Teilen

เจ้าคือเขา

last update Veröffentlichungsdatum: 28.02.2026 20:30:05

จ้าวหงอิงถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนหน้านี้นางนั่งรถม้าคันเดียวกับหลี่อันหรง วันไหนที่มีอาหารที่ดีหน่อยนางก็จะยึดเอาไว้เป็นของตนเอง ในรถม้าที่ต้องนั่งสี่คนเวลานอนหลี่อันหรงก็จะแบ่งพื้นที่ไปเสียครึ่ง อีกสามคนต้องนั่งเบียดกันหลับ ตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงมีเพียงเมื่อคืนเท่านั้นที่นางนอนหลับได้สนิท

หยวนชิงหลิงมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ แค่ผัดผักใส่ไข่เจ้าถึงกับร้องไห้เลยหรือ เห็นทีก่อนหน้านี้เจ้าคงจะลำบากจริงๆ หยวนชิงหลิงเอ่ยปลอบนางสองสามคำ ก่อนที่สตรีทั้งสองจะทานอาหารของตน

“ยาของข้าเล่า”

หยวนชิงหลิงเดินมาหาอาเฟยที่กำลังเคี่ยวยาอยู่

“เสร็จแล้วขอรับ”

หยวนชิงหลิงขมวดคิ้วก่อนที่จะบีบจมูกแล้วดื่มยาลงไปจนหมดชาม นางเป็นคนที่เกลียดการดื่มยามาก แต่หนทางไปยังแคว้นเซี่ยยังอีกยาวไกล จะปล่อยให้ตนเองป่วยจนเป็นภาระของผู้อื่นมิได้

“ตอนเที่ยงข้าอยากกินปลาย่าง ถึงอย่างไรวันนี้ก็หยุดพักที่นี่หนึ่งวัน เราไปจับปลากันดีกว่า”

นางเอ่ยชวนอาเฟยและพ่อครัวที่อยู่ตรงนั้นอีกสองสามคน สายตาคมกริบของใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในกระโจมแบบเปิด กำลังมองมาที่ร่างบาง เมื่อคืนเกือบตายยังไม่รู้จักเข็ดหลาบ วันนี้กลับไปรนหาที่อีกแล้ว นางช่างเป็นสตรีที่ไม่รู้จักหวาดกลัวเสียเลย

“ชางรุ่ยสั่งให้คนไปจับปลามาให้พวกเขา ห้ามให้ใครเข้าใกล้ลำธารเด็ดขาด”

เซี่ยหวายอีเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“พ่ะย่ะค่ะ”

ชางรุ่ยเดินไปหากลุ่มของหยวนชิงหลิงก่อนที่จะบอกเกี่ยวกับคำสั่งของหัวหน้าองครักษ์ หยวนชิงหลิงทำหน้าบึ้งด้วยความไม่พอใจ นางเข้าใจว่าเขาต้องทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของทุกคนในคณะ ซึ่งเรื่องนั้นนางเองก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก

แต่จะมาจำกัดการเคลื่อนไหวของนางเช่นนี้ได้อย่างไร หยวนชิงหลิงเดินตรงไปที่กระโจมของเซี่ยหวายอีที่นางเข้าใจว่าเป็นหัวหน้าองครักษ์

“ข้ามีเรื่องที่ต้องคุยกับท่าน ท่านหัวหน้าองครักษ์”

หยวนชิงหลิงเอ่ยเสียงแข็ง นางกอดอกยืนอยู่ด้านหน้าเขา เพราะตัวของนางเล็กกว่าเซี่ยหวายอีมาก ทำให้คนภายนอกมองดูแล้วเหมือนเด็กที่กำลังงอแงคุยกับผู้ใหญ่หน้าดุ

“ท่านหญิงมีเรื่องใดต้องการคุยกับข้าอย่างนั้นหรือ”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแผ่วเบา หัวใจของหยวนชิงหลิงกระตุกอย่างไม่ทราบสาเหตุ เป็นเขานั่นเองนางจำได้แล้ว หยวนชิงหลิงขยับไปใกล้เซี่ยหวายอีก่อนก้มลงดมกลิ่นหอมคุ้นเคยที่ออกมาจากตัวเขา

“เจ้าคือคนชุดดำ!!!”

