แชร์

บทที่ 5 เข้าตลาด

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-10-31 03:16:30

บทที่ 5 เข้าตลาด

“เอาเถอะ เรามาซื้อของเอาเงินมาให้ คงไม่มีใครผูกใจเจ็บนานหรอก” 

      ว่านเฟยเฟิ่งจูงมือซูลี่แล้วเดินตามจื่อซวานที่มุ่งตรงไปร้านขายของแห้งและเครื่องปรุง แต่ก่อนก้าวขาเข้าร้านเฟยเฟิ่งเผอิญได้ยินว่ามีเด็กสาววัยสิบหกปีหายตัวออกไปจากหมู่บ้านซานต้งเมื่อคืน เธอเลยเปลี่ยนแผนดึงจื่อซวานให้ถอยหลังและหันไปฟังข่าวนี้อย่างตั้งใจ

“จะได้แต่งกับทหารแล้วแท้ๆ เชียว” เสียงแม่ค้าประจำแผงที่กำลังเล่าเรื่องดังขึ้น

“แม่ค้ารู้ไหมว่าเขาหายไปไหน” เฟยเฟิ่งตัดสินใจถามออกไป

“ถอยออกไป ร้านผักของฉัน ไม่ต้อนรับพวกหัวสูง” แม่ค้าคนนั้นหันมาด่า “เลิกมายืนแอบฟังได้แล้ว ออกไป๊!”

“ก่อนหน้านี้ฉันทำอะไรให้แม่ค้าเจ็บช้ำน้ำใจฉันต้องขอโทษจริงๆ ฉันแค่ยังปรับตัวไม่ได้ก็เท่านั้น” เฟยเฟิ่งก้มหัวขออภัย นึกโกรธที่ร่างเก่าเลือกเป็นศัตรูกับใครไม่เป็น ดันมาเลือกตัวกระจายข่าวของชุมชนเสียได้ 

“ด่าว่าร้านฉันขายของสกปรกชั้นต่ำแล้วคิดว่าแค่ขอโทษแล้วฉันจะให้อภัยเหรอ ไม่มีทางซะหรอก ออกไปได้แล้ว คนในตลาดเขารอฟังเรื่องกันต่อ”

       ว่านเฟยเฟิ่งที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทำสีหน้าไม่ถูกด้วยไม่เห็นว่าร้านนี้จะสกปรกที่ตรงไหน ข้าวของก็ถูกจัดวางไว้อย่างมีระเบียบ ผักมัดแยกเป็นกำเรียบร้อย พร้อมกับโหลผักดองตั้งเรียงราย

“ผักนี่น่ะ รอบท้ายๆ ของปีนี้แล้ว หนาวอีกหน่อยก็จะปลูกผักไม่ได้ ใครที่ดีกับฉัน ฉันก็ขายให้ ใครมันปากกล้าก็เดินทางไปหาผักที่อื่นก็แล้วกัน”

“มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่ยังมีผักขาย” ลูกค้าที่ทั้งฟังเรื่องซุบซิบและเลือกผักเงยหน้ามาคุยกันสนุกสนาน บ้างก็ถอนหายใจออกมาเพราะอีกไม่นานผักสดแบบนี้ก็จะไม่มีขายแล้ว เหลือเพียงแต่ผักดองที่แม้ว่าจะอร่อยก็ไม่กรอบและสดชื่นเหมือนผักสด

“โถ่พี่สาว เรื่องในอดีตฉันขอโทษจริงๆ ให้นึกซะว่าฉันผีเข้า ฉันโดนไล่ออกจากบ้านมา เป็นใครก็ต้องจิตใจแปรปรวนทั้งนั้น” เฟยเฟิ่งพยายามง้อ ไม่ใช่เพราะอยากจะฟังเรื่องต่อ หรือว่าซื้อผัก แต่เป็นเพราะหากไม่ได้ญาติดีกับแม่ค้าที่ดูจะมีอิทธิพล การค้าขายภายหน้าของเธอคงลำบากแน่

