Beranda / รักโบราณ / ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก / เก็บเอาไว้เป็นความลับ

Share

เก็บเอาไว้เป็นความลับ

Penulis: zuey
last update Tanggal publikasi: 2026-02-28 20:29:45

องครักษ์ร่างสูงนามเข่อซิง ที่ยืนอยู่ด้านนอกเพื่อรอรับคำสั่ง เดินจากไปและไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมสตรีใบหน้างดงามนางหนึ่ง ท่าทางของนางแลดูมึนงงเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางก็ทำตามคำสั่งขององครักษ์ผู้นั้นแต่โดยดีโดยมิได้ปริปากถาม

“จงเก็บเรื่องที่เจ้าเห็นในคืนนี้เอาไว้เป็นความลับ หากข้าได้ยินว่ามีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้ ข้าจะฝังเจ้าเอาไว้กลางป่า”

เซี่ยหวายอีหรือจิ้นอ๋องที่ปลอมตัวเป็นองครักษ์คุ้มกันขบวนราชทูต ข่มขู่จ้าวหงอิงก่อนที่เขาจะลงจากรถม้าไป จ้าวหงอิงที่นั่งตัวลีบอยู่ในมุมหนึ่งของรถม้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะช่วยเปลี่ยนชุดที่เปียกชื้นออกจากร่างของหยวนชิงหลิง

“ท่านไปทำอันใดมากันแน่ท่านหญิงลู่จิว”

จ้าวหงอิงมองใบหน้างามที่กำลังหลับสนิทก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ นางส่ายหน้าให้กับความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง

“เฮ่อ!!!อย่ารู้เลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นได้อายุสั้นแน่ๆ ท่านหญิงท่านเองก็คงจะลำบากไม่น้อยเช่นกันสินะ ข้ายังหวังว่าสักวันพวกเราจะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวที่แคว้นฉินอีกครั้ง”

จ้าวหงอิงมองสำรวจภายในรถม้าที่หยวนชิงหลิงโดยสารมา รถม้าของนางที่ได้รับสิทธิ์นั่งมาคนเดียวช่างกว้างขวาง ภายในก็ถูกบุนวมเอาไว้เป็นอย่างดี เวลาออกวิ่งคงจะไม่สะเทือนเท่าใดนัก ราชทูตแคว้นเซี่ยช่างดีต่อนางจริงๆ

จ้าวหงอิงล้มตัวลงนอนฝั่งตรงข้ามกับหยวนชิงหลิง สายตาของนางเหม่อมองไปบนเพดานรถม้า ข้ารู้แล้วว่าเหตุใดท่านถึงไม่นำผู้ติดตามหรือสาวใช้มาด้วยเพื่อคอยช่วยดูแล ท่านคงจะรู้อยู่แล้วสินะว่าหนทางไปยังแคว้นเซี่ยนั้น ทั้งยาวไกลและยากลำบาก

แต่ตลอดการเดินทางข้าไม่เคยเห็นท่านปริปากบ่นเลยสักครั้ง ท่านช่างแตกต่างจากผู้อื่นยิ่งนัก จ้าวหงอิงหันกลับไปมองร่างบางที่กำลังนอนหลับสนิท สายตาของนางแสดงออกว่ารู้สึกเลื่อมใสในตัวของหยวนชิงหลิงมากขึ้นกว่าเดิม

เช้าตรู่ของวันต่อมา หยวนชิงหลิงรู้สึกตัวแล้วนางคิดว่าตนเองคงจะจมน้ำเสียชีวิตไปโดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ แต่แล้วความทรงจำอันเลือนรางของนางก็วาบผ่านเข้ามาในหัว

“เจ้าเป็นคนแคว้นเซี่ยเองสินะ”

หยวนชิงหลิงเปรยออกมาเสียงเบา นางลุกขึ้นนั่งก่อนที่จะพบว่าตนเองอยู่ในชุดใหม่ มิใช่ชุดที่นางใส่เล่นน้ำเมื่อคืน

“คะ...ใครเป็นคนเปลี่ยนชุดให้ข้า”

