LOGINสตรีบรรณาการเหล่านั้นที่รายล้อมหยวนชิงหลิง หลังจากที่ได้ยินความจริงจากปากนาง บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ให้พวกนางรู้เสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้ปรับตัวทัน ดีกว่าไปรู้ทีหลังแล้วต้องมานั่งเสียใจและแตกสลายด้วยความจริงที่ว่าพวกนางถูกคนทั้งครอบครัวทอดทิ้ง
“หยุดร้องไห้เสียเถิด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือพวกเราได้แล้ว ทุกอย่างมันเป็นเพียงเรื่องของการเมืองเท่านั้น พวกเราก็เป็นแค่เพียงตัวหมากเล็กๆ ของพวกเขา จากนี้ไปก็จงพยายามปรับตัวให้ได้ เผื่อว่าวันหน้าต้องอยู่ในช่วงชีวิตที่ลำบากจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียใจทีหลัง” หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบพวกนางเสียงอ่อนโยน นางเพียงหวังว่าสตรีเหล่านี้จะเข้มแข็งขึ้นในไม่ช้า และยืนได้ด้วยขาของตนเอง ทุกคำพูดของนางกระทบจิตใจของใครหลายคน รวมถึงบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังต้นไม้ที่ใช้กางกระโจม เขามองใบหน้าเล็กที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่หน้าผากเพราะความร้อนของกองไฟที่นางใช้ทำอาหาร เขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดให้นางแต่แล้วก็ต้องหยุดการกระทำของตนเอาไว้ “คิดบ้าอันใดของข้าอยู่กันแน่ นางก็เป็นแค่เพียงตัวยุ่งเท่านั้น เลิกสนใจนางไปเสีย” เซี่ยวหวายอีรีบเดินออกไปจากตรงนั้น ก่อนที่เขาจะทำอะไรบ้าๆ ลงไปโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่วันที่หยวนชิงหลิงได้เอ่ยความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่พวกนางถูกส่งไปที่แคว้นเซี่ย สตรีหลายคนก็มีการเปลี่ยนแปลงรวมทั้งสตรีร่างสูงที่นางได้รู้ชื่อในภายหลังว่านางชื่อมู่หยูเยว่ พวกนางมาขอให้หยวนชิงหลิงสอนเรื่องการทำอาหาร ส่วนสาวใช้ที่ติดตามพวกนางมาก็ทำหน้าที่สอนการซักผ้าทำความสะอาด พวกนางรับชุดของทหารองครักษ์ที่ใส่แล้วมาซักเมื่อมีโอกาส แรกเริ่มอาจมีติดขัดอยู่บ้าง บางคนซักไม่สะอาด บางคนก็ทำชุดขาด แต่พวกนางกลับไม่ได้ถูกตำหนิกลับมาเลยสักคน กลับกันพวกเขากลับรู้สึกขอบคุณที่พวกนางทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อคณะราชทูตแคว้นเซี่ย ดีกว่าตอนแรกเริ่มออกเดินทางที่พวกนางทำแต่เรื่องวุ่นวายเรียกร้องสิ่งนั้นสิ่งนี้ทำให้พวกเขาต้องปวดหัวอยู่หลายวัน เรื่องนี้ต้องขอบคุณท่านหญิงลู่จิวที่ทำให้บรรยากาศการเดินทางครั้งนี้เปลี่ยนไป เหล่าสตรีที่เคยเอาแต่นั่งอยู่ในรถม้ามาตลอดทาง เริ่มมีปฏิสัมพันธ์พูดคุยกับทหารองครักษ์บ้าง ทำให้บรรยากาศการเดินทางที่แสนยาวไกลเริ่มสนุกและไม่น่าเบื่อ แต่ยังมีคนบางพวกที่หัวแข็งไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เช่นคุณหนูตระกูลหลี่ที่ตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับหยวนชิงหลิงอย่างเห็นได้ชัด นางคอยปลุกปั่นสตรีที่นั่งรถม้าคันเดียวกับนางและสตรีบางคนที่ไม่ชอบการทำงานหนักให้หลงเชื่อว่าเรื่องที่หยวนชิงหลิงพูดนั้นไม่เป็นความจริง