Masuk106 2-2
ตอนที่ 211 ข่าวลือในโรงเรียน
ภายหลังก่อร่างสร้างตัวจนได้หม้อทองแดงใบแรก เขาก็เริ่มต่อยอดธุรกิจจนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆสร้างชื่อเสียงสั่งสมขึ้นมาบนถนนไป๋ฮั่นนี้
แม้รอบตัวของเฉินเฉวียนเย่จะรายล้อมไปด้วยผู้คนที่นับถือเขา แต่ตัวเขาเองก็ตระหนักดีว่า ผู้คนทั้งหมดล้วนเข้าหาด้วยผลประโยชน์ทั้งนั้น วันหนึ่งที่เขาสูญสิ้นอำนาจบารมีทั้งหมดลง พันธมิตรที่เคยจงรักภักดี อาจถึงคราวต้องหันดาบชักปืนยิงใส่กันแทนไม่วันใดก็วันหนึ่ง
เล่ามาถึงตรงนี้ มีหลายต่อหลายจังหวะที่เฉินเฉวียนเย่พยายามข่มกลั้นน้ำตาไว้แต่ก็ไม่อยู่ และแอบเช็ดน้ำตาเงียบๆคนเดียว อาจเพราะตัวเขาเองก็มีความอ่อนแอทางจิตแฝงเร้นเช่นกัน จึงไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกอันมากล้นได้ชั่วขณะหนึ่ง
แต่ถึงอย่างนั้น เฉินเฉวียนเย่ก็ไม่เคยคิดฝันว่า ในวันที่เขาต้องล้มลงจริงๆ จะมีใครบางคนคอยช่วยประคับประคองเขาด้วยใจจริง
พูดกันตามตรง ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นติงเสวี่ยเหม่ยนำซุปกระดูกหมูมาให้ เขาก็ซาบซึ้งจนแทบน้ำตาไหลพรากแล้ว
ภายหลังได้รับฟังเรื่องราวของเขา ติงเสวี่ยเหม่ยก็ระบายยิ้มให้อย่างอ่อนโยน พร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ถ้าชอบ เดี๋ยวฉันจะทำให้พี่กินทุกวันเลยดีมั้ย? แล้วที่พี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแบบนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะเด็กสองคนนั่น ฉันเองก็ควรจะมีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย”
ได้ยินเช่นนั้น หลินจิงซูและจู้หยานก็รีบยืนตัวตรง พร้อมกับโค้งศีรษะขานบอกเสียงดังอย่างพร้อมเพรียงกัน
“พ่อเฉิน ขอบคุณที่ช่วยค่ะ”
“ลุงเฉิน ของคุณที่ช่วยครับ”
หลินจิงซูแอบปรายหางตามองไปทางจู้หยานเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกสินะที่เขายอมเรียกอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำสุภาพแบบนี้? ที่ผ่านๆมา เอาแต่เรียกชื่อจริงของกันและกันห้วนๆ
นับตั้งแต่ที่เฉินเฉวียนเย่ได้เข้าพักฟื้นในโรงพยาบาล ติงเสวี่ยเหม่ยก็จะไปเฝ้าไข้ดูแลเขาอย่างใกล้ชิดทุกวัน เธอตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเข้าครัวทำอาหารให้อีกฝ่ายเป็นประจำไม่เคยขาด กระทั่งหลังจากที่หมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มใกล้ชิดสนิมสนมกันมากขึ้น บรรยากาศเป็นไปอย่างพี่ชายกับน้องสาวที่รักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอย่างดี
หลินจิงซูต้องหยุดเรียนไปหลายวันเนื่องจากเหตุการณ์ความวุ่นวายดังกล่าว จนกระทั่งวันนี้ที่ได้กลับเข้าเรียนอีกครั้ง เธอเดินสะพายกระเป๋าเป้เข้าไปในโรงเรียนตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติเลยก็คือ ทุกสายตารอบข้างที่จับจ้องมองมาที่ตัวเธอนั้น ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความรังเกียจขยะแขยง แต่หลินจิงซูกลับไม่รู้เลยว่า ระยะนี้ ได้มีข่าวลือเสียๆหายๆเกี่ยวกับตนเองแพร่กระจายไปทั่วโรงเรียนมากเพียงใดแล้ว
“ดูนั่นสิ ดูนั่น! ใช่เธอคนนั้นรึเปล่า? ที่มีข่าวว่าเป็นผู้หญิงขายบริการของเสี่ยแก่ๆน่ะ?! ดูเหมือนจะเป็นรุ่นพี่ของเราด้วยสิ! ต้องมั่นหน้าขนาดไหนถึงยังกล้ากลับมาเรียนอีก! ได้ยินว่าก่อนหน้านี้เธอเคยถูกพักการเรียนไปเพราะพฤติกรรมความสถุลของตัวเอง พอพ้นโทษกลับมา ก็เดินเชิดหน้าชูตา ช่างไร้ยางอายสิ้นดี! แค่ได้เห็นก็รู้สึกโสโครกแทนแล้ว! ทำลายบรรยากาศดีๆในโรงเรียนของพวกเราหมดเลย!”
“หน้าตาก็งั้นๆไม่เห็นจะสวยเลย! ไอ้พวกเสี่ยแก่ๆรวยๆมันเอาเธอลงได้ยังไง!”
“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะ เพราะวันนั้นฉันเห็นกับตาว่าไอ้เสี่ยนั่นขับรถสีดำใหม่เอี่ยมมารับเธอ! สงสัยจะเข้าโรงแรมกันต่อเลยล่ะมั้ง! ผู้หญิงบ้าอะไร สกปรกโสมมสิ้นดี! รู้สึกแย่จังที่ต้องหายใจร่วมกับคนแบบนี้!”
