Beranda / อื่น ๆ / ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี / บทที่ 8 สหายเรียกให้มาหา

Share

บทที่ 8 สหายเรียกให้มาหา

last update Tanggal publikasi: 2025-11-11 01:03:46

บทที่ 8 สหายเรียกให้มาหา

       ว่านเฟยเฟิ่งไม่ได้สนใจรอฟัง เธอเลือกเดินไปหลังบ้าน ขอให้ช่างหูทำถาดไว้อนุบาลต้นผักที่เฟยเฟิ่งคิดจะปลูกในคืนนี้เลย

“จ้ะลุงช่าง นี่ก็ใกล้เสร็จแล้วนี่ รวดเร็วจริง” ว่านเฟยเฟิ่งกล่าวเมื่อเห็นว่าตัวโครงไม้ และประตูทะลุระหว่างพื้นที่ก็ทำเสร็จแล้ว ส่วนตอนนี้กำลังลงเสารั้วให้เสร็จสิ้นอยู่

“นี่นังเฟยเฟิ่ง ผู้อาวุโสพูดด้วย แกมาเดินหนีแบบนี้ได้ยังไง” ป้าอันพี่น้องจากบ้านเดิมของว่าที่แม่สามีรีบเดินตามมากระชากแขน

“โอ๊ย ฉันขอเถอะป้า วันนี้ฉันยุ่งไว้เถียงกันวันหลัง” เฟยเฟิ่งลูบแขนตนเองเบาๆ

“มาเดี๋ยวนี้!” อันผิงเจินลากตัวของว่านเฟยเฟิ่งให้ตามเข้าบ้าน

“ย่าอันปล่อยน้าเฟิ่งนะ” จื่อซวานวิ่งเข้ามาขอร้อง

“ไม่เป็นไรอาซวานอยู่กับช่างหู ถ้าช่างทำที่น้าขอแล้ว ก็ให้วางไว้ด้านนอกนี้ เข้าใจนะ”

“ครับ” จื่อซวานพยักหน้า

“ส่วนป้าก็ปล่อยได้แล้ว อยากคุยมากก็ไปคุย แต่อย่ามาลากฉัน ป้าไม่มีสิทธิ์” เฟยเฟิ่งผลักตัวป้าอันผู้นี้ออก แล้วเร่งเดินนำหน้าเข้าบ้านไปเอง

.

.

.

“ฉันได้ข่าวจากในตลาดว่าเธอไปซื้อหมู เอามาสิส่วนของบ้านอันน่ะ”

“ทำไมฉันต้องแบ่ง ไข่ฟองเดียวยังมาตีหลาน หน้าด้านมาขอหมูฉันอีกเหรอ” เฟยเฟิ่งหันไปมองอันซูเจินที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตา

“มันเป็นธรรมเนียม แกเป็นสะใภ้ก็ต้องทำตาม ไม่งั้นฉันจะขนของที่แกซื้อวันนี้กลับบ้านไป” อันผิงเจินขู่

“ถ้าคิดว่าเอาไปแล้วฉันจะไม่เอาเรื่องก็หยิบไปเลย ต่อให้ฉันโดนส่งมาแต่งงานก็ไม่ใช่ว่าที่บ้านจะไม่สนใจ อาฉันมีสามีเป็นทหารใหญ่ ถ้าป้ากล้าก็ลองดู” เฟยเฟิ่งยกนิ้วขึ้นชี้หน้า แม้ไม่รู้ว่าขอความช่วยเหลืออาของตนได้หรือไม่ แต่เธอก็จะแอบอ้างเอามาขู่

“ดูไว้เลยนะ สะใภ้ของแกมันใจคด” อันผิงเจินหันไปด่าอันซูเจิน

“อย่างน้อยสามีฉันก็ไม่ได้ขอหย่าแล้วไล่ตะเพิดฉันกลับบ้านเดิมก็แล้วกัน หรือว่าไม่ได้แต่งงานกันล่ะ น่าสงสารจริง” ว่านเฟยเฟิ่งกล่าวเดาสุ่มสาเหตุที่ป้าอันยังใช้แซ่เดิม

“แก!”

