Share

บทที่ 6 ก่อสร้างบ้านผัก

last update Tanggal publikasi: 2025-11-11 00:53:54

บทที่ 6 ก่อสร้างบ้านผัก

       ว่านเฟยเฟิ่งยิ้มกว้างออกมาคล้ายว่าเจอเรื่องสนุก ทีแรกเธอคิดแค่จะทำร้านขายของชำ แต่เพราะคนที่แผงผักทำให้เฟยเฟิ่งคิดออกว่าตนเองควรจะหาเงินเป็นกอบเป็นกำจากที่แห่งนี้ได้อย่างไร

“จำเมล็ดพันธุ์ผักที่เราซื้อมาได้ไหม น้าจะทำบ้านให้ผักอยู่ เราจะได้ปลูกผักในช่วงที่หนาวกว่านี้ได้ แต่อย่าบอกใครเด็ดขาด ให้เราทำสำเร็จก่อนตกลงไหม”

“ครับ ไม่บอก แต่บ้านผักจะทำให้เราปลูกผักได้ยังไงกัน” ซีจื่อซวานเริ่มเดินช้าลงเพราะมัวแต่คิดเรื่องอื่น

“ถ้าเอาแบบง่ายๆ แดดส่องเข้ามาได้ แต่ความร้อนข้างในออกไปข้างนอกไม่ได้ ทีนี้อากาศก็จะอุ่นกว่าข้างนอก ทำให้ต้นไม้โตได้น่ะสิ”

“ครับ” จื่อซวานระบายยิ้มกว้างออกมา “นี่ใช่ไหม ทางเลือกที่น้าหมายถึงเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย”

“ใช่แล้ว” เฟยเฟิ่งชะงักเพราะร่างที่อาศัยอยู่ตอนนี้นั้นไม่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย “น้าไม่ได้รู้เองหรอก น้าก็ไม่ได้เรียน คนที่เรียนเขามาบอกน้า ความรู้จะทำให้เราได้เปรียบคนอื่น เชื่อน้านะ”

“แต่เรามีเงินสร้างจริงเหรอ เงินของพ่อก็ไม่ได้เยอะ”

“น้าใช้สินเดิมของตัวเอง เพราะฉะนั้นกำไรก็จะเป็นของน้า ถ้าจื่อซวานช่วยทำ น้าก็จะแบ่งค่าแรงให้ ส่วนของที่ซื้อวันนี้ค่อยคำนวณว่าจะแบ่งเป็นของในบ้านเท่าไหร่ก็ค่อยเอาเงินพ่อมาจ่ายให้น้า แต่ค่าบะหมี่เมื่อกี้เงินพ่อพวกเธอ”

“เงินน้าคือของน้า แต่เงินพ่อเป็นของทุกคนแบบนี้เหรอครับ”

“ฟังดูไม่ยุติธรรมล่ะสิ แต่สำหรับน้ามันยุติธรรม พ่อมีหน้าที่หาเงิน น้ามีหน้าที่ดูแลพวกเธอกับย่า มีคนละหนึ่งหน้าที่ ถ้าน้าต้องหาเงินเข้าบ้านอีกแปลว่าน้ามีสองหน้าที่”

       ว่านเฟยเฟิ่งไม่ได้ต้องการจะแยกแยะทุกอย่างมากมายแบบนี้ แต่เมื่อรู้ว่าตัวเธอยังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านอย่างเป็นทางการเสียด้วยซ้ำก็คิดว่าควรแยกไว้ ถ้าหากเขากลับมาแล้วเกิดมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ถูกใจกันจะได้ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องทรัพย์สิน

“เข้าใจแล้ว”

       ทั้งสองเดินเงียบๆ มาอีกครู่หนึ่งก็ถึงร้านเถ้าแก่รับเหมาเป็นที่เรียบร้อย เฟยเฟิ่งสังเกตอาการของเด็กชายที่คาดว่าเขย่งมองหาบิดา เมื่อไม่เห็นท่าทีดีใจจึงสรุปได้ว่าบิดาของเด็กน้อยคงไม่อยู่ในร้าน

