Masukเมื่อพูดคุยกับมารดาเรียบร้อยก็อุ้มตะกร้าฟักทองไปทางหมู่บ้านทันที ชาวบ้านที่กำลังไปนาเพื่อพรวนดินเพราะเข้าหน้าฝนแล้วพวกเขาต้องรีบไถหว่าน กู้จื่อเว่ยที่อุ้มตะกร้าฟักทองลูกใหญ่เดินผ่านพวกเขาไป ชาวบ้านที่เห็นจึงรีบเข้ามาถามไถ่
"นางหนูกู้ เจ้าไปเอาฟักทองมาจากที่ใด ลูกใหญ่เพียงนี้น่าจะเกือบสิบชั่งเชียวนะ แล้วนี่เจ้าแบกไหวหรือ"
"ท่านย่าเจียงพอดีข้าไปหาผักป่าและบังเอิญโชคดีได้มาสามลูกจึงอยากแบ่งไปให้ท่านปู่ใหญ่สักหน่อยเจ้าค่ะ เมื่อวานท่านย่าใหญ่เห็นว่าบ้านข้าไม่มีอะไรกิน นางจึงให้ไข่มากับหัวผักกาด หากไม่ได้ท่านย่าใหญ่แม่กับน้องคงต้องอดอีก"
"ดีๆๆ เป็นเด็กดียิ่งนัก ใครมีบุญคุณเราตอบแทนนับเป็นเรื่องควรทำ"
กู้จื่อเว่ยค้อมศีรษะให้หญิงชราอย่างเคารพ เมื่อวานนี้ท่านย่าเจียงเพื่อช่วยพูดให้นาง กลับถูกคนหยาบกระด้างอย่างหวังซื่อชี้หน้าด่าอย่างไร้มารยาทและไม่เกรงใจ กู้จื่อเว่ยเอ่ยถามหญิงชราเรื่องภูเขาฝั่งบ้านของตน
"ท่านย่าเจียงเจ้าคะ เหตุใดภูเขาตรงบ้านข้ากลับไม่มีใครขึ้นไปหาของป่าหรือเกี่ยวหญ้าหมูเลยเจ้าคะ ข้าอยากขึ้นไปแต่ท่านแม่สั่งห้ามเจ้าค่ะ"
"เรื่องนั้นนะหรือ ภูเขาด้านนั้นดูเหมือนจะมีสัตว์นักล่าอย่างหมาป่ากับหมีอาศัยอยู่ นอกจากนายพรานสือกับบิดาเจ้าไม่มีใครกล้าขึ้นไปหรอก ที่แม่เจ้าห้ามขึ้นนั้นถูกต้องแล้ว"
"แปลว่าท่านพ่อข้าต้องเก่งมากๆจึงไม่กลัวหมีกับหมาป่า"
"พ่อเจ้าเก่งจริงๆนั่นแหละ เฮ้อ...เสียดายถูกตาแก่ยายแก่สองผัวเมียนั่นบีบจนแทบไม่มีทาง ขอโทษด้วยนางหนูกู้ ยายแก่อย่างข้าพูดไปเรื่อยเจ้าก็อย่าไปใส่ใจเลย รีบไปรีบกลับเถอะเดี๋ยวแม่กับน้องๆเจ้าจะกังวลเอาได้ว่าคนพวกนั้นมารังแกเจ้าอีก"
"เจ้าค่ะขอบคุณท่านย่าเจียงยิ่งนัก"
กู้จื่อเว่ยเห็นว่าหญิงชราเป็นคนดี แต่การแบ่งอาหารให้ทั้งที่ตัวเองลำบากนั้นไม่เป็นผลดี ให้คนหนึ่งพอมีคนไม่ได้จะนำมาซึ่งปัญหา เอาเป็นว่าตอบแทนนางด้วยฟืนสักสามมัดก็พอ หลานชายนางก็เป็นเพื่อนกับร่างเดิมอีกด้วย กู้จื่อเว่ยเดินมาจนถึงกลางหมู่บ้านและกำลังจะผ่านหน้าบ้านใหญ่ บุรุษหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมา จากนั้นก็มาขวางทางนางเอ่ยดูแคลน
"เฮอะ...นี่ไม่ใช่นางเด็กเลวที่มาแย่งเสบียงบ้านเราไปหรือ ว่าอย่างไร กินข้าวบ้านข้าอร่อยไหมนางตัวขาดทุน เอะ!! นั่นฟักทองนี่ ถือว่าเจ้ายังรู้ความเอามากตัญญูบ้านเรา"