“ป้าเชื่อเถอะ น้าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ” จื่อซวานพูดสนับสนุน

“คราวหน้าอย่าพามันมาอีก ถ้ามากับแม่เลี้ยงของพวกเธอฉันขายไม่ลงจริงๆ”

“น้องชาย น้องชายมาช่วยพูดหน่อยเถอะว่าฉันน่ะขอโทษจากใจจริง ฉันรู้สึกผิดมากที่เคยพูดจารุนแรงแบบนั้น” เฟยเฟิ่งที่ดูแล้วว่าพูดกับแม่ค้าไม่ได้ผล เธอจึงเปลี่ยนไปพูดกับเด็กหนุ่มที่ดูวัยใกล้เคียงกับร่างนี้แทน

“นี่นังคนเมือง แกพูดกับใคร” แม่ค้าแผงผักยกผักขึ้นมาตีที่หน้าของเฟยเฟิ่ง

“โอ๊ยๆ คนที่ยืนหลังพี่สาวไง” เฟยเฟิ่งชี้ออกไปด้านหลังแม่ค้าพลางขยี้ตาเพราะใบผักจิ้มเข้าตาเธอเต็มๆ 

“ไม่มีสักหน่อย เลอะเทอะ”

“ไม่มีได้ยังไงล่ะ ก็นั่น…เอ๊ะ? ไปไหนซะแล้ว” เฟยเฟิ่งที่จะชี้ก็ไม่เคยชายหนุ่มผู้นั้นอีกแล้ว ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

หายไปไหนไวชะมัด

       ไม่นานนักก็ถูกทั้งแม่ค้าและลูกค้าที่ร้านจ้องมองจนเฟยเฟิ่งต้องยอมล่าถอยไป เปลี่ยนเป้าหมายไปซื้อของเข้าบ้านในร้านของแห้งที่ตั้งใจจะไปแต่แรกแทน

“พี่ชายถ้าฉันซื้อเยอะ พี่ชายไปส่งที่บ้านด้วยไหม” 

“รวมกันเกินยี่สิบจินถึงจะส่งให้ไม่คิดเงิน ให้ราคาพิเศษด้วย น้องสาวจะเอาอะไรบ้าง” พ่อค้าที่เห็นว่ากำลังจะมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามารีบกระตือรือร้นทันที

“เดี๋ยวก่อน ฉันมีขอเสนอ ถ้าพี่ชายตกลงเราก็ร่วมมือกันยาวๆ”

       เมื่อพี่ชายร้านของแห้งพยักหน้า เฟยเฟิ่งก็เริ่มบอกว่าจะขอเป็นคนกลางนำสินค้าของร้านไปตั้งขายที่หน้าบ้านของตน เพราะเป็นหมู่บ้านที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทุกหมู่บ้าน โดยที่เธอจะซื้อสินค้าจากร้านของแห้ง แต่ขอเพียงร้านของแห้งไม่ขายตัดราคากัน 

“พี่ชายมีน้ำใจให้ฉันเท่านี้ ฉันก็ซื้อจากพี่ชายทีละมากๆ ไม่ต้องมานั่งกังวลหาลูกค้ารายเล็ก ถือว่าช่วยคนที่อยู่ไกล ฉันก็คิดได้เพราะว่าเหนื่อยเดินนี่แหละ”

“ขายน่ะขายได้ แต่ต้องบังคับราคากันด้วยแบบนี้มันจะดีเหรอ ถ้าช่วงไหนขายยากก็ต้องลดราคาหน้าร้านกันบ้างเป็นธรรมดา”

“งั้นเอาแบบนี้ รอบนี้ยังไม่ต้องสัญญาราคาอะไรกัน แต่พี่ชายต้องสัญญาว่าถ้าฉันทำแล้วดีจะให้ฉันเป็นคนแรกที่มีสิทธิ์เป็นร้านรับของ” เฟยเฟิ่งต่อรองออกไป

“ถ้าแบบนั้นได้ ฉันรับปาก” 