“อาซวานมาหาใครน่ะ” หญิงสาวท่าทางคล่องแคล่วเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ “พ่อของเธออยู่ที่ไซต์งาน ไม่ได้ค้างที่ร้านหรอก”

“ครับ น้าอยากมาหาซื้อกระจก พอจะมีช่างอยู่ร้านไหมครับ” จื่อซวานตอบรับพร้อมกับบอกความต้องการเสร็จสรรพ

“คงเป็นน้องสาวพี่จื่อหาน รอเดี๋ยวจะตามช่างมาให้” 

“มะ…ไม่” จื่อซวานที่กำลังจะแก้ไขความเข้าใจผิดไม่ทันพูดอะไร ลูกสาวเถ้าแก่ก็หายลับไปเสียก่อน

“เขาจะเข้าใจแบบไหนก็ช่างเขาเถอะ เรารีบทำธุระดีกว่าซูลี่รออยู่” ว่านเฟยเฟิ่งยักไหล่ จากนั้นก็ยกยิ้มให้ช่างที่เดินเข้ามา

“อยากได้กระจกไปทำอะไรกัน หน้าต่างพังเหรอ” ช่างชายที่เข้ามาถามมีท่าทีเป็นกันเองเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นคนในครอบครัวของสหายคนงานด้วยกัน

“ไม่ใช่ค่ะ ที่ฉันต้องการคือบ้านที่ทำจากกระจก แต่คงไม่ต้องใหญ่ขนาดว่าเป็นบ้านหรอก มีกระดาษไหมฉันขอสักแผ่นสิ”

       เฟยเฟิ่งเริ่มวาดและอธิบายให้ช่างฟังว่าสิ่งที่เธอต้องการคือบ้านที่ทำด้วยกระจกทั้งหมด และขอบจะทำจากไม้หรืออิฐก็ไม่เกี่ยง แค่ขอเลือกอันที่ถูกกว่าเท่านั้น

“แต่ตรงหลังคาไม่ต้องแหลมขึ้นหากัน แต่เปลี่ยนเป็นทรงลาดลงดีกว่า น่าจะตัดกระจกมาใส่ง่ายกว่า ตรงทางเข้าสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร ส่วนด้านหลังให้สูงสักสองร้อย หรือสองร้อยสิบก็ได้ ตามที่ช่างว่าเหมาะสม”

“ใช้กระจกแพงเกินไป เป็นพลาสติกได้ไหมล่ะ จะติดต่อคนที่โรงงานให้ แต่ถ้าเป็นสีใสไม่กลัวคนมองหรือสหาย”

“มีแล้วสินะ” เฟยเฟิ่งพึมพำ “เอาใสค่ะ ไม่ได้ให้คนอยู่ ถ้าพลาสติกทำได้ฉันก็ไม่เกี่ยง”

“อย่างนั้นจะไปขึ้นโครงไว้ให้ ได้มาแล้วค่อยเอามาติด บ้านสหายมีที่พอไหมล่ะ” ช่างถามกลับ

“ถ้าไม่พอเดี๋ยวฉันเช่าที่เพิ่ม ไปสร้างได้เมื่อไหร่คะ”

“เลิกงานแล้วจะพาคนไป ค่าแรงก็ไม่ต้องหรอก ถือว่าช่วยเหลือจื่อหาน ส่วนค่าของจะถือสาไหมล่ะถ้าเป็นไม้เก่าอิฐเก่า” 

“ไม่เลยค่ะ”

“งั้นรอเดี๋ยว” ช่างพยักหน้า แล้วมุ่งตรงไปยังลูกสาวของเถ้าแก่ คุยกันครู่หนึ่งก็เดินกลับมาบอกว่านเฟยเฟิ่งว่าหากจ่ายค่าไม้และปูนที่ต้องใช้นิดหน่อยแล้ว ก็สามารถพาคนไปสร้างได้เลย ส่วนค่าพลาสติกจะมาบอกกล่าวภายหลัง

.

.

.

