เข้าสู่ระบบเอ่ยจบนางก็ลงจากรถม้าตามมาด้วยจ้าวหงอิง สตรีทั้งสองเดินย้อนกลับไปที่รถม้าคันเล็กที่นางนั่งโดยสารมา ด้านในมีสตรีสามคนและหนึ่งในนั้นคือหลี่อันหรง
“เจ้ามาทำอันใดที่นี่” หลี่อันหรงตกใจมากที่เห็นหยวนชิงหลิง นางยังจำความเจ็บปวดที่หยวนชิงหลิงตบนางได้ หลี่อันหรงเผลอยกมือขึ้นกุมที่ใบหน้าของตนอย่างลืมตัว “ข้าจะมาทำอันใดที่นี่ก็หาใช่ธุระกงการของเจ้า หลบไปหรืออยากจะโดนเหมือนครั้งก่อน” หยวนชิงหลิงยกมือขึ้นทำท่าจะตี หลี่อันหรงและสตรีอีกสองนางรีบวิ่งลงจากรถม้าราวกับผึ้งแตกรัง นางหันไปพยักหน้าให้จ้าวหงอิงเข้าไปเก็บของที่นางนำติดตัวมาทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วพวกนางก็เดินจากไป โดยที่ไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อของหลี่อันหรง “อันธพาลหยวนชิงหลิง!! ฝากไว้ก่อนเถอะถึงแคว้นเซี่ยเมื่อใดข้าจัดการเจ้าแน่” หยวนชิงหลิงพาจ้าวหงอิงกลับมาที่รถม้าของนางอีกครั้งหลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว อาเฟยก็มาตามนางไปทำอาหาร “ท่านหญิงลู่จิว องครักษ์จับปลามาแล้วขอรับ” หยวนชิงหลิงก้าวลงมาจากรถม้า “ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกชื่อข้าตามสบาย ช่างเถอะ ปลาเล่าอยู่ไหน” ข้าจะกล้าเอ่ยนามของท่านออกมาตรงๆ ได้อย่างไร เพียงแค่ข้าอยู่ใกล้ท่านข้าก็รู้สึกถึงสายตาของท่านผู้นั้น ที่ราวกับคมมีดนับหมื่นเล่มเชือดเฉือนเนื้อของข้าอยู่ตลอดเวลา อาเฟยทำท่าหดคอระหว่างที่เดินนำหยวนชิงหลิงไปยังมุมหนึ่งใต้ต้นไม้ที่มีกระโจมกางเอาไว้บังแดด “เจ้าทำได้ดีนี่” หยวนชิงหลิงตบไปที่ไหล่ของอาเฟยเบาๆ ร่างที่สูงกว่าทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง ท่านหญิงลู่จิวท่านจะแตะเนื้อต้องตัวผู้อื่นตามใจตนมิได้นะขอรับ ข้ายังไม่อยากตาย อาเฟยคร่ำครวญในใจ หยวนชิงหลิงมองท่าทางการแสดงออกของเขาด้วยความสงสัย แต่นางก็ละความสนใจไปเพราะปลามากมายที่อยู่ในถังไม้ “ว้าว!! จับมาได้เยอะเพียงนี้เชียว” นางเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กเล็กๆ ที่พึ่งได้ของเล่นใหม่ สายตาคมกริบของเซี่ยหวายอีจับจ้องไปยังร่างบางที่ยืนรวมกลุ่มอยู่กับเหล่าพ่อครัว แค่ปลาที่ไร้ค่าไม่กี่ตัวก็สามารถทำให้เจ้าตื่นเต้นดีใจเพียงนี้เชียวหรือ เขานึกว่าสตรีทั่วทั้งทวีปนี้ต่างก็ชื่นชอบในของกำนัลที่มีค่าเสียอีก