LOGIN107 1-2
ตอนที่ 212 รวมพลผู้ปกครอง
เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องราวบานปลายมากไปกว่านี้ อีกทั้งไม่ปล่อยให้การเรียนการสอนของนักเรียนคนอื่นๆต้องล่าช้าลง ครูประจำวิชาคาบนั้นจึงเร่งติดต่อครูใหญ่ และให้ผู้ปกครองเหล่านั้นไปเข้าพบ ทั้งสามฝ่ายประกอบไปด้วยครูใหญ่ บรรดาผู้ปกครองและหลินจิงซู ต่างก็นั่งประจันหน้ากันอย่างพร้อมเพรียงอยู่ในห้องปกครอง
ทันที่ครูใหญ่โผล่หน้าเข้ามาภายในห้อง ผู้ปกครองของนักเรียนเหล่านั้นก็รวมหัวกันรุมก่นด่าสาปส่งหลินจิงซู ชนิดที่ว่าชาตินี้จะไม่ขอเผาผีกันอีก และต้องการเรียกร้องให้ทางโรงเรียนขับไล่เธอออกไปให้พ้นจากสถานศึกษาแห่งนี้เสีย
ยังไม่ทันได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร ครูใหญ่ก็ถูกบรรดาผู้ปกครองจิกกัดก่นด่าสารพัด มีหรือที่เขาจะไม่อารมณ์เสียขุ่นเคือง? เขาขึ้นเสียงกระแทกสวนตอบทันที
“ทางโรงเรียนของเราจะดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด ถ้านักเรียนของเรามีพฤติกรรมส่อไปในทางผิดจารีตประเพณีจริง และถูกตัดสินว่าเป็นภัยต่อสถานศึกษาของเรา ผมซึ่งดำรงตำแหน่งฐานะครูใหญ่ย่อมไม่นิ่งนอนใจแน่ จะทำการลงโทษอย่างเด็ดขาด!”
มนุษย์ป้าร่างอ้วนคนหนึ่งชี้หน้าตะคอกใส่ครูใหญ่ ชักสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ยังจะต้องสอบสวนบ้าบออะไรอีก? รีบๆไล่นังโสเภณีตัวน้อยนี่ออกไปให้พ้นจากโรงเรียนได้แล้ว! ไม่อย่างนั้น พวกเราไม่ยอมแน่!!”
“ใช่แล้ว! ถ้ายังไม่รีบเฉดหัวนังนี่ออกไป ฉันจะเขียนรายงานร้องไปที่กระทรวงศึกษาเลย!”
“ถูกต้อง! พวกเราจะรวมตัวกันส่งเรื่องนี้ไปร้องเรียนคนที่ดูแลสถานศึกษาทั่วประเทศ! โรงเรียนของคุณเตรียมรอรับศึกหนักได้เลย!”
ครูใหญ่ท่านนั้นกวาดตามองไปทางบรรดาพ่อแม่ผู้โง่เขลาเหล่าทั้งหลายด้วยความสมเพช ยิ้มเยาะเสียดสีอย่างมีชั้นเชิง แต่กลับปราศจากน้ำเสียงคุกคามใดๆ
“เชิญเลยครับ นี่เป็นสิทธิ์ที่พวกคุณพึงกระทำได้ แต่ผมขอแจ้งไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่ชื่อเสียงของสถานศึกษาแห่งนี้ได้รับความเสียหาย คะแนนดัชนีชี้วัดคุณภาพของโรงเรียนโดยรวมก็จะลดลงด้วยเช่นกัน คงรู้ดีใช่มั้ยครับว่า นั่นหมายความว่ายังไง? โอกาสที่จะสอบติดมหาวิทยาลัยของพวกเด็กๆก็จะลดลงตามไปด้วย ถ้าอย่างนั้น ผมขอถามกลับบ้างนะครับ กรณีนี้ใครกันแน่ที่เป็นตัวปัญหาของโรงเรียนเรา?”
ทันทีที่บรรดาพ่อแม่เหล่านั้นได้ฟัง ใครที่ว่าฝีปากเก่งกล้าล้วนปิดปากเงียบสงัดเป็นเป่าสาก กระทั่งผ่านไปนานสองนาน จึงเพิ่งจะมีคนเปล่งเสียงพูดขึ้นว่า
“ก็ได้ พวกเราจะให้เวลาคุณ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเราจะยอมปล่อยหลินจิงซูไปเฉยๆ! ถ้าเธอเกิดสอบติดมหาวิทยาลัยที่ไหนสักแห่งขึ้นมา สิทธิ์ตรงนั้นคุณจะต้องทำให้เป็นโมฆะ! นี่ถือเป็นการลงโทษจากพวกเรา! คุณลองคิดดูสิคะ ถ้าขืนปล่อยให้เด็กใจแตกแบบนี้ไปเที่ยวล่อลวงนักศึกษาชายในมหาวิทยาลัยอีก และหากเรื่องแดงขึ้นมา นี่ไม่เท่ากับว่าโรงเรียนของเราต้องเสียหน้าครั้งใหญ่ไปด้วยเหรอ?”