       เฟยเฟิ่งไม่ลืมแวะซื้อถ้วยจานที่ตลาดด้วย เพราะสังเกตว่าร้านบะหมี่จะมีถ้วยเตรียมไว้ให้ลูกค้าที่มาซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านแต่เตรียมถ้วยมาไม่พอ โดยคิดค่ามัดจำถ้วยไว้ และขอแรงช่างที่จะมาด้วยกันให้ช่วยถือ

       การเดินกลับหมู่บ้านครั้งนี้จึงมีจื่อซวาน เฟยเฟิ่ง และช่างกับคนงานสองคน  แต่เมื่อไปถึงบ้านกลับพบว่าแบบที่เฟยเฟิ่งวาดไว้นั้นใหญ่เกินกว่าจะจะอยู่ในบริเวณบ้าน เดือดร้อนต้องไปขอเช่าที่ดินเพิ่มจนแม่สามีหน้าเสีย แต่เมื่อรู้ว่าเฟยเฟิ่งจ่ายเงินตนเองเป็นค่าเช่าล่วงหน้าไปห้าปี จึงได้สงบปากลง ด้วยคิดว่าอย่างไรสตรีในเมืองก็จะต้องหนีหายไป และที่ดินนี้ก็จะเป็นของบุตรชายตนได้ใช้ประโยชน์

“ที่หลังบ้านเลยช่างหู โชคดีจริงๆ ที่ไม่ต้องได้ที่ไกล” 

“ขยายรั้วบ้านด้วยเลยสิ ทำไปพร้อมกัน” ช่างหูที่ช่วยวางแผนตั้งแต่ต้นเสนอ

“ฉันก็ว่าจะกั้นรั้ว แต่ให้แยกส่วนบ้านกับส่วนที่ไว้ดีกว่า” เฟยเฟิ่งออกความเห็น 

“เอาแบบนั้นก็จะทำทางเข้าออกที่หลังบ้านให้” 

       เมื่อตกลงกันเสร็จสิ้น และเฟยเฟิ่งจ่ายค่าส่วนต่างที่เพิ่มมาแล้ว ช่างหูก็ส่งคนกลับไปเอาของที่ร้าน พร้อมกับเรียกจื่อซวานมาสอนงาน ส่วนเฟยเฟิ่งก็นั่งแยกหมวดหมู่ของที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดนำมาส่ง โดยมีซูลี่เป็นลูกมือ คอยชั่งตวงของที่จะแบ่งเป็นของในบ้านให้ชัดเจน

“ไก่เหล็กจริงๆ แบ่งของเหมือนว่าเธอไม่ได้อาศัยหาประโยชน์จากบ้านซี” ซูเจินพูดแขวะ

“มันก็ต้องทำให้ชัดเจนจะมามั่วปะปนกันไม่ได้ แบบนั้นตอนทำบัญชีได้เส้นเลือดในสมองแตกตายพอดี” 

       เฟยเฟิ่งที่ในชีวิตเก่าเรียนจบบริหารธุรกิจมาเริ่มบ่น เพราะแค่ต้องเอาสินเดิมมาลงทุน แทนการกู้ธนาคารมาเริ่มธุรกิจก็ผิดอยู่แล้ว นี่ยังจะไม่แยกของส่วนตัวและส่วนค้าขาย “ฆ่ากันให้ตายไปเลยเถอะ”

“มีสะใภ้แบบนี้ ฉันนี่แหละจะตาย” ซูเจินยกชาขึ้นจิบย้อมใจไปหลายจอก แต่ก็ยังคงจ้องเฟยเฟิ่งที่สอนซูลี่ดูตาชั่งไม่วางตา

“เก่งมาก อัพท๊อป!” เฟยเฟิ่งยกมือขึ้นรอให้ซูลี่เอามือมาตีประกบกันแบบที่คุ้นชินจากพ่อแม่ของตนเองในภพก่อนเมื่อยังมีชีวิตอยู่

“น้าร้องไห้ทำไม” ซูลี่ถามออกมาเสียงเบา

“น้ากับแม่ตีมือกันแบบนี้เวลาทำอะไรได้ดี เลยคิดถึงน่ะ” เฟยเฟิ่งระบายยิ้ม ปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ

“ซูลี่จำหน้าแม่ไม่ได้สักนิด แม่จะโกรธซูลี่ไหมน้าเฟิ่ง”

“แม่ไม่โกรธหรอก ถ้าซูลี่เป็นเด็กดี รักแม่ รักย่า รักพ่อ รักอาซวาน ยังไงแม่ก็จะไม่มีวันโกรธ ไปทำข้าวเย็นกันเถอะ”

“ดี! ทำงานบ้าง ใช้เงินมาทั้งเช้าแล้ว” แม่สามีของว่านเฟยเฟิ่งกล่าวพลางนวดหัวเข่าของตนเอง

“ด่าตอนฉันจะทำอาหาร ป้าไม่กลัวฉันใส่ยาพิษให้กินรึไง!”

“แก! ออกจากบ้านฉันไปเลยนะ”

“ไม่ออก ออกแล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหน ป้าดูปากฉันนะ ไม่! ไป! ไหน! ทั้ง! นั้น!”

“ค่าจ้างแต่งงานร้อยหยวนที่ได้มาไม่คุ้มจริงๆ” แม่สามีที่นวดเข่าตัวเองเมื่อครู่ลุกขึ้นมาทำท่าจะตีว่านเฟยเฟิ่ง แต่ต้องยั้งไว้เมื่อลุกขึ้นมาแล้วก้าวขาไม่ออก

“ก้าวขาออกแล้วค่อยมาตีฉันแล้วกัน” เฟยเฟิ่งส่ายหน้าคิดไม่ตกว่าจะอยู่กับแม่สามีเช่นนี้ได้อย่างไร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทพิเศษ 3 ทารกฝาแฝด

    บทพิเศษ 3 ทารกฝาแฝดช่วงหัวค่ำของคืนปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นสบาย แต่ในห้องนอนของเฟยเฟิ่งกลับเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและความอึดอัดของคนท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที เธอนอนตะแคงข้างพร้อมลูบท้องกลมโตเบาๆ ความรู้สึกหนักและแน่นกดทับทำให้หายใจไม่สะดวก ท้องแฝดไม่เคยปล่อยให้เธอสบายอยู่แล้ว คืนนี้ก็เช่นกัน เธอพยายามจนข่มตาลงได้แต่แล้วเฟยเฟิ่งก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะรู้สึกถึงบางอย่างที่ไหลออกมาตามขา เธอรีบยันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ คิดในใจว่าคงเป็นเพราะแรงกดจากท้องแฝดจนทำให้เธอเผลอฉี่แตก แต่เมื่อเธอขยับตัวเพียงนิด น้ำอุ่นๆ ก็ไหลเพิ่มขึ้นอีก ความจริงแล่นวาบขึ้นมาทันที“ไม่นะ นี่มันน้ำคร่ำ!” เธออุทานเสียงสั่น ก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าตัวสามีแรงๆ “พี่จื่อหาน! จื่อหาน สามี! ตื่นเร็วเข้า!”

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทพิเศษ 2 นายพลจ้วงได้สะใภ้กลางเสียที

    บทพิเศษ 2 นายพลจ้วงได้สะใภ้กลางเสียทีแม้ชีวิตของลูกชายคนกลางและลูกสะใภ้จะเป็นไปได้ด้วยดี แต่จ้วงไป่ชิงก็ยังไม่ค่อยพอใจ เพราะฝั่งลูกชายก็ขยายร้านวัสดุไปเจ็ดสาขาในห้ามณฑลแล้ว ทั้งยังจัดตั้งโรงงานทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เฟยเฟิ่ง ขยายการเพาะปลูกสมุนไพรและดอกไม้ จนต้องว่าจ้างคนทั้งหมู่บ้าน ในโรงงานเองก็ผลิตสินค้ากันไม่ได้หยุดหน่อย เพราะร้านความงามสู่ขยายไปแล้วสิบสาขาในหลายมณฑลด้านฝั่งลูกสะใภ้ก็เรียนหนังสือได้ดีจนโล่งอก คิดหาลู่ทางหาเงินได้เป็นสิบเป็นร้อยวิธี จนจ้าวหลงเองก็ลาออกจากราชการมาเปิดธุรกิจของตัวเองแล้วเช่นกัน เพราะฟังเฟยเฟิ่งมามาก จนเกิดแรงบันดาลใจ แม้จะมีแต่คนบ้างานอยู่รอบตัวไป่ชิง แต่เมื่อไปเทียบกับลูกคนโตที่ภรรยาอย่างฟางลี่กำลังจะคลอดลูกคนแรก และอิงลี่ที่กำลังจะมีทายาทคนที่สอง ทำให้ไป่ชิงเริ่มกลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าหลานที่เกิดจากสะใภ้คนนี้