หยวนชิงหลิงอุทานออกมาอย่างตกใจ

“ท่านหญิงลู่จิว ท่านฟื้นแล้วหรือข้าจะไปตามท่านหมอมาช่วยตรวจอาการให้ท่าน รอสักครู่นะเจ้าคะ”

จ้าวหงอิงทำท่าจะลุกขึ้น แต่หยวนชิงหลิงห้ามนางเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวก่อน เจ้าเป็นคนเปลี่ยนชุดให้ข้าใช่หรือไม่”

จ้าวหงอิงพยักหน้า

“เมื่อคืนท่านองครักษ์ไปปลุกให้ข้ามาช่วยเปลี่ยนชุดให้ท่าน อ้อ ข้าชื่อว่าจ้าวหงอิงเจ้าค่ะ บิดาของข้าเป็นขุนนางขั้นห้าสังกัดกรมพระคลังเจ้าค่ะ”

หยวนชิงหลิงพยักหน้า จ้าวหงอิงอย่างนั้นหรือบุตรีของขุนนางเล็กๆ ก็คงจะไม่มีสิทธิ์คัดค้านได้เลยสินะ นึกว่าคนที่ถูกส่งตัวมาจะมีเพียงบุตรีที่เกิดจากอนุภรรยาในจวนขุนนางเสียอีก เจ้าและครอบครัวคงจะลำบากไม่น้อยเพราะความเอาแต่ใจของฮ่องเต้นั่นเพียงคนเดียว

หยวนชิงหลิงลอบสังเกตจ้าวหงอิงอย่างไม่ให้นางรู้ตัว ท่าทางของนางดูซื่อตรงดวงตากระจ่างใสแลดูไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แต่คนเราจะมองผู้อื่นแค่เพียงภายนอกเท่านั้นมิได้ ดั่งเช่นองค์ชายห้าที่นางเคยตกหลุมพรางมาแล้วก่อนหน้านี้ เอาเถอะ ถึงอย่างไรนางก็เคยช่วยเราเอาไว้ทำดีกับนางสักหน่อยคงไม่เป็นไร หากว่านางมิใช่อย่างที่เห็นภายนอกตอนนั้นค่อยเขี่ยนางทิ้งก็ยังไม่สาย

หยวนชิงหลิงลงมาจากรถม้า ยามนี้พระอาทิตย์ลอยขึ้นสูงแล้ว แต่ขบวนของคณะราชทูตแคว้นเซี่ยยังคงไม่ขยับเขยื้อนไปไหน นางมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นอาเฟยกำลังเคี่ยวบางอย่างอยู่หน้ากองไฟ นางจึงเดินเข้าไปถามเขา

“นี่อาเฟย เหตุใดถึงยังไม่ออกเดินทางอีกเล่าหรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือ”

อาเฟยหันไปมองร่างเล็กที่กำลังเดินเข้ามา

“ท่านหญิงตื่นแล้วหรือขอรับ”

หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วมุ่น ท่านหญิงอย่างนั้นหรือ

“ข้าบอกหลายครั้งแล้วว่าให้เรียกข้าว่าหยวนชิงหลิง ช่างเถอะ แล้วนี่เจ้ากำลังทำอะไรอยู่ เหตุใดสายป่านนี้แล้วยังไม่ออกเดินทางอีกเล่า”

อาเฟยเหลือบตามองนาง ก่อนจะมองเลยไปยังด้านหลังที่มีใบหน้าถมึงทึงกำลังจ้องมาที่เขา อาเฟยหดคอกลับด้วยท่าทางหวาดกลัว

“อ่า!!...คืออย่างนี้ขอรับ พวกเราก็เดินทางกันมาหลายวันแล้ว ท่านหัวหน้าองครักษ์จึงออกคำสั่งให้ตั้งค่ายพักหนึ่งวันเพื่อให้พวกม้าได้พักบ้าง”

