LOGINกระโจมของที่นี่แม้ว่ามันจะห่างจากกระโจมอื่นมากแต่มันก็ดูดีมากที่สุดแล้ว ดูดีกว่ากระโจมอื่นเยอะเลยในสายตาของเธอ
“ที่นี่มีอย่างอื่นอีกไหม อย่างพวกพืชหรือสมุนไพรอะไรพวกนี้นะ”
“พืช เจ้าจะเอาไปทำอะไรรึอลิส” บาไกถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจเพราะที่นี่ไม่เอาพืชที่มาทำอาหารส่วนใหญ่จะเอามารักษามากกว่าเพราะพวกเขารู้แค่ว่ามันเป็นยาก็เท่านั้น “เจ้าหมายถึงยานะเหรอ พวกเราไม่สนใจมันหรอกแล้วอีกอย่างข้าไม่มีมันหรอก”
“ทำไมล่ะ”
“ก็เพราะแถวนี้ไม่มีนะและมันก็หายากมาเพราะเราแต่ถ้าอลิสต้องการข้าอาจจะไปหามันมาให้ได้ตอนที่ข้าไปล่าสัตว์นะ”
“ดีเลยขอบใจนะ แล้วถ้านายได้มาเมื่อไรฉันจะทำของอร่อยให้กิน”
“จริงเหรอ ของกินจากโลกนั้นใช่ไหม” บาไกยิ้มทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น
“ใช่”
ไม่นานหลังจากนั้นบาไกก็พาเธอมาข้างนอก เผ่านี้เป็นเหมือนหมู่บ้านขนาดเล็กๆ ที่มีคนในเผ่าเดินกันไปมาต่างกันก็แค่มันดูโป๊มากเกินไปไม่เข้าใจเลยว่าพวกเขาไม่อายกันบ้างหรือไงที่เวลาเดินไปไหนมาไหนก็มีคนสนใจอย่างอื่นมากกว่า ผู้ชายของที่นี่ส่วนใหญ่มีร่างกายที่แข็งแรงมีกล้ามเนื้อเพราะต้องล่าสัตว์และใช้แรงมากในการล่าสัตว์และเอาตัวรอดส่วนผู้หญิงก็เลี้ยงเล็กหรือไม่ก็ไปเก็บผลไม้มากักตุน
“ดีใจด้วยนะที่บาน่ากลับมาแล้วนะ” ชายร่างใหญ่มีบาดแผลที่หลังเดินเข้ามาพูดก่อนที่จะหันมามองที่เธออย่างคุ้นเคย
“ไม่เสียสติแล้วด้วย บ้างที่เจ้าควรหายไปแล้วไม่กลับมาก็ดีนะ” ผู้หญิงคนเดิมที่อลิสเคยเจอเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่ชอบเธอแบบสุดๆ เจ้าตัวมีเพียงแค่เศษผ้าเท่านั้นที่ปิดของสงวนเอาไว้ส่วนบริเวณหน้าอกของเจ้าตัวกลับไม่ได้เปิดเลย แต่หน้าอกของเจ้าตัวก็ไม่ได้สวยอะไรมากเท่าไรนักเพราะหน้าอกของหญิงสาวตรงหน้าค่อนข้างมีรูปร่างที่ไม่สวยเท่าไรมันเหี่ยวและห้อยไม่ได้ตึงหรือสวยเหมือนกับว่าเจ้าตัวใช้งานมันมาหนักพอสมควร
“แต่ข้ากลับมาแล้วนี่แล้วก็หายเสียสติแล้วด้วยต้องขอบคุณการหายตัวไปของข้า”
อลิสพูดแทนตัวเองเป็นอย่างอื่นเพื่อที่จะได้กลมกลืนกับคนของที่นี่ อลิสมองไปที่สายตาผู้หญิงที่ชื่อซาซ่าที่ยัยนั้นมองมาที่บาไกตาเป็นมันดูก็รู้ว่าสายตาแบบนั้นต้องการอะไรถ้าไม่ใช่สามีของเธอ