       เมื่อพ่อค้าพยักหน้ารับปากเฟยเฟิ่งก็เริ่มสั่งของที่ต้องการในทันที และแม้ว่าพี่ชายร้านของแห้งผู้นี้จะไม่ได้ตอบตกลงแต่ก็ยังใจดีให้ถุง และตาชั่งแขวนมาด้วย จากนั้นว่านเฟยเฟิ่งก็เข้าร้านนั้นออกร้านนี้ซื้อของจำนวนมากเข้าบ้าน โดยที่ยังไม่ได้หยิบซองเงินที่สามีทิ้งไว้ให้มาใช้เลยสักครั้งเดียว

“จื่อซวาน ซูลี่ รู้กันไหมว่าถ้าหากอยากได้กระจกใส น้าต้องไปตรงไหน”

“ถ้าแบบนั้น น้าคงต้องไปถามเถ้าแก่ที่พ่อไปทำงานด้วย ถ้าเดินก็เท่ากับที่เราเดินมาตลาด” 

“งั้นเราไปกินบะหมี่กันก่อน แล้วค่อยไปกัน ซูลี่เดินไหวไหม หรือจะไปกับพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องส่งของให้เรา” เฟยเฟิ่งหันไปถามเด็กหญิงที่ดูเงียบๆ ไม่ร่าเริงเหมือนช่วงแรกที่เจอ

“เดินไม่ไหวค่ะ” เด็กน้อยส่ายหน้าพลางเอาคางเกยโต๊ะร้านบะหมี่

“จื่อซวานเล่า ไหวหรือไม่” 

“ไหวครับ ที่นั่นคนงานผู้ชายเยอะ น้าไปคนเดียวจะอึดอัด”

“อืม นั่นสิ แต่อย่างนั้นเราฝากซูลี่ไปกับพ่อค้าของแห้งก็ไม่น่าจะดี เอ้ะเหมยหลันไง ฝากซูลี่ไปกับเหมยหลันได้”

        โชคดีที่เหมยหลันเดินผ่านกลับมาพอดี เฟยเฟิ่งจึงได้รีบสั่งบะหมี่ให้ซูลี่ก่อน และขอฝากซูลี่และข้าวของตนกลับไปกับเหมยหลันด้วย เหมยหลันที่รับปากเฝ้าดูคนส่งของและเด็กหญิงแล้วก็รอจนซูลี่ซดน้ำหมด และจับจูงซูลี่ให้ไปด้วยกัน

“น้าจะเอากระจกแบบนั้นไปทำอะไรกัน ซื้อของเยอะแล้วจะสร้างบ้านอีกเหรอ” ซีจื่อซวานที่เดินมากับแม่เลี้ยงของตนถามขึ้น

“บ้านนี้ไม่ได้มีไว้ให้คนอยู่หรอกนะ”

“แล้วน้าจะให้อะไรอยู่” ซีจื่อซวานเริ่มนึกถึงคำพูดของย่าว่าสะใภ้จากในเมืองใช้เงินเก่ง ก็พยักหน้ากับตนเองว่าน่าจะจริง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 83 ฝากขายสรุป

    บทที่ 83 ฝากขายสรุปว่านเฟยเฟิ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้หินอ่อนของมิติตัวเดิม คืนนี้ก็เหมือนกันกับทุกคืน สองสามีภรรยาบ้านซีเข้ามาอยู่ในมิติ จื่อหานเข้ามาเพื่อขุดสมุนไพรออกไปขาย และร่างแบบจัดสวนเพื่อให้มิติสวยงามขึ้นเป็นคำขอบคุณ“เฟยเฟย ทำอะไรอยู่น่ะ เห็นนั่งเขียนแบบนั้นมาตั้งนานแล้ว” ซีจื่อหานตะโกนถาม“ทำสรุปกับแบบฝึกหัดให้ฮวาจูอยู่ ใกล้สอบเต็มทีแล้วค่ะ เฟยเฟยอยากให้เธอติดมหาลัยดีๆ จะได้ไม่น้อยหน้าคุณชายสู่”เสียงปากกาขูดไปบนกระดาษ และกลิ่นหมึกจางๆ ลอยคลุ้งในอากาศ ด้านข้างคือกองหนังสือหนาเตอะที่เธอรวบรวมไว้อ่าน นับว่าเป็นสมบัติชิ้นสำคัญหากต้องการกลับไปเรียน เกือบทั้งหมดคือหนังสือเฉลยข้อสอบเกาเข่าเรียงปี

