แชร์

บทที่ 6 ก่อสร้างบ้านผัก

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-11-11 00:53:54

บทที่ 6 ก่อสร้างบ้านผัก

       ว่านเฟยเฟิ่งยิ้มกว้างออกมาคล้ายว่าเจอเรื่องสนุก ทีแรกเธอคิดแค่จะทำร้านขายของชำ แต่เพราะคนที่แผงผักทำให้เฟยเฟิ่งคิดออกว่าตนเองควรจะหาเงินเป็นกอบเป็นกำจากที่แห่งนี้ได้อย่างไร

“จำเมล็ดพันธุ์ผักที่เราซื้อมาได้ไหม น้าจะทำบ้านให้ผักอยู่ เราจะได้ปลูกผักในช่วงที่หนาวกว่านี้ได้ แต่อย่าบอกใครเด็ดขาด ให้เราทำสำเร็จก่อนตกลงไหม”

“ครับ ไม่บอก แต่บ้านผักจะทำให้เราปลูกผักได้ยังไงกัน” ซีจื่อซวานเริ่มเดินช้าลงเพราะมัวแต่คิดเรื่องอื่น

“ถ้าเอาแบบง่ายๆ แดดส่องเข้ามาได้ แต่ความร้อนข้างในออกไปข้างนอกไม่ได้ ทีนี้อากาศก็จะอุ่นกว่าข้างนอก ทำให้ต้นไม้โตได้น่ะสิ”

“ครับ” จื่อซวานระบายยิ้มกว้างออกมา “นี่ใช่ไหม ทางเลือกที่น้าหมายถึงเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย”

“ใช่แล้ว” เฟยเฟิ่งชะงักเพราะร่างที่อาศัยอยู่ตอนนี้นั้นไม่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย “น้าไม่ได้รู้เองหรอก น้าก็ไม่ได้เรียน คนที่เรียนเขามาบอกน้า ความรู้จะทำให้เราได้เปรียบคนอื่น เชื่อน้านะ”

“แต่เรามีเงินสร้างจริงเหรอ เงินของพ่อก็ไม่ได้เยอะ”

“น้าใช้สินเดิมของตัวเอง เพราะฉะนั้นกำไรก็จะเป็นของน้า ถ้าจื่อซวานช่วยทำ น้าก็จะแบ่งค่าแรงให้ ส่วนของที่ซื้อวันนี้ค่อยคำนวณว่าจะแบ่งเป็นของในบ้านเท่าไหร่ก็ค่อยเอาเงินพ่อมาจ่ายให้น้า แต่ค่าบะหมี่เมื่อกี้เงินพ่อพวกเธอ”

“เงินน้าคือของน้า แต่เงินพ่อเป็นของทุกคนแบบนี้เหรอครับ”

“ฟังดูไม่ยุติธรรมล่ะสิ แต่สำหรับน้ามันยุติธรรม พ่อมีหน้าที่หาเงิน น้ามีหน้าที่ดูแลพวกเธอกับย่า มีคนละหนึ่งหน้าที่ ถ้าน้าต้องหาเงินเข้าบ้านอีกแปลว่าน้ามีสองหน้าที่”

       ว่านเฟยเฟิ่งไม่ได้ต้องการจะแยกแยะทุกอย่างมากมายแบบนี้ แต่เมื่อรู้ว่าตัวเธอยังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านอย่างเป็นทางการเสียด้วยซ้ำก็คิดว่าควรแยกไว้ ถ้าหากเขากลับมาแล้วเกิดมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ถูกใจกันจะได้ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องทรัพย์สิน

“เข้าใจแล้ว”

       ทั้งสองเดินเงียบๆ มาอีกครู่หนึ่งก็ถึงร้านเถ้าแก่รับเหมาเป็นที่เรียบร้อย เฟยเฟิ่งสังเกตอาการของเด็กชายที่คาดว่าเขย่งมองหาบิดา เมื่อไม่เห็นท่าทีดีใจจึงสรุปได้ว่าบิดาของเด็กน้อยคงไม่อยู่ในร้าน

“อาซวานมาหาใครน่ะ” หญิงสาวท่าทางคล่องแคล่วเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ “พ่อของเธออยู่ที่ไซต์งาน ไม่ได้ค้างที่ร้านหรอก”

“ครับ น้าอยากมาหาซื้อกระจก พอจะมีช่างอยู่ร้านไหมครับ” จื่อซวานตอบรับพร้อมกับบอกความต้องการเสร็จสรรพ

“คงเป็นน้องสาวพี่จื่อหาน รอเดี๋ยวจะตามช่างมาให้” 