“บาไก แสงสว่างครั้งหน้าเราจะไปล่าสัตว์กัน ข้าว่าตัวเมียของเจ้าคงจะดูแลตัวเองได้แล้วนะ”
“จริงเหรอ จะไปกันพรุ่งนี้แล้วเหรอ” อลิสที่ได้ยินก็ดวงตาลุกวาบเป็นประกายต่างจากคนที่อยู่แถวนั้นที่ได้ยินประโยคของอลิส
“ข้าบอกแล้วว่านางเสียสติเหมือนเดิม บางทีอาจจะหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ชายอีกคนที่มีผมสีทองเด่นสะดุดตาพูดขึ้นด้วยท่าทางกวนประสาทเดินเข้ามาก่อนที่จะมองมาที่เธอ “นางไม่ได้เสียสติ” บาไกออกตัวแทนพูดไม่ทันจบประโยคก็เดินเข้าไปพร้อมที่จะตีกันได้ทุกเมื่อซึ่งอลิสก็ไม่รู้ว่าทำไมสองคนนี้ถึงจะตีกันเพราะประโยคเพียงแค่ไม่กี่คำ
เดาได้ว่าสองคนนี้ต้องเคยมีเรื่องกันมาก่อนแน่นอน
“ข้าว่าเจ้าน่าจะไปทำงานที่พวกเพศเมียทำกันน่าจะดีไหนๆ หายเสียสติแล้ว”
“พอแล้วกาตินนางพึ่งจะหายดี” ผู้ชายคนที่มีแผลเต็มตัวพูดด้วยสีหน้าเป็นห่วง “ไม่เป็นไร ข้าจะไปทำงานของตัวเองจะได้เข้ากับคนในเผ่าได้” อลิสเดินเข้าไปกระซิบใกล้ๆ บาไก “ดูแลตัวเจ้าเองด้วยนะ”
“เหอะ แค่ไปทำงานเหมือนคนอื่นทำเหมือนกับว่าจะไปล่าสัตว์ในป่าอย่างนั้นแหละ” ซาซ่าพูดขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่จะเดินออกไป อลิสเดินออกมาจากกลุ่มพวกผู้ชายเมื่อเดินออกมาจากบริเวณนั้นเธอก็เดินตรงไปยังที่ผู้หญิงคนอื่นไปกันเพราะไม่รู้ว่าจะต้องไปยังไงต่อ
เธอรู้มาว่าคนที่นี่ไม่ค่อยจะชอบกินผลไม้หรือพืชมากเท่าไรเพราะส่วนใหญ่พวกเขาจะทานแต่เนื้อของสัตว์เท่านั้นเพราะอาหารจำพวกพืชและผลไม้คนที่นี่จะคิดว่ามันไม่อยู่ท้องและไม่อิ่มเท่าการกินเนื้อสัตว์ หลังจากที่เดินมาถึงจุดที่พวกผู้หญิงอยู่กันไม่กี่คนโดยประมาณ 5-6 คนโดยประมาณกำลังทำอะไรบ้างอยู่กันเป็นกลุ่มท่าทางเหมือนทำอะไรบางอย่างกันอยู่ อลิสที่เห็นอย่างนั้นก็เดินเข้าไปหาอย่างไม่รอช้าไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาทางเธอด้วยสีหน้ามีรอยยิ้ม
“บาน่าเจ้ามาแล้ว ข้าไม่ยินจากท่านผู้เฒ่าว่าเจ้าหายดีแล้ว ในที่สุดเจ้าก็หายสักทีนะ”
ผู้หญิงผมยาวสวมเศษผ้าเหมือนกับคนอื่นๆ เดินเข้ามาโดยที่มีผ้าที่ไม่หนาเท่ารนักพันอยู่ที่อกที่คอสวมสร้อยที่ทำจากอะไรบางอย่างสีขาวออกเทาแต่อลิสก็ดูออกว่ามันคือกระดูกที่ถูกเย็บให้ติดกันจนกลายเป็นเครื่องประดับ ทางด้านอลิสที่ไม่รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นใครแต่ก็ยิ้มรับและทักทายอีกฝ่ายไปเพราะไม่รู้ว่าท่านผู้เฒ่าอะไรนั้นไปพูดอะไรเอาไว้บ้าง