นางช่างเป็นสตรีที่นิสัยแปลกประหลาดและไม่เหมือนผู้ใดเสียจริง นอกจากปลาที่อยู่ในถังไม้แล้ว ยังมีไก่ป่าอีกนับสิบตัวที่องครักษ์ของเซี่ยหวายอีจับกลับมาด้วย หยวนชิงหลิงฮำเพลงอย่างอารมณ์ดีในระหว่างทำอาหาร เหล่าพ่อครัวต่างก็มองใบหน้างามของนางอย่างตกตะลึง จากนั้นจึงพร้อมใจกันหน้าแดงด้วยความเขินอาย ทั้งที่เห็นหน้ากันทุกวันแต่ท่านหญิงที่อารมณ์ดีเช่นนี้ช่างงดงามยิ่งนัก “อะแฮ่ม!!!” เสียงกระแอมไอที่ดังจากด้านหลังทำให้พ่อครัวเหล่านั้นหันกลับไปมอง จากนั้นพวกเขาจึงรีบกลับไปทำหน้าที่ของตนอย่างลนลาน เหลือเพียงหยวนชิงหลิงและจ้าวหงอิงที่คอยเป็นลูกมือเท่านั้น ผ่านไปไม่นานกลิ่นอาหารที่หอมยั่วน้ำลาย ที่เหล่าพ่อครัวและหยวนชิงหลิงทำก็ล่องลอยกระจายไปทั่วกองคาราวานราชทูตแคว้นเซี่ย ทั้งองครักษ์ที่กำลังพักผ่อนและเหล่าสตรีบรรณาการต่างก็เดินออกมาดูว่าอาหารเที่ยงของวันนี้คือสิ่งใด ถึงได้มีกลิ่นหอมเยี่ยงนี้ “ข้าหิวจังเลย มีส่วนของข้าหรือไม่” สตรีรูปร่างสูงนางหนึ่งเอ่ยขึ่น นางและกลุ่มสหายของนางเดินตรงมาที่กระโจมเปิดใต้ต้นไม้ที่หยวนชิงหลิงกำลังทำอาหารอยู่ หยวนชิงหลิงไม่สนใจพวกนาง คนไร้ค่าที่ไม่ยอมทำสิ่งใดเลยไม่มีสิทธิ์ทานอาหารเหล่านี้ “อาหารของพวกเจ้ามีพ่อครัวทำให้ต่างหากมิใช่หรือ มาทำอันใดที่นี่ ให้สาวใช้ของพวกเจ้าไปยกมาสิ น่าจะเสร็จแล้ว” หยวนชิงหลิงเอ่ยกับสตรีร่างสูงนางนั้น “ตะ.....แต่ว่าอาหารเหล่านั้นมัน....” นางอยากจะเอ่ยว่าไม่อร่อย แต่นางไม่กล้าเพราะระหว่างการเดินทางยังต้องพึ่งพาพวกเขาอยู่ “อาหารเหล่านั้นมันทำไม เจ้าคิดว่าพ่อครัวเพียงไม่กี่คนในคณะราชทูต ที่ต้องทำอาหารให้คนนับร้อยทานวันละสามมื้อจะมีเวลามาสนใจในรสชาติเพื่อเอาอกเอาใจพวกเจ้าที่นั่งอยู่เฉยๆ โดยที่ไม่ได้ออกแรงอย่างนั้นหรือ” สตรีร่างสูงแสดงท่าทางไม่พอใจในคำพูดของหยวนชิงหลิง “แต่นั่นมันเป็นหน้าที่ของพวกเขานะ เรารับพระราชโองการจากฮ่องเต้ให้เดินทางไปยังแคว้นเซี่ย พวกเขาจะต้องดูแลเราเป็นอย่างดีสิ เราก็แค่ต้องการทานอาหารเท่านั้น พวกเราทำอะไรผิดมากนักหรือ” หยวนชิงหลิงมองใบหน้าของหญิงสาวที่ถูกแต่งแต้มอย่างดีด้วยเครื่องประทินโฉมราคาสูง กลิ่นแป้งหอมที่โชยออกมาจากกายพวกนางทำให้หยวนชิงหลิงรู้สึกฉุนจนอยากจะจามออกมา นี่บิดาของนางใช้ทั้งชีวิตเพื่อปกป้องคนโง่เขลาเหล่านี้อยู่อย่างนั้นหรือ “ข้าคิดว่าตอนนี้พวกเจ้าทุกคนกำลังเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปอยู่นะ เจ้าคิดว่าตนเองเป็นอะไรสำหรับคนแคว้นเซี่ยกัน เจ้าคิดว่าเมื่อไปถึงที่นั่นพวกเขาจะยิ้มต้อนรับพวกเจ้าราวกับคนสำคัญของแผ่นดินอย่างนั้นหรือ” “แล้วมิใช่หรืออย่างไร” สตรีร่างสูงตอบสวนออกไปทันควัน หยวนชิงหลิงถอนหายใจเบาๆ คนโง่เขลาก็ยังเป็นเพียงคนโง่เขลา “ข้าและพวกเจ้าทุกคนที่ถูกฮ่องเต้สั่งให้เดินทางไปที่แคว้นเซี่ย ล้วนแต่ถูกทิ้งแล้ว ไม่มีใครมาสนใจหรอกว่าหลังจากที่พวกเราก้าวเท้าออกไปจากเมืองหลวงจะเกิดสิ่งใดขึ้นกับพวกเราบ้าง” “ชีวิตของพวกเจ้าทุกคนตอนนี้อยู่ในกำมือของแคว้นเซี่ยแล้ว เลิกฝันหวานเสียเถอะ เมื่อไปถึงที่นั่นพวกเจ้าจะถูกรุมฉีกทึ้ง เหมือนชิ้นเนื้อ หากดวงดีหน่อยอาจได้เป็นอนุเล็กๆ ของขุนนาง แต่ไม่มีทางที่พวกเขายกย่องพวกเจ้าออกหน้าออกตา ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องที่พวกเจ้ากลายเป็นหนึ่งในพวกเขา” “เลวร้ายหน่อย อาจต้องไปทำหน้าที่บำเรอให้ความสุขแก่ทหารในกองทัพ ตื่นเสียที พวกเจ้าไม่เอะใจบ้างหรือว่าเหตุใดสตรีที่ถูกส่งไปที่แคว้นเซี่ยถึงมีเพียงบุตรอนุเท่านั้น เพราะพวกเจ้าล้วนไม่มีความสำคัญในใจของพวกเขาอย่างไรเล่า เป็นแค่เพียงเบี้ยที่ถูกใช้แล้วทิ้งก็เท่านั้น” เป็นอย่างที่หยวนชิงหลิงคิด ฮ่องเต้ฉินได้ปรึกษาเรื่องนี้กับเหล่าขุนนางแล้ว ต่อให้ต้องสูญเสียหญิงสาวเหล่านี้ไป ก็ไม่มีผลใดใดต่อตระกูลใหญ่เหล่านั้นอยู่แล้ว สตรีที่ถูกแต่งออกไปแล้วก็ไม่ต่างจากน้ำที่สาดทิ้ง “ท่านกำลังพูดเรื่องอันใดกัน มันต้องไม่มีทางเป็นเช่นนั้นแน่ ข้าไม่มีทางเชื่อ!! เราหาใช่หญิงคณิกาพวกเขาจะทำอย่างนั้นกับเราไม่ได้” นางคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าพวกนางจะต้องไม่เชื่อในสิ่งที่ตนพูด แต่เรื่องนั้นหาใช่ปัญหาของนาง เพราะถึงอย่างไรเมื่อไปถึงเมืองหลวงแคว้นเซี่ย บางทีโอกาสที่จะได้พบกันอาจจะไม่มีอีกเลยก็เป็นได้ เป้าหมายของนางมิใช่การปักหลักอยู่ที่แคว้นเซี่ยโดยถาวร แต่เป็นการตามหาความจริงเบื้องหลังผู้ที่สังหารบิดา หากนางได้พบกับแม่ทัพแคว้นเซี่ยผู้นั้นนางก็อาจจะได้รู้ความจริงจากปากเขา แต่ตอนนี้นางยังไม่มีวิธีที่จะได้เข้าใกล้เขาเลย ได้ยินมาว่าแม่ทัพอายุน้อยผู้นี้นั้นลึกลับยิ่งนัก สักวันนางหวังว่าจะได้พบกับเขาตัวเป็นๆ“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