“มะ…ไม่” จื่อซวานที่กำลังจะแก้ไขความเข้าใจผิดไม่ทันพูดอะไร ลูกสาวเถ้าแก่ก็หายลับไปเสียก่อน

“เขาจะเข้าใจแบบไหนก็ช่างเขาเถอะ เรารีบทำธุระดีกว่าซูลี่รออยู่” ว่านเฟยเฟิ่งยักไหล่ จากนั้นก็ยกยิ้มให้ช่างที่เดินเข้ามา

“อยากได้กระจกไปทำอะไรกัน หน้าต่างพังเหรอ” ช่างชายที่เข้ามาถามมีท่าทีเป็นกันเองเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นคนในครอบครัวของสหายคนงานด้วยกัน

“ไม่ใช่ค่ะ ที่ฉันต้องการคือบ้านที่ทำจากกระจก แต่คงไม่ต้องใหญ่ขนาดว่าเป็นบ้านหรอก มีกระดาษไหมฉันขอสักแผ่นสิ”

       เฟยเฟิ่งเริ่มวาดและอธิบายให้ช่างฟังว่าสิ่งที่เธอต้องการคือบ้านที่ทำด้วยกระจกทั้งหมด และขอบจะทำจากไม้หรืออิฐก็ไม่เกี่ยง แค่ขอเลือกอันที่ถูกกว่าเท่านั้น

“แต่ตรงหลังคาไม่ต้องแหลมขึ้นหากัน แต่เปลี่ยนเป็นทรงลาดลงดีกว่า น่าจะตัดกระจกมาใส่ง่ายกว่า ตรงทางเข้าสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร ส่วนด้านหลังให้สูงสักสองร้อย หรือสองร้อยสิบก็ได้ ตามที่ช่างว่าเหมาะสม”

“ใช้กระจกแพงเกินไป เป็นพลาสติกได้ไหมล่ะ จะติดต่อคนที่โรงงานให้ แต่ถ้าเป็นสีใสไม่กลัวคนมองหรือสหาย”

“มีแล้วสินะ” เฟยเฟิ่งพึมพำ “เอาใสค่ะ ไม่ได้ให้คนอยู่ ถ้าพลาสติกทำได้ฉันก็ไม่เกี่ยง”

“อย่างนั้นจะไปขึ้นโครงไว้ให้ ได้มาแล้วค่อยเอามาติด บ้านสหายมีที่พอไหมล่ะ” ช่างถามกลับ

“ถ้าไม่พอเดี๋ยวฉันเช่าที่เพิ่ม ไปสร้างได้เมื่อไหร่คะ”

“เลิกงานแล้วจะพาคนไป ค่าแรงก็ไม่ต้องหรอก ถือว่าช่วยเหลือจื่อหาน ส่วนค่าของจะถือสาไหมล่ะถ้าเป็นไม้เก่าอิฐเก่า” 

“ไม่เลยค่ะ”

“งั้นรอเดี๋ยว” ช่างพยักหน้า แล้วมุ่งตรงไปยังลูกสาวของเถ้าแก่ คุยกันครู่หนึ่งก็เดินกลับมาบอกว่านเฟยเฟิ่งว่าหากจ่ายค่าไม้และปูนที่ต้องใช้นิดหน่อยแล้ว ก็สามารถพาคนไปสร้างได้เลย ส่วนค่าพลาสติกจะมาบอกกล่าวภายหลัง

.

.

.

       เฟยเฟิ่งไม่ลืมแวะซื้อถ้วยจานที่ตลาดด้วย เพราะสังเกตว่าร้านบะหมี่จะมีถ้วยเตรียมไว้ให้ลูกค้าที่มาซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านแต่เตรียมถ้วยมาไม่พอ โดยคิดค่ามัดจำถ้วยไว้ และขอแรงช่างที่จะมาด้วยกันให้ช่วยถือ

       การเดินกลับหมู่บ้านครั้งนี้จึงมีจื่อซวาน เฟยเฟิ่ง และช่างกับคนงานสองคน  แต่เมื่อไปถึงบ้านกลับพบว่าแบบที่เฟยเฟิ่งวาดไว้นั้นใหญ่เกินกว่าจะจะอยู่ในบริเวณบ้าน เดือดร้อนต้องไปขอเช่าที่ดินเพิ่มจนแม่สามีหน้าเสีย แต่เมื่อรู้ว่าเฟยเฟิ่งจ่ายเงินตนเองเป็นค่าเช่าล่วงหน้าไปห้าปี จึงได้สงบปากลง ด้วยคิดว่าอย่างไรสตรีในเมืองก็จะต้องหนีหายไป และที่ดินนี้ก็จะเป็นของบุตรชายตนได้ใช้ประโยชน์