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 82 แก้แค้นให้สะใจ

    บทที่ 82 แก้แค้นให้สะใจลมกลางดึกพัดแรงจนชายผ้าคลุมศีรษะสะบัด เธออาศัยในช่วงที่จื่อหานเข้าไปปลูกสมุนไพรในมิติ ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้รู้ แต่เป็นเพราะกลัวถูกห้าม เธอสวมใส่แว่นที่คนใช้ใส่ออกไปล่าสัตว์ตอนกลางคืนเอาไว้ เฟยเฟิ่งไม่อยากเสี่ยงถือตะเกียงออกมาให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายนักว่านเฟยเฟิ่งก้มตัวลงตรงคันนา มือตักเกลือจากกระสอบขึ้นโปรยทีละกำ เสียงเกลือกระทบผิวน้ำดังแผ่ว ๆ เธอค่อย ๆ เดินไปตามแนวผืนนา ย่ำโคลนหนืดๆ อย่างไม่รีบร้อน“ขโมยข้าวของคนอื่น ก็ต้องชดใช้กันหน่อย” เธอบ่นเบาๆ พลางหันมองทุ่งกว้างที่เงียบสนิท มีเพียงเสียงกบและแมลงร้องสลับกับเสียงลมที่พัดเฉื่อยๆเกลือหมดไปกระสอบหนึ่ง เธอหยิบอีกกระสอบจ

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 81 ใครต่างก็มีอาชีพสำรอง

    บทที่ 81 ใครต่างก็มีอาชีพสำรองแดดยามสายส่องลงมาที่ลานบ้าน เสียงฟืนแตกดังเปรี๊ยะ จากเตาดินกลมๆ ที่ตั้งอยู่กลางลาน กลิ่นไผ่เผาโชยคลุ้งจนแสบจมูก ว่านเฟยเฟิ่งเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมาปัดควันพลางหัวเราะ“โอ๊ย กลิ่นแรงจริงๆ พี่เข่อซิน แบบนี้ต้องใส่หน้ากากไหมเนี่ย”จางเข่อซินที่กำลังใช้ไม้คนของในหม้อเหล็กหันมายิ้ม “ไม่ต้องหรอกเฟยเฟิ่ง ทำไปสักพักก็ชินเองแหละ น้ำมันไผ่แท้ๆ มันต้องได้กลิ่นแรงแบบนี้ ถึงจะเก็บได้นานและกลบกลิ่นของน้ำมันหมูได้”เฟยเฟิ่งยืนมองหม้อที่ควันลอยขึ้นไม่ขาดตาอย่างตื่นเต้น เธอไม่เคยเห็นของแบบนี้มาก่อนเลย การทำน้ำมันไผ่แบบดั้งเดิมน่าสนใจมากสำหรับสาวยุคใหม่ “ฉันว่ามันน่าสนุกดีนะคะ กลิ่นแร