ทั้งยังบอกว่าหยวนชิงหลิงทรยศต่อแคว้นฉินไปเข้ากับศัตรูอย่างแคว้นเซี่ย เพราะอย่างนั้นอาหารที่พวกนางได้รับจึงน้อยลงและรสชาติแย่ลงทุกวันจนแทบไม่สามารถกลืนลงท้องได้ เรื่องนี้หยวนชิงหลิงไม่รู้เพราะนางกำลังยุ่งอยู่กับการสอนทำอาหาร “นี่มันอาหารคนหรืออาหารหมูกันแน่เหตุใดถึงได้รสชาติแย่เพียงนี้” หลี่อันหรงโยนชามใส่โจ๊กผักป่าไปที่พ่อครัวที่กำลังทำอาหาร ที่นางกล้าทำเช่นนี้เพราะคิดว่าพ่อครัวเหล่านั้นมีสถานะต่ำต้อยที่สุดในคณะเดินทาง นางเพียงต้องการหาที่ระบายอารมณ์เท่านั้น เพราะหลายวันนี้มานี้สตรีที่เคยเชื่อฟังนางต่างก็ตีตัวออกหาก หันไปเรียนทำอะไรไร้สาระกับหยวนชิงหลิง ร่างของพ่อครัวเต็มไปด้วยเศษผักและข้าว ทุกคนต่างมองไปที่นางเป็นจุดเดียว ก่อนที่หยวนชิงหลิงจะรีบยกถังไม้ที่ใส่น้ำไปราดลงบนตัวเขา “อาเฟยเจ้าร้อนหรือไม่ พวกเจ้าไปยกน้ำมาอีก” หยวนชิงหลิงสั่งสตรีสองสามคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล พวกนางรีบนำถังไม้ไปตักน้ำมาราดลงบนตัวของอาเฟยจนเศษผักและข้าวหลุดออกจนหมด ทำให้มองเห็นรอยแดงปรากฏขึ้นบนใบหน้าและลำคอของเขา เพราะโจ๊กที่หลี่อันหรงโยนมานั้นพึ่งตักจากหม้อ “สารเลว” หยวนชิงหลิงเดินตรงไปที่หลี่อันหรงด้วยดวงตาวาวโรจน์ก่อนจะจิกหัวนางลากไปที่ด้านหน้าอาเฟย อารมณ์ของนางตอนนี้ปะทุถึงขีดสุดแล้ว กล้าทำร้ายสหายของนางอย่างนั้นหรือ สตรีนางนี้หากไม่สั่งสอนเสียบ้างนางคงจะยังคิดว่าตนเองสูงส่งและไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา “ขอโทษเขาซะ!! หลี่อันหรง ก่อนที่ข้าจะจับหัวเจ้าจุ่มลงไปในหม้อต้มโจ๊ก กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายสหายของข้า เจ้าอย่าหวังว่าวันนี้ข้าจะปล่อยให้เจ้ากลับไปอย่างสบายๆ เหมือนครั้งก่อน” หลี่อันหรงแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาอย่างลนลาน นางไม่คิดว่าเพียงแค่ราดโจ๊กใส่พ่อครัวต่ำต้อยผู้หนึ่ง จะทำให้หยวนชิงหลิงออกหน้าปกป้องเขาและแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยวมากมายเช่นนี้ “ข้าไม่ขอโทษ!! พวกมันก็เป็นเพียงแค่คนชั้นต่ำเท่านั้นเหมาะสมกับคำขอโทษของข้าหรือ แล้วเจ้าเป็นอันใดกับพ่อครัวผู้นี้กันถึงได้ต้องโกรธแทนมัน หรือว่ามันเป็นคนรักของเจ้า จึงทำให้เจ้าโกรธถึงเพียงนี้ ตกต่ำใหญ่แล้วนะหยวนชิงหลิง หรือเป็นเพราะองค์ชายห้าไม่ชายตามองเจ้าแล้ว เลยทำให้เจ้าไปคว้าเอาคนชั้นต่ำจากแคว้นเซี่ยมาเป็นคนรัก ข้าเศร้าใจแทนบิดาของเจ้าที่ด่วนจากไปเสียจริง บุตรสาวอกตัญญูรักกับศัตรูที่สังหารตนเอง เห็นทีพ่อของเจ้าที่อยู่ในปรโลกคนจะตายตาไม่หลับเป็นแน่” หยวนชิงหลิงจะไม่โมโหมากมายเพียงนี้ ถ้าหากหลี่อันหรงด่าแค่เพียงนาง แต่ตอนนี้นางได้แตะเกล็ดย้อนของหยวนชิงหลิงเข้าแล้ว เรื่องที่นางไม่สมควรดึงเข้ามาเกี่ยวด้วยก็คือเรื่องบิดาของนาง หลี่อันหรงคิดว่าตนเองมีกี่ชีวิตกัน หยวนชิงหลิงคว้ากระบี่ที่เอวของเซี่ยหวายอีที่พึ่งเดินเข้ามา เขาได้รับรายงานจากชางรุ่ยเรื่องของหลี่อันหรงที่นางทำแล้ว ร่างสูงจับแขนของนางเอาไว้เพราะเกรงว่านางจะสังหารสตรีที่อยู่ตรงหน้า หยวนชิงหลิงตวัดสายตาขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตแดงก่ำไหวระริก น้ำตาที่จวนเจียนจะหยดไหลกลอกกลิ้งอยู่ในดวงตาของนาง ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาบีบรัดด้วยความเจ็บปวด เซี่ยหวายอีดึงกระบี่ออกจากมือของนางก่อนที่จะฟันไปที่ใบหน้าของหลี่อันหรง เมื่อนางร้องออกมาเพราะความเจ็บปวด เขาก็ฟันลิ้นของนางทิ้งอย่างไม่ไยดี “ปากเน่าๆ ของเจ้าไม่ควรจะมีลิ้นเอาไว้พูดในเรื่องที่ไม่ดี” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างอำมหิต“ใบหน้าของเจ้าเสียโฉมแล้วจากนี้ไปแม้แต่นางบำเรอในกองทัพเจ้าก็เป็นไม่ได้ ตีตราทาสที่ใบหน้าของนาง จากนี้ไปนางจะต้องทำงานชั้นต่ำทุกอย่างในคณะเดินทาง หลังจากไปถึงแคว้นเซี่ยแล้วส่งนางไปยังซ่องนางโลมชั้นต่ำที่สุด ให้รับลูกค้าวันละห้าสิบคนเป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อครบหนึ่งปีให้ส่งนางไปทำงานที่เหมืองเกลือ”หลี่อันหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจลนลาน นางพยายามคลานมาที่เท้าของเซี่ยหวายอีเพื่อขอความเมตตา แต่ถูกเขาเตะกระเด็นออกไปไกล คนของเขานำโซ่ตรวนมาคล้องมือและเท้าของนางเอาไว้ จากนั้นจึงลากนางออกไปไม่แม้แต่จะเรียกหมอมารักษา“ทุกคนจงจำวันนี้เอาไว้ให้ดี ต่อไปพูดแต่เรื่องที่ควรพูด แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนได้แล้ว อีกไม่ช้าเราจะออกเดินทางกันต่อ”หยวนชิงหลิงที่ยืนก้มหน้าอยู่ที่เดิมค่อยๆ เดินหันหลังจากไป เสียงของหลี่อันหรงที่สบถด่าทอว่าร้ายบิดาของนางยังคงดังก้องอยู่ภายในหัว หยวนชิงหลิงรู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนมีบางอย่างกำลังกดทับหัวใจของนาง ภาพเบื้องหน้าที่นางเห็นค่อยๆ หดแคบลงและมืดดำทีละน้อยร่างบางซวนเซไปด้านหน้าก่อนที่จะล้มลง เซี่ยหวายอีมองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของนางเดินกลับไปที่รถม้าด้วยสายตาเป็นห่วง เขาส
สตรีบรรณาการเหล่านั้นที่รายล้อมหยวนชิงหลิง หลังจากที่ได้ยินความจริงจากปากนาง บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ให้พวกนางรู้เสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้ปรับตัวทัน ดีกว่าไปรู้ทีหลังแล้วต้องมานั่งเสียใจและแตกสลายด้วยความจริงที่ว่าพวกนางถูกคนทั้งครอบครัวทอดทิ้ง“หยุดร้องไห้เสียเถิด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือพวกเราได้แล้ว ทุกอย่างมันเป็นเพียงเรื่องของการเมืองเท่านั้น พวกเราก็เป็นแค่เพียงตัวหมากเล็กๆ ของพวกเขา จากนี้ไปก็จงพยายามปรับตัวให้ได้ เผื่อว่าวันหน้าต้องอยู่ในช่วงชีวิตที่ลำบากจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียใจทีหลัง”หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบพวกนางเสียงอ่อนโยน นางเพียงหวังว่าสตรีเหล่านี้จะเข้มแข็งขึ้นในไม่ช้า และยืนได้ด้วยขาของตนเองทุกคำพูดของนางกระทบจิตใจของใครหลายคน รวมถึงบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังต้นไม้ที่ใช้กางกระโจม เขามองใบหน้าเล็กที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่หน้าผากเพราะความร้อนของกองไฟที่นางใช้ทำอาหาร เขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดให้นางแต่แล้วก็ต้องหยุดการกระทำของตนเอาไว้“คิดบ้าอันใดของข้าอยู่กันแน่ นางก็เป็นแค่เพียงตัวยุ่งเท่านั้น เลิกสนใจนางไปเสีย”เซี่ยวหวายอีรีบเดินออกไปจากตร
เอ่ยจบนางก็ลงจากรถม้าตามมาด้วยจ้าวหงอิง สตรีทั้งสองเดินย้อนกลับไปที่รถม้าคันเล็กที่นางนั่งโดยสารมา ด้านในมีสตรีสามคนและหนึ่งในนั้นคือหลี่อันหรง“เจ้ามาทำอันใดที่นี่”หลี่อันหรงตกใจมากที่เห็นหยวนชิงหลิง นางยังจำความเจ็บปวดที่หยวนชิงหลิงตบนางได้ หลี่อันหรงเผลอยกมือขึ้นกุมที่ใบหน้าของตนอย่างลืมตัว“ข้าจะมาทำอันใดที่นี่ก็หาใช่ธุระกงการของเจ้า หลบไปหรืออยากจะโดนเหมือนครั้งก่อน”หยวนชิงหลิงยกมือขึ้นทำท่าจะตี หลี่อันหรงและสตรีอีกสองนางรีบวิ่งลงจากรถม้าราวกับผึ้งแตกรัง นางหันไปพยักหน้าให้จ้าวหงอิงเข้าไปเก็บของที่นางนำติดตัวมาทั้งหมด เมื่อเสร็จแล้วพวกนางก็เดินจากไป โดยที่ไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อของหลี่อันหรง“อันธพาลหยวนชิงหลิง!! ฝากไว้ก่อนเถอะถึงแคว้นเซี่ยเมื่อใดข้าจัดการเจ้าแน่”หยวนชิงหลิงพาจ้าวหงอิงกลับมาที่รถม้าของนางอีกครั้งหลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว อาเฟยก็มาตามนางไปทำอาหาร“ท่านหญิงลู่จิว องครักษ์จับปลามาแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงก้าวลงมาจากรถม้า“ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกชื่อข้าตามสบาย ช่างเถอะ ปลาเล่าอยู่ไหน”ข้าจะกล้าเอ่ยนามของท่านออกมาตรงๆ ได้อย่างไร เพียงแค่ข้าอยู่
จ้าวหงอิงถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนหน้านี้นางนั่งรถม้าคันเดียวกับหลี่อันหรง วันไหนที่มีอาหารที่ดีหน่อยนางก็จะยึดเอาไว้เป็นของตนเอง ในรถม้าที่ต้องนั่งสี่คนเวลานอนหลี่อันหรงก็จะแบ่งพื้นที่ไปเสียครึ่ง อีกสามคนต้องนั่งเบียดกันหลับ ตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงมีเพียงเมื่อคืนเท่านั้นที่นางนอนหลับได้สนิทหยวนชิงหลิงมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ แค่ผัดผักใส่ไข่เจ้าถึงกับร้องไห้เลยหรือ เห็นทีก่อนหน้านี้เจ้าคงจะลำบากจริงๆ หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบนางสองสามคำ ก่อนที่สตรีทั้งสองจะทานอาหารของตน“ยาของข้าเล่า”หยวนชิงหลิงเดินมาหาอาเฟยที่กำลังเคี่ยวยาอยู่“เสร็จแล้วขอรับ”หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วก่อนที่จะบีบจมูกแล้วดื่มยาลงไปจนหมดชาม นางเป็นคนที่เกลียดการดื่มยามาก แต่หนทางไปยังแคว้นเซี่ยยังอีกยาวไกล จะปล่อยให้ตนเองป่วยจนเป็นภาระของผู้อื่นมิได้“ตอนเที่ยงข้าอยากกินปลาย่าง ถึงอย่างไรวันนี้ก็หยุดพักที่นี่หนึ่งวัน เราไปจับปลากันดีกว่า”นางเอ่ยชวนอาเฟยและพ่อครัวที่อยู่ตรงนั้นอีกสองสามคน สายตาคมกริบของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในกระโจมแบบเปิด กำลังมองมาที่ร่างบาง เมื่อคืนเกือบตายยังไม่รู้จักเข็ดหลาบ วันนี้กลับไปรนหาที่อีกแล้ว นางช่างเป็นส
องครักษ์ร่างสูงนามเข่อซิง ที่ยืนอยู่ด้านนอกเพื่อรอรับคำสั่ง เดินจากไปและไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมสตรีใบหน้างดงามนางหนึ่ง ท่าทางของนางแลดูมึนงงเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางก็ทำตามคำสั่งขององครักษ์ผู้นั้นแต่โดยดีโดยมิได้ปริปากถาม“จงเก็บเรื่องที่เจ้าเห็นในคืนนี้เอาไว้เป็นความลับ หากข้าได้ยินว่ามีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้ ข้าจะฝังเจ้าเอาไว้กลางป่า”เซี่ยหวายอีหรือจิ้นอ๋องที่ปลอมตัวเป็นองครักษ์คุ้มกันขบวนราชทูต ข่มขู่จ้าวหงอิงก่อนที่เขาจะลงจากรถม้าไป จ้าวหงอิงที่นั่งตัวลีบอยู่ในมุมหนึ่งของรถม้าถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะช่วยเปลี่ยนชุดที่เปียกชื้นออกจากร่างของหยวนชิงหลิง“ท่านไปทำอันใดมากันแน่ท่านหญิงลู่จิว”จ้าวหงอิงมองใบหน้างามที่กำลังหลับสนิทก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ นางส่ายหน้าให้กับความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง“เฮ่อ!!!อย่ารู้เลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นได้อายุสั้นแน่ๆ ท่านหญิงท่านเองก็คงจะลำบากไม่น้อยเช่นกันสินะ ข้ายังหวังว่าสักวันพวกเราจะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวที่แคว้นฉินอีกครั้ง”จ้าวหงอิงมองสำรวจภายในรถม้าที่หยวนชิงหลิงโดยสารมา รถม้าของนางที่ได้รับสิทธิ์นั่งมาคนเดียวช่างกว้างขวาง ภายในก็ถูกบุนวมเ
นางเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ ก่อนที่จะนั่งรับทานอาหารพร้อมกับพ่อครัวเหล่านั้นโดยที่ไม่ถือตัวเลยสักนิด“เหอะ!!เสแสร้ง”หลี่อันหรงบิดปากพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะโยนชามอาหารลงไปข้างๆ หยวนชิงหลิง เหล่าพ่อครัวและองครักษ์ต่างก็มองการกระทำของนางเป็นตาเดียว หยวนชิงหลิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดของนางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำแกง“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไม่พอใจสิ่งใดในตัวข้า ถึงได้แสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้ออกมา เมื่อก่อนเจ้าอาจจะเคยเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่ในแคว้นฉิน เคยอยู่เหนือผู้คนมากมาย หลายคนต้องคอยเอาใจและรองรับโทสะของเจ้า แต่ข้าหาใช่บ่าวไพร่ของเจ้า”นางตบใบหน้าของหลี่อันหรงสองครั้งติดกัน ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง แม่นางผู้นี้มือไวจริงๆ เพียงทำชุดของนางสกปรกเท่านั้นนางก็ลงไม้ลงมือเสียแล้ว“เจ้า!!”“หุบปาก!!! และจงอยู่ให้ห่างข้าเอาไว้ หากเจ้ายังอยากใช้ปากนั่นทานอาหารอยู่”หยวนชิงหลิงมองหลี่อันหรงด้วยสายตาเอาจริง หลี่อันหรงทำสิ่งใดไม่ได้ นางทำได้เพียงรีบวิ่งกลับไปที่รถม้าของตน หยวนชิงหลิงก้มลงหยิบชามที่หลี่อันหรงโยนใส่นาง ก่อนที่จะนำมันไปล้าง“อาหารที่นางไม่ชอบกิน แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดามันคืออาหารที่พวกเขาต่อให้ฝันถึงก