“ที่หลังบ้านเลยช่างหู โชคดีจริงๆ ที่ไม่ต้องได้ที่ไกล” 

“ขยายรั้วบ้านด้วยเลยสิ ทำไปพร้อมกัน” ช่างหูที่ช่วยวางแผนตั้งแต่ต้นเสนอ

“ฉันก็ว่าจะกั้นรั้ว แต่ให้แยกส่วนบ้านกับส่วนที่ไว้ดีกว่า” เฟยเฟิ่งออกความเห็น 

“เอาแบบนั้นก็จะทำทางเข้าออกที่หลังบ้านให้” 

       เมื่อตกลงกันเสร็จสิ้น และเฟยเฟิ่งจ่ายค่าส่วนต่างที่เพิ่มมาแล้ว ช่างหูก็ส่งคนกลับไปเอาของที่ร้าน พร้อมกับเรียกจื่อซวานมาสอนงาน ส่วนเฟยเฟิ่งก็นั่งแยกหมวดหมู่ของที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดนำมาส่ง โดยมีซูลี่เป็นลูกมือ คอยชั่งตวงของที่จะแบ่งเป็นของในบ้านให้ชัดเจน

“ไก่เหล็กจริงๆ แบ่งของเหมือนว่าเธอไม่ได้อาศัยหาประโยชน์จากบ้านซี” ซูเจินพูดแขวะ

“มันก็ต้องทำให้ชัดเจนจะมามั่วปะปนกันไม่ได้ แบบนั้นตอนทำบัญชีได้เส้นเลือดในสมองแตกตายพอดี” 

       เฟยเฟิ่งที่ในชีวิตเก่าเรียนจบบริหารธุรกิจมาเริ่มบ่น เพราะแค่ต้องเอาสินเดิมมาลงทุน แทนการกู้ธนาคารมาเริ่มธุรกิจก็ผิดอยู่แล้ว นี่ยังจะไม่แยกของส่วนตัวและส่วนค้าขาย “ฆ่ากันให้ตายไปเลยเถอะ”

“มีสะใภ้แบบนี้ ฉันนี่แหละจะตาย” ซูเจินยกชาขึ้นจิบย้อมใจไปหลายจอก แต่ก็ยังคงจ้องเฟยเฟิ่งที่สอนซูลี่ดูตาชั่งไม่วางตา

“เก่งมาก อัพท๊อป!” เฟยเฟิ่งยกมือขึ้นรอให้ซูลี่เอามือมาตีประกบกันแบบที่คุ้นชินจากพ่อแม่ของตนเองในภพก่อนเมื่อยังมีชีวิตอยู่

“น้าร้องไห้ทำไม” ซูลี่ถามออกมาเสียงเบา

“น้ากับแม่ตีมือกันแบบนี้เวลาทำอะไรได้ดี เลยคิดถึงน่ะ” เฟยเฟิ่งระบายยิ้ม ปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ

“ซูลี่จำหน้าแม่ไม่ได้สักนิด แม่จะโกรธซูลี่ไหมน้าเฟิ่ง”

“แม่ไม่โกรธหรอก ถ้าซูลี่เป็นเด็กดี รักแม่ รักย่า รักพ่อ รักอาซวาน ยังไงแม่ก็จะไม่มีวันโกรธ ไปทำข้าวเย็นกันเถอะ”

“ดี! ทำงานบ้าง ใช้เงินมาทั้งเช้าแล้ว” แม่สามีของว่านเฟยเฟิ่งกล่าวพลางนวดหัวเข่าของตนเอง

“ด่าตอนฉันจะทำอาหาร ป้าไม่กลัวฉันใส่ยาพิษให้กินรึไง!”

“แก! ออกจากบ้านฉันไปเลยนะ”

“ไม่ออก ออกแล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหน ป้าดูปากฉันนะ ไม่! ไป! ไหน! ทั้ง! นั้น!”

