Share

บทที่3 ปกป้องลูกสาว

last update Tanggal publikasi: 2026-04-21 13:37:31

บทที่3 ปกป้องลูกสาว

หลังจากที่หลิงหลิงหลับไปอีกครั้ง ฮ่องเต้เฉียนหรงยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงเงียบ ๆ เนิ่นนาน เมื่อเห็นว่าบุตรสาวของพระองค์หายใจเป็นปกติ ไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ

พระองค์จึงลุกขึ้นช้า ๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ขันทีประจำพระองค์ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก

“เรียก หลินเซิน มาเงียบ ๆ อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้”

ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ชายวัยกลางคนในชุดสีเข้ม หน้าตาเคร่งขรึม ได้ปรากฏตัวในห้องบรรทม เขาคือ หลินเซิน หัวหน้าหน่วยเงา สายลับลับที่ฮ่องเต้ทรงไว้ใจที่สุด

เฉียนหรงมองเขาด้วยแววตาเย็นชาและเด็ดขาด

“ข้าต้องการให้เจ้าสืบเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับองค์หญิงก่อนตกน้ำ

ใครเข้ามาในตำหนัก

ใครมีความแค้น

ใครคิดทำลายข้า... ทำลายลูกข้า

ไม่ต้องรีบร้อน

ข้าต้องการ หลักฐาน และ ต้นตอ ของมันให้หมด

ข้าจะถอนรากมันทั้งโคตร!”

หลินเซินคุกเข่าลงทันที

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท

หม่อมฉันจะสืบจนกว่าจะรู้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง

แม้จะซ่อนตัวอยู่ในเงา หม่อมฉันก็จะลากมันออกมาให้พระองค์เหยียบด้วยพระบาทเอง”

เฉียนหรงมองออกไปนอกหน้าต่าง ลมหอบโชยเข้ามาเบา ๆแต่ในดวงตาเขาไม่มีความอ่อนโยนเหลืออยู่แม้แต่น้อย

มีเพียงเพลิงแค้นเย็นเยียบที่พร้อมจะเผาผลาญศัตรูให้สูญสิ้น

“มันคิดว่าเพียงฆ่าลูกข้า แล้วข้าจะอ่อนแอหรือ?”

“ไม่ มันกำลังจะรู้ว่า ข้า คือจักรพรรดิแห่งรัฐเว่ย

และลูกสาวข้า ไม่มีใครแตะต้องได้!”

หลินเซินใช้เวลาเพียงสามวันเท่านั้นในการตามรอยเงามืด

ด้วยเครือข่ายหน่วยเงาทั่วทั้งวัง เขาเก็บเบาะแสได้ทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งในคืนวันที่สาม เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นในตำหนักเหมันต์  สถานที่พำนักของหนึ่งในสนมของฮ่องเต้

สนมผู้นั้นคือ พระสนมเซียนเฟย หญิงงามผู้มากด้วยเสน่ห์และอำนาจในวังหลัง นางเป็นหญิงที่ทะเยอทะยาน และมักแสดงออกว่าเอ็นดูองค์หญิงหลิงหลิงต่อหน้าผู้อื่นเสมอ แต่ความจริงใต้เปลือกแห่งความอ่อนโยนนั้น มีบางอย่างเน่าเฟะจนไม่อาจซ่อน

หลินเซินลอบสืบพบว่า ก่อนที่องค์หญิงจะหมดสติและถูกพบว่าตกลงไปในบ่อน้ำหลังตำหนัก สาวใช้คนหนึ่งของสนมเซียนเฟยชื่อ เซี่ยฮวา ได้ลอบเข้าใกล้ตำหนักขององค์หญิงในช่วงเวลากลางคืน และหลังจากวันนั้น สาวใช้คนนั้นก็หายตัวไปจากวังอย่างลึกลับ

หลินเซินสั่งคนตามหาจนพบเซี่ยฮวาแอบซ่อนตัวอยู่ในเรือนสร้างใหม่ของวังตะวันออก เมื่อสอบสวนอย่างลับ เซี่ยฮวาร้องไห้สะอึกสะอื้นและสารภาพทุกอย่าง

“ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ!