“อืม ข้าก็ดีใจที่ข้าหายดีแล้ว”
“ท่านผู้เฒ่าบอกว่าเจ้าจำอะไรไม่ได้เลยไม่เป็นไรนะ ข้าชื่อเชนแต่ก่อนเจ้ามักจะชอบมาเล่นกับข้าบ่อยๆ”
“อย่างนั้นเหรอ ว่าแต่กำลังทำอะไรกันอยู่เหรอเชน”
“พวกข้ากำลังเก็บพืชอยู่นะ จะเก็บเอาไว้กินตอนเนื้อที่พวกเพศผู้หมดนะ” เชนพูดก่อนที่จะชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่มีผลของส้มที่พวกผู้หญิงกำลังเด็ดมันอยู่
“งั้นฉัน เอ่อไม่สิ ข้าช่วยนะ”
“มาสิ”
อลิสมองไปที่ต้นส้มที่ผู้หญิงคนอื่นพยายามที่จะปีนขึ้นไปอย่างไม่สนใจเลยว่าผ้าที่แทบจะไม่ได้ปิดอะไรที่ส่วนสงวนของตัวเองจะเปิดหรือมีอะไรออกมาทักทายหรือเปล่าเจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด
แม่เจ้า ฉันไม่เคยคิดที่จะเห็นของสงวนของคนอื่นนอกจากของตัวเองเลยสักนิด (o_o)
ฉันควรจะทำยังไงดีนะ ไปบอกดีไหมหรือว่าปล่อยให้มันดูโลกกว้างอย่างนั้นไป
เครียดจังเลย
“บาน่าเจ้าไม่ไปเก็บรึ เดี๋ยวเจ้าก็ไม่มีให้กินตอนเนื้อหมดจะตายเอาได้นะ”
“เออ อือ”
อลิสที่ตั้งสติจากการเจอสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้าก็พยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่จะเดินไปช่วยเก็บเหมือนคนอื่นๆ อลิสมองดูคนอื่นๆ ที่ช่วยกันเก็บผลไม้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในมือของแต่ละคนที่ตอนนี้หอบผลไม้กันเต็มไปหมดทั้งเท่าที่จะทำได้ทำให้อลิสรู้ว่าคนที่นี่ไม่มีกระเป๋าผ้าหรือตะกร้าเลย
รู้สึกเหมือนตัวเองถูกพระเจ้ากลั่นแกล้งยังไงก็ไม่รู้แฮะ(T-T)
แค่ไม่มีอินเทอร์เน็ตก็เข้าใจได้ ขนาดห้องน้ำไม่มีฉันก็เข้าใจได้นะเพราะที่นี่ยังไม่เจริญเท่าไรแต่นี้ถึงขนาดไม่มีกระเป๋าหรือตะกร้าเลยเนี่ยนะ แม้แต่อาหารก็มีแต่เนื้อที่ไม่มีรสชาติเลยเศร้าชีวิตเราต้องถูกคำสาปแน่ๆ เลย
อ้าก…ถ้าตายอีกรอบจะไปที่ที่สบายกว่านี้ไหมเนี่ย…
ถ้าตายอีกรอบศพจะสวยกว่านี้ไหมนะ ศพต้องไม่สวยแน่ๆ เลยมาไม่ทันไรก็มีว่าที่สามีโผล่ออกมาทันทีเลยไม่ต้องไปวิ่งหาผู้ชายให้ลำบากอีกต่อไปข้อนี้พอให้อภัยได้แม้ว่าอีฝ่ายจะเหมือนผู้ชายในถ้ำไปสักหน่อยก็เถอะนะแต่ถ้าอาบน้ำทำให้สะอาดกว่านี้ก็น่าจะเป็นผู้เป็นคนมากขึ้นแน่
“เดี๋ยวข้าไปเก็บส่วนเจ้าก็รับนะ”
“ได้เลย แต่มันจะไม่ช้ำเหรอ” (._.)