“ไม่เคยได้ยินที่เขาพูดกันรึไง? ลีลาเป็นต่อหน้าตาเป็นรอง! ฉันเคยฟังพวกผู้ใหญ่เล่ากันว่า เวลาขึ้นเตียงส่วนใหญ่ก็ปิดไฟกันทั้งนั้นล่ะ ไม่มีใครเขาสนเรื่องหน้าตาหรอก!”
ในวันนั้น ระหว่างที่หลินจิงซูกำลังนั่งเรียนอยู่ จู่ๆก็มีผู้ปกครองของเด็กคนอื่นๆราวสามถึงสี่คน รวมตัวกันบุกเข้ามาโวยวายด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงหน้าประตูห้องเรียน
“ใครกันที่ชื่อหลินจิงซู?! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
ถูกกลุ่มคนเหล่านี้บุกประชั้นชิดถึงหน้าประตู อาจารย์ผู้รับผิดชอบคาบเรียนก็ถึงกับสะดุ้งเฮือกตกใจใหญ่ รีบสอบถามความเป็นมาด้วยสีหน้างุนงงทันที
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ? มีปัญหาอะไรกับนักเรียนที่ชื่อหลินจิงซู?”
“มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ? เสนียดโรงเรียนชัดๆ หัดทำตัวเป็นโสเภณีขายตัวแลกเงินตั้งแต่ยังเด็ก! ถ้านักเรียนคนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างขึ้นมาจะทำยังไง!? ทำไมคนเป็นครูอย่างพวกคุณยังปล่อยให้เธอเดินลอยหน้าลอยตาอยู่ในโรงเรียนได้อีก? ไม่รู้สึกละอายใจกันบ้างรึไง!!”
ขณะที่เธอคนนั้นโวยวายออกมา พ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนอีกหลายคนที่กำลังหัวร้อนเป็นไฟ ต่างก็ทำท่าทางกระฟัดกระเฟียด สาดสายตาดุร้ายใส่ครูผู้สอนคนนั้น ราวกับต้องการจะฆ่าแกงกันให้ตายไปข้าง
“ลูกๆของฉันพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ หวังว่าจะสามารถสร้างชามข้าวเหล็ก มีการงานที่มั่นคงเป็นหลักเป็นแหล่งให้กับตัวเองในอนาคต! เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้พวกเขาต้องเสียคน เพียงเพราะเศษขยะน่าสมเพชชิ้นหนึ่งในโรงเรียนเด็ดขาด!”
คุณครูท่านนั้นเร่งเข้าห้ามระงับอารมณ์พุ่งพล่านของบรรดาผู้ปกครองทั้งหลาย พยายามเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาใจเย็นลง
“ทุกคนได้โปรดใจเย็นก่อนเถอะครับ หลินจิงซูของเราเป็นนักเรียนที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมทั้งในด้านบุคลิกภาพและผลการเรียน ไม่มีทางที่เธอจะเป็นคนแบบนั้นอย่างแน่นอน น่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน…”
“หุบปาก! ครูอย่างแกก็สักแต่จะคอยปกป้องนักเรียนไร้ศีลธรรม! กลัวเสียชื่อเสียงโรงเรียนมากนักใช่มั้ย? งั้นก็ดี! พวกเราจะได้รวมตัวกันแฉเรื่องนี้ให้โลกรู้กันไปเลย!!”
ในขณะเดียวกันนั้น หลินเสวี่ยที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่ที่โต๊ะเรียนของตัวเองมาโดยตลอด จู่ๆก็จงใจเปล่งเสียงดังขึ้น ตะโกนไปยังทิศทางที่หลินจิงซูนั่งอยู่
“หลินจิงซู เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไม่รู้จักสำนึกอีกเหรอ? การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้าแล้ว เลิกเป็นตัวถ่วงเกี่ยวแข้งเกี่ยวขาพวกเราทุกคนในชั้นเรียนได้แล้ว”
หลินจิงซูลุกขึ้นยืนทันที พร้อมกับสาดประกายตาเย็นยะเยือกหนาวเหน็บใส่หลินเสวี่ย ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“อยากจะรู้นักว่า ใครกันที่จงใจปล่อยข่าวลือไร้สาระพวกนี้ออกไป? ดูท่าคนๆนั้นคงจะต้องจงเกลียดจงชังฉันน่าดูสินะ?”
ได้ยินคำพูดเสียดสีประชดประชันจากปากหลินจิงซูเช่นนั้น ร่องรอยความตื่นตระหนกพลันโฉบแล่นทั่วใบหน้าของหลินเสวี่ยวูบหนึ่ง แต่ภายหลังไม่นาน เธอก็สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้อย่างรวดเร็ว
“หึ จะบอกว่าตัวเองถูกใส่ร้ายสินะ? กล้าทำอะไรเอาไว้ ก็หัดกล้ายอมรับเถอะนะ อย่าทำให้ตัวเองดูต่ำสถุลไปมากกว่านี้เลย!”
“แล้วทำไมฉันจะต้องยอมรับในเรื่องที่ไม่ได้ทำด้วยล่ะ?”
หลินจิงซูจ้องหน้าตอบหลินเสวี่ยอย่างไม่กลัวเกรง จงใจกระแทกเสียงหนักเน้นคำพูดขึ้นว่า
“แต่ช่างเถอะ แค่แจ้งตำรวจเดี๋ยวเรื่องทุกอย่างก็กระจ่างเองล่ะ ทันทีที่ตำรวจลงพื้นที่สืบหาความจริง ย่อมสามารถกระชากหน้ากากคนร้ายได้ไม่ยาก!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







