เข้าสู่ระบบ137 2-2
ตอนที่ 273 หวางฟางฟาง
หลินจิงซูเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
“ว่าไง? มีอะไรรึเปล่า?”
“ผม…ผม…”
วินาทีนั้นที่จู้หยานกำลังรวบรวมความกล้าจะพูดออกไปนั้น จู่ๆก็กลับถูกสุ้มเสียงหนึ่งจากระยะไกลดังแทรกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
“ไอ้สารเลว! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”
ทั้งสองหันขวับจับจ้องไปยังทิศทางของต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียงกัน ในระยะไม่ใกล้ไม่ไกล ปรากฏสาวสวยคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีตายจากอะไรสักอย่างอยู่ ด้านหลังของเธอเวลานี้มีชายฉกรรจ์สองคนกำลังไล่ตามมาติดๆ
หลินจิงซูมีสายตาที่ทั้งเฉียบคมและแม่นยำ มองปราดเดียวก็จดจำสาวสวยคนนั้นได้ในทันที
นั่นมัน…แฟนสาวของอาเธอไม่ใช่เหรอ?
ดูเหมือนจะชื่อว่าหวางฟางฟางอะไรนี่ล่ะ?
หวางฟางฟางถูกชายฉกรรจ์สองคนไล่ต้อนเข้าไปในตรอกเปรี่ยวแห่งหนึ่ง
“หึ! วิ่งเก่งนักใช่มั้ย?”
หนึ่งในชายฉกรรจ์นั้นมีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากหมูตอนอ้วน มิหนำซ้ำยังหน้าตาน่าเกลียดด้วย ทุกครั้งที่เร่งฝีเท้าวิ่งแต่ละก้าว ชั้นไขมันรอบพุงก็เต้นกระเพื่อมตามไปด้วย ทันทีที่ไล่ต้อนจนหวางฟางฟางจนมุมได้สำเร็จแล้ว เขาก็ส่งเสียงบ่นโอดครวญขึ้นด้วยความหงุดหงิดโมโหทันที
“พี่ชายของแกติดหนี้พวกเราจำนวนไม่น้อย แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีปัญญาใช้คืน! มันก็เลยรับปากกับพวกเราว่า จะยกแกให้กับพวกเราเพื่อใช้ขัดดอกไปก่อน!”
เจ้าหมูตอนนั่นเริ่มยกมือลูบไล้คางของตน เพ่งพินิจมองเรือนร่างของสาวสวยตรงหน้าอย่างครุ่นคิด ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงได้แสยะยิ้มพร้อมกับเผยสีหน้าลามกออกมาให้เห็น
“จะว่าไปหน้าตาของน้องสาวก็สวยเช้งไม่เบาทีเดียว เห็นแก่ที่หน้าตาดี เลิกขัดขืนแล้วก็ตามพวกเรากลับไปดีๆซะ พี่คนนี้ไม่ดุหรอกนะจ๊ะ…”
หลังจากพูดออกไปเช่นนั้น ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ต่างเดินหน้าเข้าหาหมายจะจับตัวหวางฟางฟางให้ได้ในทันที
หลินจิงซูและจู้หยานที่เพิ่งไล่ตามมาได้ทัน
แต่ทั้งคู่กลับพบว่า หวางฟางฟางกำลังหวดเท้าแตะผ่าหมาก อัดใส่กล่องดวงใจของเจ้าหมูตอนอย่างไร้ปราณี เสียงชายฉกรรจ์กรีดร้องคร่ำครวญดังสนั่นไปทั่วทั้งตรอก
เจ้าหมูตอนนอนร่วงหมดสภาพอยู่กับพื้นประหนึ่งช้างล้ม
เพื่อนของมันอีกคนได้พยายามเข้ากำราบหวางฟางฟางโดยไว แต่แม่สาวหวางฟางฟางคนนี้กลับฤทธิ์เดชมากมายกว่าที่คิด เธอกระชับกำปั้นซัดเข้ากลางเบ้าหน้าของอีกฝ่ายจนเขาเสียหลัก แล้วจึงงัดกระบวนเตะผ่าหมากแบบเดิมมาใช้ จากนั้น ชายฉกรรจ์อีกคนก็เป็นอันต้องกรีดร้องเสียงหลงลั่นตรอกเช่นกัน
หลินจิงซูและจู้หยานได้แต่ยืนแน่นิ่ง เฝ้ามองภาพฉากตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
สุดจัด!
