Masuk109 1-2
ตอนที่ 216 หลินจิงซูกับอู๋ซิ่วเหลียนผนึกกำลังร่วมมือ (1)
เธอแทบไม่อยากจะเชื่อว่า ติงเสวี่ยเหม่ยจะยังมีความคิดกลับไปคืนดีกับหลินชิงอี้อยู่อีก?!
ไหนว่าเลิกโง่แล้ว ไม่คิดจะกระโดดลงนรกขุมนั้นแล้วไงล่ะ? ทำไมตอนนี้ถึงจะกระโดดลงไปอีก?
หลินจิงซูรีบถามอู๋ซิ่วเหลียนต่อทันที
“เรื่องนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมหนูถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะ?”
อู๋ซิ่วเหลียนจึงตอบกลับไปว่า
“ก็นี่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ตกลงกัน เด็กอย่างเธอควรต้องรู้ด้วยเหรอ? แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ตอนนี้พวกเรามาคุยเรื่องที่ว่าจะทำยังไงให้เสวี่ยเสวี่ยได้กลับมาเรียนต่อดีกว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยใกล้จะเริ่มในอีกไม่ช้าแล้ว ถ้ายังเอาสถานะนักเรียนกลับมาให้เธอไม่ได้ เธอก็คงหมดสิทธิ์สอบจริงๆ! จิงซู พวกเราต่างก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ช่วยกันหน่อยเถอะนะ!”
หลินจิงซูไม่รู้จริงๆว่า อู๋ซิ่วเหลียนต้องหน้าด้านหน้าทนขนาดไหน ถึงยังกล้ามาที่นี่เพื่อขอร้องเธอ? ส่วนประโยคที่ว่าพวกเราคือครอบครัวเดียวกันนั้น จนถึงขนาดนี้แล้วก็ยังกล้าพูดออกมาได้ ไม่รู้สึกกระดากปากบ้างเลยรึไง?
หลินเสวี่ยถูกครูใหญ่และครูทุกคนลงมติไล่ออกจากโรงเรียนไปแล้ว กว่าที่เรื่องทุกอย่างจะดำเนินมาถึงจุดนี้ได้ หากความผิดไม่ร้ายแรงจริงๆ บทสรุปนี้ก็คงไม่มีวันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“ป้ารอง ต่อให้ขอร้องหนูยังไงก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกค่ะ ย้อนกลับไปตอนนั้น ถ้าหนูไม่ได้แจ้งตำรวจให้เข้ามาสืบสวนหาความจริง คนที่จะถูกไล่ออกก็ต้องเป็นหนูแทน! แล้วทำไมหนูจะต้องไปช่วยคนเลวๆ ที่พยายามจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อกำจัดหนูด้วยล่ะคะ? พวกคุณสองแม่ลูกเคยสำนึกในความผิดของตัวเองบ้างมั้ย?”
“จิงซู ป้าขอร้องล่ะนะ! ได้โปรดช่วยเสวี่ยเสวี่ยด้วย…”
อู๋ซิ่วเหลียนเอ่ยขอร้องทั้งน้ำตา
“กลับไปอบรมสั่งสอนลูกตัวเองให้มีความเป็นคนมากกว่านี้ก่อนเถอะค่ะ”
หลินจิงซูยัดไข่ต้มสุกทั้งสองฟองกลับใส่มือของอู๋ซิ่วเหลียนทันที
เมื่้ออู๋ซิ่วเหลียนเห็นว่าน้ำตาใช้ไม่ได้ผล เธอจึงเผยธาตุแท้แสดงโฉมหน้าที่แท้จริงของตนเองออกมา
เธอเก็บไข่ต้มทั้งสองฟองใส่กระเป๋า ก่อนจะชี้หน้าด่ากราดหลินจิงซูอย่างดุเดือดว่า
“ฉันขอประกาศไว้ตรงนี้! ถ้าเสวี่ยเสวี่ยไม่สามารถเข้าสอบในครั้งนี้ได้ แกก็เตรียมตัวตายได้เลย! ฉันน่ะ…”
ทว่าอู๋ซิ่วเหลียนยังไม่ทันจะได้สาปแช่งหลินจิงซูต่อ จู่ๆหลินจิงซูก็กางกรงเล็บออกพุ่งตะปบใส่ลำคออีกฝ่าย พร้อมกับดันร่างของเธอกระแทกชนเข้ากับผนังอย่างแรง ริมฝีปากเผยอยิ้มเยาะ พร้อมกับกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“น้ำหน้าอย่างแกจะมีปัญญาทำอะไรฉันได้? ถ้าไม่วิ่งไปฟ้องย่าอู๋ ก็ยั่วยวนให้หลินชิงอี้มาจัดการแทน? วันๆเอาแต่พูดให้พวกเราสองแม่ลูกเสียหาย เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวไร้ประโยชน์แบบนี้ซะที?”
หลินจิงซูยิ่งกระชับออกแรงบีบคออู๋ซิ่วเหลียนแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนอีกฝ่ายเริ่มมีอาการชักเกร็ง เธอเค้นเสียงพูดผ่านลำคอด้วยความอาฆาตต่อว่า
“อู๋ซิ่วเหลียน ถ้าหลังจากนี้แกยังกล้ามีความคิดชั่วๆ หรือต้องการจะทำร้ายแม่ของฉันอีกล่ะก็ ถึงตอนนั้น…แกต่างหากที่จะต้องเสียใจ!”
