Masuk101 2-2
ตอนที่ 201 ชวนลงทุนในธุรกิจ
ถูกกล่าวหาใส่ความขนาดนี้ กลุ่มคนที่เฉินเฉวียนเย่เชิญมาพลันร้องตะโกนสวนตอบทันที น้ำเสียงสีหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจเช่นกัน
“นังมนุษย์ป้า! นี่แกกำลังหมายความว่ายังไงห๊ะ? กล้าดีมากนะที่มากล่าวหาว่าลูกพี่ของเราเป็นพวกล่อลวงเด็ก? นี่แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”
“ถูกต้อง! ต่อให้ไม่รับเด็กคนนี้เป็นลูก ในอนาคต ลูกพี่ของเราก็ต้องมีลูกไว้สืบทายาทอยู่ดี! วันนี้เพิ่งจะจัดงานฉลองต้อนรับเป็นวันแรก กลับพูดถึงเรื่องสมบัติขึ้นมาซะแล้ว? นี่พวกแกไม่หน้าเงินเกินไปหน่อยรึไง?”
“ทำไม? ถ้าไม่มีเงินมาล่อก็คงไม่อยากรับลูกพี่เป็นพ่อสินะ? นี่พวกแกเห็นลูกพี่ของฉันเป็นตัวอะไรห๊ะ!?”
ใครๆต่างก็พากันรุมก่นด่าสาปแช่งสารพัด ทว่าป้าผางกลับไม่สะทกสะท้านเกรงกลัวแม้แต่น้อย! ตรงกันข้าม เธอเป็นสุดยอดมนุษย์ป้ามานานนับสิบปี ไม่มีใครเคยด่าเธอแล้วจากไปเฉยๆได้! เธอจะต้องได้ด่ามันกลับ!
ป้าผางเท้ามือข้างหนึ่งวางบนสะโพกอ้วนหนา อีกข้างที่ว่างอยู่ก็ยกขึ้นชี้หน้าด่ากราดใส่ทุกคนบนโต๊ะเสียงดังลั่น
“อะไรของพวกแกห๊ะ? ฉันผิดนักรึไงที่เป็นห่วงเด็กคนนี้? พ่อแท้ๆของเธอก็เสียผู้เสียคนไปแล้ว ครอบครัวที่มีอยู่ก็ใช่ว่าจะดีอะไร สารเลวกันทุกตัว! ชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนี้เกิดมาราวกับถูกคำสาป! เพราะฉะนั้น ฉันขอร้องเถอะนะ ขอแค่ใครสักคนที่รักเด็กคนนี้ด้วยใจจริง และดูแลเธอด้วยความรัก! ส่วนเรื่องสมบัติอะไรนั่น ฉันก็เห็นว่าเป็นแค่เครื่องยืนยันเท่านั้นเอง!”
เห็นสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี จางหลานจึงเตรียมลงสนามช่วยเหลือป้าผางอีกแรง เพราะเธอเองก็เป็นอีกหนึ่งคนเช่นกันที่รู้สึกว่หลินจิงซูกำลังถูกเอาเปรียบ
แรกเริ่มนั้น ความตั้งใจเดิมของเธอก็เพียงแค่ต้องการเข้าร่วมสังสรรค์ และแสดงความยินดีกับหลินจิงซูเท่านั้น แต่ใครจะไปรู้ว่า สถานการณ์ทุกอย่างจะดำเนินมาถึงจุดแตกหักเช่นนี้?
ในที่สุด เฉินเฉวียนจำต้องออกโรงเอง เขายกมือขึ้นตบโต๊ะพร้อมคำพูดเพียงสั้นๆว่า
“พอแล้ว! ช่วยเงียบกันหน่อยครับ!”
ระดับเสียงของเขาไม่ดังหรือเบามากจนเกินไป แต่ก็สามารถแสดงถึงบารมีอันยิ่งใหญ่ของตน และมากพอที่จะหยุดศึกระหว่างสองฝ่ายให้สงบลงได้
เมื่อบรรยากาศกลับสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง เฉินเฉวียนเย่จึงประกาศว่า
“วันนี้ถือเป็นวันมงคล ทุกคนในงานต่างก็เป็นแขกผู้มีเกียรติของผม ดังนั้น โปรดอย่ามีเรื่องทะเลาะกันเป็นดีที่สุด และเพื่อความสบายใจของทุกคน ในเมื่อผมออกปากยินดีเป็นพ่อทูนหัวของหลินจิงซูแล้ว ย่อมเป็นไปไม่ได้เช่นกันที่ผมจะไม่ยกทรัพย์สมบัติอะไรให้กับลูกคนนี้เลย”
ประกาศออกไปเช่นนั้นแล้ว เขาก็หันไปมองหน้าหลินจิงซูพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“สาวน้อย บอกมาได้เลยว่าต้องการร้านค้าแห่งไหนบนถนนไป๋ฮั่น? ฉัน เฉินเฉวียนเย่ ไม่เคยคิดตระหนี่กับลูกสาวตัวเองอยู่แล้ว!”
