LOGIN“เหมือนมากใช่หรือเปล่าล่ะ นั้นเป็นเพราะว่าร่างนี้ถูกเตรียมมาให้เจ้ามาตั้งแต่แรกอยู่แล้วยังไงล่ะทำให้บาน่าที่ไม่ได้เป็นเจ้าของร่างของเจ้าอาศัยอยู่ในระหว่างที่เจ้ายังไม่มาที่นี่แต่เมื่อถึงเวลาบาน่าคนนั้นก็จะหายไปนั้นเป็นเหตุที่ว่าทำให้บาน่าถึงเสียสติมาตั้งแต่เกิดนั้นก็เพราะเพื่อรอให้เจ้าที่อยู่ในโลกนั้นมาที่นี่อย่างไรล่ะ”
โลกนั้น หมายความว่าไง
“ที่ว่าโลกนั้นมันหมายความว่ายังไงกัน”
อลิสมีสีหน้าแตกตื่นไม่ต่างจากบาไกที่ได้ยินเขาก็ตกใจไม่ต่างกันนั้นเป็นเพราะว่าเขารู้เพียงแค่ว่าบาน่าจะกลับมาเป็นปกติเป็นเหมือนคนใหม่เท่านั้นและรู้ว่าบาน่าคนใหม่จะมาอยู่ที่ร่างนี้แต่ไม่คิดว่าบาน่าคนใหม่จะไม่ใช่คนที่มาจากโลกนี้
“ข้าก็รู้ไม่มากนักหรอก รู้แค่ว่าโลกนั้นนะเจริญกว่าโลกของเรามากอีกทั้งโลกนั้นยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ดูแตกต่างจากที่นี่มากผู้คนไม่ได้อยู่กันเป็นเผ่าแบบเราไม่ห่วงเรื่องอาหารหรือที่พักข้ารู้เพียงแค่นั้นแหละ และต่อแต่นี้ไปเจ้าก็กลับมาแล้วนะ”
“หมายความว่าหนูจะต้องอยู่ที่นี่เหรอคะ”
“หนูรึ หนูคืออะไรรึอาหารรึ” ท่านผู้เฒ่าหันมาขมวดคิ้วถามพร้อมกับสีหน้าของบาไกที่มีสีหน้าไม่ต่างกันหลังจากที่ได้ยินที่อลิสแทนตัวเอง “เอ่อมันเป็นการแทนตัวเองเท่านั้นนะคะ หนูเป็นสัตว์ตัวเล็กที่นั้นจะแทนตัวเองเวลาพูดกับคนที่มีอายุมากกว่าเพื่อเป็นการนอบน้อมเท่านั้นเองและอีกอย่างมันก็น่ารักด้วย” อลิสยิ้มให้ท่านผู้เฒ่าอย่างจับใจความได้แค่ว่ามันใช่แทนคนที่อายุน้อยเวลาที่คนอายุน้อยพูดกับคนที่มีอายุมากกว่าเท่านั้น ส่วนคำอื่นพวกเขาไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย
“คะ เป็นการต่อท้ายสำหรับผู้หญิงเวลาพูดต้องมีคำต่อท้ายด้วยเพราะความสุภาพ”
“อย่างนั้นรึ ต่อแต่นี้ไปเจ้าจะอยู่ที่นี่นะเพราะที่นี่คือบ้านที่แท้จริงของเจ้าและนี้คือบาไกเพศผู้ของเจ้า บาไกเป็นคนดูแลเจ้ามาตั้งแต่ตอนที่เจ้ายังไม่มาจนตอนนี้ก็นานแล้วอีกอย่างบาไกก็เป็นคนที่ยอมรับเจ้าให้เป็นเพศเมียของเขาก่อนที่เขาจะรู้ว่าเจ้าเป็นใครเสียอีก”
“หมายความว่าก่อนหน้านี้ไม่มีใครอยากได้หนูไปเป็นเพศเมียของเขาเลยอย่างนั้นเหรอคะ” อลิสทำสีหน้าน้อยใจจนบาไกที่เห็นต้องเขามาปลอบแต่ท่านผู้เฒ่าก็พูดแทรกเสียก่อน
“ใครจะอยากได้เพศเมียที่สติไม่ดีไปให้กำเนิดเด็กกัน”
จึก