"เฮ้อ...ไม่ได้ติดกระดูกมาเสียด้วย กู้เฉิงถ้าปากเจ้าว่างมากนักก็ยกหน้าแข้งตัวเองมาแทะไปพลางๆก่อนนะ"
"เจ้า...นางตัวขาดทุนกล้าดีอย่างไรมาต่อว่าข้าซึ่งเป็นอาของเจ้า"
กู้จื่อเว่ยเห็นชาวบ้านกำลังมาทางนี้นางจึงหยุดรอให้คนมากพอ โดยเฉพาะท่านย่าอู๋จอมโวยวาย ส่วนอีกคนไม่รู้ว่านางกำลังรอเวลา
"ท่านอาหรือ...ข้าจำได้ท่านพ่อข้ามีพี่ชายสองคน คนโตขี้เกียจสันหลังยาวและเป็นผีพนัน ส่วนอีกคนลุงรองของข้าขยันขันแข็ง ท่านอาหญิงของข้าออกเรือนแล้วนางแต่งงานไปอยู่หมู่บ้านเถาฮวา เจ้าโผล่มาจากกไหนกันจึงมานับญาติกับข้า ถ้าลูกนอกสมรสข้าไม่นับนะ"
ฮ่าๆๆๆ เสียงชาวบ้านหัวเราะ กู้เฉิงเดินเข้ามาใกล้เงื้อมือเพื่อจะตบกู้จื่อเว่ย หญิงสาววางตะกร้าลงแต่แสร้งล้มลงไปทันที แสดงท่าทางเหมือนถูกกู้เฉิงผลัก ทั้งที่เขายังไม่ทันถูกตัวนางก่อนจะร้องไห้ออกมา
"โอ๊ย...ข้าเจ็บจัง ท่านปู่ท่านย่าทุกท่าน ช่วยข้าด้วย ข้าถูกรังแกอีกแล้ว"
"หยุดมือนะไอ้คนนอกกล้าดีอย่างไรมาทำร้ายนางหนูเว่ยเว่ย"
"ใช่ๆๆ กู้เหว่ยเจ้าออกมาดูไอ้ลูกนอกคอกของเจ้ากับนางหลี่สิ กล้าทำร้ายกระทั่งเด็กผู้หญิง"
กู้เฉิงงเป็นไก่ตาแตกเขาลงมือตอนไหนนางล้มลงไปเองชัดๆ
"เจ้าอย่ามาเสแสร้ง ข้ายังไม่ได้ถูกตัวเจ้าเลยนะ"
"เจ้าถูก..ข้าเห็นเจ้าผลักนางไอ้คนนอก เว่ยเว่ยเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม"
เสียงแหลมเล็กราวกับเสียงสตรีดังมา เมื่อกู้จื่อเว่ยเห็นเข้าก็อมยิ้มนี่คือเจียงโม่เหวินหลานชายท่านย่าเจียง เป็นเด็กผู้ชายที่อรชรอ้อนแอ้นยิ่งนัก มีเพียงกู้จื่อเว่ยที่ยอมเล่นกับเขา เจียงโม่เหวินเดินมาพยุงสหายรักเอ่ยออกมาท่างกลางผู้คน
"นี่ทุกๆคนข้าเห็นว่าไอ้คนนอกหน้าขาวนี่ตีเว่ยเว่ยของข้า หึ"
เจียงโม่เหวินไม่เห็นหรอก แต่เขาบอกว่าไอ้หน้าขาวนั่นตีก็แปลว่าตีสิใครจะทำไม ก่อนจะมองค้อนกู้เฉิงและหันมาปัดเสื้อผ้าให้สหายรัก เอ่ยถามห่วงใย
"เสี่ยวยาโถวเจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่"
"ข้าเจ็บนิดหน่อยน่ะ เขาผลักข้าจนล้มเข้ากระแทก คนงามเจ้าดูสิ"
คนงามหรือ? เมื่อสหายเรียกตนเองว่าคนงาม เจียงโม่เหวินก็สูดลมหายใจ สะบัดผ้าเช็ดหน้าในมือยืนเท้าเอว ซึ่งขัดแย้งกับร่างบุรุษของเขายิ่งนักเอ่ยกับกู้เฉิง
"นี่ลูกนางคนแซ่หลี่ ถือดีอย่างไรมาทำเว่ยเว่ยของข้าฮะ เดี๋ยวแม่ตบเสียหรอก"
"เจ้า...ไอ้คนผิดเพศ อย่ามาปากดีที่นี่"