“เจ้าว่าอะไรนะ”
“เปล่าๆ ทำต่อเลยเดี๋ยวข้ารับเอง”
20 นาทีต่อมา
หลังจากที่ไปเก็บผลไม้ตามพวกผู้หญิงในเผ่าทำให้เวลานั้นอลิสมีเพื่อนมากขึ้นเยอะ โดยส่วนใหญ่จะมาเล่าหรือวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของบาน่าคนก่อนที่เสียสติให้ฟังเช่นไม่ยอมใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้นแล้ววิ่งไปด้วยทั้งเผ่า เพราะเพศเมียตนอื่นที่เห็นว่าบาน่ามีท่าทีห่วงเนื้อห่วงตัวเป็นพิเศษเลยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเล่นทำเอาอลิสอยากให้เท้าตบเช็ดเหงื่อของตัวเองซะเดี๋ยวนี้เลย
พอพูดคุยกันมาได้จนพอรู้จักกันแล้วอลิสก็เลยคิดที่จะไปหายายผู้เฒ่าเสียหน่อยเผื่อว่ารายนั้นจะบอกอะไรหรือไปพูดอะไรกับคนในผ่าแล้วตัวเองจะได้ตอบคำถามตรงกัน พอเสร็จเจ้าตัวก็คิดว่าจะทำอะไรก่อนดีระหว่างเสื้อผ้ากางเกงกับกระเป๋าจะทำอะไรดีแต่ก่อนหน้านี้จะไปหายายผู้เฒ่าก่อนดีกว่า
“บาน่า…เจ้าจะไปไหนนะ ให้ข้าไปด้วยนะข้าจะไปกับเจ้าด้วย” บาไกที่อยู่ในกลุ่มเพศผู้ของพวกนักล่าตะโกนขึ้นมาเสียงดังจนคนอื่นเริ่มมองทำให้คนแถวนั้นอย่างพวกผู้ชายถึงกับส่ายหน้าให้กับท่าทางของเจ้าบาไกที่หลังจากที่ตัวเมียของตัวเองหายจากการเสียสติก็เริ่มตัวติดแจไม่ยอมไปไหน
“เจ้าจะไปไหนเหรออลิสของข้า” (^^) บาไกพูดพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าร่าเริงแปลกๆ
“จะไปหาท่านผู้เฒ่าหน่อยนะสิ”
“งั้นข้าไปกับเจ้าด้วย”
“อืม ฉันได้ยินจากพวกผู้หญิงว่าบาไกจะไปล่าสัตว์พรุ่งนี้แล้วต้องไปตั้งสองสามวันเลยเหรอ” หญิงสาวหันไปถามด้วยความเป็นห่วงเพราะไม่คิดว่าจะไปนานขนาดนั้น “วัน? มันคืออะไรเหรอ กินได้หรือเปล่า”
“วันก็คือวันไง ได้ พระอาทิตย์ขึ้น1 ครั้งหลังคือ1 วัน เช่น พระอาทิตย์ขึ้นจนพระจันทร์หายไปคือ 1 วันและหลังจากที่พระอาทิตย์ขึ้นมาใหม่ก็เรียกว่า 2 วันไง” อลิสอธิบายอย่างตั้งใจโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรเพราะเจ้าตัวกำลังตั้งใจดูหน้าตาของตัวเมียของตัวเองอยู่ว่างดงามมากแค่ไหน “นี้ได้ฟังหรือเปล่า”
“ฟังๆ” ไม่ทันไรทั้งคู่ก็มาถึงบ้านผู้เฒ่าที่ทั้งสองคนยังไม่ทันที่จะเดินเข้าก็เห็นซาซ่าเดินออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจเธอมากเหมือนว่าเธอไปฆ่าใครมา “เจ้านี้มันไม่น่ากลับมาเลย” พูดไม่ทันไรก็เดินออกไปอย่างไม่สนใจอะไร
