LOGIN95 1-2
ตอนที่ 188 ผลลัพธ์และความเสียใจ
ป้าฮวงยกศอกสะกิดแขนอู๋ซิ่วเหลียน เร่งเร้าพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า
“คราวนี้โชคใหญ่หล่นทับเธอเต็มๆแล้วนะ! คุณชายจากเมืองหลวงคนนี้ดูท่าจะเป็นนักธุรกิจร่ำรวยเชียวล่ะ!”
แม้ใจหนึ่งอู๋ซิ่วเหลียนจะแอบเคลิ้มตามไปแล้ว แต่อีกใจก็ต้องตั้งสติระวังตัวไว้เช่นกัน
“แล้วผู้ชายคนนั้นมารู้จักฉันตั้งแต่ตอนไหน? แล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นนักธุรกิจจากเมืองหลวง?”
ป้าฮวงเร่งอธิบายให้ฟังต่อทันที
“เมื่อวานพวกเราสองคนได้พบเจอกันเข้าโดยบังเอิญน่ะสิ ก็เลยได้มีโอกาสพูดคุยกันเรื่องทั่วๆไป คุยเพลินไปหน่อยก็เลยลากยาวไปถึงเรื่องครอบครัวของเธอเข้า แค่ฉันบอกว่าเธอเคยได้ชื่อว่าเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของหมู่บ้าน พออีกฝ่ายได้ยินเข้า ก็เริ่มมีท่าทีแปลกไปทันที เริ่มถามถึงประวัติชีวิตที่ผ่านมาของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรไปมากมายหรอกนะ บอกไปแค่พอหอมปากหอมคอเท่านั้นล่ะ! แล้วตอนจะกลับ ฉันก็เห็นเขาเดินขึ้นรถคันยาวๆสีดำแบบพวกมหาเศรษฐีในทีวีด้วยนะ! แถมวันนี้ก็ยังเอาผ้าพันคอจากฝรั่งเศสมาฝากเธออีก ถ้ายังไม่เชื่อว่ารวยจริง ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วล่ะ!”
อู๋ซิ่วเหลียนครวญเสียงเย็นเบาๆอยู่ในลำคอ พร้อมกวาดสายตาขึ้นลงสำรวจจับผิดป้าฮวงไปด้วย ปากก็ถามต่อย่างไม่สู้จะไว้ใจนัก
“ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าไม่อยากจะเชื่อเลย? ส่วนผ้าพันคอนั่นจะหาซื้อจากที่ไหนมาอ้างก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”
ระหว่างพูด เธอก็เปิดถุงสำรวจดูลวกๆอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก
อู๋ซิ่วเหลียนรู้จักนิสัยสันดานของป้าฮวงดี และยังไม่เคยลืมวีรกรรมที่มนุษย์ป้ากลุ่มนี้ได้เคยร่วมมือกับหลินจิงซูมากลั่นแกล้งเธอ! แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว พูดไปก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา
ตัดเข้าเรื่องปัจจุบันตรงหน้า ป้าฮวงเป็นพวกชอบเรื่องผลประโยชน์เป็นที่สุด พูดง่ายๆก็คือ ถ้าเรื่องไหนที่ตัวเองไม่ได้รับผลประโยชน์แล้วล่ะก็ น้ำหน้าอย่างเธอไม่มีวันเคลื่อนไหวทำอะไรง่ายๆแน่
นั่นหมายความว่า เรื่องที่เธอพูดมาอาจจะเป็นความจริงก็ได้?
หรือทั้งหมดอาจเป็นแผนการของนังเด็กนรกหลินจิงซูก็ได้ไม่ใช่เหรอ?
ในห้วงความคิดของอู๋ซิ่วเหลียนเวลานี้ ทุกอย่างหมุนติ้วจนรู้สึกสับสนไปหมด แต่ทว่าความปรารถนาบางอย่างภายในใจก็พลันผุดขึ้นมาเช่นกัน
“ฉันขอแค่อย่างเดียวเลยนะซิ่วเหลียน ถ้าได้ไปมีชีวิตที่สุขสบายกับคุณชายนักธุรกิจคนนั้นแล้ว แค่อย่าลืมกันก็พอ! ในฐานะที่เคยเป็นเพื่อนบ้านกัน วันข้างหน้าถ้าครอบครัวของฉันเดือดร้อนขึ้นมา ก็เหลียวแลกันบ้างล่ะ!”
ในเวลาเดียวกันนั้น เสียงร้องตะโกนของย่าอู๋ก็แผดดังแทรกขึ้นมาจากในบ้าน
“ซิ่วเหลียน! ขอน้ำให้ฉันสักแก้ว!”
อู๋ซิ่วเหลียนตกใจตื่นจากภวังค์ รีบตัดบทสนทนากับป้าฮวงโดยจบแต่เพียงนี้
“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว ฉันก็แค่แม่ม่ายคนหนึ่งเท่านั้น ผู้ชายที่ไหนอยากจะได้!”