อู๋ซิ่วเหลียนแทบหายใจไม่ออกคล้ายจะตายให้ได้ เธอพยายามดิ้นรนสูดอากาศเข้าปอดอย่างสุดชีวิต น้ำลายเริ่มไหลย้อยผ่านมุมปาก เธอกัดฟันรวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้ายสบถใส่หน้าหลินจิงซูว่า
“ฉัน…ฉันจะคอยดู! น้ำหน้าอย่างแก…จะมีปัญญาทำให้ฉันเสียใจได้แค่ไหนกันเชียว!?”
สิ้นคำพูดประโยคนี้ของอู๋ซิ่วเหลียน หลินจิงซูก็กางฝ่ามืออีกข้างขึ้นตบหน้าอู๋ซิ่วเหลียวสุดกำลังอย่างไม่ปราณี
“นี่แกกล้าตบฉันเหรอ?!”
อู๋ซิ่วเหลียนทั้งโกรธทั้งเจ็บสลับอารมณ์แทบไม่ถูก เสี้ยวพริบตาที่เธอต้องการจะตอบโต้นั้น กลับถูกหลินจิงซูเหวี่ยงร่างอัดกระแทกลงกับพื้นเสียก่อน โดยไม่รอช้า สาวน้อยรีบกระโดดคร่อมร่างอีกฝ่ายไว้ไม่มีเปิดโอกาสให้ได้ตอบโต้ พร้อมกับกระหน่ำทุบตีอู๋ซิ่วเหลียนต่ออย่างบ้าคลั่ง
อู๋ซิ่วเหลียนโกรธแค้นจนแทบเป็นบ้า แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร เธอกลับไม่สามารถตอบโต้หลินจิงซูได้เลยแม้แต่น้อย
ทั้งที่อยู่ต่อหน้าแท้ๆ แต่เธอกลับไม่สามารถทำอะไรสาวน้อยคนนี้ได้เลย! ไม่รู้ว่านังตัวดีนี่มันแอบไปเรียนศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ พลังฝีปากที่จัดว่าเผ็ดร้อนดุเดือดแล้ว ยังเทียบไม่ได้กับพลังฝีมือชั้นปรมาจารย์ของมัน!
“หลินจิงซู! ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องทางโรงเรียน! เรื่องนี้จะต้องถึงหูครูใหญ่! เอาให้ทุกคนได้รู้กันไปเลยว่า แกมันอกตัญญูแค่ไหน! และคนอย่างแกก็ไม่สมควรจะได้เรียนต่อเหมือนกัน!”
อู๋ซิ่วเหลียนเดือดดาลสุดขีดจนแทบแยกเขี้ยวได้แล้ว เธอกางกรงเล็บทั้งห้านิ้วออก และพยายามตะเกียกตะกายใช้สองมือข่วนหน้าอีกฝ่ายให้ได้ แต่ทว่ากลับทำไม่สำเร็จ
“เรามาร่วมมือกันเถอะ”
ใครจะไปคิดฝันว่า จู่ๆหลินจิงซูจะพูดคำนี้ออกมา
“ห๊ะ?”
อู๋ซิ่วเหลียนชะงักหยุดทุกการเคลื่อนไหว นอนจ้องหน้าอีกฝ่ายทั้งที่ใบหน้ากำลังบวมเป่งไม่ต่างจากหัวหมูถูกทุบ ชั่วขณะอึดใจ เธอหลงคิดไปว่าตนเองน่าจะหูแว่ว
“ไม่อยากให้หลินเสวี่ยกลับเข้าโรงเรียนรึไง?”
“ทำไม…ทำไมจู่ๆถึงเต็มใจจะช่วยล่ะ?”
อู๋ซิ่วเหลียนเริ่มปรับอารมณ์ไม่ถูกแล้วจริงๆ เมื่อครู่ยังโมโหแทบคลุ้มคลั่ง แต่ตอนนี้กลับรู้สึกดีใจจนแทบบ้า
หลินจิงซูปรายตามองพร้อมพูดจาเหน็บแนมใส่อีกฝ่ายว่า
“ยังเรียงลำดับความสำคัญไม่ถูกอีกรึไง?”
“นี่แกหมายความว่ายังไง?”
“อู๋ซิ่วเหลียน จากการคาดเดาของฉันในตอนนี้ คุณกับหลินเสวี่ยที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านตระกูลหลิน น่าจะกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากไม่น้อยเลยสินะ? และถ้าแม่ของฉันกลับไปแต่งงานใหม่กับหลินชิงอี้อีกล่ะก็ ที่ยืนฐานะของพวกคุณทั้งคู่ก็จะยิ่งตกต่ำลง ถึงตอนนั้น คิดเหรอว่าหลินเสวี่ยจะยังได้เงินเลี้ยงดูจากหลินชิงอี้อีก? ถึงแม้เธอจะสอบติดเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในเรื่องกิจกรรมต่างๆจริงมั้ย? ไหนจะค่าทัศนศึกษาพิเศษ ไหนจะค่ารับน้อง แล้วก็ค่าจิปาถะอีกตั้งมากมายไม่ใช่เหรอ? แล้วลำพังคุณเดียวจะมีปัญญาส่งเสียเลี้ยงดูเธอได้ยังไง?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







