Masukเธอเดินตรงไปยังโอ่งดินเผาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างมุมบ้าน น้ำในโอ่งนิ่งสนิทและสะท้อนภาพท้องฟ้าสีครามที่ดูสดใสขัดกับอารมณ์ของเธอ หลินชิงเหอค่อยๆ โน้มตัวลงไป ชะโงกหน้ามองเงาที่สะท้อนอยู่ในน้ำ
"เฮือก!"
เธอผงะถอยหลังจนเกือบเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น ลมหายใจหอบถี่ราวกับคนกำลังจะขาดใจ เงาที่สะท้อนอยู่ในน้ำนั้น...นั่นไม่ใช่หลินชิงเหอที่มีใบหน้าสวยเฉี่ยว แต่งหน้าประณีต และผมทรงบ๊อบเท่ๆ ที่เธอภาคภูมิใจ
มันคือใบหน้าของหญิงสาวที่ซูบผอมจนเห็นโหนกแก้มชัดเจน ผิวพรรณสีเหลืองคล้ำจากการขาดสารอาหารและกรำแดด ดวงตาดูอิดโรยและเศร้าสร้อย ผมยาวที่ยุ่งเหยิงถูกรวบไว้อย่างลวกๆ ด้วยเชือกฟาง สภาพเหมือนซากศพที่เดินได้มากกว่าคน
เธอก้มลงมองมือของตัวเอง... มือที่เคยเรียวสวยและได้รับการทำเล็บอย่างดี บัดนี้กลับหยาบกร้าน มีรอยแตกเขียวช้ำ และเล็บสั้นกุดที่มีเศษดินติดอยู่
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอเริ่มไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก... หลินชิงเหอ หญิงหม้ายยากจนแห่งหมู่บ้านสกุลหลิน ปี 1983 สามีหายสาบสูญไปในสงครามทิ้งให้เธอเลี้ยงลูกชายสองคนตามลำพังท่ามกลางการโขกสับของแม่สามีใจร้าย
จากนักธุรกิจพันล้าน... สู่หญิงม่ายที่ไม่มีแม้แต่แป้งหมี่จะทำแผ่นแป้ง!
"นี่ใคร... นี่มันไม่ใช่ฉัน!" เธอตะโกนก้องในใจ ความทระนงที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา "ฉันคือหลินชิงเหอ! ฉันคือประธานหลิน! ฉันมีเงินหมื่นล้าน! ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่!"
ความกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจ เธอหันซ้ายหันขวาอย่างตื่นตระหนก พยายามหาทางออก หาประตู หรืออะไรก็ตามที่จะพาเธอกลับไปสู่ห้องทำงานชั้น 88 แต่ไม่มี... มีเพียงความเงียบสงัดของหมู่บ้านชนบทที่เย็นเยียบ
"แม่ครับ" เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นข้างหลัง
เธอหันกลับไปมอง เด็กน้อยสองคนเดินตามเธอออกมานอกบ้านด้วยท่าทางหวาดหวั่น ต้าเป่าจูงมือเสี่ยวเป่าที่กำลังสะอื้นเบาๆ ทั้งสองคนดูน่าสงสารเหลือเกิน ข้อมือของพวกเขานั้นเล็กจนเหมือนกิ่งไม้แห้งๆ ที่พร้อมจะหักได้ทุกเมื่อ
"แม่... แม่เป็นอะไรไปครับ แม่ดูแปลกไปจัง" ต้าเป่าถามด้วยดวงตาที่เริ่มมีน้ำตาคลอ "ถ้าแม่โกรธที่พวกเราขอข้าวสารเพิ่ม พวกเราขอโทษครับ... ต่อไปพวกเราจะกินให้น้อยลง แม่ไม่ต้องเสียใจนะ"
คำพูดของเด็กน้อยทำให้หัวใจของนักธุรกิจสาวที่เคยเย็นชาเหมือนน้ำแข็งสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอเป็นคนไม่ยอมคน เธอเป็นคนเด็ดขาด แต่ความใสซื่อและบริสุทธิ์ของเด็กตรงหน้ากำลังพังกำแพงในใจของเธอ
เสี่ยวเป่าที่ทนไม่ไหวอีกต่อไป วิ่งเข้ามากอดขาของเธอเอาไว้แน่น ใบหน้ามอมแมมซบลงที่ตักของเธอ "แม่... อย่าทิ้งพวกเราไปนะ อย่าล้มลงไปแบบนั้นอีก ผมกลัว"