เมื่อกู้เฉิงด่าจี้จุด เจียงโม่เหวินมีหรือจะยอม สองเท้ากระทืบเร่าๆยกมือข้างที่ถือผ้าเช็ดหน้าชี้หน้ากู้เฉิงด่าทอจนชาวบ้านอ้าปากค้าง
"กรี๊ด..ไอ้ลูกชู้ กล้าใช้แซ่กู้ไม่สำเหนียกตัวเอง มารดาเจ้าลักลอบเป็นชู้กับตาแก่กู้นั่นจนมีลูกนอกคอกอย่างเจ้าออกมา ข้าจะไปร้องทางการให้เอาเจ้ากับแม่เจ้าถ่วงกรงหมู ตาแก่กู้นี่เจ้าจะออกมาหรือไม่ อย่าเป็นเต่าหดหัว ถ้าอยู่แล้วไร้ประโยชน์ไม่รีบไปตายเสีย"
เมื่อเด็กผู้ชายสูงเก้งก้างคนหนึ่งชี้หน้าด่านบุรุษเต็มวัยด้วยท่าทางสะบัดสะบิ้งกู้จื่อเว่ยถึงกับต้องกลั้นขำ แต่เอาน่าเจ้าเก้งน้อยตัวนี้ดูๆไปก็น่ารัก สาวทรานซ์โบราณนี่ถึงลูกถึงคนดีแฮะน่ารัก กู้จื่อเว่ยคิดในใจ แม้จะขำที่เพื่อนสาวทาแป้งจนหน้าขาว ไว้ถ้าเจียงโม่เหวินคิดเอาดีด้านนี้จริงๆจะสอนแต่งหน้าแบบโต่วอินให้เลย
กู้เฉิงเห็นว่าชาวบ้านเริ่มจะมุงกันมากขึ้นก็จะหนี แต่ท่านย่าอู๋ MVPของงานนี้เพิ่งจะเอ่ยขึ้น
"เพ้ย...นี่โม่เหวินเจ้าอย่าไปเรียกตาแก่นั่นเลย จะเอาอะไรไปสั่งสอนบุตรหลาน ตัวเองแก่จนจะลงโลงยังไม่รู้ถูกผิด"
"ใช่ท่านป้าอู๋พูดถูก เรื่องนี้ต้องปรึกษากับหัวหน้าหมู่บ้านแล้วคนแบบนี้อยู่ในหมู่บ้านเรา อนาคตบุตรหลานจะออกเรียน สอบขุนนางได้อย่างไร"
เมื่อชาวบ้านเริ่มถกเถียงพูดคุยหัน กู้เหว่ยจึงเดินออกมาเอามือไพล่หลังแสดงท่าทางงทรงภูมิเอ่ยเรียกบุตรชาย
"เฉิงเอ๋อร์เข้าบ้านเถอะ อย่าได้เปลืองน้ำลายกับคนชั้นต่ำเหล่านี้เลย"
"ขอรับท่านพ่อ ฝากไว้ก่อนเถอะนางตัวดี"
"เพ้ย เจ้าคนสูงส่งทำตัวเหมือนตนเองเป็นชนชั้นสูง เจ้าสามไม่อยู่แล้ว เจ้ารองก็ต้องไปอยู่บ้านเมียข้าอยากรู้นักที่ดินแปดสิบหมู่ของเจ้าจะมีใครลงมือไถหว่าน เหอะ"
กู้จื่อเว่ยใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงก่อนจะเอ่ย
"ข้า..ข้าต้องไปบ้านท่านปู่ใหญ่ก่อนนะเจ้าคะ พอดีข้าจะเอาตะกร้าไปคืนเผื่อท่านย่าใหญ่จะรีบใช้"
"ไปเถอะๆ สายแล้วจะได้รีบกลับบ้านเจ้าอยู่ไกลไม่น้อย"
ย่าอู๋เอ่ยกับนาง เจียงโม่เหวินเก็บฟักทองใส่ในตะกร้าให้สหายก่อนจะเอ่ย
"เว่ยเว่ยพวกเราไปเถอะ หึ ฝากไว้ก่อนเถอะไอพวกคนบ้านกู้ กล้าทำสหายข้าอีก แม่จะตบให้หน้าหันเลย"
สาวน้อยกับหนุ่มน้อยที่ออกสาวพากันเดินไปทางบ้านของกู้หวายอัน เมื่อมาถึงก็เอาตะกร้าคืนท่านย่าใหญ่และขอซื้อน้ำมันกลับมา เย็นนี้จะทอดดอกฟักทองชุบไข่และทอดปลาทำน้ำแกงปลา จำต้องซื้อมาเพื่อให้แม่กับน้องเห็น เวลาที่เอาขอตัวเองออกมาจะได้ไม่มีจุดให้น่าสงสัย