คำนี้เจ็บอะ เสียสติพูดง่ายๆ คือบ้าสินะ
“เจ้าไม่ต้องห่วงนะข้ายังรักเจ้าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ก่อนหน้านี้ข้าไม่รู้ว่าบาน่าคนก่อนเป็นแค่คนที่มาอยู่ในร่างเจ้าก่อนที่เจ้าจะมาที่ข้าอยู่กับนางก็เพราะข้าสงสารแต่ข้าไม่คิดเลยว่าบาน่าคนนั้นอยู่ก็เพราะรอให้เจ้ากลับมาตั้งแต่วันที่ข้ารู้ ข้าก็รอเจ้ามาตลอดเลยนะ ข้าไม่สนใจเลยว่าคนในเผ่าจะพูดถึงเจ้าว่าอย่างไรข้าไม่เคยสนใจเพศเมียอื่นเลยนะข้ารอแค่เจ้าคนเดียว” (*v*) บาไกพูดเหมือนรายงานหน้าชั้นเรียนเลยว่าตัวเองทำอะไรบ้างและเป็นเหมือนเด็กที่มาฟ้องแม่ว่าตัวเองทำดีมากแค่ไหนอย่างกับว่ารอคำชมอยู่
ว้าว สุดยอดรอเรามาหลายปีเลยสินะเนี่ย
“อืม ทำดีมากเพศผู้ของฉัน” (^v^)
“อืมๆๆ ข้าทำดีมาก” บาไกยิ้มด้วยความดีใจที่ได้ยินคำชมจากอลิส ก่อนที่ทั้งคู่จะออกมาท่านผู้เฒ่าก็ไม่ลืมที่จะมอบหมายงานให้กับบาไกนั้นคือหน้าที่ที่ต้องบอกรายละเอียดทุกอย่างของที่นี่ให้กับอลิสฟังเพื่อที่จะได้ทันคนในเผ่าและจะได้อยู่ที่นี่ได้
บาไกพาอลิสเดินกลับไปที่กระโจมที่หลังไม่ใหญ่มากกระโจมที่เธออยู่นั้นอยู่ด้านหลังของเผ่าเลยก็ว่าได้หลังสุดของเผ่าเลยด้วยเหตุผลที่บาไกอธิบายว่ามันอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำที่ใช่ดื่มกินมากที่สุดเพื่อเตรียมการพอเธอมาจะได้อยู่ได้อย่างสบายใจ
สบายสินะนี่มันห่างจากคำว่าสบายไปเยอะเลยล่ะ บ้านที่ไม่ใช่บ้านต้องเรียกว่ากระโจมทำจากกิ่งไม้ผอมแห้งไม่เท่ากันเหมือนกับว่าเอามาเรียกต่อกันแค่นั้นตอนเช้าเวลาแสงแดดส่องมันก็ลอดผ่านเข้าไปเยอะเลย แต่ก็ยังดีที่หลังคาสามารถกันฝนได้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ส่วนตัวก็ตามที
ที่นี่มีหลายเผ่ามากตามที่บาไกบอกใกล้ๆ นี้จะมีเผ่างู เผ่าหมีขาว เผ่ากวาง และเผ่าเสือส่วนเราเป็นเผ่าหมีดำในแต่ละเผ่ามีเพศเมียน้อยไม่ต่างกันนักทำให้เพศเมียเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับทุกๆ เผ่าทำให้ถ้าเห็นว่าบ้างครอบครัวถ้ามีเพศผู้มากแต่มีเพศเมียแค่คนเดียวก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับที่นี่ยิ่งมีเพศผู้มากเท่าไรในครอบครัวก็คือว่าคนคนนั้นงดงามที่สุดหรือไม่ก็สบายสุดเพราะว่าไม่ต้องทำอะไรนอกจากคลอดเด็กออกมาอย่างเดียวและรออาหารที่เพศผู้ในแต่ละครอบครัวที่ออกไปล่ากลับมาแค่นั้น ในยุคแบบนี้อาหารถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากและร่วมถึงการถือกำเนิดเด็กเองก็เช่นกัน