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดเล็กๆ นั้นทำให้หลินชิงเหอชะงัก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสความรู้สึกของความเป็นแม่ มันเริ่มแทรกซึมผ่านสายเลือดในร่างใหม่นี้ เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดลึกๆ ในใจของเจ้าของร่างเดิมที่ห่วงใยลูกชายทั้งสองมากกว่าชีวิตตัวเอง
เธอก้มลงมองเด็กทั้งสอง ความรู้สึกลนลานเริ่มจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด ในฐานะนักธุรกิจ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปและแก้ไขไม่ได้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ 'ยอมรับ' และ 'ปรับตัว'
"ฉัน... แม่ไม่ได้เป็นอะไร" เธอกล่าวเสียงเรียบ แม้จะยังไม่ชินกับการแทนตัวเองแบบนั้น เธอค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเด็กทั้งสอง มือที่หยาบกร้านสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เอื้อมไปลูบหัวเสี่ยวเป่าเบาๆ
"จริงเหรอครับ? แม่จำพวกเราได้แล้วใช่ไหม?" เสี่ยวเป่าเงยหน้าขึ้นถามด้วยความหวัง
"จำได้สิ... ต้าเป่า เสี่ยวเป่าใช่ไหม?" เธอทวนชื่อตามความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในหัว
เด็กชายทั้งสองยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ต้าเป่ารีบเข้ามากอดเธออีกคน "แม่ตัวเย็นมากเลย เข้าไปในบ้านเถอะครับ เดี๋ยวผมจะไปหาฟืนเพิ่มมาทำให้อุ่น"
หลินชิงเหอมองไปที่เด็กชายคนโตที่พยายามทำตัวเข้มแข็งเกินวัย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ความคิดเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูงเหมือนตอนที่เธอกำลังวางแผนกว้านซื้อกิจการ
หลินชิงเหอหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อระงับความตื่นตระหนก เธอนิ่งไปสิบวินาทีตามความเคยชินเวลาเจอวิกฤตธุรกิจ ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาของหญิงหม้ายที่อ่อนแอคนเดิม แต่เป็นสายตาของราชินีแห่งตลาดทุนที่พร้อมจะขยี้ทุกอุปสรรค
"ดีแล้วๆ... นี่ ฉันเอาผักกาดขาวกับหัวไชเท้าที่เหลือจากแปลงมาฝาก เห็นว่าช่วงนี้บ้านเธอคง... ลำบาก" เหม่ยหลินลดเสียงลงพลางถอนหายใจยาว "แล้วนี่ ยายแก่ตระกูลหลินนั่นไม่ได้มาหาเรื่องเธออีกใช่ไหม? เมื่อเช้าฉันเห็นนางเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากบ้านเธอ พร้อมกับหิ้วถุงแป้งขาวออกไปหน้าตาเฉย! ใจคอทำด้วยอะไรกันนะ ปล้นได้กระทั่งลูกสะใภ้และหลานแท้ๆ ของตัวเอง!"คำพูดของเหม่ยหลินยืนยันสิ่งที่ต้าเป่าบอกชิงเหอไว้ก่อนหน้านี้ ความโกรธขึ้งสายหนึ่งแล่นผ่านหัวใจของชิงเหอ แต่มันถูกเคลือบไว้ด้วยความสุขุม"นางเอาแป้งขาวไปหมดเลยค่ะพี่เหม่ยหลิน ทิ้งไว้แค่ขี้รำกำมือเดียว"เหม่ยหลินตบเข่าฉาด "นั่นไง! ฉันว่าแล้ว! ยายแก่นั่นน่ะร้ายนัก รักแต่ลูกชายคนรองกับลูกชายคนเล็ก ส่วนสามีเธอน่ะ... ถึงเขาจะหายสาบสูญไป แต่นั่นก็ลูกชายคนโตของนางนะ แถมต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลหลินแท้ๆ ทำไมถึงได้รังเกียจรังงอนกันขนาดนี้ ของกินดีๆ ขนไปให้หลานทางบ้านโน้นกินจนอ้วนพี แต่หลานทางนี้ผอมจนซี่โครงบาน!"ชิงเหอนิ่งฟัง เธอพยายามรวบรวมข้อมูล 'ยายแก่ตระกูลหลิน' หรือแม่สามีของร่างนี้ คือศัตรูหมายเลขหนึ่งที่เธอต้องจัดการ"น