ทั้งสองคนเดินกลับมา ผ่านหน้าบ้านใหญ่ กู้จือเว่ยชูนิ้วกลางให้กู้เฉิงแต่ว่าเขาไม่รู้ความหมาย และนางก็ด่าไปหนึ่งที
"ไอ้หน้าปลาชนสันเขื่อน"
ส่วนเจียงโม่เหวินเท้าเอวสองข้างแล้วสะบัดหน้าพรืดเอ่ยเสียงดังให้คนด้านใน
"ไอ้อัปลักษณ์ หึ"
จากนั้นก็เดินบิดไปมาพากันกลับไปท้ายหมู่บ้าน กู้จื่อเว่ยบอกว่าวันนี้จะเก็บกิ่งไม้มามัดทำฟืนขายและจะแบ่งให้บ้านเจียงด้วย เจียงโม่เหวินจึงขันอาสามาช่วย หลักๆคือมาคุยเล่นเพราะเขามีเพื่อนจริงใจแค่คนเดียวคือนาง
กู้หลินชี้หน้ากู้จื่อเว่ยเมื่อถูกนางตอกกลับ นางหลี่ตรงเข้ามาหมายจะตบนางแต่ยังไม่ทันลงมือก็มีเสียงเรียกมาจากนอกรั้ว"ที่นี่ใช่บ้านของแม่นางกู้หรือไม่ ข้ามาหากู้หลินมีคนบอกว่าเขาอยู่ที่นี่"เมื่อหันไปตามเสียงก็เห็นเป็นเจ้าหน้าที่ กู้หลินรีบเข้าไปประจบก่อนจะเอ่ย"ใต้เท้าข้าคือกู้หลินขอรับ ไม่ทราบว่าท่านมาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือขอรับ หรือว่ามาจัดการกับนางเด็กนี่ที่อกตัญญู""ใช่ พวกข้ามาเรื่องคนอกตัญญูแต่ไม่ใช่แม่นางน้อยคนนั้น กู้หลินใช่ไหม มีคนฟ้องร้องเจ้าว่าให้ร้ายผู้มีพระคุณและอกตัญญู ตามข้าไปให้การกับใต้เท้าเสีย"ฟ้องร้องหรือ...ใครกันทำเรื่องนี้ ข้าบริสุทธิ์นะไม่เคยทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้น""คนที่ฟ้องร้องคือกู้หงคนที่เขียนคำร้องคืออาจารย์ใหญ่เจ้าของสำนักศึกษาของเจ้าเอง อย่าพูดมาก เด็กๆเอาตัวไป""ไอ้หยา กลั่นแกล้งกันแล้ว กู้หงกลั่นแกล้งหลานชาย ร่วมมือกับอาจารย์ฟ้องร้องหลินเอ๋อร์ของข้า นี่มันจะให้คนเขาอยู่ได้อย่างไร ทางการตัดสินไม่เป็นธรรม""ท่านยาย พูดจาอะไรให้ระวังสักหน่อย พวกเราทำตามหน้าที่ หากคนบ้านท่านไม่ผิดใต้เท้าเราย่อมให้ความเป็นธรรม แทนที่จะมาร้องไห้โว
วันรุ่งขึ้นยามเฉินกู้จื่อเว่ยทำอาหารเช้าหลายอย่างรวมถึงทำอาหารห่อให้ทั้งหมดไปกินระหว่างทาง เนื่องจากมีเสบียงหลายคันรถจินอี้จึงเกณฑ์เอาทหารประจำการที่แข็งแรงไปเป็นทหารชายแดนอีกหนึ่งร้อยคนและจ่ายค่าตอบแทนให้ครอบครัวละยี่สิบตำลึง ชายหนุ่มที่เดินทางไปจะไม่มีการส่งเบี้ยหวัดกลับมาอีกเพราะจ่ายให้แล้วทั้งปี หลงเฮ่าเฉินที่กำลังกินมื้อเช้าเงยหน้าแล้วเอ่ยกับกู้จื่อเว่ย"พี่จะไปแล้ว อย่าลืมเขียนจดหมายหาพี่ด้วยนะ""เจ้าค่ะ ท่านเองก็อย่าลืมให้ท่านพ่อเขียนจดหมายมาบ้าง ข้าให้เวลาเขาอีกครึ่งปี หากเขาไม่เขียบนมาหาข้าก็ไม่ติดที่จะหาบิดาคนใหม่ ท่านแม่ยังสาวยังสวยหนุ่มๆต่อแถวไม่ไหวด้วยซ้ำ"ทุกคนหัวเราะกับวาจาโผงผางของนาง กู้หวายอันเอ่ยติดตลก"ไอ้หยา เว่ยเว่ยของปู่จะทำเช่นนั้นไม่ได้นะ ไม่กลัวท่านย่าเจ้าลุกจากหลุมมาตีก้นหรือ""ไม่กลัวเจ้าค่ะ ถ้าท่านย่าลุกมาจริงคนแรกที่จะถูกท่านย่าเอาไม้ฟาดหัวน่าจะเป็นท่านปู่ของข้านะฮ่าๆๆๆ"ฮ่าๆๆๆๆ เสียงหัวเราดังลั่น เมื่อมื้อเช้าเรียบร้อยทุกคนก็เตรียมตัวไปรับเอาเกวียนเสบียงที่จอดไว้ที่ในตำบล หลงเฮ่าเทียนยิ้มก่อนจะเดินมาหา มือแข็งแกร่งจับปอยผมนางท
ในตำบลร่างสูงใหญ่หัวไหล่กว้างจากการทำงานหนักมาตลอดเวลาบัดนี้นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนไหล่สั่น ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยผ้าฝ้ายเนื้อดีเดินเข้ามาทักทาย"เจ้าหนุ่มคนนี้เหตุใดถึงมานั่งร้องไห้อยู่เล่า น้ำตาลูกผู้ชายมีค่าดั่งทองเจ้าจะอ่อนแอนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน"กู้หงเงยหน้ามองดูชายที่เอ่ยกับเขาจากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"ท่านลุงท่านนี้ ชีวิตข้าไม่เคยเสียน้ำตาให้กับสิ่งใด แต่กับมารดาที่จากไปแล้วกลับถูกคนที่นางเลี้ยงมากับมือใส่ร้าย ข้าที่เป็นบุตรชายของนางนั้นเสียใจแทนนางจนไม่อาจห้ามน้ำตาได้จริงๆ"("เว่ยเว่ย..ไอ้ที่เจ้าให้มาทาตานี้มันได้ผลเกินไปไหม เล่นละครจบแล้วข้าจะหยุดร้องไห้ได้หรือไม่กันเล่า") กู้จื่อเว่ยหยิบเอาบาล์มแก้ปวดใส่กระปุกมาให้เขาป้ายตาหากร้องไห้ไม่ออก ส่วนกู้หงเมื่อเอ่ยออกมาจนหมดชายชราก็ถอนหายใจเอ่ยถามเขาเช่นกัน"เจ้าหนุ่ม หากเจ้าไม่รังเกียจจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ เผื่อข้าจะช่วยอะไรเจ้าได้"กู้หงหยิบกระดาษออกมาก่อนจะมองอย่างเหม่อลอยเอ่ยเบาๆ "นี่คือหนังสือสมรสที่ทางการรับรอง และยังมีหนังสือผ่านทางที่เก็บเ
กู้จื่อเว่ยหันมายิ้มให้หลงเฮ่าเทียน นางมีวิธีจัดการคนเหล่านั้นเพียงแต่ต่อหน้าคู่หมั้นและแม่ทัพจินนางย่อมต้องเรียบร้อย พวกเขาจะได้เชื่อใจและดูแลบิดานางให้ เรื่องนี้ต้องให้ลุงรองช่วยจึงเอ่ยกับหลงเฮ่าเทียน"พี่หลง พอดีข้ามีบางเรื่องต้องไปจัดการ ข้าจะไปหาลุงรองหากไปช้าจะมืดเสียก่อนเจ้าค่ะ""พี่ขี่ม้าไปกับเจ้าก็แล้วกัน เราสองคนหมั้นหมายกันแล้วไม่มีอะไรไม่สมควรหรอก""โอ่ว...