“ไม่บอกเหรอ ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปถามคนแถวนี้เอา ฉันชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ไม่ส่งนะคะ” 

เพียะ

       ทันทีที่พูดจบใบหน้าของว่านเฟยเฟิ่งก็หันขวับตามแรงตบที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากผู้หญิงที่มีร่างกายอ่อนแออย่างซูเจิน

“พี่สาวฉัน ใครก็ไม่มีสิทธิ์ว่า แกไม่รู้ความจริงว่าอะไรเป็นอะไรอย่าพูดดีกว่า” อันซูเจินกล่าวพลางปาดน้ำตา

“ป้าสองคนจะมีความหลังพี่น้องอะไรกันมันก็ไม่ใช่ธุระอะไรที่ฉันต้องไปเลี้ยงดูคนบ้านอัน หน้าที่ของฉันมีแค่ตั้งใจดูแลป้า ดูแลเด็กๆ ดูแลลูกชายป้า” เฟยเฟิ่งหมุนกายหนี ย้ายของที่ซื้อมาทันหมดเข้าห้องนอนตนเองป้องกันไม่ให้ใครมาฉกฉวยไปแล้วล็อกประตูไว้

       ทว่าเมื่อเห็นถุงข้าวสารที่สอนซูลี่ตักแบ่งไว้ก็เปลี่ยนเป็นการเอาห่อผ้าผูกรัดไว้สองลูก เดินไปหลังบ้านเจอจื่อซวานที่กลับเข้ามาเพราะทุกอย่างสร้างเสร็จสิ้นแล้ว

“พอดีเลยจื่อซวานจุดไฟให้ที”

“ครับน้าเฟิ่ง” 

       ซีจื่อซวานจุดไฟให้อย่างไม่ต่อยเข้าใจนัก ข้าวเย็นก็กันก่อนเวลาไปแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องจุดเตาอีก แต่เมื่อน้าเฟิ่งสั่งเขาก็จะยอมเชื่อฟัง เพราะกลัวว่าหากไม่เชื่อฟัง คนด้านข้างจะกลับไปเป็นคนเก่าที่ชอบดุด่า

“ซูลี่หาหม้อมาใบหนึ่งสิ ล้างหมดรึยัง” 

“เสร็จแล้ว ซูลี่เล่นอยู่เฉยๆ” ซูลี่รีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับหม้อใบเล็ก

        ว่านเฟยเฟิ่งวางหม้อหลังจื่อซวานจุดไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็โยนผ้าที่ห่อข้าวสารไว้ลงไป รอจนข้าวสารอุ่นดีแล้วจึงหยิบให้ออกมาให้เด็กทั้งสอง

“ได้ที่แล้ว จื่อซวานซูลี่เอาไปให้ย่าประคบเข่านะ”

       เฟยเฟิ่งเพียงลอบมองผ่านประตู ไม่ได้เป็นคนนำไปยื่นให้เองเพราะกลัวว่าที่แม่สามีจะไม่ใช้ของที่มาจากตัวเธอ เฟยเฟิ่งนำน้ามาใส่หม้อแล้วต้มน้ำไว้ ก่อนที่จะถือตะเกียง และพลั่วออกไปที่ดินด้านหลัง

.

.

.

       ท้องฟ้าเริ่มมืดว่านเฟยเฟิ่งเห็นว่างานทั้งหลายเรียบร้อยดีก็ยิ้มออกมา “ดีจริงๆ ที่เจ้าของร่างรู้จักเก็บเงิน แถมยังเป็นหลานรักของอา”

“เกิดมาไม่เคยทำสวนจะไหวไหมนะ ยังดีไม่ต้องถางที่ เพราะแห้งตายไปกันหมด” เฟยเฟิ่งพูดกับตัวเอง แล้วจึงลากพลั่วไปยังโครงไม้ที่สร้างไว้รอพลาสติก