ในระหว่างทางที่อลิสเดินกลับมาไม่ไกลมากนักก็ถึงกระโจมที่บาไกสร้างขึ้นมาให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันทีพื้นมีไม้แผ่นลองเอาไว้อย่างดีต่างจากกระโจมอื่น (บาไกบอกว่า) เพราะว่ากระโจมอื่นไม่ทำกันแต่จะเอาอย่างอื่นมาว่างหรือไม่ก็นำขนสัตว์ไปวางที่ที่จะนอนแค่นั้นก็นอนได้แล้ว หลังจากเดินผ่านเข้าประตูมาบาไกก็มีท่าทีตื่นเต้นเป็นพิเศษเหมือนอยากได้คำชมอีก อลิสมองไปรอบๆ เป็นเชิงสำรวจก่อนที่จะเดินไปรอบๆ กระโจม
ใช้ชีวิตกันง่ายเกินไปหรือเปล่านะพวกนี้เนี่ย
“เจ้าชอบหรือเปล่าบาน่า รึ หรือว่าเจ้าจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าอาลัสดีละ”
ใครชื่ออาลัสอะ? (-_-) คงเรียกยากเกินไปสินะ
“เรียกว่าบาน่าเหมือนเดิมก็ได้หรือว่าจะเรียกว่าอลิสก็ได้นะ เวลาเราอยู่กันสองคนบาไกก็เรียกเราว่าอลิสได้ไงเป็นคำเรียกสำหรับเราแค่สองคนนะ” บาไกที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มอย่างดีใจ
“อาลัส”
“อลิส”
“อะลิล”
“อา ลิส” อลิสพูดทวนอีกครั้ง
“อาลิส”
“นั่นแหละลองเรียกใหม่นะว่า อลิส”
“อลิส อลิส อลิส ข้าพูดได้แล้ว ข้าเก่งไหม ข้าเก่งใช่หรือเปล่า” บาไกเดินเข้ามาประชิดตัวของอลิสก่อนที่จะสวมกอดเธออย่างรวดเร็ว ทำให้อลิสไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เด็กว่ากันเพราะดูเหมือนว่าบาไกจะอายุมากกว่าเถอะสัก 2-3 ปีน่าจะได้ ถ้าตอนนี้อลิสอายุ 19 บาไกก็น่าจะอายุ 22 พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนท่าทางเหมือนเด็กซึ่งต่างจากอายุมากทำให้อลิสคิดไม่ออกเลยว่าตัวเองหรือบาไกกันแน่ที่อายุน้อยกว่ากัน
“อืมๆ บาไกเก่งมากกว่าแต่ก่อนหน้านี้ฉันหายไปไหนมาเหรอ”
อลิสถามด้วยความสงสัย บาไกที่ได้ยินก็เงียบลงไปสักพัก “เรื่องนั้น…วันนั้นทุกคนออกไปล่ากันข้าเลยไม่ได้อยู่ที่เผ่าคนอื่นๆ บอกว่ามาว่าเล่นสนุกมากๆ คนอื่นๆ ก็ทำงานกันเลยไม่ได้สนใจเจ้าพอมารู้อีกทีเจ้าก็หายไปแล้วนะ ข้าผิดเองวันนั้นข้าน่าจะอยู่ที่เผ่าข้าไม่น่าออกไปล่าสัตว์เลย”
“เอาน่าคิดซะว่ามันเป็นโชคชะตาก็แล้วกันนะ”
นั้นนะสิ โชคชะตาที่เราจะต้องมาลำบากแบบนี้ (T_T)
ฉันไปทำบาปทำกรรมอะไรเอาไว้มากนักหรือไง อย่างมากก็แค่ฆ่ายุงเองนะ!!!
มันก็ไม่น่ามีบาปเยอะขนานนั้นสักหน่อย หรือว่าเราไปทำอะไรให้พระเจ้าโกรธท่านเลยทำกับฉันแบบนี้ น้ำก็ไม่มี อาหารก็ไม่มี (คิดเอาเอง) ที่อยู่ก็ลำบากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะตายเมื่อไร
บาไกที่เห็นว่าเพศเมียของตนทำท่าทางเหมือนอยากจะร้องไห้ก็คือว่านางจะต้องหิวหรือไม่ก็คิดถึงเผ่าเดิมที่จากมาแน่นอนเลยทำให้จึงเดินไปที่ถาดหรืออะไรบางอย่างก่อนที่จะหยิบเนื้อขึ้นมาส่งให้เพศเมียของตัวเอง
“อาหาร เจ้าหิวใช่หรือเปล่า เนื้อพวกนี้ข้าไปล่ามาได้เลยนะ” อลิสมองไปที่เนื้อตากแห้งที่สีของมันดูแข็งมากและดูไม่ใช่เนื้อด้วยซ้ำเพราะสีของมันไม่ได้ดูน่ารับประทานเอาเสียเลยอีกทั้งมันยังแข็งมากและก้อนใหญ่กว่าฝ่ามือของเธอเสียอีก
กินได้หรือเปล่าเนี่ย กินแล้วจะตายไหม
“ที่นี่เป็นยังไงเหรอ โอ๊ย! แหวะนี้มันอะไรเนี่ย”
“อาหารไง ที่นี่มีแต่เนื้อพวกเรากินเนื้อกันหรือว่าที่โลกนั้นก่อนที่เจ้าจะมาไม่ได้กินพวกนี้เหรอ”
“อ่อ เรื่องนั้นพวกเราก็มีเนื้อนะแต่รสชาติดีกว่านี้เท่านั้นเอง” อลิสบอก
บาไกเริ่มค่อยๆ บอกทุกอย่างเกี่ยวกับโลกใบนี้ว่าเป็นยังไงมันเป็นยังไงทำให้อลิสรู้ว่าในแต่ละเผ่าจะมีเทพสามตาอยู่ในทุกๆ เผ่าและชีวิตประจำวันของคนที่นี่คือเพศผู้หรือผู้ชายจะต้องออกไปล่าสัตว์เพื่อมาทำเป็นอาหารและคนที่นี่มีเพศหญิงน้อยกว่ามากทำให้บ้างฤดูกาลถ้าอาหารของคนในเผ่าไม่เพียงพอพวกเขาก็จะส่งเพศหญิงไปแลกเปลี่ยนแทนอาหารเพื่อที่คนในเผ่าจะได้มีอาหารกินกันเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะกับบ้างเผ่า ถ้าเผ่านั้นมีเพศเมียมากแต่จะเกิดแบบนั้นขึ้นมาได้ครอบครัวของเพศเมียนั้นจะต้องเต็มใจบ้างเหตุผลอาจเป็นเพราะมีเด็กมากเกินไปและส่วนใหญ่เป็นเพศเมียหรือว่าไม่มีกำลังที่จะเลี้ยงดู
ตอนแรกอลิสคิดว่าที่นี่อาจจะเป็นโลกยุคหินที่เหมือนกับโลกที่ก่อนมันจะพัฒนาของตัวเองจนมารู้ว่าที่นี่มันไม่ใช่ ที่นี่คือโลกอีกใบหนึ่งที่มีอยู่แต่จะต่างกันก็ตรงที่ว่าพวกเขาอยู่กันคนละมิติเหมือนเป็นเส้นคู่ขนาด (อลิสเดาเอา) เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ว่าที่นี่จะเป็นต่างโลกในความคิดของเธอมันไม่มีทางเป็นไปอย่างนั้นเพราะยายผู้เฒ่าไม่ได้บอกรายละเอียดมากนักหรือบ้างที่ยายผู้เฒ่านั้นอาจจะยังไม่รู้เลยก็เป็นไปได้ และถ้าความคาดเดาของเธอถูกละก็ที่นี่อาจจะเป็นโลกที่เป็นแบบนี้มาแต่เดิมอยู่แล้วก็ได้มันไม่เคยพัฒนาทำให้อลิสคิดได้ว่าที่นี่อาจจะเป็นเหมือนกับโลกยุคหินของโลกเธอก็ได้