เช่นนั้นก็ได้"กู้จื่อเว่ยไปขออนุญาตมารดาเพื่อไปหาลุงรองของนาง หลงเฮ่าเทียนพานางขึ้นม้าก่อนจะเหวี่ยงขาตามขึ้นมาคร่อมตัวนางที่อยู่ด้านหน้าจากนั้นก็พานางไปหมู่บ้านที่กู้หงอาศัยอยู่กับภรรยา ไม่นานก็มาถึงหมู่บ้าน ทันทีที่ชาวบ้านเห็นม้าสีดำตัวใหญ่ต่างก็พูดคุยกัน"นั่นม้าตัวใหญ่ยิ่งนัก ราคาตัวหนึ่งไม่ต่ำกว่าห้าพันตำลึงเชียวนะ""นั่นน่ะสิ.....บ้านใครกันร่ำรวยขนาดนี้"ชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาถามหลงเฮ่าเทียนที่บังคับม้าเดินเข้ามา"เอ่อ...นายท่านมิทราบว่ามาหาผู้ใดหรือขอรับ"หลงเฮ่าเทียนเอ่ยกับกู้จื่อเว่ย"เว่ยเว่ยเจ้าไม่เคยมาหาลุงรองที่นี่หรือจึงไม่รู้จักบ้าน""ไม่เคยเจ้าค่ะ ตาแก่ยายแก่เอ๊ย ท่านปู่กับแม่เฒ่าหลี่วันๆ
วันรุ่งขึ้นหลงเฮ่าเทียนพาคนมาสร้างโรงเรือนให้กับนาง เป็นทหารของทางอำเภอทั้งหมด โรงเรือนกว้างสองจั้งยามสามจั้งจึงเสร็จภายในสองวัน กู้จื่อเว่ยจ่ายค่าแรงและยังมอบเสบียงให้อีกด้วย แม้ว่ามารดากับเจียงโม่เหวินจะงงที่นางสร้างโรงเรือนทับต้นหญ้า ทำไมนางไม่ถามหญ้าก่อนสร้าง หลงเฮ่าเทียนเดินมาหานางแล้วบอกว่าเข้าไปดูด้านในหรือไม่ว่าถูกใจหรือเปล่า"ไปดูข้างในกัน หากเจ้าจะถางหญ้าพวกพี่จะถางให้รับรองความลับไม่รั่วไหลแน่""อืม..ก็ดีเจ้าค่ะ"สองคนเข้ามาด้านใน ด้านในปักคบเพลิงแค่อันเดียวเท่านั้น แสงสว่างสลัวๆ กู้จื่อเว่ยเดินจูงมือชายหนุ่มสำรวจก่อนจะนั่งยองๆแล้วดึงหญ้าที่ปิดปากบ่อน้ำพุร้อนออก นางเอ่ยกับเขา"พี่หลงท่านดูสิ นี่คือน้ำพุร้อน หากข้าสามารถขุดขยายได้ตรงนี้ก็สามารถสร้างเรือนปลูกผักหน้าหนาวได้ หรือไม่ก็เอาไว้ให้ท่านแม่แช่เพื่อรักษาร่างกาย"หลงเฮ่าเทียนมองไปยังอีกสองจุดที่มีควันลอยกรุ่นขึ้นมาเช่นกันเมื่อนางเดินไปถอนหญ้าที่ปากบ่อออก ร่างเล็กจุ่มมือลงไปล้างก่อนจะวักน้ำสาดใส่เขาแล้วหัวเราะ หลงเฮ่าเทียนลุกขึ้นมาก่อนจะรวบเอวบางรั้งมาหา เขาโน้มใบหน้าลงมาสบตากับนางใบหน้าหวา
หลงเฮ่าเทียนมาหานางในตอนเย็นเพื่อพูดคุย เมื่อมาถึงก็เห็นเสบียงมากมายกองรวมกัน มีผ้าใบคลุมเอาไว้เขาจึงเอ่ยถาม"มากมายเพียงนี้น่าจะสามคันรถเชียวนะ""พี่หลงของท่านพ่อข้าหนึ่งคันรถ อีกสองคันรถให้พวกท่านกับทหารในค่าย""เว่ยเว่ย...เจ้ายอมจ่ายถึงสองร้อยตำลึงเพื่อจ้างคนมาเลื่อยต้นไม้เหล่านั้นไม่สิ้นเปลืองไปหน่อยหรือ หากเจ้าอยากได้แผ่นไม้ก็ไปหาซื่อเอาที่โรงเลื่อยก็ได้นี่นา"กู้จื่อเว่ยส่งขนมดอกท้อที่มารดาทำให้เขา ปกติหลงเฮ่าเทียนไม่ชอบขนมหวานแต่นี่เป็นขนมที่นางให้เขาจึงรับมากัดกินอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่ามันจะหมดเร็ว กู้จื่อเว่ยตอบคำถามของเรื่องต้นไม้"หลายปีก่อนมีพายุลูกใหญ่และฝนตกติดกันหลายวัน ต้นไม้หักโค่นไหลลงมาจากบนเขา บางต้นที่อยู่ริมฝั่งก็ถูกลมพายุพัดหักเช่นกัน ก้อนหินที่กระจายเต็มที่ดินของข้านั้นก็เพราะถูกน้ำซัดขึ้นมา ต้นไม้ต้นเล็กๆที่ชาวบ้านพอจะเลื่อยไหวก็มีคนตัดไปหมดแล้ว ส่วนต้นใหญ่ๆพวกเขาเอาไปไม่ไหว พี่ไม่สังเกตหรือว่าบ้านข้าเวลาที่ในตก น้ำในลำธารมันเอ่อล้นขึ้นมาจนเกือบถึงหน้าบ้าน เพราะต้นไม้เหล่านี้มันขวางทางน้ำอยู่ ทำให้ไหลไปแม่น้ำด้านล่างไม่ได้"หลงเฮ่าเทียนเพ
เสียงด่าทอเซ็งแซ่รอบตัวทำเอาศีรษะของคนที่นอนอยู่แทบระเบิดที่แท้ กู้จื่อเว่ยฟื้นตั้งนานแล้ว เธอแสร้งหลับเพื่อประมวลผลความทรงจำอันสับสนกระจัดกระจาย วิญญาณเด็กสาวโชกเลือดที่เธอเห็นในออฟฟิศแท้จริงแล้วก็คือเจ้าของร่างนี้ที่ถูกป้าสะใภ้ผลักศีรษะกระแทกก้อนหินจนตายคาที่ ส่วนบุรุษที่ออกหน้าปกป้องเธออยู
กู้จื่อเว่ย มุ่งมั่นทำงานล่วงเวลาเพื่อคว้าตำแหน่งผู้จัดการภาคมาครองให้ได้ ช่วงนี้เธอต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพราะคู่แข่งในแผนกก็ฝีมือเก่งกาจไม่ใช่น้อย วันนี้ใน ออฟฟิศ เหลือเพียงเธอคนเดียวเนื่องจากเพื่อนร่วมงานกลับกันหมดแล้ว ร่างบางรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างเร่งรีบ พรุ่งนี้ก็จะเป็นงานเลี้ยงบริษัทฉลองยอ
จากนั้นก็เดินกลับบ้าน ทางด้านเด็กน้อยกู้จื่อหยางก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บเศษไม้เอามาทำฟืนไว้ได้เยอะพอสมควร เขาหันขวับมามองหาพี่สาว พอดีกับที่นางเดินยิ้มกว้างมาให้น้องชาย ก่อนที่จะชูเป็ดป่าในมือให้ดู กู้จื่อหยางรีบวิ่งมาหาพี่สาวทันที เด้กน้อยตื่นเต้นนั่นมันเนื้อเชียวนะ พวกเขาจะได้กินเนื้อกั
เงินที่มาจากการที่บังคับฟางอี้เฉียวให้กลับไปเอาเงินจากบ้านเดิมมาอุดหนุนก็จะหายไป แถมสตรีที่ตนเองมองว่าอัปลักษณ์กลับได้กินเนื้อทุกมื้อ ที่สำคัญสิวบนใบหน้าฟางอี้เฉียวนั้นกู้จื่อเว่ยคนนี้มีทางรักษาให้หายอีกด้วย สุดท้ายหากหญิงงามหลุดมือกู้หลินจะทำเช่นไร กล้าลงมือกับสือเหยียนหรือเปล่าขนาดหมีเขาย