พระสนมเซียนเฟยบอกว่าถ้าองค์หญิงยังมีชีวิตอยู่

พระนางจะไม่มีวันได้ให้โอรสของพระองค์ขึ้นเป็นรัชทายาท! นางบอกให้ข้าดักรอ แล้วผลักองค์หญิงตกลงไปในบ่อน้ำ ข้า...ข้าไม่คิดว่าองค์หญิงจะตายจริง!”

เมื่อหลักฐานและคำสารภาพพร้อม

หลินเซินนำเรื่องรายงานต่อฮ่องเต้เฉียนหรงทันที

ห้องท้องพระโรงยามวิกาล

สนมเซียนเฟยคุกเข่าลงตรงกลางพระโรง ดวงหน้าซีดเผือด ไร้เครื่องประดับ ข้างนางคือเซี่ยฮวา สาวใช้ผู้เป็นมือกระทำ

เฉียนหรงนั่งอยู่เบื้องบน แววตาเยือกเย็นราวอสนีบาต

“เจ้ากล้าดียังไง...วางแผนลอบปลงพระชนม์ลูกสาวของข้า!”

เสียงของพระองค์กึกก้องไปทั่วพระโรง เย็นเยียบเสียยิ่งกว่าความตาย

เซียนเฟยสะอื้นไห้

“ฝะ ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันมิได้คิดปองร้ายจริง ๆ หม่อมฉันเพียง...”

“เพียงอิจฉาเด็กสาวผู้บริสุทธิ์?

เพียงเพราะเจ้าต้องการยกโอรสในท้องของตนขึ้นสู่บัลลังก์?

แล้วเจ้าจึงกล้าฆ่าลูกของข้า!”

เฉียนหรงลุกขึ้นจากพระที่นั่ง รัศมีรอบพระวรกายทรงกดข่มราวจะบดขยี้

“ประหาร!!!”

“ทรงไว้ชีวิตหม่อมฉันเถิดเพคะ ฝ่าบาท หม่อมฉันตั้งครรภ์เพค่ะฝ่าบาทท่านมองไม่เห็นหรอกหรือ!!” เซียนเฟยกรีดร้องสุดเสียง

แต่เฉียนหรงไม่แม้แต่จะปรายตา ไม่มีคำสั่งไต่สวน ไม่มีอภัยโทษ

เพราะกับคนที่กล้าทำร้าย "ดวงใจ" ของจักรพรรดิไม่มีสิทธิ์จะอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป

เซียนเฟยถูกลากออกไปจากท้องพระโรงท่ามกลางเสียงสั่งประหาร และเซี่ยฮวาสาวใช้ผู้ลงมือถูกตัดหัวกลางลานราชโองการในเช้าวันรุ่งขึ้น

เลือดไหลหลั่งในวังหลวง แต่สำหรับฮ่องเต้เฉียนหรง นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการล้างบางคนทรยศ และสำหรับหลิงหลิง เธอยังไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเคยหวังให้เธอตาย

แต่เธอกลับฟื้น...เพื่อจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่ใช่เพียงแค่ “เจ้าหญิงผู้งดงาม” อีกต่อไป

คืนเงียบสงัดในตำหนักหลวง

ค่ำคืนของรัฐเว่ยเงียบสงบ แต่ในห้องหลิงหลิงนั่งอยู่บนเตียง ผ้าห่มถูกดึงปิดรอบตัว ดวงตากลมโตไม่หลับไม่นอน จิตใจเต็มไปด้วยความคิดถึง

“...บ้าน...ที่นั่น...พ่อแม่...”