“ค่าจ้างแต่งงานร้อยหยวนที่ได้มาไม่คุ้มจริงๆ” แม่สามีที่นวดเข่าตัวเองเมื่อครู่ลุกขึ้นมาทำท่าจะตีว่านเฟยเฟิ่ง แต่ต้องยั้งไว้เมื่อลุกขึ้นมาแล้วก้าวขาไม่ออก

“ก้าวขาออกแล้วค่อยมาตีฉันแล้วกัน” เฟยเฟิ่งส่ายหน้าคิดไม่ตกว่าจะอยู่กับแม่สามีเช่นนี้ได้อย่างไร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 83 ฝากขายสรุป

    บทที่ 83 ฝากขายสรุปว่านเฟยเฟิ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้หินอ่อนของมิติตัวเดิม คืนนี้ก็เหมือนกันกับทุกคืน สองสามีภรรยาบ้านซีเข้ามาอยู่ในมิติ จื่อหานเข้ามาเพื่อขุดสมุนไพรออกไปขาย และร่างแบบจัดสวนเพื่อให้มิติสวยงามขึ้นเป็นคำขอบคุณ“เฟยเฟย ทำอะไรอยู่น่ะ เห็นนั่งเขียนแบบนั้นมาตั้งนานแล้ว” ซีจื่อหานตะโกนถาม“ทำสรุปกับแบบฝึกหัดให้ฮวาจูอยู่ ใกล้สอบเต็มทีแล้วค่ะ เฟยเฟยอยากให้เธอติดมหาลัยดีๆ จะได้ไม่น้อยหน้าคุณชายสู่”เสียงปากกาขูดไปบนกระดาษ และกลิ่นหมึกจางๆ ลอยคลุ้งในอากาศ ด้านข้างคือกองหนังสือหนาเตอะที่เธอรวบรวมไว้อ่าน นับว่าเป็นสมบัติชิ้นสำคัญหากต้องการกลับไปเรียน เกือบทั้งหมดคือหนังสือเฉลยข้อสอบเกาเข่าเรียงปี

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 82 แก้แค้นให้สะใจ

    บทที่ 82 แก้แค้นให้สะใจลมกลางดึกพัดแรงจนชายผ้าคลุมศีรษะสะบัด เธออาศัยในช่วงที่จื่อหานเข้าไปปลูกสมุนไพรในมิติ ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้รู้ แต่เป็นเพราะกลัวถูกห้าม เธอสวมใส่แว่นที่คนใช้ใส่ออกไปล่าสัตว์ตอนกลางคืนเอาไว้ เฟยเฟิ่งไม่อยากเสี่ยงถือตะเกียงออกมาให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายนักว่านเฟยเฟิ่งก้มตัวลงตรงคันนา มือตักเกลือจากกระสอบขึ้นโปรยทีละกำ เสียงเกลือกระทบผิวน้ำดังแผ่ว ๆ เธอค่อย ๆ เดินไปตามแนวผืนนา ย่ำโคลนหนืดๆ อย่างไม่รีบร้อน“ขโมยข้าวของคนอื่น ก็ต้องชดใช้กันหน่อย” เธอบ่นเบาๆ พลางหันมองทุ่งกว้างที่เงียบสนิท มีเพียงเสียงกบและแมลงร้องสลับกับเสียงลมที่พัดเฉื่อยๆเกลือหมดไปกระสอบหนึ่ง เธอหยิบอีกกระสอบจ

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 81 ใครต่างก็มีอาชีพสำรอง

    บทที่ 81 ใครต่างก็มีอาชีพสำรองแดดยามสายส่องลงมาที่ลานบ้าน เสียงฟืนแตกดังเปรี๊ยะ จากเตาดินกลมๆ ที่ตั้งอยู่กลางลาน กลิ่นไผ่เผาโชยคลุ้งจนแสบจมูก ว่านเฟยเฟิ่งเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมาปัดควันพลางหัวเราะ“โอ๊ย กลิ่นแรงจริงๆ พี่เข่อซิน แบบนี้ต้องใส่หน้ากากไหมเนี่ย”จางเข่อซินที่กำลังใช้ไม้คนของในหม้อเหล็กหันมายิ้ม “ไม่ต้องหรอกเฟยเฟิ่ง ทำไปสักพักก็ชินเองแหละ น้ำมันไผ่แท้ๆ มันต้องได้กลิ่นแรงแบบนี้ ถึงจะเก็บได้นานและกลบกลิ่นของน้ำมันหมูได้”เฟยเฟิ่งยืนมองหม้อที่ควันลอยขึ้นไม่ขาดตาอย่างตื่นเต้น เธอไม่เคยเห็นของแบบนี้มาก่อนเลย การทำน้ำมันไผ่แบบดั้งเดิมน่าสนใจมากสำหรับสาวยุคใหม่ “ฉันว่ามันน่าสนุกดีนะคะ กลิ่นแร