เท่าที่หลินจิงซูจำความได้หลังพบกันครั้งล่าสุด หวางฟางฟางในสายตาของเธอ ก็คือสาวสวยที่มีจิตใจอ่อนโยนและขี้อายเป็นที่สุด แล้ว…แล้วการเคลื่อนไหวเมื่อครู่นั่นมันอะไรกัน? ผู้หญิงคนนี้…โคตรจะแข็งแกร่งเลยไม่ใช่เหรอ?!
สมแล้วที่เป็นหญิงสาวผู้สามารถพิชิตหัวใจของอาเธอได้! ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
“น้องจิงซู?”
หวางฟางฟางเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า สถานที่ตรงนี้ยังมีคนอื่นนอกเหนือจากเธออยู่อีก และเมื่อหันไปเห็นว่าเป็นหลินจิงซูและจู้หยาน ร่องรอยความประหลาดใจบนใบหน้าของเธอก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวี
“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
ร่างของหลินจิงซูกระตุกเบาๆ เมื่อฟื้นสติจากห้วงแห่งความอัศจรรย์ใจได้ เธอก็ระบายยิ้มตอบกลับด้วยท่าทางเก้ๆกังๆว่า
“ระหว่างทางหนูเห็นพี่สาวกำลังถูกอันธพาลพวกนี้วิ่งไล่อยู่ ก็เลยจะเข้ามาช่วย แต่ไม่คิดว่า เอ่อ…พี่สาวคงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากหนูแล้วล่ะ”
หวางฟางฟางเกาหัวแกร็กๆด้วยความประหม่าเก้อเขิน เธอยิ้มตอบอย่างเป็นมิตรว่า
“น้องจิงซู ขอบใจมากเลยนะที่มาช่วย”
“เอาล่ะ รีบไปจากที่นี่กันเถอะ!”
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ นี่ไม่ใช่เวลาจะมานั่งพล่าม หวางฟางฟางกวาดตาจ้องมองชายฉกรรจ์ทั้งสองคนที่นอนสิ้นท่าอยู่บนพื้น แล้วเร่งจับมือเด็กทั้งสองวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขาทั้งสามเร่งหนีออกจากสถานที่เกิดเหตุในทันที
“คนพวกนั้นเป็นใครกันคะ? ทำไมต้องมาทำร้ายพี่สาวด้วย?”
หลินจิงซูขมวดคิ้วรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย เพราะเธอตระหนักดีว่า อันธพาลพวกนี้เป็นประเภทเดนคน ไม่ต่างจากเห็บหมัดสุนัขที่ยากจะกำจัดออกให้สิ้นซากได้
หวางฟางฟางส่ายหน้าดูไม่สนใจอะไร ตอบปัดไปเพียงแค่ว่า
“พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
หลินจิงซูเองก็รู้ดีว่า จะเอ่ยถามอะไรไปในตอนนี้ก็คงเปล่าประโยชน์ เธอจึงพูดได้เพียงแค่ว่า
“ระวังตัวไว้ด้วยนะคะ ถ้าไม่ไหวจริงๆก็รีบไปหาอาของหนูเลย เขาจะต้องช่วยพี่สาวได้อย่างแน่นอน!”
ได้ยินถ้อยคำแสดงความเป็นห่วงเป็นใยจากสาวน้อย หวางฟางฟางก็ยิ้มตอบอย่างมีความสุข
หลังจากที่ทั้งสามกล่าวคำอำลาและแยกย้ายกันแล้ว หลินจิงซูและจู้หยานก็มุ่งตรงกลับบ้าน
“จริงด้วย ว่าแต่ก่อนหน้านี้เหมือนนายมีอะไรอยากจะบอกฉันใช่มั้ย?”
จู่ๆหลินจิงซูก็เพิ่งนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ จึงหันไปถามจู้หยานด้วยความอยากรู้ทันที
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