"ในเมื่อสวรรค์ให้ฉันมาอยู่ที่นี่..." เธอพึมพำกับตัวเองขณะที่มองลูกชายทั้งสอง "ฉันก็จะเปลี่ยนยุค 80 ที่แสนแร้นแค้นนี้ ให้กลายเป็นอาณาจักรของฉันเอง!"หญิงสาวตกผลึกความคิดได้ในท้ายที่สุด ตอนนี้เธอจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากยอมรับ'เอาละ หลินชิงเหอ... ในเมื่อเธอติดอยู่ในร่างนี้ ในยุคนี้ และมีหนี้ชีวิตเป็นเด็กสองคนนี้ เธอก็แค่ต้องทำสิ่งที่เธอถนัดที่สุด'เธอมองไปรอบๆ กระท่อมที่ผุพัง มองมือที่สากและชุดที่ขาดวิ่น'นั่นคือการสร้างอาณาจักรจากศูนย์... ไม่สิ จากติดลบ!'"ต้าเป่า" เธอเรียกเสียงนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยพลังที่เปลี่ยนไป "ในบ้านเหลืออาหารอะไรบ้างไหม?"เด็กชายก้มหน้าลงอย่างละอาย "เหลือแค่แป้งข้าวโพดขี้รำกำมือเดียวครับ... ย่าเอาแป้งขาวไปหมดแล้วเมื่อวานนี้"ดวงตาของหลินชิงเหอวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความเย็นชาทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ย่า' ความทรงจำบอกเธอว่าแม่สามีคนนั้นช่างร้ายกาจเพียงใด แต่สำหรับหลินชิงเหอคนใหม่นี้... ใครที่กล้ามาแย่ง 'สินทรัพย์' หรือ 'คนของเธอ' มันจะต้องได้รับบทเรียนที่สาสม"กำมือเดียวก็พอ" เธอลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ร่างกายจะยังอ่อนแรงแต่สายตากลับเฉียบคมจนต้าเป่ารู้สึกเกรงขาม "ไปในบ้านกันเถ
เธอเดินตรงไปยังโอ่งดินเผาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างมุมบ้าน น้ำในโอ่งนิ่งสนิทและสะท้อนภาพท้องฟ้าสีครามที่ดูสดใสขัดกับอารมณ์ของเธอ หลินชิงเหอค่อยๆ โน้มตัวลงไป ชะโงกหน้ามองเงาที่สะท้อนอยู่ในน้ำ"เฮือก!"เธอผงะถอยหลังจนเกือบเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น ลมหายใจหอบถี่ราวกับคนกำลังจะขาดใจ เงาที่สะท้อนอยู่ในน้ำนั้น...นั่นไม่ใช่หลินชิงเหอที่มีใบหน้าสวยเฉี่ยว แต่งหน้าประณีต และผมทรงบ๊อบเท่ๆ ที่เธอภาคภูมิใจมันคือใบหน้าของหญิงสาวที่ซูบผอมจนเห็นโหนกแก้มชัดเจน ผิวพรรณสีเหลืองคล้ำจากการขาดสารอาหารและกรำแดด ดวงตาดูอิดโรยและเศร้าสร้อย ผมยาวที่ยุ่งเหยิงถูกรวบไว้อย่างลวกๆ ด้วยเชือกฟาง สภาพเหมือนซากศพที่เดินได้มากกว่าคนเธอก้มลงมองมือของตัวเอง... มือที่เคยเรียวสวยและได้รับการทำเล็บอย่างดี บัดนี้กลับหยาบกร้าน มีรอยแตกเขียวช้ำ และเล็บสั้นกุดที่มีเศษดินติดอยู่ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอเริ่มไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก... หลินชิงเหอ หญิงหม้ายยากจนแห่งหมู่บ้านสกุลหลิน ปี 1983 สามีหายสาบสูญไปในสงครามทิ้งให้เธอเลี้ยงลูกชายสองคนตามลำพังท่ามกลางการโขกสับของแม่สามีใจร้ายจากนักธุรกิจพันล้าน... สู่หญิงม่ายที่ไม่มีแม้แต่แป
หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ โรคเดิมของผู้หญิงที่ดูแข็งแรงต่หน้าทุกคนกำเริบขึ้นฉับพลัน ความรู้สึกหน้ามืดอย่างรุนแรงจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างในชุดสูทสีขาวทรุดลงกับพื้นพรมหนานุ่ม สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นคือแสงสีขาวนวลตาที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบที่แผ่วเบาเหมือนลมพัด'ถ้าเจ้าต้องสูญเสียทุกอย่าง... เจ้าจะยังคงเป็นราชินีอยู่ได้หรือไม่?'สู่โลกใหม่ที่หนาวเหน็บ"แม่... แม่ครับ"เสียงเรียกนั้นแหบแห้งและเล็กแหลม หลินชิงเหอพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตาของเธอมันหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความนุ่มนวลของพรมเปอร์เซีย แต่เป็นความกระด้างและเย็นเฉียบของเตียงดินเผาที่เรียกว่า 'คัง' (เตียงเตา)เธอกระพริบตาถี่ๆ มองเห็นเพดานที่ทำจากคานไม้ผุๆ และมีคราบเขม่าดำเกาะแน่น กลิ่นอับของฟางและดินชื้นๆ ลอยเข้าจมูกจนเธออยากจะเบือนหน้าหนี"หิว... ต้าเป่าหิว"หลินชิงเหอหันขวับไปมองที่ข้างกาย เธอพบเด็กชายตัวเล็กๆ สองคนที่มีใบหน้าเปื้อนฝุ่น มอมแมม เสื้อผ้ามีรอยปะซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่เห็นเนื้อผ้าเดิม ดวงตาของเด็กน้อยทั้งสองโตเกินตัวเพราะความผอมโซ"ที่นี่ที่ไหน?" เธอพยายามจ
บทที่ 1 ราชินีแห่งตลาดทุนบนชั้น 88 ของอาคาร 'หลิน กรุ๊ป' แลนด์มาร์คที่สูงที่สุดในใจกลางกรุงเซี่ยงไฮ้ แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่องสะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบของ หลินชิงเหอ หญิงสาวในชุดสูทสีขาวสั่งตัดราคาสูงลิบประทับรอยนิ้วมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊คสายพันธุ์หายาก เธอไม่ได้เพียงแค่นั่งมองตัวเลขที่วิ่งสลับไปมาเหมือนนักพนันทั่วไป แต่เธอกำลัง 'อ่าน' จังหวะหัวใจของเศรษฐกิจโลก"ท่านประธานครับ หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีในเครือหูหนานร่วงลง 5% ตามที่เราคาดการณ์ไว้แล้วครับ" เซี่ยปิน เลขาหนุ่มคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นหลินชิงเหอจิบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล สายตาไม่ละจากกราฟ "แค่นั้นยังไม่พอ... สั่งเทขายเพิ่มอีกสามแสนหุ้น ทำให้มันดูเหมือนว่าเรากำลังตื่นตระหนก""แต่ถ้าทำแบบนั้น ราคามันจะดิ่งลงเหวเลยนะครับ?""นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ" เธอแสยะยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "เมื่อพวกปลากระดี่ตื่นน้ำเริ่มทิ้งหุ้นเพราะความกลัว เราจะกวาดซื้อกลับมาทั้งหมดในราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง ภายในเย็นนี้ ฉันต้องการให้บริษัทนั้นเปลี่ยนเจ้าของมาเป็นชื่อของ 'หลิน กรุ๊ป'"นี่คือความเย็นชาและเฉียบคมที่ทำให้หลินชิงเหอ ในวัยเพียง 28 ปี ถูก