ยัยนี้ผีเข้ารึไง ฉันยังไม่ได้ทำอะไรหล่อนเลยนะทำอย่างกับว่าฉันไปฆ่าคนของเธอมาอย่างนั้นแหละ
“ซาซ่านะเป็นผู้สืบทอดของท่านผู้เฒ่าเหมือนกัน เพราะตอนนั้นท่านผู้เฒ่าเลือกเจ้าแต่คนในเผ่าไม่พอใจเพราะเจ้าเป็นคนเสียสติ ท่านผู้เฒ่าเลยต้องเลือกซาซ่ามาด้วยนะเพราะพ่อของนางเป็นนักล่าที่เก่งกาจมาก แต่เพราะตอนนั้นเจ้าเสียสติทุกคนจึงให้ความสำคัญกับนางมากๆ ขนาดเผ่าอื่นก็ให้ความสำคัญกับนางแต่พอเจ้าหายดีแล้วทุกคนแม้แต่ท่านผู้เฒ่าจึงต้องให้ความสำคัญกับเจ้าไงล่ะ เพราะอย่างนั้นนางถึงไม่พอใจเจ้า”
“อย่างนี้นี่เอง”
“พวกเจ้ามามีเรื่องอะไรกับข้ารึถึงมาที่นี่” เสียงของยายผู้เฒ่าที่ชรามากแล้วพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา ส่วนอลิสที่ได้ยินก็ยิ้มหวานให้
“คือพอดีหนูมีเรื่องจะถามนะคะ คือว่าคนอื่นๆ ทำไมถึงรู้เรื่องของหนูล่ะ”
“คนในเผ่าของเรามีไม่มากเท่าเผ่าอื่น คนในเผ่าย่อมต้องรู้อยู่แล้วข้าบอกพวกนั้นแล้วว่าเจ้าหายดีพวกนั้นไม่รู้ว่าเจ้ามาจากที่อื่นเพราะเรื่องนี้มีแค่ข้ากับบาไกเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้เพราะอย่างนั้นเรื่องอะไรที่เจ้าพอจะช่วยเผ่าของเราได้ก็ทำเถอะ เพราะก่อนหน้านี้ข้าได้เห็นนิมิตแล้วว่าโลกของเจ้านั้นดีเพียงใด” ท่านผู้เฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงปกติก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของหญิงสาวก่อนที่จะหันไปมองที่บาไกที่มาด้วยกัน “แล้วอีกอย่างเจ้าอายุมากขนาดนี้แต่ไม่มีเด็กสักทีคนในเผ่ามีกันเกือบหมดแล้ว เจ้ากับบาไกควรจะมีเด็กได้แล้วนะ”
“ห๊ะ! อะไรนะ”
นานเท่าไรไม่รู้ที่หลับไปแต่เป็นการนอนที่สบายที่สุดเมื่อได้สิ่งมีชีวิตนุ่นนิ้มกับแผ่นอกแน่นปึกอยู่ใกล้ๆ แทนตุ๊กตาที่เธอมักจะชอบนอนกอดอยู่เป็นประจำเมื่อลืมตาขึ้นมาก็จะเจอกับใบหน้าของชายหนุ่มที่มีความหล่อเหลาพอสมควรแต่ต้องถูกบดบังอย่างน่าเสียดายด้วยผมที่ปกคลุมยาวไปถึงบ่าที่ไม่ได้รับการดูแลนักกับร่างกายที่มีแผลอยู่จำนวนหนึ่งเพราะต้องเดินทางและต่อสู้เป็นประจำจมูกที่โด่งได้รูปผิวสีขาวที่ไม่ได้ขาวมากนักออกจะไปทางสองสีมากกว่าเพราะโดนแดดมาพอสมควร