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทพิเศษ 1 นักศึกษาว่าน

    บทพิเศษ 1 นักศึกษาว่านผ่านไปหนึ่งปี เฟยเฟิ่งเข้ามาเป็นนักศึกษาใหม่ในคณะเศรษฐศาสตร์ เพราะไม่อยากเรียนบริหารธุรกิจแบบที่เคยจบมาแล้วในภพเก่า เธอไม่ได้ไปเรียนในเป่ยจิงอย่างที่เคยบอกจื่อหานไว้ แต่เธอเลือกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกับฮวาจู แม้ว่าคะแนนจะเพียงพอให้เลือกเรียนที่ไหนก็ได้ตามต้องการ แต่เมื่อดูความจำเป็นในชีวิตแล้ว การเรียนในเซี่ยงไฮ้สะดวกกว่ามาก และไม่ห่างจากหมู่บ้านชิวหลินมากเกินไปนั่นทำให้เฟยเฟิ่งยังสามารถผลิตน้ำตบ และครีมส่งขายให้กับร้านยาสู่ได้ดังเดิม และสู่มู่ไป๋เองก็ติดคนรักของตนมาก มารับส่งไปกลับที่บ้านเธอ และบ้านใหญ่ซีอยู่บ่อยๆ จื่อหานและเฟยเฟิ่งจึงสามารถติดรถกลับไปที่หมู่บ้านได้สะดวกทุกครั้ง จื่อหานคอบกลับไปดูความเรียบร้อยของเห็ด และแปลงดอกไม้ที่จ้างพี่ชายดูแลเต็มเวลา ส่วนเฟยเฟิ่งก็ผลิตสินค้าของตัวเองไปตามกำลัง

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 125 รำคาญ

    บทที่ 125 รำคาญค่ำคืนนี้ครอบครัวเล็กซีก็ยังต้องอยู่ในบ้านหลังเดิมต่อไปอีกหนึ่งคืน เพราะกว่าจะเสร็จเรื่องราว รถไฟไปเซี่ยงไฮ้ก็หมดรอบไปแล้ว เสียงแมลงร้องดังเหมือนอย่างทุกวัน อากาศเย็นยามกลางคืนพัดผ่านกระทบผิว เฟยเฟิ่งไม่สามารถข่มตานอนหลับได้ เธอพลิกตัวไปมาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้น ขยับตัวอย่างเบามือ ระวังไม่ให้จื่อหานตื่น เพื่อไปแง้มประตูแอบดูลูกๆในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจากพระจันทร์ลอดเข้ามา จื่อซวานและซูลี่นอนหลับสนิทอย่างสบายไร้กังวล เสียงลมหายใจเบาๆ ของเด็กทั้งสองทำให้หัวใจของเฟยเฟิ่งค่อยๆ อ่อนลง แม้จะรู้ว่าพวกเขาปลอดภัยดี เธอกลับยังวางใจไม่ได้ อารมณ์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความรักและความกลัวประหลาดๆ ทำให้เธอเอียงหัวพิงกรอบประตู จ้องมองภาพเด็กทั้งสองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องตรวจสอบให้แน่ใจอยู่ตลอดเวลาว่าพวกเขายังอยู่ตรงหน้า