ใจเธอเต็มไปด้วยความคิดถึงบ้านเกิด เสียงหัวใจเต้นระรัว เธอซุกตัวในผ้าห่มหนา น้ำตาค่อยๆ ไหลรินลงบนหมอนนุ่ม

“ถ้าหลิงได้เจอแม่กับพ่ออีก หลิงจะบอกพวกเขาว่าหลิงยังอยู่”

คืนหนึ่งที่บ้านหลังใหญ่กลางกรุงเทพฯแสงไฟจากโคมไฟในห้องนอนของหลิงหลิงส่องนวลนุ่ม แม่ของหลิงหลิงเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ในความเงียบสงัดแม่ค่อยๆ ปัดกวาดฝุ่น เช็ดถูรูปถ่ายครอบครัวถ่ายกับพระราชวังจีนโบราณ ที่แขวนไว้บนผนัง

ภาพครอบครัวที่เคยยิ้มแย้มในวันหยุดพักผ่อน ทุกคนมีความสุขอยู่ด้วยกัน

“ลูกของแม่อยู่ที่ไหนนะ” น้ำตาของแม่เริ่มไหลพราก แววตาเต็มไปด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง

หลายวันคืนผ่านไป

หลิงหลิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสง่างาม แม้ใจจะยังอ่อนล้า แต่สายตาเต็มไปด้วยความตั้งใจ เธอเรียกสาวใช้คนสนิทที่นอนเฝ้าอยู่ข้างล่างขึ้นมา สาวใช้นั้นลุกขึ้นด้วยความเคารพและนอบน้อม

“เจ้าช่วยบอกข้าหน่อยเถิด ว่าจะหาช่างวาดภาพฝีมือดีได้ที่ไหนในเมืองนี้?”

หลิงหลิงถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมแต่แฝงด้วยความหวัง

สาวใช้รับคำอย่างรวดเร็ว

“ข้าเคยเห็นช่างฝีมือดีในตลาดศิลป์ของเมืองหลวงเจ้าค่ะ หากองค์หญิงประสงค์ ข้าจะพาเขามาพบด้วยตัวเอง”

หลิงหลิงพยักหน้า

“ดีมาก ข้าขอให้เขาวาดภาพพระราชวังนี้ให้เหมือนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามภาพที่ข้าเห็น”

เธอชี้ไปที่มุมห้องซึ่งมีภาพวาดพระราชวังเก่า ๆ แขวนอยู่แล้วแต่ไม่สมบูรณ์แบบเท่าในใจของเธอ

“ข้าต้องการให้ภาพนั้นช่วยเติมเต็มความทรงจำ และทำให้ข้ารู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้บ้านมากขึ้น”

สาวใช้รับคำด้วยความตั้งใจ

“ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เองเจ้าค่ะ องค์หญิงไม่ต้องกังวล”

สามวันผ่านไปอย่างเงียบงัน ในช่วงสายของวันที่ฟ้าปลอดโปร่ง อาหยางกับเสี่ยวจูเดินกลับเข้าตำหนักหลวงด้วยสีหน้าดีใจ ทั้งสองประคองกล่องไม้ลายแกะสลักมาอย่างระมัดระวัง ตามหลังพวกเขาคือชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง ผมรวบไว้เรียบร้อย หน้าตาสงบ เยือกเย็น สวมอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีเรียบ เขาคือ อาจารย์หานเจิน ช่างวาดภาพมือหนึ่งแห่งเมืองเว่ย

แต่ก่อนที่หลิงหลิงจะอนุญาตให้เขาเข้าพบ เธอเดินทางไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เฉียนหรงในยามสายก่อนหน้า

ณ ตำหนักส่วนพระองค์

หลิงหลิงคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระบิดา

“เสด็จพ่อเพคะ ลูกอยากได้ช่างวาดภาพเข้ามาในตำหนัก เพื่อวาดภาพที่ลูกคิดถึง…พระราชวังที่คล้ายกับความฝันของลูก”

นางกล่าวเสียงนุ่ม ในน้ำเสียงนั้นมีทั้งความเศร้าและอ่อนโยน

ฮ่องเต้เฉียนหรงมองดวงหน้าอ่อนหวานของลูกสาวเพียงคนเดียวพระองค์ทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

“เจ้าอยากให้ใจสงบ พ่อย่อมเห็นด้วย…อนุญาตให้เข้ามาเถิด แต่ให้คนของเราเฝ้าดูไว้ด้วย”