       พลั่วอันใหญ่ส่งเสียงกระทบดินสม่ำเสมอ แม้จะไม่ใช่เวลาที่ควรออกมาทำอะไรค่ำมืด เฟยเฟิ่งก็ไม่เกรงกลัวเสียงนินทา หน้าดินภายในบริเวณที่ตีโครงเรือนกระจกไว้ ถูกพลิกชั้นแล้วชั้นเล่า ดินในหน้าหนาวที่แห้งแล้งเช่นนี้ทำให้หน้าดินแข็งกว่าที่เธอคาดการณ์ไว้มากนัก

“ดินบ้าอะไรแน่นชะมัด”

“ดินฤดูหนาวก็แบบนี้” เสียงหนึ่งลอยมาตามลม

“ใครพูดน่ะ ออกมานะ ออกมาหาฉันเดี๋ยวนี้” 

       ว่านเฟยเฟิ่งหันมองรอบกายไม่เห็นผู้ใด แต่อากาศที่เคยหนาวเย็นอยู่แล้ว ตอนนี้กลับรู้สึกว่าความหนาวกระทบผิวชัดเจนกว่าเดิม แต่ที่น่าแปลกคือความรู้สึกที่กระดูกสันหลัง มีบางอย่างทำให้เฟยเฟิ่งรู้สึกหวาดกลัว

หรือจริงๆ เริ่มฆ่าก่อนปีแปดห้ากันแน่

“ออกมาได้แล้ว ฉันไม่ตลกด้วยนะ” เธอวางพลั่วไว้ พร้อมกับหยิบตะเกียงขึ้นมาแทนที่ เมื่อเงยหน้าขึ้นมากลับพบเด็กหนุ่มผู้หนึ่งยืนจ้องเธออยู่

“กรี๊ด!!!”

“หยุดๆ สหายเจอกันที่แผงผักไง” เด็กหนุ่มผู้ที่ยืนอยู่หลังป้าแผงขายผักบอกออกมา

“สหายนั่นเอง ตกใจหมด” เฟยเฟิ่งใช้มือที่ว่างอยู่ตบลงบนอกของตนคล้ายต้องการปลอบโยน

“สหายมองเห็นจริงๆ ใช่ไหม ฟังได้ยินด้วยใช่ไหม” อีกฝ่ายถามออกมา

“ก็ใช่น่ะสิ ถามแปลก ว่าแต่เข้ามาในที่ดินที่ฉันเช่าได้ยังไง” ว่านเฟยเฟิ่งแน่ใจว่าทางเข้าออกมีแค่ทางเดียวคือจากหลังบ้านซี

“ก็สหายบอกให้ออกมาหาสหาย ฉันเลยเข้ามาได้”

“พูดจาแปลกจริง มันมืดแล้ว กลับไปเถอะ มีอะไรค่อยคุยกันตอนเช้า ว่าที่แม่สามีจะหาว่าฉันคบชู้เอาได้” 

       เฟยเฟิ่งเริ่มเกลี้ยกล่อมให้ชายที่ตามนางมาจากตลาดให้ยอมออกได้จากบ้าน ด้วยไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้ามีอันตรายหรือไม่ ไม่แน่ว่าคนผู้นี้อาจเติบโตขึ้นไปเป็นฆาตกรต่อเนื่อง และนางอาจกลายเป็นเหยื่อรายแรกให้เขาลองวิชา

“นานมากแล้วที่ไม่ได้ถูกมองเห็นและพูดคุยเช่นนี้ หากสหายกลัวฉันจะมาใหม่ สหายสัญญานะว่าจะช่วยเหลือกัน” 

“ได้สิ ฉันสัญญา แต่ต้องมาตอนกลางวันเท่านั้นนะ”

       เมื่อว่านเฟยเฟิ่งกล่าวจบ คนตรงหน้าก็ค่อยๆ จางหายไปต่อหน้าต่อตาของเธอ พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบามากับสายลมใจความว่า “ห้ามคืนคำ”

       สาวที่แม้จะตายมาจากโลกเก่าก็ไม่ได้ทำให้ความกลัวสิ่งเหนือธรรมชาติลดน้อยถดถอยลงไป เสียงกรี๊ดของเฟยเฟิ่งดังจนเรียกให้ซีจื่อซวานต้องถือตะเกียงอีกอันออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ‘น้าเฟิ่ง’ ของเขากันแน่