นานเท่าไรไม่รู้ที่หลับไปแต่เป็นการนอนที่สบายที่สุดเมื่อได้สิ่งมีชีวิตนุ่นนิ้มกับแผ่นอกแน่นปึกอยู่ใกล้ๆ แทนตุ๊กตาที่เธอมักจะชอบนอนกอดอยู่เป็นประจำเมื่อลืมตาขึ้นมาก็จะเจอกับใบหน้าของชายหนุ่มที่มีความหล่อเหลาพอสมควรแต่ต้องถูกบดบังอย่างน่าเสียดายด้วยผมที่ปกคลุมยาวไปถึงบ่าที่ไม่ได้รับการดูแลนักกับร่างกายที่มีแผลอยู่จำนวนหนึ่งเพราะต้องเดินทางและต่อสู้เป็นประจำจมูกที่โด่งได้รูปผิวสีขาวที่ไม่ได้ขาวมากนักออกจะไปทางสองสีมากกว่าเพราะโดนแดดมาพอสมควร เส้นผมที่พันกันไปหมดจนแค่หวีก็สามารถทำให้หวีหักได้เลยทำให้ตัวเมียตรงหน้าอยากจะจัดการกับทรงผมมากพอสมควรมันช่างทำให้เธอคันมือมากว่าอยากจะตัดมันและหวีให้มันเป็นระเบียบมากกว่าที่จะพันกันไปหมดแบบนี้ภารกิจใหม่ของเราสินะ เฮ้อ…อยู่ที่นี่ก็ทำให้เราขยันขึ้นมาเลยนะเนี่ย ทำยาสระผมอืม…ต้องทำจริงๆ แล้วสินะว่าแต่นี้กี่โมงแล้วเนี่ย น่าจะใกล้ถึงเวลาที่เราต้องทำของกินเปิดหูเปิดตาคนในเผ่าแล้วสินะคิดได้ดังนั้นร่างเล็กก็ลุกขึ้นเตรียมที่จะลุกแต่ถูกแขนของบาไกที่นอนอยู่ข้างๆ บังคับเอาไว้อยู่ทำให้เธอไม่สามารถเอาออกได้เพราะแขนของเขาค่อนข้างที่จะหนักมากตามฉบับของคนที่ออกกำล
อลิสจัดการช่วยบาไกถือกระเป๋าแต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมให้ทำแต่ด้วยความสามารถของเธอเองจึงได้มันมาสะพานอย่างง่ายดาย ระหว่างทางเธอก็เล่าสองวันที่ผ่านมาให้บาไกฟังเมื่อเดินมาถึงเจ้าตัวดูจะแปลกใจที่เห็นกระโจมที่ถูกจัดใหม่และของที่ดูใหม่มากๆ เพราะนางเอาไปทำความสะอาดมาใหม่จนหมดอาหารที่ทำเมื่อเช้ายังคงอยู่เพราะเธอทำเผื่อเอาไว้นั้นคือมันต้มกับเนื้อ“นี้กระโจมเหรอ” (O_O)“ก็ใช่นะสิ ฉันนะทำใหม่เลยนะเพราะมันดูรกไปหน่อยด้วยส่วนที่นอนอยู่ในสุดนะอาบน้ำแล้วก็ไปพักได้แล้วหรือจะทานอาหารก่อนดี”“ข้าต้องอาบด้วยเหรอ” บาไกถามเพราะปกติแล้วคนที่นี่นานๆ ทีถึงจะอาบบางครั้งก็10วันอาบทีก็มี “ต้องสิ อาบน้ำจะได้สดชื่นขึ้นไม่ร้อนแล้วก็สบายตัวด้วยทำไมนายไม่ใส่กางเกงไปด้วยล่ะ คงจะโดนยุงกันเยอะแน่เลยใช่หรือเปล่า ลำบากมากไหม” อลิสเดินเข้าไปจับที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่มีอายุมากกว่าเธอไม่กี่ปีและเป็นสามีของนางด้วยความเป็นห่วงจนทำให้บาไกที่เห็นอย่างนั้นตกใจไม่น้อยนางเป็นห่วงเราด้วย นี้สินะที่เรียกว่าครอบครัวข้านี้โชคดีจริงๆ ที่เลือกนางมาเป็นตัวเมียของข้า“ตอนนายไม่อยู่ฉันทำเสื้อให้ด้วยนะเป็นเสื้อแขนกุดเวลาใส่จะได้ไม่อึดอัดไปอาบน้ำเ