เส้นผมที่พันกันไปหมดจนแค่หวีก็สามารถทำให้หวีหักได้เลยทำให้ตัวเมียตรงหน้าอยากจะจัดการกับทรงผมมากพอสมควรมันช่างทำให้เธอคันมือมากว่าอยากจะตัดมันและหวีให้มันเป็นระเบียบมากกว่าที่จะพันกันไปหมดแบบนี้ภารกิจใหม่ของเราสินะ เฮ้อ…อยู่ที่นี่ก็ทำให้เราขยันขึ้นมาเลยนะเนี่ย ทำยาสระผมอืม…ต้องทำจริงๆ แล้วสินะว่าแต่นี้กี่โมงแล้วเนี่ย น่าจะใกล้ถึงเวลาที่เราต้องทำของกินเปิดหูเปิดตาคนในเผ่าแล้วสินะคิดได้ดังนั้นร่างเล็กก็ลุกขึ้นเตรียมที่จะลุกแต่ถูกแขนของบาไกที่นอนอยู่ข้างๆ บังคับเอาไว้อยู่ทำให้เธอไม่สามารถเอาออกได้เพราะแขนของเขาค่อนข้างที่จะหนักมากตามฉบับของคนที่ออกกำล
อลิสจัดการช่วยบาไกถือกระเป๋าแต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมให้ทำแต่ด้วยความสามารถของเธอเองจึงได้มันมาสะพานอย่างง่ายดาย ระหว่างทางเธอก็เล่าสองวันที่ผ่านมาให้บาไกฟังเมื่อเดินมาถึงเจ้าตัวดูจะแปลกใจที่เห็นกระโจมที่ถูกจัดใหม่และของที่ดูใหม่มากๆ เพราะนางเอาไปทำความสะอาดมาใหม่จนหมดอาหารที่ทำเมื่อเช้ายังคงอยู่เพราะเธอทำเผื่อเอาไว้นั้นคือมันต้มกับเนื้อ“นี้กระโจมเหรอ” (O_O)“ก็ใช่นะสิ ฉันนะทำใหม่เลยนะเพราะมันดูรกไปหน่อยด้วยส่วนที่นอนอยู่ในสุดนะอาบน้ำแล้วก็ไปพักได้แล้วหรือจะทานอาหารก่อนดี”“ข้าต้องอาบด้วยเหรอ” บาไกถามเพราะปกติแล้วคนที่นี่นานๆ ทีถึงจะอาบบางครั้งก็10วันอาบทีก็มี “ต้องสิ อาบน้ำจะได้สดชื่นขึ้นไม่ร้อนแล้วก็สบายตัวด้วยทำไมนายไม่ใส่กางเกงไปด้วยล่ะ คงจะโดนยุงกันเยอะแน่เลยใช่หรือเปล่า ลำบากมากไหม” อลิสเดินเข้าไปจับที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่มีอายุมากกว่าเธอไม่กี่ปีและเป็นสามีของนางด้วยความเป็นห่วงจนทำให้บาไกที่เห็นอย่างนั้นตกใจไม่น้อยนางเป็นห่วงเราด้วย นี้สินะที่เรียกว่าครอบครัวข้านี้โชคดีจริงๆ ที่เลือกนางมาเป็นตัวเมียของข้า“ตอนนายไม่อยู่ฉันทำเสื้อให้ด้วยนะเป็นเสื้อแขนกุดเวลาใส่จะได้ไม่อึดอัดไปอาบน้ำเ
หลังจากที่รู้ที่หมายแล้วร่างบางก็เปลี่ยนจุดหมายการเดินทางคือเดินเข้าป่าไปแม้ว่าจะอยู่ไม่ไกลแต่มันก็คือป่า แม้ว่าจะห่างจากรั้วเผ่าหมีดำแค่ไม่กี่เมตรก็ยังต้องเรียกว่าป่าอยู่ดีเพราะต้นไม้ที่ชุกชุมเต็มไปหมด ต้นหญ้าที่ขึ้นสูงเกือบครึ่งหนึ่งของเข่าถ้ามีงูโผล่มาก็ไม่แปลกอะไรที่จะเห็นแต่เธอจะไม่ไปคนเดียวอย่างแน่นอนฉันจะเอาคนไปลำบากด้วยถ้าถูกงูกัดตาย