หยวนชิงหลิงเอ่ยเสียงดัง เซี่ยหวายอีรีบดึงร่างบางเข้ามาหาตนก่อนที่จะใช้มือปิดปากของนางเอาไว้

“เจ้าคิดว่าที่นี่มีแค่คนแคว้นเซี่ยหรืออย่างไร หากพวกเขารู้ว่าคนที่ลอบเข้าไปในวังหลวงคืนนั้นคือข้า ตัวเจ้าเองก็มีความผิดเช่นเดียวกันที่ให้ที่หลบซ่อนแก่ข้า”

หยวนชิงหลิงลืมเรื่องนั้นไปเลย นางพยักหน้าช้าๆ ก่อนที่เซี่ยหวายอีจะปล่อยมือออกจากปากนาง

“เช่นนั้นคนที่ช่วยข้าเอาไว้เมื่อคืนก็คือเจ้าสินะ ข้ายังไม่ได้ขอบคุณเลย สองครั้งแล้วที่เจ้าช่วยข้าเอาไว้”

เซี่ยหวายอีมิได้ตอบกลับนาง ในที่สุดนางก็รู้แล้วว่าเขาเป็นชายชุดดำในคืนนั้น เขาอุตส่าห์อยู่ให้ห่างจากนางเพราะกลัวว่านางจะจำได้ ช่างเถอะเซี่ยหวายอีถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างรำคาญ

ถึงเขาจะไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับนางเพราะรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งเวลาที่นางพูดคุยและหัวเราะกับบุรุษอื่น แล้วยังตอนนี้ที่นางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ หัวใจของเขาก็รู้สึกคันยุบยิบอย่างไม่ทราบสาเหตุ

เซี่ยหวายอีเป็นคนไม่ชอบอะไรที่ตนไม่สามารถควบคุมได้ และหยวนชิงหลิงเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่การเดินทางกลับไปที่แคว้นเซี่ยยังอีกไกล ต่อให้ต้องการหลบหน้านาง เขารู้ว่ามันคงจะทำไม่ได้ง่ายดายเพียงนั้น

“ท่านหญิงมาหาข้าเพราะมีเรื่องที่ต้องการพูดกับข้ามิใช่หรือ”

หยวนชิงหลิงลุกออกจากตักของเซี่ยหวายอีอย่างลนลาน ก่อนจะเอ่ยถึงเรื่องที่ตนต้องการพูดออกมา

“ข้าอยากกินปลา แต่คนของเจ้าบอกว่าห้ามไปที่ลำธาร ทำเช่นนี้ได้อย่างไร”

เซี่ยหวายอีถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นชาออกมา

“คนของข้าไปจับปลามาให้ท่านแล้ว ต่อไปก็อยู่ให้ห่างจากน้ำเอาไว้ ข้าคงไม่ได้มีเวลาไปช่วยทุกครั้งที่ท่านจมน้ำหรอกนะ”

หยวนชิงหลิงกัดฟันอย่างไม่พอใจ นางเดินกระทืบเท้ากลับมาที่กองไฟอีกครั้ง ชิ!! ใครใช้ให้เจ้าช่วยข้าล่ะ ก่อนหน้านี้คิดว่าจะขอบคุณดีๆ สักหน่อย คำพูดของเจ้าช่างทำให้คนฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก

“ท่านหญิงลู่จิว หัวหน้าองครักษ์ว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

ทุกคนที่กองไฟต่างเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ใครเล่าจะกล้ากระโดดเข้ากองไฟไปห้ามศึกของพวกเขา ถึงแม้จะไม่ได้ยินว่าทั้งสองสนทนาอะไรกัน แต่ดูจากสีหน้าของท่านหญิงลู่จิวแล้วคงไม่ใช่เรื่องที่น่าพึงพอใจนัก

“เจ้านั่นบอกว่าคนของเขาจะจับปลามาให้ พวกเจ้าก็เตรียมตัวเอาไว้เถอะ ข้าจะขึ้นไปรอบนรถม้าได้ปลามาเมื่อใดก็ค่อยไปตามข้า”

