Masuk138 1-2
ตอนที่ 274 จิงซู ดูแลตัวเองด้วย
“ผมลืมไปแล้วล่ะ…”
จู้หยานลดสายตาลงกึ่งหนึ่ง ตอบกลับเพียงแค่สั้นๆ
สำหรับคำพูดคำนั้น เขาคิดวกวนอยู่ภายในใจนับครั้งไม่ถ้วน ลังเลตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่? จนในที่สุด เขาก็สามารถรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อจะบอกความในใจให้เธอได้ฟัง แต่ทว่าใครจะไปคาดคิด ทุกอย่างกลับถูก ‘เหตุการณ์โกลาหล’ เมื่อครู่ทำลายลงจนหมดสิ้นแล้ว
เวลานี้ เขาไม่เหลือความกล้ามากพออีกแล้ว
จู้หยานทั้งกลัวและกังวลว่า หากเขาสารภาพความในใจของตนเองออกไป หลินจิงซูอาจจะตื่นตระหนกจนถึงกับวิ่งหนีจากไปก็เป็นได้
ทุกวันนี้ ทั้งเขาและเธอต่างก็ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขดีในฐานะเพื่อนอยู่แล้ว แต่หากเขาเผยความในใจออกไป แล้วหลินจิงซูไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกันกับเขาล่ะ? ไม่ใช่ว่ามิตรภาพทั้งหมดที่เคยมีร่วมกันมา จะมีอันต้องถึงคราวสิ้นสุดหรอกหรือ?
ผลกระทบที่ตามมา มันร้ายแรงมหาศาลเกินไป สู้เขาเก็บงำความรู้สึกดีๆเหล่านี้ไว้ภายในใจต่อไปไม่ดีกว่าหรือ?
เขาหันหน้าไปจ้องตาหลินจิงซูเล็กน้อย ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปมองแก้มขาวนวลเนียนบนใบหน้าของสาวน้อยอย่างไม่ตั้งใจ
นึกถึงภาพเหตุการณ์ในโรงหนัง ประกายตาของจู้หยานก็สว่างแพรวพราวขึ้นมาทันที
ด้านหลินจิงซูกลับไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เธอยกแขนขึ้นมองนาฬิกาข้อมือของตนเล็กน้อย เพื่อจะดูว่าเป็นเวลากี่โมงแล้ว
นาฬิกาข้อมือเรือนนี้เป็นนาฬิกามือสองที่เธอได้มาจากร้านซ่อมนาฬิกา
ในการทำธุรกิจ เวลาเป็นสิ่งสำคัญเสมอ หลินจิงซูจึงจำเป็นต้องมีนาฬิกาใส่ติดตัว
ใช่ว่าเธอจะไม่มีทุนทรัพย์สำหรับซื้อนาฬิกามือหนึ่งใหม่เอี่ยม แต่เพราะเธอทำใจให้จ่ายเงินจำนวนมากๆไม่ได้นั่นเอง
ในยุคที่ขอแค่มีเงินซื้อข้าวกินประทังชีวิตได้ในแต่ละมื้ออย่างปี 1990 นี้ เครื่องประดับบนร่างกายล้วนสื่อถึงสถานะความร่ำรวยของบุคคลนั้นๆอย่างแท้จริง และไม่มีใครสนใจหรอกว่า สิ่งที่คุณสวมใส่อยู่จะเป็นของมือหนึ่งหรือว่ามือสอง ของปลอมหรือว่าของแท้
“จวนจะทุ่มนึงแล้ว นายต้องรีบกินรีบไป เดี๋ยวจะตกรถไฟรอบสองทุ่มเอานะ!”
หลินจิงซูร้องบอกกระตุ้นเร่งเร้าให้อีกฝ่ายทำเวลา
ติงเสวี่ยเหม่ยเองก็รู้เช่นกันว่า จู้หยานจำเป็นต้องกลับภายในวันนี้ ดังนั้น เธอจึงได้เตรียมอาหารมื้อพิเศษไว้ให้เขาล่วงหน้า
ทันทีที่ทั้งสองคนกลับมา ก็มีข้าวสวยร้อนๆเตรียมรอไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้วแล้ว
“จู้หยาน ป้าคิดไม่ถึงจริงๆว่าเราจะตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศกะทันหันแบบนี้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ป้าได้รู้จักกับเรา แต่พอถึงเวลาที่ต้องจากลากันจริงๆ ป้าเองก็อดใจหายใจคว่ำไม่ได้เลย อยู่ทางโน้นต้องดูแลรักษาสุขภาพให้ดีล่ะ ทานอาหารให้ครบสามมื้ออย่าให้ขาด เข้าใจมั้ย?”
สีหน้าแววตาของติงเสวี่ยเหม่ยยามนี้ดูไม่มีความสุขนัก เสมือนว่าเธอกำลังจะสูญเสียลูกชายอีกคนไปจากอ้อมกอด
ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกรักใคร่และผูกผันกับจู้หยานเหมือนลูกหลานคนหนึ่งไปแล้วจริงๆ
“ขอบคุณมากครับป้าติง ผมสัญญาว่าจะรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี แล้วก็ทานอาหารให้ครบสามมื้อด้วยครับ แม้ว่าอาหารที่โน่นจะไม่อร่อยเท่าฝีมือคุณป้าก็ตาม ถึงอังกฤษแล้วผมจะโทรมาหานะครับ”
แม้ภายนอกจู้หยานจะมีรอยยิ้ม ทว่าภายใจกลับรู้สึกสะเทือนอารมณ์อย่างบอกไม่ถูกเช่นกัน
เห็นติงเสวี่ยเหม่ยเอ่ยถามทั้งเรื่องที่พัก เรื่องมหาวิทยาลัย รวมไปถึงข้าวปลาอาหารทางโน้นด้วยความเอาใจใส่เพียงนี้ นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีเลยก็ว่าได้ ที่จู้หยานได้สัมผัสกับความรักที่แสนจู้จี้จุกจิกอย่างคนเป็นแม่มีให้อีกครั้ง
แม้จะไม่ใช่แม่แท้ๆของเขาก็ตามที แต่ทว่าความห่วงใยที่มีให้กันนั้นกลับเป็นความจริงไม่ผิดเพี้ยน!