“เพคะเสด็จพ่อ” หลิงหลิงยิ้มบาง ๆ ในแววตากลับมีแววซึ้งใจ

กลับมายังตำหนัก

หลิงหลิงนั่งรออย่างสง่างามในศาลากลางสวน เมื่ออาหยางกับเสี่ยวจูพาช่างวาดภาพเข้ามา

เธอหันมองด้วยแววตาเรียบนิ่งแต่เป็นมิตร

อาจารย์หานเจินโค้งคำนับอย่างเคารพ

“ข้าน้อยถวายบังคมองค์หญิง กระหม่อมยินดีรับใช้”

“ท่านวาดภาพตามคำบอกได้หรือไม่?”

“หากพระองค์อธิบายได้ชัดเจน ภาพนั้นจะปรากฏในกระดาษดั่งดวงใจวาดไว้”

หลิงหลิงพยักหน้า ก่อนเอ่ยเสียงเบาแต่แน่วแน่

“ข้าอยากให้ท่านวาดภาพพระราชวังหลังหนึ่ง…มีสระบัวเบื้องหน้า

อาจารย์หานเจินมองแววตาเจ้าหญิงตรงหน้า แล้วโค้งศีรษะอีกครั้ง

“ข้าน้อยจะวาดด้วยหัวใจ มิใช่เพียงมือ

อาจารย์หานเจินกางม้วนกระดาษผืนใหญ่ลงบนโต๊ะไม้หอม สาวใช้ช่วยจัดน้ำหมึก น้ำเปล่า และพู่กันหลากขนาดวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ เสียงนกจากสวนดังแว่วเคล้าเสียงลมเบา ขณะที่ช่างวาดผู้มากฝีมือหลับตานิ่งก่อนจะลงมือ

หลิงหลิงนั่งเงียบ ๆ มองดูเขาทำงาน หัวใจเต้นแผ่วเหมือนจะระเบิดออกมา

พู่กันจุ่มลงในหมึกบาง แล้วแตะลงบนกระดาษอย่างนุ่มนวล

เส้นแรก...คือขอบหลังคาโค้งขึ้นแบบโบราณ

เส้นต่อมา...เป็นสระน้ำกว้างเบื้องหน้า มีใบบัวเรียงตัวกันเป็นแพ

เงาของแสงอาทิตย์ถูกระบายด้วยหมึกเจือสีจาง

วังหลังเล็ก อยู่ทางขวาของภาพ

หลิงหลิงยกมือปิดปากทันที ดวงตารื้นน้ำใส

“นี่มัน…เหมือน… เหมือนที่ข้าจำได้ทุกอย่าง…”

อาจารย์หานเจินวางพู่กันลงแล้วถอยออกมา

“ข้าน้อยเพียงวาดตามคำบรรยาย…แต่ใจของพระองค์ต่างหากที่ทำให้ภาพมีชีวิต”

หลิงหลิงลุกขึ้นช้าๆ เดินเข้าไปมองใกล้ๆ

เธอเอื้อมมือแตะลงเบาๆ บนภาพตรงมุมบ้านไม้

เสี่ยวจูกับอาหยางมองกันอย่างเงียบงัน ไม่เข้าใจที่มาของภาพนัก แต่ก็รู้สึกได้ว่ามันสำคัญกับองค์หญิงอย่างยิ่งยวด

“ขอบใจท่านมาก”

หลิงหลิงหันมากล่าวเสียงสั่น

“ข้าจะเก็บภาพนี้ไว้ให้ใกล้ที่สุด…เหมือนข้าอยู่กับพวกเขาอีกครั้ง”

อาจารย์หานเจินยกมือคาราวะ แล้วกล่าวเบา ๆ

“ภาพนี้มีชีวิต เพราะความรักของพระองค์…หาใช่ฝีมือข้าน้อยเพียงผู้เดียว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง   บทที่43 จบ