ขณะที่กำลังผลักไสป้าฮวงให้พ้นหน้า อีกฝ่ายก็ไม่ลืมที่จะตบถุงผ้าพันคอส่งสัญญาณให้เป็นนัยแฝงเล็กๆ แล้วรีบชิงหมุนตัวเดินออกจากบ้านตระกูลหลินไป
อู๋ซิ่วเหลียนยืนรอจนกระทั่งป้าฮวงเดินออกไปพ้นระยะสายตาแล้ว เธอจึงค่อยย้อนกลับมาให้ความสนใจกับผ้าพันคอที่อยู่ในถุงอีกครั้ง คราวนี้เธอค่อยๆหยิบมันขึ้นมาสำรวจดูอย่างละเอียด ปรากฏว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีส้มขลิบน้ำตาล ที่บ่งบอกว่าได้รับการบรรจุภัณฑ์มาเป็นอย่างดี
ทันทีที่เปิดกล่องใบหรูออกดู ดวงตาทั้งคู่ของอู๋ซิ่วเหลียนก็เป็นประกายแวววาวขึ้นทันที!
สาบานได้เลยว่าทั้งชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยพบเห็นผ้าพันคอไหมผืนไหน ที่ถักทอได้อย่างประณีตและสวยงามแบบนี้มาก่อนจริงๆ! มองแค่ปราดเดียวก็สามารถแยกออกได้ทันทีว่า ของชิ้นนี้ดูแตกต่างจากสินค้าระดับรากหญ้าที่ขายกันในท้องตลาดอย่างสิ้นเชิง!
ทั้งลวดลาย ทั้งกล่องที่ใส่ ทั้งโลโก้…นี่ไม่ใช่ของแบรนด์เนมสุดหรูจากประเทศฝรั่งเศสหรอกเหรอ?!
อู๋ซิ่วเหลียนชอบเดินผ่านร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อหาโอกาสดูทีวี และเคยเห็นโลโก้ของแบรนด์นี้ปรากฏอยู่ในละครดังมากมาย!
หรือเป็นไปได้มั้ยว่า…สิ่งที่ป้าฮวงบอกมาทั้งหมดจะเป็นความจริง? มีคุณชายนักธุรกิจจากเมืองหลวงแอบหลงรักเธอเข้าให้แล้ว?!
อู๋ซิ่วเหลียนรีบยกสองมือปิดป้องใบหน้า ขบกัดริมฝีปากเผยรอยยิ้มหวานล้ำ แสดงอาการขวยเขินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าย่าอู๋กำลังนั่งเกียจคร้านอยู่บนเตียง รอให้เธอรินน้ำไปให้อยู่ รอยยิ้มกว่าครึ่งบนใบหน้าก็ได้อันตรธานหายวับไปในทันที
ฤดูหนาวมาเยือนแล้ว แต่วันๆนังแก่นี่ก็เอาแต่นอนคลุกตัวอยู่บนเตียง ทำตัวราวกับง่อยเปลี้ยเสียขา คอยงอมืองอเท้าร้องขอข้าวปลาอาหารเพียงอย่างเดียว ในอดีต คนที่รับหน้าที่เป็นขี้ข้าเลี้ยงดูนังแก่นี่ก็คือติงเสวี่ยเหม่ย แต่ทว่าตอนนี้ อีกฝ่ายก็หายหัวทิ้งกันไปแล้ว ภาระเวรกรรมทั้งหมดจึงได้ตกมาอยู่กับเธอแทน!
ยิ่งอยู่บ้านตระกูลหลินที่ไม่มีติงเสวี่ยเหม่ยนานขึ้น ความเกลียดชังภายในใจของอู๋ซิ่วเหลียนก็มีแต่จะเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ! เริ่มจากหลินชิงอี้ที่ปฏิเสธจะแต่งงานกับเธอชนิดหัวเด็ดตีนขาด โดยให้เหตุผลเพียงเพราะว่ากลัวชื่อเสียงในที่ทำงานของตนไม่ดี แต่ไปๆมาๆ ตอนนี้กลับอ้างว่าต้องการทำธุรกิจและหนีไปทำงานที่อื่น เพื่อหาเหตุให้ห่างไกลจากตัวเธอ พูดง่ายๆก็คือ ตอนนี้กว่าที่อู๋ซิ่วเหลียนจะได้พบเจอหน้าหลินชิงอี้สักครั้ง หากไม่ใช่วันตรุษจีน ก็ต้องเป็นวันหยุดยาวประจำปีเท่านั้น!
ในที่สุด อู๋ซิ่วเหลียนก็สามารถทำให้หลินชิงอี้และติงเสวี่ยเหม่ยหย่าขาดกันได้สำเร็จตามที่ต้องการ แต่เธอกลับคาดไม่ถึงเลยว่า บทสรุปทุกอย่างของชีวิตเธอจะต้องจบลงเช่นนี้!
หากรู้ว่าจะลงเอยแบบนี้ตั้งแต่แรก เธอคงจะออกมาใช้ชีวิตตามลำพังในฐานะแม่ม่ายกับลูกสาวเพียงแค่สองคนแล้ว!
แต่มานึกเสียใจตอนนี้…มันก็สายเกินไปแล้วจริงๆ
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