เราก็จะเอาคนไปด้วยแบบนี้ถึงจะเรียกว่าเพื่อนแท้เพื่อนตายเพราะอย่างนั้นจึงเอากาเร็ตมาด้วยกันเพราะนางดูจะตื่นเต้นดีและอีกอย่างคือคนอื่นไม่ว่างกันด้วยไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเอาหนังสัตว์มาทำเป็นที่นอนเพราะคิดว่ามันเปลืองโดยใช้เหตุ ทำให้คนที่มาเย็บปักถักร้อยที่กลางเผ่าแบบนี้มีส่วนน้อยหรือก็คือส่วนที่ว่างและอีกส่วนคืออยากลองทำดูบ้างเมื่อได้รู้สรรพคุณจากอลิสเข้าไปเข้าไปเสริม“บาน่าที่ว่าเจ้าจะทำเครื่องปรุงอะไรนั้นนะมันจำเป็นด้วยเหรอ ขึ้นพึ่งทำที่นอนเสร็จเองนะข้านะทำของท่านพ่อและคนในครอบครัวด้วยเลยทำเยอะมากๆ ดีนะที่มีคนช่วยข้า” เด็กสาวพูดไปเดินไปแม้จะบ่นอยู่ตลอดว่าไม่อยากเดินแต่ก็ก้าวเท้าตามไม่ขาดอีกทั้งยังมีแววตาตื่นเต้นนั้นด้วย“จำเป็นสิ พวกเจ้าปกติจะเอาเนื
เช้าวันนี้เธอมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่มากนั้นคือการทำเครื่องปรุงอาหารต้องของคุณยายที่ชอบขี้งกและชอบทำอะไรเองอยู่เสมอๆ และนั้นทำให้เธอต้องโดนไปด้วยสิ่งที่ฉันจะทำในเช้าอันสดใสก็คือเครื่องปรุง ส่วนที่ต้องมีก็น่าจะหาได้ง่ายๆ นะพริกไทย น้ำตาล หัวหอม ผักชีแล้วก็หมูที่สำคัญน่าจะเป็นเกลือไปขอท่านผู้เฒ่าดีกว่าส่วนผักไปหาแถวๆ นี้หรือไม่ก็ไปเอากับท่านผู้เฒ่าเองเพื่ออาหารไปเลยหลังจากที่บาน่าทำการเอาเนื้อที่น่าจะเป็นเนื้อหมูหันบางแล้วเอาไปตากส่วนที่เหลือก็เดินไปเก็บพวกสมุนไพรมาทำ ด้วยเหตุนั้นบาน่าหรืออลิสต้องเดินไปหาพวกมันต่ออลิสจำต้องเดินหาจนทั่วแต่ก็หาไม่เจอเพราะผักชีมันหายากมากๆ เลยในระหว่างทางที่เดินหาเธอก็ไปเจอเชนกับดัสที่เป็นตัวผู้ของนางกำลังทำอะไรกันอยู่อาจจะทำงานกันหรือไม่ก็ว่างซึ่งอลิสที่ไม่ได้รู้อะไรแถวนี้นักเลยไปถามทำให้เธอมาเดินอยู่ที่ไหนสักทีหลังจากที่ถามพวกเขาเสร็จแล้ว“เรามาอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย เหมือนไม่เคยได้มาที่นี่เลยแฮะ” อลิสมองไปรอบๆ ต้นไม่ใหญ่ที่ดูจะเยอะมากเหมือนกับว่ามันใกล้ป่ามากๆ เลยอ่อ ใช่ที่นี่คือที่ที่เราเคยถูกอุ้ม ว่าแต่เราเดินมาทางไหนกันล่ะเนี่ยจำได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นที