    บทที่43 อาหลานและหรูอี้ฤดูร้อนในกรุงเทพฯ ท้องฟ้าใส อบอุ่นแต่ไม่ร้อนจัดไม่นานหลังจากพิธีรับปริญญา หรูอี้และอาหลานก็กลับถึงบ้านพร้อมใบปริญญาในมือ รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าสองสาวเต็มไปด้วยความภูมิใจหลิงหลิงกับอิฐต้อนรับหรูอี้กลับบ้านด้วยอ้อมกอดแน่น ๆ ส่วนเยี่ยนเฉินกับลูกปลาเตรียมอาหารเลี้ยงเล็ก ๆ ต้อนรับลูกสาวคนเก่งอย่างอาหลานในมื้อเย็นวันนั้น โต๊ะอาหารของบ้านหลังใหญ่มีเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยถึงวันรับปริญญา ภาพบัณฑิตสาวในชุดครุยยังคงปรากฏอยู่ในโทรศัพท์ของพ่อแม่แต่ละคนที่เลื่อนดูวนไปวนมาไม่รู้เบื่อแต่เมื่ออาหารจานสุดท้ายถูกวางลงบนโต๊ะ เสียงพูดค่อย ๆ เบาลง ก่อนที่หลิงหลิงจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาสำคัญหลิงหลิงยิ้มมองอาหลาน“อาหลานก็เรียนจบแล้วสินะ เร็วเหมือนกันนะลูก เวลาผ่านไปแป๊บเดียว”ลูกปลาพยักหน้าตาม“วันนั้นที่เธอยังเป็นเด็กน้อยในอ้อมแขนเราเหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวานเอง”อิฐวางช้อนลง“พวกเราสองครอบครัวก็คุยกันมาหลายรอบแล้วนะ เรื่องแต่งงานของอาเว่ยกับอาหลาน...”ห้องทั้งห้องเงียบลงนิดหนึ่ง แต่อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นเยี่ยนเฉิน“ความจริงเราอยากจะรอให้ลูกทั้งสองคนเรียนจบก่อน แล

  • ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง   บทที่42 อาเว่ยของอาหลาน

    บทที่42 อาเว่ยของอาหลานแสงแดดยามบ่ายทอดยาวลงบนผืนน้ำที่สะท้อนระยิบระยับ ลมทะเลพัดเบา ๆ พอให้ผมของอาหลานปลิวไหว เธอสวมเดรสสีครีมอ่อนเรียบง่ายแต่ดูดี กำลังเดินเท้าเปล่าลงบนผืนทรายข้าง ๆ อาเว่ยที่สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนกับกางเกงผ้าสบาย ๆอาเว่ยถือรองเท้าแตะของอาหลานในมือ เดินไปข้างเธอไม่ห่างเลยแม้ก้าวเดียวอาหลาน “อาหลานชอบทะเลนะ มันเงียบดี ไม่เหมือนในกรุงเทพเลย”อาเว่ยยิ้มมองด้านข้าง “แล้วถ้าอยู่กับพี่ ทะเลเงียบเกินไปมั้ย?”อาหลานหัวเราะเบาๆ “ก็ไม่เงียบเท่าไหร่หรอกค่ะ พี่ชอบแกล้งอาหลานมากกว่า”อาเว่ย “พี่ไม่ได้แกล้ง พี่กำลังจีบอยู่ต่างหาก”อาหลานหน้าแดงในทันที หันหน้าไปทางทะเลแทน ไม่กล้าสบตาอาหลาน “พี่เว่ย...พูดแบบนี้อีกแล้ว”อาเว่ย เดินมาขวางหน้าแล้วก้มลงมองเธอในระยะใกล้“ก็อาหลานน่ารัก พี่ห้ามใจไม่ไหวหรอก จะให้พี่พูดแต่เรื่องงานได้ยังไง?”เธอขำแต่หน้าแดงจัด พี่เว่ยจับมือเธอเอาไว้แน่นแล้วเดินต่อไปยังชายหาดที่คนบางตาอาเว่ย “อาหลานรู้ไหม พี่รอมานานมากเลย กว่าจะได้เที่ยวกับเธอแบบนี้ สองคน”อาหลานอมยิ้ม “อาหลานก็นึกว่าพี่จะไม่พูดสักที…”อาเว่ย “ก็พี่กลัว กลัวเธอจะไม่มองพี่แบบเดียวกัน พอรู้ว

  • ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง   บทที่41 โตแล้ว

    บทที่41 โตแล้ว20 ปีผ่านไป ท่ามกลางความนิ่งสงบที่ไม่เสื่อมคลาย อาเว่ยเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มวัย 24 ปี รูปร่างสูงโปร่งเต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจ ส่วนอาหลานและหรูอี้ต่างก็เข้าสู่วัย 20 ปี หน้าตาและร่างกายยังคงความสดใสและสง่างามดุจดั่งดวงดาวที่เปล่งประกายในท้องฟ้าหลิงหลิง อิฐ ลูกปลา และอาเฉิน กลับไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเลยแม้แต่น้อย พลังวิเศษที่ได้รับจากพรของอาจารย์หานเจิน ทำให้พวกเขาคงความเยาว์วัยและสุขภาพสมบูรณ์เสมอเหมือนกับหนุ่มสาวตลอดกาล ลูกๆ ของพวกเขาก็ได้รับพรนี้สืบทอดต่อ ทำให้ครอบครัวนี้เป็นเหมือนตระกูลนิรันดร์ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวันในวันหนึ่ง ทุกคนพร้อมใจกันวาปกลับสู่รัฐฉิน บ้านเกิดที่มีอดีตและความทรงจำลึกซึ้ง แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ไทเฮาไป๋อวิ๋นได้สวรรคตลงแล้วก่อนหน้านี้ ความเงียบงันปกคลุมวังหลวงอย่างหนักหน่วง เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของหลิงหลิงก็ได้จากไปเช่นกัน เหลือเพียงความทรงจำและความรักที่ยังคงประทับอยู่ในใจของทุกคนพอทุกคนวาปกลับมาถึงรัฐฉิน ดินแดนที่เคยเป็นบ้านของพวกเขา หลิงหลิง อิฐ ลูกปลา อาเฉิน และลูกๆ ทั้งอาเว่ย อาหลาน หรูอี้ ต่างเดินทอดน่องไปยังที่ที่เค

  • ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง   บทที่40 อาเว่ยของพ่อ

    บทที่40 อาเว่ยของพ่ออออหลายเดือนต่อมา — เช้าแรกของการเปิดเทอมแสงแดดส่องลอดผ้าม่านสีขาวในห้องนอนของครอบครัวหลิงหลิงเสียงนาฬิกาปลุกดัง “ปี๊บ ปี๊บ ปี๊บ!” แต่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเสียงหนึ่งกรี๊ดลั่น…หลิงหลิงเสียงดังลั่น“อิฐ! ตื่นนนนน!! วันนี้อาเว่ยเข้าโรงเรียนวันแรก!!!”อี้หลง งัวเงีย“หา...วันนี้เหรอ? ไม่ใช่พรุ่งนี้เหรอ...?”หลิงหลิง“อิฐจะให้ลูกไปสายวันแรกเลยเหรอ! ตื่นไปเตรียมกระเป๋า! เอาชุด! เอาหมีนอนลูกออกมาด้วย!!”(10 นาทีต่อมา)ทั้งครอบครัวยืนอยู่หน้ากระจกอี้หลงกำลังใส่เป้อุ้มหรูอี้ (ที่หลับอยู่แบบไม่สนโลก) ส่วนอาเว่ยยืนน้ำตาคลอในชุดนักเรียนอินเตอร์สุดหล่ออาเว่ยเสียงสั่น“แม่ ไม่อยากไปโรงเรียนอ่ะ หนูอยากอยู่กับน้อง”หลิงหลิง ลูบหัว“อาเว่ยลูก โรงเรียนสนุกนะ มีของเล่น มีเพื่อน มีข้าวกลางวัน…”อี้หลง นั่งยองๆ ข้างลูก“ลูก…ไม่ต้องไปก็ได้ก็ได้นะ ฮืออออ ลูกยังเล็ก เดี๋ยวพ่อไปเรียนแทนเอง!”หลิงหลิง ตะโกนใส่ผัว“อิฐ! ลูกจะกลัวเพราะอิฐเนี่ยแหละ! หยุดร้องเลย!”อี้หลง สะอื้นเบาๆ“ก็พ่อรักลูก ฮือออออออ”หลิงหลิง“รักก็หุบปาก แล้วอุ้มหรูอี้ไปขึ้นรถ!”ที่หน้าโรงเรียนนานาชาติชื่อดังใกล้คอน

  • ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง   บทที่39 ลูกปลาคลอดแล้วจ้า

    บทที่39 ลูกปลาคลอดแล้วจ้าหลิงหลิงกับอี้หลงและลูก ๆ ใช้ชีวิตอยู่ในวังเว่ยอย่างสงบสุขตลอดสองเดือน เสด็จพ่อเสด็จแม่ก็เอ็นดูหลานทั้งสองมาก จนหลิงหลิงเองก็แทบไม่อยากกลับแต่ในคืนหนึ่ง ขณะที่ทั้งครอบครัวกำลังรับประทานผลไม้ยามค่ำในตำหนักเกิดลมพัดแปลก ๆ ขึ้นกลางอากาศเสียงฉึก! พร้อมแสงแวววับของเวทมิติก็ผ่าเข้ากลางลานหินก่อนที่ “เยี่ยนเฉิง” จะทะลุเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตระหนกเยี่ยนเฉิง (หอบหายใจ)“ลูกปลา! นางเจ็บท้องหนักมาก ข้า ข้าไม่รู้จะทำยังไง!”หลิงหลิง“อะไรนะ! แล้วทำไมไม่พาไปโรงบาล!?”เยี่ยนเฉิง“นางไม่ยอมไปไหนถ้าไม่มีพวกเจ้า! พวกเจ้าต้องกลับไปเดี๋ยวนี้!”อี้หลง รีบวางผลไม้“จัดของ พาเด็ก ๆ กลับก่อน แล้วตามไปเลย!”หลิงหลิงรีบวิ่งไปลาท่านพ่อท่านแม่ที่ท้องพระโรงน้ำเสียงนางเร่งรีบแต่นอบน้อม ท่านทั้งสองเข้าใจทันทีและโบกพระหัตถ์อนุญาตฮองเฮาหลี่ ยิ้มอ่อน“กลับไปเถิดลูก ปลาต้องการเจ้า อย่าลืมพาเจ้าตัวน้อยมาให้ข้าชมด้วยนะ”ทันทีที่ข้ามมิติกลับมาถึงคอนโดหลิงหลิงก็พบลูกปลานอนร้องไห้ด้วยความเจ็บอยู่บนโซฟาเส้นผมเปียกชื้น หน้าซีด มือกุมท้องแน่นลูกปลา เสียงเบา“กูเจ็บ… กูเจ

  • ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง   บทที่38 ชีวิตทั้งสองครอบครัว

    บทที่38 ชีวิตทั้งสองครอบครัวหลายเดือนผ่านไปในกรุงเทพฯ...ความคุ้นชินกับวิถีชีวิตในโลกยุคใหม่เริ่มหล่อหลอม "เยี่ยนเฉิง" มากขึ้นทุกวัน — จากคนที่ใช้ดาบ กลับกลายเป็นคนที่ถือช้อนส้อมได้คล่อง ไปซูเปอร์มาร์เก็ตไม่หลง ฟังเพลงจากมือถือเป็นแล้ว และเริ่มมีท่าทางเหมือน "พ่อบ้านใจกล้า" มากขึ้นทุกวันแต่ลึกลงไปในใจ...เยี่ยนเฉิงยืนนิ่งริมระเบียงคอนโด มองออกไปยังแสงไฟเมืองที่ไม่เคยหลับ แสงจันทร์เหนือกรุงเทพฯ ต่างจากจันทร์ในแคว้นฉู่ แต่มันก็ทำให้เขานึกถึง “แผ่นดินที่จากมา” อย่างเงียบๆเยี่ยนเฉิง “เสียงจิ้งหรีดก็ไม่มี...กลิ่นหญ้าตอนเช้าก็ไม่มี ข้าคิดถึง”เบื้องหลังเขา ลูกปลานั่งทาโลชั่นคนท้องอยู่บนโซฟา เปิดทีวีดูซีรีส์ไทยอย่างอินจัด หัวเราะออกมาที อาเฉินก็สะดุ้งนิดๆ แล้วหันไปมองด้วยแววตาอ่อนโยนลูกปลา “คิดถึงบ้านล่ะสิ?”เยี่ยนเฉิง พยักหน้า “ข้าไม่เคยจากถิ่นเกิดนานขนาดนี้มาก่อนเลย”ลูกปลา “เอ้า ก็กลับไปดูได้นี่ เดี๋ยวปลากับลูกตามไปทีหลัง ปลายังไม่ไหว ท้องจะเข้าเดือนที่เจ็ดแล้ว”เยี่ยนเฉิง “ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไว้คนเดียวหรอก”ลูกปลา “ขอบใจนะ แต่เอางี้ ถ้าคิดถึงมาก เดี๋ยวเรากลับพร้อมกันก็ได้ รอปลาคลอดก่อนน

  • ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง   บทที่24 อยู่ต่อได้ไหมNC

    บทที่24 อยู่ต่อได้ไหมNCลูกปลายังคงจับแขนเสื้อของเยี่ยนเฉิงไว้แน่น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นไม่ไหวติงจากใบหน้าเขา“ข้าจะช่วยท่าน” เสียงเธอนุ่มนวลแต่หนักแน่น “ไม่ใช่เพราะท่านเคยเป็นใคร หรือกำลังจะกลายเป็นอะไร... แต่เพราะข้าเชื่อว่า ในใจท่าน ยังมีความเป็นมนุษย์อยู่”เยี่ยนเฉิงไม่พูดอะไร เพียงจ้อ

  • ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง   บทที่8 เดินทางไปรัฐเว่ย

    บทที่8 เดินทางไปรัฐเว่ยกองคาราวานของคณะทูตรัฐฉินออกเดินทางจากนครหลวงใต้แสงอรุณของฤดูปลายใบไม้ผลิ รถม้าทรงสี่เหลี่ยมสีดำล้อมด้วยขุนนาง ผู้ติดตาม และทหารองครักษ์ในชุดเครื่องแบบประจำราชสำนักฉิน เส้นทางทอดยาวจากเทือกเขาสู่ทุ่งหญ้า ผ่านลำธารและป่าร่มครึ้มที่เต็มไปด้วยหมอกจาง ท่ามกลางหมู่คนผู้เงียบขรึมแ

  • ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง   บทที่7 สงครามรวมแผ่นดิน

    บทที่7 สงครามรวมแผ่นดินณ โลกปัจจุบัน กาลเวลาล่วงเลยไปนานนักนับจากวันที่ แพทย์หญิงหลิงหลิง เกียรติไพบูรณ์ ขับรถตกสะพานหายไปในแม่น้ำใหญ่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของสังคม ข่าวการหายตัวของเธอเป็นข่าวใหญ่ในเวลานั้น—และค่อย ๆ เงียบหายไป พร้อมคำว่า "ยังไม่พบศพ"โลกเปลี่ยนไป วิทยาการก้าวหน้า แต่ไม่มีใครพบเ

  • ทะลุมิติมาป่วนวังหลวง   บทที่6 มันเป็นชะตา

    บทที่6 มันเป็นชะตาสามวันต่อมาท้องฟ้าเหนือวังหลวงเว่ยสดใสไร้เมฆ เหนือยอดไม้สน เสียงนกร้องแว่วแผ่วในอากาศยามสายคล้ายวันสงบสุขเช่นเคยทว่า ณ หน้าประตูชั้นในของตำหนักเจิ้งซิน กลับมีข่าวที่ทำให้ขันทีซุ่นไห่ถึงกับหน้าตาตื่นรีบเร่งเข้าไปในท้องพระโรง“ฝะ ฝ่าบาทพะยะค่ะ! ฮองเฮาพะยะค่ะ! เกิดเหตุไม่คาดฝันพะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status