เอ่ยเพียงเท่านั้นหยวนชิงหลิงก็เดินกลับไปที่รถม้าของตนด้วยอารมณ์ที่แสนหงุดหงิดจ้าวหงอิงมองไปที่เหล่าพ่อครัวจากนั้นมองตามหลังหยวนชิงหลิง นางไม่รู้ว่าตนจะต้องตามนางกลับไปหรือต้องรออยู่ที่นี่กับพวกพ่อครัว

“เจ้ายืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น มานี่สิ”

นางหยุดเดิน แล้วหันไปกวักมือเรียกจ้าวหงอิง

“เจ้าค่ะข้ากำลังไปแล้ว”

จ้าวหงอิงวิ่งตามร่างเล็กที่เดินนำหน้าขึ้นรถม้าไป

“ท่านหญิงลู่จิวเกิดสิ่งใดขึ้นหรือเจ้าคะ”

หลังจากที่ขึ้นไปบนรถม้า หยวนชิงหลิงก็เอาแต่นั่งเงียบทำหน้าบึ้งจนนางอดที่จะรู้สึกอึดอัดไม่ได้ จึงทำใจกล้าลองเลียบๆ เคียงๆ ถาม เผื่อว่าตนจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง

“โทษที ข้าทำให้เจ้าอึดอัดใจสินะ”

จ้าวหงอิงส่ายหน้าเป็นกลองป๋องแป๋ง

“มิใช่เลยเจ้าค่ะท่านอย่าได้เข้าใจผิด ข้าเพียงคิดว่าบางทีอาจมีบางอย่างที่จะสามารถช่วยท่านได้บ้างก็เท่านั้น”

จ้าวหงอิงเอ่ยเสียงเบา นางเป็นเพียงบุตรสาวของขุนนางเล็กๆ เท่านั้น พื้นเพของบิดาก็มาจากชาวนามิใช่ตระกูลใหญ่ที่สืบทอดกันมานับร้อยปี ทุกครั้งที่นางพบคุณหนูจากตระกูลขุนนางใหญ่ นางจำเป็นต้องยอมกล้ำกลืนก้มหัวให้เพื่อความอยู่รอดของบิดา ห้ามทำให้พวกเขาไม่พอใจเป็นอันขาด บางครั้งจ้าวหงอิงก็รู้สึกว่าฐานะของตนนั้นต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าสาวใช้ในจวนขุนนางใหญ่เสียอีก

“เรื่องของข้าเจ้าช่วยอะไรไม่ได้หรอก”

หยวนชิงหลิงถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ใช่แล้ว...ตอนนี้เจ้าก็ว่างอยู่ ข้าไปช่วยเจ้าขนของมาไว้ที่รถม้าของข้าดีกว่า จากนี้มีเจ้าคอยพูดคุยเป็นเพื่อน ตลอดการเดินทางคงไม่น่าเบื่อเท่าใดนัก”

จ้าวหงอิงไม่คิดว่าท่านหญิงลู่จิวจะเปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็วเช่นนี้ เมื่อสักครู่นางพึ่งจะแสดงออกว่าอารมณ์ไม่ดีเป็นอย่างมาก ตอนนี้กลับเปลี่ยนมาคุยเรื่องของนางเสียแล้ว

“ท่านจะให้ข้าย้ายมานั่งรถม้าคันเดียวกับท่านจริงๆ หรือเจ้าคะ”

จ้าวหงอิงถามย้ำอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ

“ทำไมหรือ หรือว่าเจ้าไม่สะดวกใจที่จะนั่งรถม้าคันเดียวกับข้า”

จ้าหงอิงรีบส่ายหน้าโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

“มิใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ ข้าเพียงแต่เกรงว่าตนเองจะรบกวนท่านเท่านั้น”

หยวนชิงหลิงพยักหน้า

“ไม่ใช่ก็แล้วไป ไปเถอะข้าช่วยเจ้าเอง”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บทส่งท้าย ชีวิตอิสรเสรี

    “อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ช่วงเวลาแห่งความสุข

    “เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บรรพบุรุษช่วยเหลือ

    “ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เปิดโปงความจริง

    “เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ศึกที่นางเป็นผู้เลือก

    “พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ข่าวลือการเสียชีวิตขององค์ชายห้า

    หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   สั่งระดมพล

    หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   แผนการอันแยบยล

    “พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ท่านนอนไม่หลับหรือ

    “ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความอุ่นใจเมื่ออยู่ในอ้อมแขน

    “อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status