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 80 ปลูกโสมในมิติ 

    บทที่ 80 ปลูกโสมในมิติอากาศในมิตินี้สดชื่นอย่างประหลาด ยิ่งหลังจากการทำความสะอาดครั้งนั้น และการเข้ามาทำแปลงสมุนไพรก็ดูเหมือนว่าบรรยากาศจะดีขึ้นเรื่อยๆ และแม้จะไม่ได้เติมของเข้ามา ฝั่งกระดานที่ระบุว่าให้ก็เพิ่มมากขึ้น เฟยเฟิ่งที่ไม่คิดว่าการทำสิ่งดีๆ ให้มิติก็นับคะแนนด้วยจึงดีใจยิ่งกว่าอะไรที่ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อของเสมอไปเธอเงยหน้ารับแสงแดดอ่อนลอดผ่านหมอกบางเหนือยอดไม้ หูฟังเสียงน้ำจากบึงใสที่ไหลวนหมุนเวียนด้านหลังพื้นที่ที่แปรเปลี่ยนมาเป็นแปลงปลูกสมุนไพรอย่างสบายใจ ตาเหลือบมองซีจื่อหานนั่งยองอยู่บนแปลงดิน มือเขาเปื้อนดินแต่แววตาดูตั้งใจ เขากำลังขุดหลุมเล็กๆ เพื่อวางรากโสมลงไปอย่างระมัดระวัง ใกล้กันมีถั่งเช่ากับเขากวางอ่อนที่เพิ่งเพาะไว้เป็นแถวด้วย“โสมคนต้องเว้นระยะห่างกว่านี้นะ ไม่งั้นมันจะแย่ง

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 79 ชีวิตที่สงบสุข

    บทที่ 79 ชีวิตที่สงบสุขเฟยเฟิ่งเดินกลับมาด้วยใบหน้าไม่สู้ดี จื่อหานมองก็รู้ทันทีว่าเรื่องไม่เป็นอย่างหวัง“ไม่ได้เหรอ”เธอส่ายหน้าเบา ๆ “แม่คุณยอมให้ค้นตัว แต่คงซ่อนไว้ที่อื่นแล้ว… ฉันเห็นเนื้อหมูทอดอยู่เต็มโต๊ะ เหยียนเค่อกับส่งจื่อกำลังช่วยกันกินอย่างอร่อย มีจักรยานและผ้าตัดชุดให้เขาเอาไปหาเมียอีกด้วย”จื่อหานนิ่งงันไปครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจยาว “เงินของเด็ก ๆ กลายเป็นของกิน และของหมั้นเหรอ”“ฉันน่าจะตรวจของก่อนให้ย้ายออก…” เฟยเฟิ่งกัดริมฝีปากแน่น น้ำเสียงขื่นขม“อย่าคิดมากเลยเฟยเฟย” เขาวางมือลงบนไหล่เธอ “ต่อไปคงสงบแล้วล่ะ แม่ผมเลือกทางนั้นเอง ถ้าเงินหลานยังขโมยได้ ก็คงไว้ใจให้อยู่ใกล้ไม่ได้อีก”เธอมองเขาน

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 78 ขโมยเงินเด็ก

    บทที่ 78 ขโมยเงินเด็กบ้านไม้ชั้นเดียวสีครีมอ่อนของลูกชายคนเล็กบ้านซีสงบลงบ้านแล้ว หลังจากอันซูเจินขนของออกไปจนหมดโดยที่มีคนสกุลอันช่วยกันเข้าไปเก็บของ ขนาดสินค้าที่ซื้อมาขายในร้านชำหน้าบ้าน ที่เป็นเงินเฟยเฟิ่งลงทุนแท้ๆ ก็ถูกหอบหิ้วติดมือไปด้วยจนหมดสะใภ้ว่านที่ได้ฉายาใหม่ว่าเป็นสะใภ้อกตัญญูยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นสูดลมหายใจลึก เธอคิดว่าต่อจากนี้บ้านหลังนี้คงได้เริ่มต้นใหม่เสียที ไม่มีเสียงตำหนิ ไม่มีสายตาเหยียดหยาม ไม่มีความกลับไปกลับมาให้สับสนอีกต่อไปซีจื่อหานเดินออกไปตามลูก ๆ ที่ยังเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านกับจ้งหม่า “จื่อซวาน! ซูลี่! ได้เวลาเข้าบ้านแล้ว จ้งหม่ากลับบ้านด้วย แม่คงรอกินข้าวแล้วป่านนี้” เสียงทุ้มของจื่อหานดังขึ้น เด็กชายวัยเจ็ดขวบหันมาทันที ส่วน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status