“น้าเฟิ่ง น้าเฟิ่งเป็นอะไร เจ็บตรงไหน จื่อซวานมาช่วยแล้ว งูรึเปล่า”

“ไม่จริง ไม่จริง ได้ไง เมื่อกี้เขาหายไป หายไปจริงๆ” เฟยเฟิ่งชี้ไปยังจุดที่เห็นเด็กหนุ่มผู้นั้นยืนอยู่ก่อนหน้านี้ พูดไปน้ำตาก็ไหลไป

“น้าเฟิ่งใจเย็นๆ หายใจก่อน” จื่อซวานรีบปลอบเมื่อเห็นว่าแม่เลี้ยงของตนหายใจถี่ๆ ไม่ยอมสูดให้ถึงปอด มือสั่นขาสั่น ทั้งยังมีน้ำตานองหน้า

“เมื่อกี้มีคนยืนตรงนี้ ให้น้าสัญญา น้าเชิญเขาเข้าบ้าน หลวมตัวสัญญา ทำยังไงดี น้าตายแน่ ตายแน่ๆ”

“มีคนบุกบ้านเราเหรอครับ ไปไหนแล้ว จื่อซวานจะจัดการมันเอง!” เด็กชายวิ่งไปหยิบพลั่วที่ใหญ่เกินตัวหวังใช้เป็นอาวุธ

“ไม่ใช่หรอก น้าคงตาฝาด เข้าบ้านกันได้แล้ว” เฟยเฟิ่งทำใจแข็งจูงจื่อซวานกลับเข้าบ้าน กลืนน้ำตาลงไปไม่ปล่อยให้ตัวเองฟูมฟายอีก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทพิเศษ 3 ทารกฝาแฝด

    บทพิเศษ 3 ทารกฝาแฝดช่วงหัวค่ำของคืนปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นสบาย แต่ในห้องนอนของเฟยเฟิ่งกลับเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและความอึดอัดของคนท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที เธอนอนตะแคงข้างพร้อมลูบท้องกลมโตเบาๆ ความรู้สึกหนักและแน่นกดทับทำให้หายใจไม่สะดวก ท้องแฝดไม่เคยปล่อยให้เธอสบายอยู่แล้ว คืนนี้ก็เช่นกัน เธอพยายามจนข่มตาลงได้แต่แล้วเฟยเฟิ่งก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะรู้สึกถึงบางอย่างที่ไหลออกมาตามขา เธอรีบยันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ คิดในใจว่าคงเป็นเพราะแรงกดจากท้องแฝดจนทำให้เธอเผลอฉี่แตก แต่เมื่อเธอขยับตัวเพียงนิด น้ำอุ่นๆ ก็ไหลเพิ่มขึ้นอีก ความจริงแล่นวาบขึ้นมาทันที“ไม่นะ นี่มันน้ำคร่ำ!” เธออุทานเสียงสั่น ก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าตัวสามีแรงๆ “พี่จื่อหาน! จื่อหาน สามี! ตื่นเร็วเข้า!”

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทพิเศษ 2 นายพลจ้วงได้สะใภ้กลางเสียที

    บทพิเศษ 2 นายพลจ้วงได้สะใภ้กลางเสียทีแม้ชีวิตของลูกชายคนกลางและลูกสะใภ้จะเป็นไปได้ด้วยดี แต่จ้วงไป่ชิงก็ยังไม่ค่อยพอใจ เพราะฝั่งลูกชายก็ขยายร้านวัสดุไปเจ็ดสาขาในห้ามณฑลแล้ว ทั้งยังจัดตั้งโรงงานทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เฟยเฟิ่ง ขยายการเพาะปลูกสมุนไพรและดอกไม้ จนต้องว่าจ้างคนทั้งหมู่บ้าน ในโรงงานเองก็ผลิตสินค้ากันไม่ได้หยุดหน่อย เพราะร้านความงามสู่ขยายไปแล้วสิบสาขาในหลายมณฑลด้านฝั่งลูกสะใภ้ก็เรียนหนังสือได้ดีจนโล่งอก คิดหาลู่ทางหาเงินได้เป็นสิบเป็นร้อยวิธี จนจ้าวหลงเองก็ลาออกจากราชการมาเปิดธุรกิจของตัวเองแล้วเช่นกัน เพราะฟังเฟยเฟิ่งมามาก จนเกิดแรงบันดาลใจ แม้จะมีแต่คนบ้างานอยู่รอบตัวไป่ชิง แต่เมื่อไปเทียบกับลูกคนโตที่ภรรยาอย่างฟางลี่กำลังจะคลอดลูกคนแรก และอิงลี่ที่กำลังจะมีทายาทคนที่สอง ทำให้ไป่ชิงเริ่มกลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าหลานที่เกิดจากสะใภ้คนนี้