“ถูกต้องที่สุด! เด็กที่มีพฤติกรรมไม่ดีอย่างเธอ ย่อมไม่สมควรได้รับโอกาสนี้!”
บรรดาผู้ปกครองที่มารวมตัวกันต่างพากันโวยวายลั่นอีกครั้ง จนก่อเกิดเป็นจลาจลเล็กๆภายในห้องปกครอง
อีกด้านหนึ่ง ท่ามกลางเสียงดังโวยวายไร้สาระ หลินจิงซูกลับนั่งไขว่ห้างอย่างสบายใจเฉิบ ไม่มีปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว อีกทั้งยังแสดงสีหน้าเมินเฉยไม่แยแสใส่ใจด้วย ราวกับว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลย
มีคุณพ่อผู้ปกครองท่านหนึ่งที่ดูจะไม่พอใจอย่างยิ่งต่อท่าทางจองหองของหลินจิงซู เพราะสายตาเดียวที่เธอมอบให้แก่พวกเขาทุกคนคือ ความสมเพชเวทนา
“มองอะไรของแกนังเด็กใจแตก?! น้ำหน้าอย่างแกไม่สมควรได้เรียนต่อหรอก! ฉันจะเอาเรื่องแกไม่ให้มีโรงเรียนไหนกล้ารับเลย ไม่เชื่อก็คอยดู!!”
คุณพ่อผู้ปกครองท่านนั้นเดือดดาลอย่างที่สุด วินาทีเดียวกัน เขาก็ลุกขึ้นจากโซฟา และกำลังง้างมือจะตบเข้าที่ใบหน้าของหลินจิงซูเป็นการสั่งสอน
หลินจิงซูเองก็ไม่มีปราณีเช่นกัน เธอคว้าปากกาปลายแหลมออกมาแทงใส่ฝ่ามือของคุณพ่อผู้ปกครองท่านนั้นอย่างสุดแรงเกิด คมปากกาที่พุ่งใส่ ผนวกกับฝ่ามือที่พุ่งสวน เมื่อตบปะทะใส่กันจึงก่อเกิดความรุนแรงเกินจินตนาการ
ฝ่ามือของคุณพ่อผู้ปกครองที่ว่า ถึงกับถูกปลายปากกาทะลวงเป็นรูพรุนทันที!
“อ๊ากกก! อ๊ากกก!! มือผม! มือผม!!?”
เสียงกรีดร้องประหนึ่งหมูถูกเชือดดังสนั่นขึ้น เสี้ยววินาทีถัดมา ฝ่ามือข้างนั้นของเขาก็อาบชุ่มไปด้วยธารเลือดอุ่นสีแดงฉาน มันไหลทะลักออกมาไม่หยุด เขาถลึงตาใส่หลินจิงซูราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“นังเด็กสารเลวชั้นต่ำ! นี่แก! แก! แกกล้าใช้ปากกาแทงฉันเชียวเหรอ?!”
หลินจิงซูร่ายอธิบายอย่างใจเย็น พร้อมกับใส่ปลอกปากกาไปพลางและวางลงบนโต๊ะตามเดิม
“เมื่อครู่ถือเป็นการป้องกันตัวค่ะ มีพยานบุคคลอย่างครู่ใหญ่อยู่ด้วยทั้งคน ถ้าคิดจะเอาผิดหนู หนูก็มีสิทธิ์ฟ้องกลับได้นะคะ ไหนๆตำรวจก็กำลังจะมาที่นี่เพื่อสอบสวนหาความจริงอยู่แล้ว ถ้าอยากเอาผิดหนูมากก็เชิญเลยค่ะ ต่อให้ในห้องนี้จะไม่มีใครเข้าข้างหนูเลยสักคน แต่ด้วยอายุของหนูที่ยังไม่ถึง20ปี ถึงขึ้นศาลก็ต้องได้ลดโทษกึ่งหนึ่ง และถ้าหนูยอมสารภาพอีก โทษก็จะยิ่งเบาลง สุดท้ายศาลท่านก็คงตัดสินให้รับทัณฑ์บน ทำสาธารณะประโยชน์เพียงแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น”
พูดมาถึงตรงนี้ หลินจิงซูก็หยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้ม
“เพราะฉะนั้น คิดว่าจะทำอะไรหนูได้เหรอคะ?”
ผู้ปกครองท่านอื่นๆที่แต่เดิมตั้งหน้าตั้งตาจะจัดการกับหลินจิงซูขั้นเด็ดขาด เผชิญพบกับสถานการณ์เช่นนี้เข้า กลับไม่มีใครกล้าทำอะไรเธออีกเลยแม้แต่คนเดียว
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