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 80 ปลูกโสมในมิติ 

    บทที่ 80 ปลูกโสมในมิติอากาศในมิตินี้สดชื่นอย่างประหลาด ยิ่งหลังจากการทำความสะอาดครั้งนั้น และการเข้ามาทำแปลงสมุนไพรก็ดูเหมือนว่าบรรยากาศจะดีขึ้นเรื่อยๆ และแม้จะไม่ได้เติมของเข้ามา ฝั่งกระดานที่ระบุว่าให้ก็เพิ่มมากขึ้น เฟยเฟิ่งที่ไม่คิดว่าการทำสิ่งดีๆ ให้มิติก็นับคะแนนด้วยจึงดีใจยิ่งกว่าอะไรที่ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อของเสมอไปเธอเงยหน้ารับแสงแดดอ่อนลอดผ่านหมอกบางเหนือยอดไม้ หูฟังเสียงน้ำจากบึงใสที่ไหลวนหมุนเวียนด้านหลังพื้นที่ที่แปรเปลี่ยนมาเป็นแปลงปลูกสมุนไพรอย่างสบายใจ ตาเหลือบมองซีจื่อหานนั่งยองอยู่บนแปลงดิน มือเขาเปื้อนดินแต่แววตาดูตั้งใจ เขากำลังขุดหลุมเล็กๆ เพื่อวางรากโสมลงไปอย่างระมัดระวัง ใกล้กันมีถั่งเช่ากับเขากวางอ่อนที่เพิ่งเพาะไว้เป็นแถวด้วย“โสมคนต้องเว้นระยะห่างกว่านี้นะ ไม่งั้นมันจะแย่ง

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 79 ชีวิตที่สงบสุข

    บทที่ 79 ชีวิตที่สงบสุขเฟยเฟิ่งเดินกลับมาด้วยใบหน้าไม่สู้ดี จื่อหานมองก็รู้ทันทีว่าเรื่องไม่เป็นอย่างหวัง“ไม่ได้เหรอ”เธอส่ายหน้าเบา ๆ “แม่คุณยอมให้ค้นตัว แต่คงซ่อนไว้ที่อื่นแล้ว… ฉันเห็นเนื้อหมูทอดอยู่เต็มโต๊ะ เหยียนเค่อกับส่งจื่อกำลังช่วยกันกินอย่างอร่อย มีจักรยานและผ้าตัดชุดให้เขาเอาไปหาเมียอีกด้วย”จื่อหานนิ่งงันไปครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจยาว “เงินของเด็ก ๆ กลายเป็นของกิน และของหมั้นเหรอ”“ฉันน่าจะตรวจของก่อนให้ย้ายออก…” เฟยเฟิ่งกัดริมฝีปากแน่น น้ำเสียงขื่นขม“อย่าคิดมากเลยเฟยเฟย” เขาวางมือลงบนไหล่เธอ “ต่อไปคงสงบแล้วล่ะ แม่ผมเลือกทางนั้นเอง ถ้าเงินหลานยังขโมยได้ ก็คงไว้ใจให้อยู่ใกล้ไม่ได้อีก”เธอมองเขาน

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 78 ขโมยเงินเด็ก

    บทที่ 78 ขโมยเงินเด็กบ้านไม้ชั้นเดียวสีครีมอ่อนของลูกชายคนเล็กบ้านซีสงบลงบ้านแล้ว หลังจากอันซูเจินขนของออกไปจนหมดโดยที่มีคนสกุลอันช่วยกันเข้าไปเก็บของ ขนาดสินค้าที่ซื้อมาขายในร้านชำหน้าบ้าน ที่เป็นเงินเฟยเฟิ่งลงทุนแท้ๆ ก็ถูกหอบหิ้วติดมือไปด้วยจนหมดสะใภ้ว่านที่ได้ฉายาใหม่ว่าเป็นสะใภ้อกตัญญูยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นสูดลมหายใจลึก เธอคิดว่าต่อจากนี้บ้านหลังนี้คงได้เริ่มต้นใหม่เสียที ไม่มีเสียงตำหนิ ไม่มีสายตาเหยียดหยาม ไม่มีความกลับไปกลับมาให้สับสนอีกต่อไปซีจื่อหานเดินออกไปตามลูก ๆ ที่ยังเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านกับจ้งหม่า “จื่อซวาน! ซูลี่! ได้เวลาเข้าบ้านแล้ว จ้งหม่ากลับบ้านด้วย แม่คงรอกินข้าวแล้วป่านนี้” เสียงทุ้มของจื่อหานดังขึ้น เด็กชายวัยเจ็ดขวบหันมาทันที ส่วน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status