ทันทีที่หลินจิงซูได้ยินคำพูดประโยคนี้ เธอก็ถึงกับมือไม้อ่อนฮวบ ทำตะเกียบร่วงลงกับพื้นทันที
ตั้งแต่เกิดใหม่ในชาตินี้ ยังไม่เคยมีใครที่ใจดีกับเธอขนาดนี้มาก่อนเลย!
นี่หมายความว่า ผู้ชายคนนี้กำลังจะยกร้านค้าแห่งหนึ่งให้กับเธอ โดยที่เธอไม่ต้องเสียเงินแม้แต่หยวนเดียวงั้นเหรอ?!
แต่เมื่อไตร่ตรองอย่างรอบครอบแล้ว หลินจิงซูจึงได้ส่ายหน้าปฏิเสธในอึดใจต่อมา
“คุณพ่อเฉิน หนูขอบคุณมากสำหรับความเมตาที่มีให้หนู แต่ความหวังดีนี้หนูไม่สามารถรับไว้ได้จริงๆ เพราะรูปแบบธุรกิจบนถนนไป๋ฮั่นที่คุณกำลังดูแลอยู่ มันไม่ใช่ธุรกิจที่หนูให้ความสนใจเท่าไหร่ค่ะ”
ใช่ว่าเธอจะไม่ทราบ เหตุผลที่ถนนไป๋ฮั่นสายนี้สามารถทำเงินให้กับเฉินเฉวียนเย่ได้เป็นกอบเป็นกำนั้น ทั้งหมดเป็นเพราะผังการคมนาคมของประเทศที่ยังพัฒนาไม่เสร็จสิ้นดี จึงส่งผลให้ถนนสายนี้เป็นถนนเพียงสายเดียวที่เชื่อมต่อกับหลากหลายหมู่บ้านและตัวเมือง แต่ในอีกห้าปีข้างหน้า รัฐบาลจะออกแผนบูรณะสร้างทางหลวงใหม่ ส่งผลให้ถนนคนเดินสายนี้ได้รับความนิยมลดฮวบน้อยลงทันตาเห็น
ถนนไป๋ฮั่นแห่งนี้จะกลายมาเป็นถนนร้างที่ถูกลืมในอนาคต และเฉินเฉวียนเย่จะสูญเสียแหล่งรายได้หลักจำนวนมหาศาลไปจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
เท่าที่เธอจำได้ เฉินเฉวียนเย่นับเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง โฉนดที่ดินกว่าแปดในสิบส่วนบนถนนไป๋ฮั่น ล้วนแล้วแต่อยู่ในกำมือของเขาทั้งสิ้น พูดง่ายๆก็คือ ในอีกห้าปีข้างหน้า เฉินเฉวียนเย่จะกลายเป็นบุคคลล้มละลายอย่างแน่นอน
แต่ถึงอย่างไร หลินจิงซูก็จะไม่ยอมให้เขาดำดิ่งไปถึงจุดนั้นอย่างแน่นอน!
เพราะแบบนี้รึเปล่านะ? จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เหลาหวางโถวหาตัวเฉินเฉวียนเย่ไม่พบในชาติก่อนหน้า?
เมื่อใดที่เฉินเฉวียนเย่สูญเสียท่อน้ำเลี้ยงใหญ่จากธุรกิจบนถนนสายนี้ไป เขาย่อมต้องเสาะหาวิถีทางอื่นเพื่อชดเชย และยังมีวิธีใดที่จะสามารถทำเงินได้รวดเร็วไปกว่าการเล่นพนันอีกหรือ?
กฎเหล็กสำคัญของวิชาโกงไพ่ก็คือ ผู้ใช้ห้ามนำอารมณ์ความโลภเข้ามาปะปนโดยเด็ดขาด มิฉะนั้น ผลลัพธ์ที่จะตามมาก็คือ…ความหายนะ!
และในบรรดาโคตรเซียนร้อยทั้งร้อย ล้วนมีจุดจบที่ไม่สวยหรูเท่าไหร่นัก…
หลินจิงซูบอกความต้องการของตนให้เฉินเฉวียนเย่ฟังทันที
“หนูอยากจะย้ายไปในตัวเมืองผิงเฉิง เพื่อเริ่มต้นธุรกิจขายชานมไข่มุกกับแม่ค่ะ ก่อนหน้านี้ หนูกับแม่เองก็เคยเปิดเป็นร้านรถเข็นแถวบ้านมาก่อนแล้ว ซึ่งผลตอบรับนับว่าดีมากทีเดียว สามารถทำเงินได้มากหลายพันหยวนต่อเดือน มีหลักฐานทางบัญชีพร้อมสรรพ ถ้าสงสัย ก็สามารถขอตรวจสอบได้เลย ไหนๆตอนนี้ทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว หนูขอถามเลยก็แล้วกันว่า มีใครสนใจที่จะร่วมลงทุนในธุรกิจชานมไข่มุกของหนูบ้างมั้ยคะ?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