หลังจากที่รู้ที่หมายแล้วร่างบางก็เปลี่ยนจุดหมายการเดินทางคือเดินเข้าป่าไปแม้ว่าจะอยู่ไม่ไกลแต่มันก็คือป่า แม้ว่าจะห่างจากรั้วเผ่าหมีดำแค่ไม่กี่เมตรก็ยังต้องเรียกว่าป่าอยู่ดีเพราะต้นไม้ที่ชุกชุมเต็มไปหมด ต้นหญ้าที่ขึ้นสูงเกือบครึ่งหนึ่งของเข่าถ้ามีงูโผล่มาก็ไม่แปลกอะไรที่จะเห็นแต่เธอจะไม่ไปคนเดียวอย่างแน่นอนฉันจะเอาคนไปลำบากด้วยถ้าถูกงูกัดตาย เราก็จะเอาคนไปด้วยแบบนี้ถึงจะเรียกว่าเพื่อนแท้เพื่อนตายเพราะอย่างนั้นจึงเอากาเร็ตมาด้วยกันเพราะนางดูจะตื่นเต้นดีและอีกอย่างคือคนอื่นไม่ว่างกันด้วยไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเอาหนังสัตว์มาทำเป็นที่นอนเพราะคิดว่ามันเปลืองโดยใช้เหตุ ทำให้คนที่มาเย็บปักถักร้อยที่กลางเผ่าแบบนี้มีส่วนน้อยหรือก็คือส่วนที่ว่างและอีกส่วนคืออยากลองทำดูบ้างเมื่อได้รู้สรรพคุณจากอลิสเข้าไปเข้าไปเสริม“บาน่าที่ว่าเจ้าจะทำเครื่องปรุงอะไรนั้นนะมันจำเป็นด้วยเหรอ ขึ้นพึ่งทำที่นอนเสร็จเองนะข้านะทำของท่านพ่อและคนในครอบครัวด้วยเลยทำเยอะมากๆ ดีนะที่มีคนช่วยข้า” เด็กสาวพูดไปเดินไปแม้จะบ่นอยู่ตลอดว่าไม่อยากเดินแต่ก็ก้าวเท้าตามไม่ขาดอีกทั้งยังมีแววตาตื่นเต้นนั้นด้วย“จำเป็นสิ พวกเจ้าปกติจะเอาเนื
เช้าวันนี้เธอมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่มากนั้นคือการทำเครื่องปรุงอาหารต้องของคุณยายที่ชอบขี้งกและชอบทำอะไรเองอยู่เสมอๆ และนั้นทำให้เธอต้องโดนไปด้วยสิ่งที่ฉันจะทำในเช้าอันสดใสก็คือเครื่องปรุง ส่วนที่ต้องมีก็น่าจะหาได้ง่ายๆ นะพริกไทย น้ำตาล หัวหอม ผักชีแล้วก็หมูที่สำคัญน่าจะเป็นเกลือไปขอท่านผู้เฒ่าดีกว่าส่วนผักไปหาแถวๆ นี้หรือไม่ก็ไปเอากับท่านผู้เฒ่าเองเพื่ออาหารไปเลยหลังจากที่บาน่าทำการเอาเนื้อที่น่าจะเป็นเนื้อหมูหันบางแล้วเอาไปตากส่วนที่เหลือก็เดินไปเก็บพวกสมุนไพรมาทำ ด้วยเหตุนั้นบาน่าหรืออลิสต้องเดินไปหาพวกมันต่ออลิสจำต้องเดินหาจนทั่วแต่ก็หาไม่เจอเพราะผักชีมันหายากมากๆ เลยในระหว่างทางที่เดินหาเธอก็ไปเจอเชนกับดัสที่เป็นตัวผู้ของนางกำลังทำอะไรกันอยู่อาจจะทำงานกันหรือไม่ก็ว่างซึ่งอลิสที่ไม่ได้รู้อะไรแถวนี้นักเลยไปถามทำให้เธอมาเดินอยู่ที่ไหนสักทีหลังจากที่ถามพวกเขาเสร็จแล้ว“เรามาอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย เหมือนไม่เคยได้มาที่นี่เลยแฮะ” อลิสมองไปรอบๆ ต้นไม่ใหญ่ที่ดูจะเยอะมากเหมือนกับว่ามันใกล้ป่ามากๆ เลยอ่อ ใช่ที่นี่คือที่ที่เราเคยถูกอุ้ม ว่าแต่เราเดินมาทางไหนกันล่ะเนี่ยจำได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นที