หยวนชิงหลิงพยักหน้าเห็นด้วย พวกม้าต้องเดินทั้งวันแตกต่างจากมนุษย์ที่แค่อยู่บนหลังของพวกมัน ก็ย่อมต้องเหน็ดเหนื่อยเป็นธรรมดา หัวหน้าองครักษ์ผู้นี้ช่างมีเมตตาต่อสัตว์โลกยิ่งนัก

“แล้วเจ้ากำลังทำอะไร”

หยวนชิงหลิงมองหม้อที่อาเฟยกำลังเคี่ยวอยู่บนกองไฟ

“นี่เป็นยาต้มของท่าน”

หยวนชิงหลิงเอี้ยวตัวกลับไปมองที่หม้อดินเผาในกองไฟ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเกิดสิ่งใดขึ้นกับตน

“เจ้ารู้เรื่องเมื่อคืนด้วยอย่างนั้นหรือ”

อาเฟยมองนางอย่างสงสัยก่อนจะตอบออกไปเบาๆ

“เมื่อคืนเกิดสิ่งใดขึ้นหรือขอรับ ข้าเพียงแต่ทำตามคำสั่งของท่านหมอเยี่ยนเท่านั้น เขาสั่งเอาไว้ว่าหากท่านตื่นแล้วให้ท่านทานอาหารอ่อนๆ หลังจากนั้นก็ดื่มยา”

หยวนชิงหลิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เช่นนั้นหมอเยี่ยนก็รู้ว่านางจมน้ำเมื่อคืนแล้วก็จ้าวหงอิง แล้วใครกันที่ช่วยนางขึ้นมาจากน้ำ หยวนชิงหลิงกลับไปที่รถม้าอีกครั้ง

“ท่านหญิงลู่จิวท่านมาล้างหน้าล้างตาก่อนเถิดเจ้าค่ะ แล้วทานอะไรสักหน่อย”

หยวนชิงหลิงทำตามที่จ้าวหงอิงบอกก่อนที่จะทานโจ๊กตามลงไป นางมองชามที่มีอาหารของตนก่อนมองอาหารของจ้าวหงอิง

“เหตุใดอาหารของข้ากับเจ้าถึงแตกต่างกันเช่นนี้เล่า”

จ้าวหงอิงไม่เข้าใจที่หยวนชิงหลิงพูด อาหารของนางมันทำไมหรือ นางทานเช่นนี้มาตลอดหลังจากที่ออกมาจากแคว้นฉิน

“ข้าหมายถึงอาหารของข้าคือโจ๊กที่เคี่ยวด้วยข้าวขาวชั้นดีจนเนียนละเอียด แต่เจ้ากลับต้องกินแป้งย่างที่ทั้งหยาบและระคายคอ”

จ้าวหงอิงเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน แต่นางคิดว่านี่อาจเป็นอภิสิทธิ์หนึ่งที่หยวนชิงหลิงได้รับจากแคว้นเซี่ย หยวนชิงหลิงดึงแป้งย่างออกจากมือนาง

“เจ้าไม่ต้องกินแล้ว เดี๋ยวข้าทำอาหารง่ายๆ ให้เจ้าทานเอง”

หยวนชิงหลิงกลับออกไปจากรถม้า จ้าวหงอิงเรียกนางเอาไว้ไม่ทัน ผ่านไปไม่นานนางกลับมาพร้อมกับผัดผักใส่ไข่พร้อมข้าวสวยร้อนๆ และน้ำแกง

“ตอนเช้าทานง่ายๆ ไปก่อน ตอนเที่ยงข้าจะย่างปลาให้เจ้าทาน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บทส่งท้าย ชีวิตอิสรเสรี

    “อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ช่วงเวลาแห่งความสุข

    “เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บรรพบุรุษช่วยเหลือ

    “ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เปิดโปงความจริง

    “เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ศึกที่นางเป็นผู้เลือก

    “พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ข่าวลือการเสียชีวิตขององค์ชายห้า

    หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   สั่งระดมพล

    หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   แผนการอันแยบยล

    “พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ท่านนอนไม่หลับหรือ

    “ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความอุ่นใจเมื่ออยู่ในอ้อมแขน

    “อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status