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 124 ขอเรียกว่าแม่

    บทที่ 124 ขอเรียกว่าแม่“กรี๊ดดดดด” เสียงร้องลากยาวดังขึ้นทันทีเมื่อกระสุนปืนดังขึ้นสามนัดเลือดจากขมับและลำคอของจางเข่อซินสาดลงบนใบหน้าของเฟยเฟิ่ง รสเหล็กในปาก ทำให้ผู้ที่ถูกทำร้ายลืมเจ็บลุกขึ้นอ้วก ผลักร่างของคนร้ายที่ล้มมาทับตนเองออกไปโดยไม่มีเยื่อใย“เฟยเฟย!” ซีจื่อหานที่ต้องการวิ่งเข้ามาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขวางทางไว้ห้ามไม่ให้เขาเข้ามา แต่เพราะไม่อาจจะห้ามเฟยเฟิ่งได้เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดต้นเสียงทันทีที่ได้ยินเขาเรียก“คนที่ฆ่าพวกผู้หญิงที่หายไปคือจางเข่อซิน ฮือ เขาเป็นคนทำทั้งหมดเลย จางลี่ จานอ้าย ก็ฝีมือเขาทั้งหมด ฮึก”

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 123 ปิดฉากฆาตกร

    บทที่ 123 ปิดฉากฆาตกร“น้าเฟิ่งบอกมาสิครับ” จื่อซวานจ้องมองหาคำตอบด้วยคราบน้ำตาที่เปรอะหน้า เขาสับสนจนไม่รู้จะวางตัวอย่างไรเสียงเด็กทั้งสองเริ่มร้องไห้ประสานกันระงมด้วยความกลัวและความสับสน เมื่อผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ และเป็นผู้ที่ควรจะปกป้องพวกเขากลับลุกขึ้นมาทำร้ายเสียอย่างนี้จางเข่อซินส่งยิ้มเย็นที่ยกโค้งขึ้นเล็กน้อยตามมารยาทมาให้เฟยเฟิ่ง ดวงตาแฝงแววเยาะเย้ย “ว่ายังไงล่ะน้าเฟิ่ง จะบอกจื่อซวานกับซูลี่ยังไงดี”“ลุงเข่อซินคือคนที่ทำร้ายผู้หญิงที่หายไป ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร อย่ากลัวเด็ดขาด เขาคือปีศาจที่กินความกลัวเป็นอาหาร ถ้าเราไม่กลัวผู้ชายคนนี้เขาก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้ หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้ เชื่อน้านะ”

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 110 ไล่ออกจากบ้าน

    บทที่ 110 ไล่ออกจากบ้านหน้าประตูโรงพยาบาลขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ยืนเด่นอยู่บนพื้นที่เปียกชื้นจากสายฝนที่เพิ่งจะหยุดลงไป แสงไฟสว่างจ้า จากโคมหน้าประตูสะท้อนเป็นแถบยาวบนผิวถนนเปียก รถสองคันที่ขับตามกันมาหยุดล

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 108 เกิดเรื่องที่บ้านว่าน

    บทที่ 108 เกิดเรื่องที่บ้านว่าน“เกิดอะไรขึ้น”ว่านฟางลี่และว่านเฟยเฟิ่งลุกขึ้นถามทันที แม้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไ

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 107 ลูกเมียน้อยไม่ควรมีสิทธิ์

    บทที่ 107 ลูกเมียน้อยไม่ควรมีสิทธิ์หลังเฟยเฟิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดมาเรียบร้อยแล้ว ฝนก็พลันตกลงมาไม่หยุด แผนที่วางไว้วันนี้จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน กลายเป็นวันที่คนบ้านจ้วงได้มานั่งเล่นอยู่ในบ้าน

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 100 อยากเล่นกับพี่น้องซี

    บทที่ 100 อยากเล่นกับพี่น้องซีจงอู้ที่วิ่งหนีการไล่ตีและกระทืบของเท้าหลายคู่ หายลับไปจนเกือบถึงร้านบะหมี่ เขายอมถอดเสื้อที่มีแม่ค้าคนหนึ่งคว้าเอาไว้ได้ออก เมื่อหลุดออกมาจากวงล้อมแล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status