หลินจิงซูอาสาอุ้มเจ้าสาหร่ายมาส่งจู้หยานถึงที่สถานีรถไฟ
ขณะนี้ ขบวนรถไฟไอน้ำแล่นเทียบชานชะลาแล้ว นับถอยหลังอีกเพียงสิบนาทีก็จะถึงเวลาต้องออกเดินทาง
จู้หยานและหลินจิงซูยืนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากลา
“ฉันเคยได้ยินมาว่า น้ำประปาในประเทศอังกฤษช่วงนี้มีค่าความเป็นด่างสูงมาก ถ้าเป็นไปได้ นายก็ซื้อน้ำขวดดื่มแทนเถอะนะ ไม่งั้นผมนายได้ร่วงแน่”
เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน หลินจิงซูเร่งกำชับกล่าวเตือนด้วยความหวังดี
แต่เมื่อจู้หยานได้ยินเช่นนั้น เขาก็รู้สึกอดขำไม่ได้
“งั้นเหรอ? แล้วทำไมถึงได้รู้ล่ะ?”
เขาเอ่ยถาม
คนอย่างฉันมาจากศตวรรษที่ 21 นะ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ? อย่าได้ดูถูกดูแคลนยุคที่อินเตอร์เน็ตครองโลกเชียวล่ะ!
ทุกเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ล้วนมีให้อ่านจากหน้ามือถือทั้งนั้นล่ะ!
เธอยังจำได้แม่นยำว่า ระหว่างนอนไถมือถืออยู่นั้น สายตาได้ไปสะดุดเข้ากับคลิปหนึ่งในช่องประวัติศาสตร์ ที่เล่าย้อนไปถึงวิกฤตน้ำปะปาเป็นพิษในประเทศอังกฤษ แม้ความเสียหายจะไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ก็ทำให้ผู้ประสบเหตุในช่วงเวลานั้นต่างผมร่วงกันเป็นแถบ และมีผลข้างเคียงอื่นๆตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทุกคนต่างประสบปัญหาด้วยโรคหัวล้านก่อนวัยอันควรแทบทั้งสิ้น!
“ฮ่าฮ่า ฉันเคยอ่านเจอในหนังสือพิมพ์น่ะ”
หลินจิงซูหัวเราะร่วนกลบเกลื่อน
“ผู้โดยสารที่ประสงค์จะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ขณะนี้ รถไฟในชานชะลาที่สองพร้อมออกเดินทางแล้ว กรุณาจัดเตรียมตั๋วโดยสารไว้ให้พร้อม เพื่อรอรับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่”
เสียงป่าวประกาศดังกึกก้องไปทั่วทั้งสถานีรถไฟ
“ได้เวลาแล้ว! นายรีบขึ้นไปได้แล้ว!”
หลินจิงซูดันแผ่นหลังอีกฝ่ายเร่งเร้า
จู้หยานลูบศีรษะกลมโตสีขาวของเจ้าสาหร่ายด้วยความเศร้าใจ และดูเหมือนเจ้าสาหร่ายเองก็จะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างเช่นกัน มันพยายามใช้อุ้งเท้าหน้าทั้งสองตะกายกระเป๋า ราวกับจะบอกให้เจ้านายของมันอยู่ก่อน
“รถไฟชานชะลาที่ 2มุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง ประตูกำลังจะปิดลงในอีกหนึ่งนาที ผู้โดยสารท่านใดที่ยังไม่ขึ้นกรุณารีบขึ้นมาโดยเร็ว…”
เสียงป่าวประกาศของทางสถานีดังกระตุ้นขึ้นอีกครั้งเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบ เสียงนั้นดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
“นายรีบไปได้แล้ว…”
ทว่าก่อนที่หลินจิงซูจะพูดจบ เธอก็ถูกจู้หยานโผเข้าสวมกอดอย่างไม่ทันตั้งตัว
จู้หยานมีส่วนสูงมากกว่าเธอเกือบสิบเซนติเมตร ยามนั้นที่ถูกอีกฝ่ายสวมกอดเข้าสู่อ้อมอก หลินจิงซูรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าหัวใจดวงน้อยของเธอได้รับการปลอบประโลม ไม่ทราบเช่นกันว่ากลิ่นนั้นคืออะไร น้ำยาซักผ้า? สบู่? หรือว่าน้ำหอมกันนะ? ไม่สิ…คงจะเป็นกลิ่นกายของเขาเองมากกว่า สิ่งนี้ล่ะที่ช่วยให้เธอรู้สึกดีเกินบรรยายทีเดียว…
เป็นกลิ่นที่หอมจัง…
“จิงซู ดูแลตัวเองด้วยนะ”
ฝ่ามือหนาที่แสนอบอุ่นลูบสัมผัสแผ่นหลังของเธอเบาๆสองสามครั้ง จากนั้นจึงค่อยคลายผ่อนก่อนจะหายไป เสี้ยวอึดใจก่อนที่ประตูบานเลื่อนบนขบวนรถไฟจะปิดลง เขาก็รีบก้าวกระโดดขึ้นไปโดยเร็ว
ไอน้ำสีขาวพวยพุ่งพร้อมเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น นี่คือสัญญาณแห่งการออกเดินทางครั้งใหม่…
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







