Masuk85 1-2
ตอนที่ 168 สอนผมต่อ ขอแบบละเอียด
หนึ่งคมสายตาเหลือบแล เฉินเฉวียนเย่จ้องมองหลินจิงซูที่กำลังเกลี่ยตัวหมากไพ่นกกระจอกยัดใส่หลุมตรงกลาง เอียงหน้าเอ่ยถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย
“สาวน้อย คู่ขาที่พามาเล่นด้วยนี้ ทั้งชีวิตคงไม่เคยแตะไพ่นกกระจอกเลยสิท่า?”
จู้หยานที่กำลังปั้นสีหน้าเบื่อหน่าย พบเห็นภาพฉากนี้เข้า ก็รีบเผยแววจริงจังมากขึ้นกว่าเดิม
เห็นชายคนนั้นมีท่าทีสนอกสนใจในตัวหลินจิงซูตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว ไหนจะสายตาแบบนั้นที่จ้องมองมา? สิ่งนี้ทำให้จู้หยานรู้สึกเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก
ทุกครั้งที่เห็นเฉินเฉวียนเย่ปริปากพูดอะไรกับเธอสักคำ มักจะเป็นจู้หยานที่แสดงทีท่าระมัดระวังตัวขึ้นฉับพลัน ทั้งยังกระตุกแขนดึงหลินจิงซูให้มาหลบอยู่ด้านหลังของตน
“จุ๊จุ๊…เจ้าหนุ่มนี่หึงแรงไม่ใช่เล่น”
เฉินเฉวียนเย่อดนึกขำไม่ได้ ระบายยิ้มครึ่งๆกลางๆพลางพูดออกไปว่า
“ทำไมต้องหวงขนาดนั้น? ฉันไม่เขมือบเธอหรอกน่า”
หลินจิงซูใช้ศอกสะกิดเรียกสติจู้หยานเบาๆ พร้อมกระซิบปลอบใจว่า
“นายไม่ต้องห่วงไปหรอก นี่ไม่ใช่วันแรกที่ฉันพบเจอกับเขา”
หากย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะดีไม่น้อย หลินจิงซูรู้สึกเสียดายอย่างมาก รู้อย่างนี้ เมื่อชาติที่แล้วเธอน่าจะถามเหลาหวางโถวถึงเรื่องน้องชายของเขาให้มากกว่านี้!
ยิ่งรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ โอกาสชนะของเธอก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น!
คำพูดสุดท้ายในครั้งนั้นที่เหล่าหวางโถวพูดถึงน้องชายตนเอง ดูเหมือนจะประมาณว่า เฉินเฉวียนเย่กำลังประสบปัญหาอะไรสักอย่างอยู่ แล้ววันหนึ่งก็ขาดการติดต่อไปเสียดื้อๆ เพราะรู้อย่างนั้น หลินจิงซูจึงไม่คิดที่จะถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องราวของชายที่ชื่อเฉินเฉวียนเย่เพิ่มเติมอีก
เออ จะว่าไปก็แปลกดีนะ ขาดการติดต่อในชาติที่แล้ว แต่กลับมาพบเจอกันในชาตินี้ซะงั้น!
บางที สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตา มันก็วิเศษเกินจินตนาการจริงๆ!
หลินจิงซูกำลังจะถอนตัวกลับไปนั่งที่ ตั้งใจจะหันไปสนทนาต่อกับเฉินเฉวียนเย่อีกสักสองสามคำ ทว่าวินาทีนั้น จู้หยานกลับบีบคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น พร้อมออกแรงยื้อกันเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า
“ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร จะไม่ให้ผมเป็นห่วงได้ยังไง?”
