยวตวาดเสียงดังลั่น มีอาจารย์โชติช่วงยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าแหย ๆ เพื่อนทั้งห้องยืนล้อมเป็นวงกลม คิมหันต์กับขนมปังที่หน้าเลอะไปด้วยเมจิกสีแดงยืนยิ้มแหยโดยเฉพาะขนมปังที่ในมือยังถือเมจิกสีแดงไว้ เบะปากเหมือนจะร้องไห้ตามเคย“ทำอย่างที่เห็นน่ะครับ” คิมหันต์ตอบเสียงเจื่อน นึกรู้ชะตากรรมขึ้นมาทันที“เหรอ” อาจารย์แสงดาวเสียงเครียดขึ้นกว่าเดิม “สงสัยว่าเธอคงจะคิดถึงห้องมืดมากสินะ”“มะ ไม่คิดค่ะ” ขนมปังตอบเสียงสั่น เพื่อนบางคนแอบหัวเราะหน้าตาของเธอที่เต็มไปด้วยเมจิก“แล้วนี่อะไรกัน ฉันให้เธอทำงานห้องไม่ใช่ให้มานั่งวาดหน้ากันเล่น”“พอดีมันเบื่อๆน่ะครับ เลยอยากทำอะไรที่เป็นศิลปะซักหน่อย” เจ้าตัวเฉไฉไปได้แบบหน้าด้าน ๆ“มะ ไม่ใช่ค่ะ” ขนมปังโพล่งขึ้น อาจารย์แสงดาวหันขวับทันที คิมหันต์รีบส่งสายตาที่มีรังสีอำมหิตมาที่สาวน้อยทันที “ชะ ใช่ก็ได้” เจ้าตัวพูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา“แล้วใครเขาสั่งเขาสอนให้เอาปะทัดโยนใส่เพื่อน หาคิมหันต์”“ขะ เขาคิดเองค่ะ” ขนมปังพูดซื่อ ๆ ทำเอาเพื่อนๆ นั่งกุมขมับกันเป็นแถว ยัยนี่นี่นะ ปากไม่ได้เ
เพื่อน ๆ นั่งทำหน้ากากผีอยู่ที่หน้าห้อง ขนมปังกับใบเฟิร์นกำลังทำความสะอาดห้องเรียน โดยมีเหมันต์กับสายลมช่วย ส่วนคิมหันต์ยังไม่กลับจากเฝ้าเทวดาบนสวรรค์ตั้งแต่คาบภาษาอังกฤษ“คิมหันต์นี่นะ มันน่าจะเอาน้ำถูพื้นสาดซะจริง” ใบเฟิร์นบ่นไปเช็ดกระดานไป“นะ นั่นสิ” ขนมปังช่วยเสริม ทั้งที่ทำหน้าหวาด ๆ ทำเอาสายลมยิ้มขำ รู้สึกชอบในความเงอะงะที่น่ารักของขนมปังขึ้นมา“เออนี่แล้วใครจะเป็นตัวแทนห้องลงประกวดคิงกับควีนของหอปีนี้ล่ะ” เสียงของพัตเตอร์ดังลั่นมาจากหน้าห้อง ใบเฟิร์นหันมาขยิบตาให้เหมันต์อย่างรู้กัน ก่อนที่เหมันต์จะเดินไปหาพัตเตอร์ที่กำลังจะเขียนรายชื่อส่ง และลากเพื่อนออกไปที่อื่นแทน“อะไรนะ ขนมปังกับคิมหันต์เนี่ยนะ” พัตเตอร์ร้องลั่น“นายจะเสียงดังทำไม” เหมันต์ทำหน้าดุ“นายโกหกแน่ ๆ โอเคฉันไม่เถียงคิมหันต์ลงสมัครเป็นคิงไม่แปลก แต่ยัยหนมปังเป็นควีนนี่นะ แล้วห้องเราจะมีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์”“ฉันจะทำให้หนมปังป็นควีนของหอให้ได้” เหมันต์พูดยืนยัน แต่พัตเตอร์ยังส่ายหน้า ไม่ยอม“ก็ให้ใบเฟิร์นเหมือนเดิมแหละดีแล้ว ยังไงยายนั่นก็ได้เป็นแหง ๆ”“นายก็รู้ว่าถ้าใบเฟิร์นลงปีนี้ ไม่มีคนมาสมัครแน่ ๆ” เ
สี่ทุ่มแล้ว และกินอิ่มแล้ว ขนมปังกับใบเฟิร์น พยายามหาทางกลับไปที่หอ คิมหันต์ไปส่งสายรุ้งก่อนหน้าแล้ว ในห้องมีเพียงเหมันต์กับสายลม สายลมจึงเอ่ยลาสองสาว ตอนแรกเขาบอกว่าจะช่วยพาสองสาวกลับหอ แต่ขนมปังบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเขาเพิ่งมาอยู่ ยังไม่รู้เส้นทางดีนัก คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาทำเอาในห้องสะดุ้ง เฮือก
ในห้องกำลังสุมหัวปรึกษากันว่างานเปิดโรงเรียนปีนี้จะทำอะไรกันดี แต่ก็ไม่ได้ข้อตกลงกันซักที เพราะคนโน้นก็เอาอย่างนี้ คนนี้ก็จะเอาอย่างโน้น ทำเอาเสียงเถียงกันดังลั่นห้อง จนสุดท้ายคิมหันต์ก็ทนไม่ไหว ส่งเสียงมาจากหลังห้อง“บ้านผีสิง” คิมหันต์โพล่งขึ้น ทำเอาเพื่อนที่จับกลุ่มหันมามองกันขวับ จ้องเขาราว
คาบแรกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ วิชาที่แสนจะเป็นที่น่าเบื่อและไม่เคยเป็นที่สนใจของคิมหันต์ เขาจึงชิงหลับไปก่อนตั้งแต่อาจารย์ยังไม่เข้ามาสอนปั่บ ปั่บ!!!เสียงไม้กระทบกับโต๊ะ ของอาจารย์สาว หน้าตาคมคนหนึ่งดังขึ้น“ตื่น ตื่น คิมหันต์ ที่นี่โรงเรียนนะ” อาจารย์ส่งเสียงดุมา แต่ไม่มีทีท่าว่าคนที่หลับอยู่จะขยับต
ขนมปังเดินออกมาจากห้องมืดกลับมาอาบน้ำแต่เช้าพร้อมกับรายงานอาจารย์แสงดาวว่าเธอได้ถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารพร้อมกับใบเฟิร์น สักพักโต๊ะของเธอก็สะเทือนเมื่อมีมือของใครไม่รู้มาทุบโต๊ะ ดัง ปัง!!! พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายรุ้งมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขนมปังมองเธอหวาด ๆ







