Beranda / รักโบราณ / ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก / ความรู้สึกที่แสนคุ้นเคย

Share

ความรู้สึกที่แสนคุ้นเคย

Penulis: zuey
last update Tanggal publikasi: 2026-02-28 20:29:21

นางเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ ก่อนที่จะนั่งรับทานอาหารพร้อมกับพ่อครัวเหล่านั้นโดยที่ไม่ถือตัวเลยสักนิด

“เหอะ!!เสแสร้ง”

หลี่อันหรงบิดปากพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะโยนชามอาหารลงไปข้างๆ หยวนชิงหลิง เหล่าพ่อครัวและองครักษ์ต่างก็มองการกระทำของนางเป็นตาเดียว หยวนชิงหลิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดของนางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำแกง

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไม่พอใจสิ่งใดในตัวข้า ถึงได้แสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้ออกมา เมื่อก่อนเจ้าอาจจะเคยเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่ในแคว้นฉิน เคยอยู่เหนือผู้คนมากมาย หลายคนต้องคอยเอาใจและรองรับโทสะของเจ้า แต่ข้าหาใช่บ่าวไพร่ของเจ้า”

นางตบใบหน้าของหลี่อันหรงสองครั้งติดกัน ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง แม่นางผู้นี้มือไวจริงๆ เพียงทำชุดของนางสกปรกเท่านั้นนางก็ลงไม้ลงมือเสียแล้ว

“เจ้า!!”

“หุบปาก!!! และจงอยู่ให้ห่างข้าเอาไว้ หากเจ้ายังอยากใช้ปากนั่นทานอาหารอยู่”

หยวนชิงหลิงมองหลี่อันหรงด้วยสายตาเอาจริง หลี่อันหรงทำสิ่งใดไม่ได้ นางทำได้เพียงรีบวิ่งกลับไปที่รถม้าของตน หยวนชิงหลิงก้มลงหยิบชามที่หลี่อันหรงโยนใส่นาง ก่อนที่จะนำมันไปล้าง

“อาหารที่นางไม่ชอบกิน แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดามันคืออาหารที่พวกเขาต่อให้ฝันถึงก็ไม่มีทางได้มา นางช่างเป็นคนที่ฟุ่มเฟือยยิ่งนัก”

เรื่องที่หยวนชิงหลิงตบหน้าของหลี่อันหรงถูกลือไปทั่วคณะราชทูต ต่อมาเมื่อถึงเวลาพักทานอาหาร เหล่าสาวงามทั้งยี่สิบต่างก็ไม่มีใครกล้าโวยวายขึ้นอีก เพราะกลัวว่าตนจะโดนตบจนหน้าบวมเป็นหัวหมูเหมือนกันกับหลี่อันหรง ทำให้ความสงบสุขกลับคืนมาสู่คณะราชทูตอีกครั้ง

“ชิงหลิง เจ้าดูสิว่าข้าได้สิ่งใดมา”

พ่อครัวที่ชื่ออาเฟยยกปลาหลีฮื่อหลายตัวให้นางดู

“ท่านได้มาจากไหน ดีเสียจริงข้าทานเนื้อจนเอียนแล้ว ได้ทานปลาบ้างคงรู้สึกดีไม่น้อย”

หยวนชิงหลิงยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“องครักษ์สามคนนั้นให้มา เขาบอกว่าปลานี่ให้เจ้าทั้งหมด พวกเขาคงจะอยากขอบคุณที่เจ้าทำอาหารให้ทุกคนทาน ทั้งยังช่วยปรามสาวงามพวกนั้นด้วย”

หยวนชิงหลิงมองตามมืออาเฟยที่ชี้ไปที่องครักษ์รูปร่างสูงใหญ่สามคน แต่พวกเขากลับมีใบหน้าที่แสนธรรมดายิ่งนัก นางพยักหน้าขอบคุณก่อนที่จะจัดการกับปลาที่พึ่งได้มา

หยวนชิงหลิงทำปลาหลีฮื้อย่างเกลือและปลาหลีฮื้อผัดเปรี้ยวหวานสองอย่าง กลิ่นหอมของมันกระจายไปทั่วทำให้คนในคณะราชทูตต่างก็เข้ามามุงดู นางตักอาหารสองอย่างใส่ชามแล้วนำไปส่งให้องครักษ์ทั้งสามที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“ขอบคุณอีกครั้งสำหรับปลานะเจ้าคะ ข้าทำส่วนของพวกท่านเอาไว้ด้วย หวังว่ารสชาติจะถูกปากพวกท่าน”

อาหารจากปลาสองอย่างผัดผักหนึ่งอย่างและน้ำแกง กินกับข้าวที่หุงเสร็จใหม่ร้อนๆ เสียงน้ำย่อยในกระเพาะของแต่ละคนร้องครวญครางขึ้นมาพร้อมกัน องครักษ์ทั้งสามรู้สึกอับอายจนต้องหันหน้าหนี หยวนชิงหลิงเองก็ได้ยินอย่างชัดเจน นางยกมือปิดปากหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะกลับมาทานอาหารในส่วนของตน

“ดูนางสิ หัวร่อต่อกระซิกกับพวกองครักษ์ตัวเหม็นพวกนั้น ช่างไร้ยางอายเสียจริง นางลืมไปแล้วหรือว่าบิดาของนางถูกแม่ทัพแคว้นเซี่ยสังหาร หยวนชิงหลิงนางช่างเป็นบุตรสาวที่อกตัญญูยิ่งนัก”

หลี่อันหรงพูดกับสตรีอีกสองคนที่นั่งรถม้าคันเดียวกับนาง ทั้งขบวนราชทูตมีเพียงหยวนชิงหลิงเท่านั้นที่มีรถม้านั่งเป็นส่วนตัว สตรีบรรณาการทั้งยี่สิบคนต้องแบ่งกันสามคนต่อรถม้าหนึ่งคัน ทำให้เวลานอนต้องเบียดเสียดยิ่งนัก นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้หลี่อันหรงไม่พอใจในตัวของหยวนชิงหลิง

“นางทำอาหารได้อร่อยยิ่งนัก”

องครักษ์หนึ่งในสามเอ่ยขึ้น หลังจากจัดการอาหารที่หยวนชิงหลิงนำมาให้จนหมดเกลี้ยง ได้ยินสหายเอ่ยดังนั้นอีกสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วย ดูเหมือนครั้งหน้าคงต้องหาเนื้อสัตว์มาให้นางช่วยทำอาหารในระหว่างการเดินทางอันแสนยาวไกลนี่เสียแล้ว

ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ทุกคนต่างเร่งทำภารกิจส่วนตัวของตนให้เสร็จ และจะได้รีบเข้านอนเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวัน หยวนชิงหลิงรู้สึกเหนียวตัวเพราะควันจากการที่นางทำอาหาร จึงคิดว่าตนเองควรจะอาบน้ำสักหน่อย นางรอให้คนในขบวนเข้านอนกันหมด เหลือเพียงทหารที่ทำหน้าที่เฝ้ายามไม่กี่คน ก่อนที่จะย่องออกจากรถม้าตรงไปยังลำธารที่ห่างออกไป

“ฮ่า!!!เย็นสบายเหลือเกิน”

ร่างเล็กแหวกว่ายไปมาในน้ำท่าทางอารมณ์ดี การที่ต้องนั่งอยู่ในรถม้าโยกเยกทั้งวันทำให้นางปวดเมื่อยไปทั้งตัว น้ำเย็นในลำธารช่วยทำให้นางรู้สึกสดชื่นขึ้นไม่น้อย

ในระหว่างที่หยวนชิงหลิงกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการเล่นน้ำ เสียงเดินของใครบางคนก็มุ่งตรงมาที่นาง แม้ตอนนี้นางจะไม่ได้แก้ผ้า แต่ชุดที่นางใส่ก็บางเกินไปยิ่งมันเปียกน้ำยิ่งทำให้มองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของนางได้อย่างชัดเจน

“กลับขึ้นมาได้แล้ว”

เสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยดังมาจากด้านหลังโขดหิน หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด นางเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหนกันนะ

“เจ้าเป็นใคร หรือว่าเป็นองครักษ์ที่เฝ้ายามอย่างนั้นหรือ รอก่อนข้ากำลังไป”

ไม่มีเสียงตอบกลับมา หยวนชิงหลิงค่อยๆ ว่ายกลับขึ้นฝั่ง แต่เพราะนางใช้เวลาอยู่ในน้ำนานมากเกินไปทำให้ขาของนางเกิดเป็นตะคริว นางพยายามตะเกียกตะกายกลับขึ้นฝั่งแต่ก็ไร้ผล ร่างบางค่อยๆ จมลงในน้ำเย็นอย่างช้าๆ ก่อนที่นางจะทันได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ

บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกหันหลังให้นางอยู่อีกฝั่งของโขดหินคือ หนึ่งในองครักษ์ที่หยวนชิงหลิงทำอาหารให้ทานวันนี้ เขาเห็นนางแอบย่องมาที่ลำธารจึงได้ตามมาดู เห็นว่านางอยู่ในน้ำนานเกินไปกลัวว่านางจะไม่สบาย จึงแสดงตัวเพื่อสั่งให้นางขึ้นจากน้ำ

เขายืนรออยู่นานไม่ได้ยินเสียงของนาง ร่างสูงจึงเดินอ้อมโขดหินไปดู ไร้ร่างบางที่เคยแหวกว่ายอยู่ในลำธารก่อนหน้านี้ ชุดคลุมของนางยังคงวางอยู่ที่โขดหินเช่นเดิม ถ้านางยังไม่จากไปเช่นนั้นก็หมายความว่านางยังคงอยู่ในน้ำ ทันความคิดของตน องครักษ์ผู้นั้นก็กระโดดลงไปในน้ำทันที

เขาดำลงไปตรงจุดที่นางเคยอยู่ก่อนหน้านี้ ผ่านไปไม่นานสองร่างก็โผล่พรวดขึ้นมาเหนือน้ำพร้อมกัน เขาว่ายน้ำพาร่างที่ไร้สติของนางกลับขึ้นมาบนฝั่ง ก่อนที่จะใช้นิ้วอังที่จมูกของนาง หยวนชิงหลิงไม่หายใจแล้ว องครักษ์ผู้นั้นตบหน้านางเบาๆ หลายที ก่อนที่จะยกร่างบางพาดบ่าแล้วเขย่าให้นางคายน้ำออกมา

“แค็กๆๆๆ!!!”

หยวนชิงหลิงพ่นน้ำออกจากปากก่อนที่นางจะพยายามสูดเอาอากาศเข้าไปในปอด สติที่เลือนรางทำให้นางมองเห็นใบหน้าของผู้ที่ช่วยชีวิตตนเองได้ไม่ชัด แต่กลิ่นหอมจางๆ ที่ออกมาจากตัวเขานั้น นางรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก

“เจ้า....หรือว่า”

หยวนชิงหลิงยื่นมือออกไป พยายามจะสัมผัสใบหน้าของเขาก่อนที่นางจะหมดสติไป

“หยวนชิงหลิง!!!”

บุรุษผู้นั้นเขย่าเรียกนาง ก่อนที่จะอุ้มร่างเล็กทะยานกลับไปที่ค่ายพัก

“ไปตามหมอมา”

องครักษ์ผู้นั้นสั่งคนของตนเสียงดัง ผ่านไปไม่นานหมอหนุ่มในชุดขาวก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงมาที่รถม้าของหยวนชิงหลิง หลังจากตรวจชีพจรของนางเสร็จ เขาก็รายงานองครักษ์ผู้นั้นด้วยท่าทีเคารพ

“เรียนท่านอ๋อง โชคดีที่ร่างกายของนางแข็งแรงจึงเพียงสลบไปเท่านั้น กระหม่อมจะต้มยาเพื่อขับไล่ไอเย็นออกจากร่างกายให้นาง รอนางฟื้นค่อยให้นางดื่ม”

ใบหน้าของชายผู้ที่ถูกเรียกว่าท่านอ๋องคลายความกังวลลงไปเล็กน้อย เขามองใบหน้าซีดเซียวของนางก่อนที่จะสั่งคนของตนอีกครั้ง

“เข่อซิงไปปลุกสตรีบรรณาการหนึ่งคนให้มาดูแลนาง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บทส่งท้าย ชีวิตอิสรเสรี

    “อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ช่วงเวลาแห่งความสุข

    “เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บรรพบุรุษช่วยเหลือ

    “ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เปิดโปงความจริง

    “เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ศึกที่นางเป็นผู้เลือก

    “พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ข่าวลือการเสียชีวิตขององค์ชายห้า

    หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   สั่งระดมพล

    หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   แผนการอันแยบยล

    “พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ท่านนอนไม่หลับหรือ

    “ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความอุ่นใจเมื่ออยู่ในอ้อมแขน

    “อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status