ได้ยินประโยคนี้เข้าไป ไม่เพียงแค่หลินจิงซูเท่านั้น กระทั่งเฉินเฉวียนเย่ที่นั่งข้างเคียงก็ยังตะลึงงันไปเช่นกัน
หลังจากความประหลาดใจสิ้นสุดลง เฉินเฉวียนเย่ก็ได้แต่ยิ้มเยาะ ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยกับตัวเอง พร้อมหันไปเหยียดเรียวนิ้วเกาใต้คางของเจ้าสาหร่ายอย่างประณีตเบามือ มันทั้งโกรธทั้งเพลิดเพลิน และร้องครวญครางเสียงดัง ‘เหมียวๆ’ ด้วยความหงุดหงิดระคนเคลิบเคลิ้ม สุดท้ายเมื่อปล่อยให้อีกฝ่ายเกาจนมันพอใจแล้ว จึงค่อยยกอุ้งเท้าตะปบใส่มือเฉินเฉวียนเย่เพื่อขับไล่
เฉินเฉวียนเย่ถึงกับหัวเราะคิกคัก พลางถอนนิ้วมือกลับไป และรำพึงรำพันขึ้นว่า
“เห็นตัวเล็กตัวน้อยแบบนี้ นิสัยดุใช้ได้เลยนะเรา”
แม้เนื้อความในประโยคคล้ายกำลังพูดถึงเจ้าสาหร่ายอย่างชัดเจน แต่ทว่าสายตาของเขากลับจับจ้องไปทางจู้หยาน ราวกับต้องการสื่อสารอะไรบางอย่าง
ใบหน้าเย็นชาประหนึ่งเคลือบด้วยน้ำแข็งของจู้หยานเคร่งขรึม เขาเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับถามออกไปว่า
“มันยังดุได้มากกว่านี้อีกนะครับ คุณอยากจะลองรึเปล่าล่ะ? อ่อ…แต่ลืมไป ผมคงไม่อนุญาตให้เจ้าสาหร่ายกัดคุณเหมือนกัน”
“โอ๊ะ ทำไมล่ะ?” เฉินเฉวียนเย่ร้องถามด้วยความสงสัย
“เพราะผมกลัวว่าเจ้าสาหร่ายอาจจะติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจากคุณมาน่ะสิครับ อย่าให้แมวของผมต้องซวยเพราะคุณเลย”
“แฟร่!”
ทันใดนั้น จู่ๆเจ้าสาหร่ายก็ร้องคำรามขู่ออกมา ราวกับเข้าใจในสิ่งที่เจ้านายของมันพูด
ได้ยินทั้งคู่ต่อบทสนทนากัน ทำเอาหลินจิงซูถึงกับปวดหัวขึ้นทันที คิดไม่ถึงว่าจู้หยานจะจริงจังมากถึงเพียงนี้ ส่วนเฉินเฉวียนเย่ก็เอาแต่ยั่วโมโหเขาอยู่ได้
ครั้งนี้เฉินเฉวียนเย่ถูกจู้หยานด่าใส่หน้า แต่ทว่าสีหน้าท่าทางของเขากลับยังคงเรียบนิ่ง คลื่นอารมณ์สงบราบเรียบปราศจากการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ตั้งแต่ต้นจวบจนถึงตอนนี้ หลินจิงซูเฝ้าคอยลอบสังเกตการณ์อยู่เงียบๆมาโดยตลอด มาถึงตอนนี้ เธอสามารถยืนยันได้อย่างหนึ่งว่า ระดับความเก่งกาจของเฉินเฉวียนเย่คนนี้เข้าขั้นฉกาจทีเดียว และเป็นอย่างที่เหลาหวางโถวพูดไว้ไม่มีผิดจริงๆ
จุดแข็งที่สุดของเหล่าโคตรเซียนไม่ใช่เพียงแค่วิชาโกงไพ่อันเหนือชั้น แต่มันคือทักษะการวางตัวและควบคุมอารมณ์ในระดับขั้นปรมาจารย์ ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร พวกเขาจะไม่มีทางแสดงออกผ่านสีหน้าอย่างเด็ดขาด
การจะมองผ่านอ่านความคิดของคนเหล่านี้ได้ออก พูดได้เลยว่ายากยิ่งกว่ายาก!