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทพิเศษ 1 นักศึกษาว่าน

    บทพิเศษ 1 นักศึกษาว่านผ่านไปหนึ่งปี เฟยเฟิ่งเข้ามาเป็นนักศึกษาใหม่ในคณะเศรษฐศาสตร์ เพราะไม่อยากเรียนบริหารธุรกิจแบบที่เคยจบมาแล้วในภพเก่า เธอไม่ได้ไปเรียนในเป่ยจิงอย่างที่เคยบอกจื่อหานไว้ แต่เธอเลือกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกับฮวาจู แม้ว่าคะแนนจะเพียงพอให้เลือกเรียนที่ไหนก็ได้ตามต้องการ แต่เมื่อดูความจำเป็นในชีวิตแล้ว การเรียนในเซี่ยงไฮ้สะดวกกว่ามาก และไม่ห่างจากหมู่บ้านชิวหลินมากเกินไปนั่นทำให้เฟยเฟิ่งยังสามารถผลิตน้ำตบ และครีมส่งขายให้กับร้านยาสู่ได้ดังเดิม และสู่มู่ไป๋เองก็ติดคนรักของตนมาก มารับส่งไปกลับที่บ้านเธอ และบ้านใหญ่ซีอยู่บ่อยๆ จื่อหานและเฟยเฟิ่งจึงสามารถติดรถกลับไปที่หมู่บ้านได้สะดวกทุกครั้ง จื่อหานคอบกลับไปดูความเรียบร้อยของเห็ด และแปลงดอกไม้ที่จ้างพี่ชายดูแลเต็มเวลา ส่วนเฟยเฟิ่งก็ผลิตสินค้าของตัวเองไปตามกำลัง

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 125 รำคาญ

    บทที่ 125 รำคาญค่ำคืนนี้ครอบครัวเล็กซีก็ยังต้องอยู่ในบ้านหลังเดิมต่อไปอีกหนึ่งคืน เพราะกว่าจะเสร็จเรื่องราว รถไฟไปเซี่ยงไฮ้ก็หมดรอบไปแล้ว เสียงแมลงร้องดังเหมือนอย่างทุกวัน อากาศเย็นยามกลางคืนพัดผ่านกระทบผิว เฟยเฟิ่งไม่สามารถข่มตานอนหลับได้ เธอพลิกตัวไปมาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้น ขยับตัวอย่างเบามือ ระวังไม่ให้จื่อหานตื่น เพื่อไปแง้มประตูแอบดูลูกๆในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจากพระจันทร์ลอดเข้ามา จื่อซวานและซูลี่นอนหลับสนิทอย่างสบายไร้กังวล เสียงลมหายใจเบาๆ ของเด็กทั้งสองทำให้หัวใจของเฟยเฟิ่งค่อยๆ อ่อนลง แม้จะรู้ว่าพวกเขาปลอดภัยดี เธอกลับยังวางใจไม่ได้ อารมณ์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความรักและความกลัวประหลาดๆ ทำให้เธอเอียงหัวพิงกรอบประตู จ้องมองภาพเด็กทั้งสองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องตรวจสอบให้แน่ใจอยู่ตลอดเวลาว่าพวกเขายังอยู่ตรงหน้า