“ได้พักสักที เฮ้อ…เหนื่อยจังเลย”ในที่สุดก็ได้อยู่คนเดียวสักที จริงด้วยสิวันนี้เราไม่ต้องทำอาหารใช่หรือเปล่านะ คงจะเป็นอย่างนั้นแน่เลยเพราะอาหารในเผ่าจะต้องประหยัดเอาไว้ที่เผ่านี้จะมีวันที่จะทำอาหารและกินด้วยกันเพื่อประหยัดเนื้อกับอาหารเอาไว้ให้มากที่สุดวันนี้หรือเปล่านะ หรือว่าวันพรุ่งนี้คิดแล้วปวดหัวคิดก่อน อืม…พรุ่งนี้แน่เลยงั้นวันนี้เราก็กินทอดเนื้อทอดไปก่อนก็แล้วกัน ครั้งหน้าทำรสดีกับน้ำมันหอยดีกว่าอืมน้ำผลไม้หมักก็น่าทำเฮ้อ…พอ พอมาอยู่ที่นี่เราต้องงัดความรู้ออกมาใช้ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาทำแบบนี้ต้องขอบคุณยายกับป้าข้างบ้านและครูสอนทำอาหารสินะที่ชอบสอนอะไรก็ไม่รู้มาสอนไม่คิดว่าจะได้เอามาใช้จริงๆ ขอสรรเสริญคุณยาย ป้าข้างบ้านทุกบ้านและครูคะ“ดีนะเราที่เก็บผลไม้มาด้วยนะ มีอะไรบ้างน่าเรามีไข่ ส้ม องุ่น มะม่วง บลูเบอร์รี่ มัน แครอทกับเนื้อเมื่อวาน”กินอะไรดีเรา…ต้นมันเพิ่มดีกว่าเรายังไงก็มีเนื้อทอดเมื่อวานอยู่แล้วป่านนี้บาไกจะเป็นยังไงบ้างนะ เป็นห่วงจัง“โอ๊ะ! ได้แล้วกินได้ จะกินล่ะน่า”พรึบ“บาน่า!!”พัง มันเป็นใครกล้าดียังไงมาพังเวลาการกินของฉันห๊ะ!!!ร่างบางในกระโจมของตัวเอง
“โอ๊ะ! นั้นไง”อลิสเดินออกไปไปที่ต้นไม้ที่ตัวเองหมายตาจะเอาผลของมันทำทำเป็นที่นอนอันใหม่ พอมองไปรอบๆ เห็นว่าไม่มีคนมาสนใจเธอเลยแม้แต่คนเดียวเพราะแถวนี้เป็นแถวรอบรั้วของเผ่าคนส่วนใหญ่ที่จะมาก็มีเพียงแค่เพราะมาเก็บผลไม้ไปกินตอนไม่มีเนื้อให้กินเท่านั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีคนเจ้าของร่างบางที่ดูภายนอกจะเป็นคนที่ไม่มีเรี่ยวมีแรงเท่าไรนักจัดการปีนต้นไม้ต้นไม้ใหญ่อึบ ฮึบ เราเก่งมากแค่ต้นไม้แค่นี้เรา ทำได้อยู่แล้ว ฮืบ…เหนื่อย…อะอีกนิดเดียว ท่องเอาไว้ว่าเพื่อที่นอน เพื่อที่นอนนุ่มๆ ที่นอนสบายๆ ที่นอนจ้า ที่นอนต่อเลยอ่ะได้แล้ว แต่สูงเหมือนกันนะเนี่ยจากตรงนี้ถ้าเราตกลงไปจะตายไหมว่ะเราคงจะไม่ตายซ้ำตายซ้อนหรอกใช่ปะร่างบางที่สวมกางเกงตัวใหญ่กับเสื้อหนังสัตว์ที่เด่นสะดุดตามากกว่าคนในเผ่าปีนขึ้นไปประมาณหนึ่งเพียงแค่ปีนไปจนถึงกึ่งกลางของลำต้นที่มีกิ่งก้านสาขาแยกย้ายกันไป อลิสมองเพื่อดูว่ากิ่งก้านอันไหนที่แข็งแรงและรับน้ำหนักของเธอได้อีกส่วนหนึ่งคือดูว่ามีนุ่นเยอะมากแค่ไหนทางขวาเยอะกว่าเอาตรงนี้แหละอลิสที่เห็นกิ่งที่ดูแข็งแรงพอสมควรและมีนุ่นอยู่ใกล้ๆ พอที่ร่างเล็กๆ อย่างเธอกระดึบไปได้แบบไม่ต้องกลัวต