สีหน้าอารมณ์ตามจังหวะสถานการณ์ต่างๆของศัตรู คือข้อมูลชั้นเยี่ยมที่ใช้พลิกสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ชัยชนะ ตรงกันข้าม หากมองหน้าคาดเดาความรู้สึกของอีกฝ่ายไม่ออก ความยากในการเล่นก็จะยิ่งเพิ่มพูนเป็นเท่าทวี!
“คุณสอนผมต่อเถอะ ขอแบบละเอียด”
โดยไม่คาดคิด จู่ๆจู้หยานก็เปล่งเสียงดังออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ดึงสติความสนใจของหลินจิงซูกลับมา
“เอ่อ…รู้แล้ว”
หลินจิงซูเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเฉินเฉวียนเย่พร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ถ้าอย่างนั้น หนูขอเวลาสอนเขาเล่นไพ่นกกระจอกก่อนได้มั้ยคะ? ถ้าจะให้คนไม่เคยเล่นลงสนามเลยในทันที ก็คงจะเป็นการรังแกกันเกินไป หนูพูดถูกมั้ยคะ?”
เฉินเฉวียนเย่ยักไหล่ตอบอย่างคนไม่คิดอะไรมาก
“ตามสบายเลยแม่สาวน้อย”
ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่หลินจิงซูสอนให้ล้วนแล้วแต่เป็นกฎและลีลาการเล่นไพ่นกกระจอกเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ขอพูดถึงวิชาการโกงหรือเล่นตุกติกใดๆ
จู้หยานก้มหน้าก้มตาศึกษาอย่างเอาจริงเอาจังมาก
แลเห็นสีหน้าท่าทางมุ่งมั่นขั้นสุดของอีกฝ่าย หลินจิงซูถึงกับยิ้มและถามไปว่า
“ท่าทางนายจะชอบมันนะ?”
“สิ่งนี้น่าสนใจมากเลยทีเดียว”
จู้หยานขานตอบเพียงสั้นๆ ขณะที่สองมือยังคงขวักไขว่ทดลองเรียงไพ่กระจอกบนโต๊ะอย่างกระตือรือร้น
“กลยุทธ์การเดินเกม มีรายละเอียดค่อนข้างยิบย่อยเหมือนกับโกะ”
โถงใหญ่ในบ่อนไพ่นกกระจอกแห่งนี้ มีเพียงหลินจิงซู, จู้หยาน, เฉินเฉวียนเย่และสาวสวยที่ชื่อโม่หลี่เท่านั้น ที่นั่งประจำสี่ทิศ เตรียมตัวเริ่มเล่นไพ่นกกระจอก ส่วนคนที่เหลือทั้งหมดล้วนเป็นผู้ชมรอบสนาม ส่งเสียงพูดคุยสร้างบรรยากาศครึกครื้นอยู่รอบๆโต๊ะ
ก่อนเริ่มในตาแรก ความจริงหลินจิงซูรู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อย กระทั่งเริ่มเรียงไพ่นกกระจอกบนมือ กลายเป็นว่าอารมณ์ของเธอตอนนี้กลับสงบเยือกเย็นกว่าปกติ
จู้หยานนั่งในทิศตรงข้ามกับเธอ สงบนิ่งปราศจากอาการตื่นตระหนกใดๆ มือข้างหนึ่งกำลังเรียงไพ่นกกระจอกที่หยิบคว้ามาอย่างช่ำชอง ส่วนอีกข้างก็ลูบไล้หัวแมวที่อยู่บนตักอย่างสบายใจ ใครที่ไม่รู้เรื่องราวก่อนหน้านี้ ล้วนต้องพูดเป็นเสียงเดียวว่า ไอ้หนุ่มนี่ต้องมือเก๋าแน่นอน!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