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 124 ขอเรียกว่าแม่

    บทที่ 124 ขอเรียกว่าแม่“กรี๊ดดดดด” เสียงร้องลากยาวดังขึ้นทันทีเมื่อกระสุนปืนดังขึ้นสามนัดเลือดจากขมับและลำคอของจางเข่อซินสาดลงบนใบหน้าของเฟยเฟิ่ง รสเหล็กในปาก ทำให้ผู้ที่ถูกทำร้ายลืมเจ็บลุกขึ้นอ้วก ผลักร่างของคนร้ายที่ล้มมาทับตนเองออกไปโดยไม่มีเยื่อใย“เฟยเฟย!” ซีจื่อหานที่ต้องการวิ่งเข้ามาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขวางทางไว้ห้ามไม่ให้เขาเข้ามา แต่เพราะไม่อาจจะห้ามเฟยเฟิ่งได้เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดต้นเสียงทันทีที่ได้ยินเขาเรียก“คนที่ฆ่าพวกผู้หญิงที่หายไปคือจางเข่อซิน ฮือ เขาเป็นคนทำทั้งหมดเลย จางลี่ จานอ้าย ก็ฝีมือเขาทั้งหมด ฮึก”

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 123 ปิดฉากฆาตกร

    บทที่ 123 ปิดฉากฆาตกร“น้าเฟิ่งบอกมาสิครับ” จื่อซวานจ้องมองหาคำตอบด้วยคราบน้ำตาที่เปรอะหน้า เขาสับสนจนไม่รู้จะวางตัวอย่างไรเสียงเด็กทั้งสองเริ่มร้องไห้ประสานกันระงมด้วยความกลัวและความสับสน เมื่อผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ และเป็นผู้ที่ควรจะปกป้องพวกเขากลับลุกขึ้นมาทำร้ายเสียอย่างนี้จางเข่อซินส่งยิ้มเย็นที่ยกโค้งขึ้นเล็กน้อยตามมารยาทมาให้เฟยเฟิ่ง ดวงตาแฝงแววเยาะเย้ย “ว่ายังไงล่ะน้าเฟิ่ง จะบอกจื่อซวานกับซูลี่ยังไงดี”“ลุงเข่อซินคือคนที่ทำร้ายผู้หญิงที่หายไป ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร อย่ากลัวเด็ดขาด เขาคือปีศาจที่กินความกลัวเป็นอาหาร ถ้าเราไม่กลัวผู้ชายคนนี้เขาก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้ หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้ เชื่อน้านะ”

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 110 ไล่ออกจากบ้าน

    บทที่ 110 ไล่ออกจากบ้านหน้าประตูโรงพยาบาลขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ยืนเด่นอยู่บนพื้นที่เปียกชื้นจากสายฝนที่เพิ่งจะหยุดลงไป แสงไฟสว่างจ้า จากโคมหน้าประตูสะท้อนเป็นแถบยาวบนผิวถนนเปียก รถสองคันที่ขับตามกันมาหยุดล

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 108 เกิดเรื่องที่บ้านว่าน

    บทที่ 108 เกิดเรื่องที่บ้านว่าน“เกิดอะไรขึ้น”ว่านฟางลี่และว่านเฟยเฟิ่งลุกขึ้นถามทันที แม้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไ

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 107 ลูกเมียน้อยไม่ควรมีสิทธิ์

    บทที่ 107 ลูกเมียน้อยไม่ควรมีสิทธิ์หลังเฟยเฟิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดมาเรียบร้อยแล้ว ฝนก็พลันตกลงมาไม่หยุด แผนที่วางไว้วันนี้จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน กลายเป็นวันที่คนบ้านจ้วงได้มานั่งเล่นอยู่ในบ้าน

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี   บทที่ 100 อยากเล่นกับพี่น้องซี

    บทที่ 100 อยากเล่นกับพี่น้องซีจงอู้ที่วิ่งหนีการไล่ตีและกระทืบของเท้าหลายคู่ หายลับไปจนเกือบถึงร้านบะหมี่ เขายอมถอดเสื้อที่มีแม่ค้าคนหนึ่งคว้าเอาไว้ได้ออก เมื่อหลุดออกมาจากวงล้อมแล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status