“ได้พักสักที เฮ้อ…เหนื่อยจังเลย”ในที่สุดก็ได้อยู่คนเดียวสักที จริงด้วยสิวันนี้เราไม่ต้องทำอาหารใช่หรือเปล่านะ คงจะเป็นอย่างนั้นแน่เลยเพราะอาหารในเผ่าจะต้องประหยัดเอาไว้ที่เผ่านี้จะมีวันที่จะทำอาหารและกินด้วยกันเพื่อประหยัดเนื้อกับอาหารเอาไว้ให้มากที่สุดวันนี้หรือเปล่านะ หรือว่าวันพรุ่งนี้คิดแล้วปวดหัวคิดก่อน อืม…พรุ่งนี้แน่เลยงั้นวันนี้เราก็กินทอดเนื้อทอดไปก่อนก็แล้วกัน ครั้งหน้าทำรสดีกับน้ำมันหอยดีกว่าอืมน้ำผลไม้หมักก็น่าทำเฮ้อ…พอ พอมาอยู่ที่นี่เราต้องงัดความรู้ออกมาใช้ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาทำแบบนี้ต้องขอบคุณยายกับป้าข้างบ้านและครูสอนทำอาหารสินะที่ชอบสอนอะไรก็ไม่รู้มาสอนไม่คิดว่าจะได้เอามาใช้จริงๆ ขอสรรเสริญคุณยาย ป้าข้างบ้านทุกบ้านและครูคะ“ดีนะเราที่เก็บผลไม้มาด้วยนะ มีอะไรบ้างน่าเรามีไข่ ส้ม องุ่น มะม่วง บลูเบอร์รี่ มัน แครอทกับเนื้อเมื่อวาน”กินอะไรดีเรา…ต้นมันเพิ่มดีกว่าเรายังไงก็มีเนื้อทอดเมื่อวานอยู่แล้วป่านนี้บาไกจะเป็นยังไงบ้างนะ เป็นห่วงจัง“โอ๊ะ! ได้แล้วกินได้ จะกินล่ะน่า”พรึบ“บาน่า!!”พัง มันเป็นใครกล้าดียังไงมาพังเวลาการกินของฉันห๊ะ!!!ร่างบางในกระโจมของตัวเอง
“โอ๊ะ! นั้นไง”อลิสเดินออกไปไปที่ต้นไม้ที่ตัวเองหมายตาจะเอาผลของมันทำทำเป็นที่นอนอันใหม่ พอมองไปรอบๆ เห็นว่าไม่มีคนมาสนใจเธอเลยแม้แต่คนเดียวเพราะแถวนี้เป็นแถวรอบรั้วของเผ่าคนส่วนใหญ่ที่จะมาก็มีเพียงแค่เพราะมาเก็บผลไม้ไปกินตอนไม่มีเนื้อให้กินเท่านั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีคนเจ้าของร่างบางที่ดูภายนอกจะเป็นคนที่ไม่มีเรี่ยวมีแรงเท่าไรนักจัดการปีนต้นไม้ต้นไม้ใหญ่อึบ ฮึบ เราเก่งมากแค่ต้นไม้แค่นี้เรา ทำได้อยู่แล้ว ฮืบ…เหนื่อย…อะอีกนิดเดียว ท่องเอาไว้ว่าเพื่อที่นอน เพื่อที่นอนนุ่มๆ ที่นอนสบายๆ ที่นอนจ้า ที่นอนต่อเลยอ่ะได้แล้ว แต่สูงเหมือนกันนะเนี่ยจากตรงนี้ถ้าเราตกลงไปจะตายไหมว่ะเราคงจะไม่ตายซ้ำตายซ้อนหรอกใช่ปะร่างบางที่สวมกางเกงตัวใหญ่กับเสื้อหนังสัตว์ที่เด่นสะดุดตามากกว่าคนในเผ่าปีนขึ้นไปประมาณหนึ่งเพียงแค่ปีนไปจนถึงกึ่งกลางของลำต้นที่มีกิ่งก้านสาขาแยกย้ายกันไป อลิสมองเพื่อดูว่ากิ่งก้านอันไหนที่แข็งแรงและรับน้ำหนักของเธอได้อีกส่วนหนึ่งคือดูว่ามีนุ่นเยอะมากแค่ไหนทางขวาเยอะกว่าเอาตรงนี้แหละอลิสที่เห็นกิ่งที่ดูแข็งแรงพอสมควรและมีนุ่นอยู่ใกล้ๆ พอที่ร่างเล็กๆ อย่างเธอกระดึบไปได้แบบไม่ต้องกลัวต







