Masuk139 2-2
ตอนที่ 277 ดอกไม้แห่งคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
เนื่องจากมีนิสิตหญิงเพียงไม่กี่คนในคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จึงทำให้สาวสวยอย่างหลินจิงซูกลายมาเป็นสมบัติล้ำค่าของคณะไปโดยปริยาย
ในระหว่างการเข้าค่ายรับน้องวันแรก สายตาของเหล่านิสิตชายแทบทุกคนในคณะ ต่างก็จับจ้องมองมาที่หลินจิงซูเป็นตาเดียว
ภายใต้แสงอาทิตย์อันร้อนแรงที่กำลังแผดเผา ก็มีนิสิตชายคนแล้วคนเล่าพากันยื่นขวดน้ำเย็นชื่นใจส่งให้กับเธอ
แต่ทว่าหลินจิงซูกลับปฏิเสธทั้งหมด เพราะเธอไม่ต้องการสร้างสัมพันธ์กับชายหนุ่มเหล่านี้มากจนเกินไป
เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป นิสิตชายเหล่านั้นจึงได้ตระหนักว่า ดอกไม้งามแห่งคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ผู้นี้ กลับไม่ง่ายที่จะเข้าหาเลย
การเข้าค่ายรับน้องเป็นเวลาสิบวัน ก็เป็นอันสิ้นสุดลงในพริบตา
แทบทุกคนในตอนนี้ต่างมีผิวไหม้เกรียมเป็นสีแทนราวกับถ่านหิน แต่ไม่ใช่กับหลินจิงซู หลายคนต่างตกตะลึงเมื่อพบว่า เธอคนนี้ยิ่งถูกแดดกลับยิ่งสวยมากขึ้น!
อาจเป็นเพราะร่างกายของหลินจิงซูมีภูมิคุ้มต่อดินฟ้าอากาศอยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ต้องขี่สามล้อไปส่งชานมไข่มุกตามสถานที่ต่างๆทั่วเมือง ผิวหนังและใบหน้าของเธอล้วนถูกแสงแดดแสบร้อนเหล่านี้ขัดเกลาอยู่นับครั้งไม่ถ้วน ส่งผลให้ค่ายรับน้องตลอดสิบวันที่ผ่านมานี้ ไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย
“นิสิตคนไหนที่สนใจจะสมัครเข้าเป็นกรรมการนักศึกษา ขอให้เตรียมพร้อมให้ดี เพราะวันพรุ่งนี้จะมีการปราศรัยของผู้ลงสมัครทั้งหมด”
เสียงป่าวประกาศดังขึ้น
ลงสมัครเลือกตั้งกรรมการนักศึกษางั้นเหรอ?
หลินจิงซูเริ่มสนใจขึ้นมาทันที!
“จิงซู ฉันอยากลงสมัครเป็นประธานกรรมการนักศึกษาจังเลย เธอล่ะ จะลงสมัครด้วยรึเปล่า? แล้วถ้าสมัคร จะสมัครตำแหน่งไหนเหรอ?”
จ้าวลี่ตื่นเต้นไฟลุกโชน
“ฉัน…”
เห็นอีกฝ่ายกระตือรือร้นถึงเพียงนี้ หลินจิงซูก็ถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ เธอเองก็ต้องการลงสมัครเป็นประธานกรรมการนักศึกษาเช่นเดียวกัน…
ในความเห็นของเธอ ตราบใดที่มีโอกาสก็ควรคว้าตำแหน่งสูงสุดมาไว้ในมือ
เป็นเพราะอุปนิสัยและบุคลิกที่จืดชืดของเธอในช่วงมัธยมต้น ทำให้เธอไม่เคยได้ลองลงสมัครเป็นคณะกรรมการนักเรียนเลยสักครั้ง แต่ในชีวิตนี้ เธอเองก็อยากจะลองดูสักตั้งเหมือนกัน
ขึ้นชื่อว่าเป็นประธานกรรมการนักศึกษา ย่อมพ่วงท้ายมาด้วยสิทธิพิเศษและประโยชน์ต่างๆมากมาย!
ประโยชน์ต่างๆที่ว่าก็อย่างเช่น ทุนการศึกษาสำหรับเรียนต่อในระดับปริญญาโทและเอกต่อไป ยิ่งมาในฐานะประธานคณะกรรมการนักศึกษาด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องได้รับการพิจารณาจากหน่วยงานผู้มอบทุนเป็นพิเศษ
มีตำแหน่งประธานกรรมการนักศึกษาอยู่ในกำมือ เสมือนปูพรมแดงสู่ความสำเร็จไปแล้วครึ่งทาง!
ฉะนั้น ตำแหน่งนี้จึงนับว่ามีการแข่งขันช่วงชิงที่สูงมากมาโดยตลอด
“ฉันเองก็อยากจะลงสมัครเป็นประธานกรรมการนักศึกษาเหมือนกัน”
หลินจิงซูเอ่ยบอกไปตามตรง ไม่คิดที่จะปกปิดซ่อนเร้นความต้องการของตนไว้เช่นกัน
เมื่อจ้าวลี่ได้ยินอย่างนั้น เธอก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าจะเริ่มบูดบึ้งเป็นหอยขม
“ฉันใฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าคนนายคนมาตั้งแต่เด็กแล้ว ขอร้องเถอะนะจิงซู เธออย่ามาลงสมัครแข่งกับฉันเลยนะ!”
หลินจิงซูขยิบตาให้อีกฝ่ายพร้อมส่งยิ้มอย่างคนขี้เล่น
“แข่งขันกันอย่างยุติธรรมก็ดีแล้วนี่ อิอิ”
แต่เมื่อก้าวเท้าตรงเข้าไปเพื่อลงสมัคร บรรยากาศรอบบริเวณนั้นกลับอัดแน่นไปด้วยความกดดันอย่างคาดไม่ถึง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตำแหน่งประธานกรรมการนักศึกษา เพราะเพียงแค่ตำแหน่งนี้อย่างเดียว ก็มีผู้มาร่วมสมัครแข่งขันกันเกือบร้อยแล้ว!
ทุกคนที่มายืนอยู่ตรงนี้ ต่างก็รู้ซึ้งถึงพลังอำนาจของตำแหน่งนี้เป็นอย่างดี
ถึงคราวของหลินจิงซูที่ต้องขึ้นเวทีเพื่อปราศัย ดูเหมือนเธอจะเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด อีกทั้งยังไม่มีความประหม่าใดๆอีกด้วย
เป็นเพราะหลินจิงซูในเวลานี้ ต้องพบปะติดต่อกับผู้คนหลากหลายประเภทเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ ในแง่ของวาทศิลป์และคารมที่คมคายนั้น หลินจิงซูจึงนับว่าเป็นเลิศ!
คำปราศรัยที่สู้อุตส่าห์เรียบเรียงแต่งขึ้นมาตลอดทั้งคืน หลินจิงซูก็สามารถยืนพูดบนเวทีต่อหน้าคนนับพันได้อย่างลื่นไหล ต่างจากเพื่อนร่วมห้องและคู่แข่งคนอื่นๆ ที่ต่างพูดจาติดๆขัดๆ บางท่อนบางประโยคก็พูดตะกุกตะกักจนแทบฟังไม่เป็นภาษา อีกทั้งกิริยาท่าทางยังโยกไหวไปมาไม่อยู่กับที่ สายตาก็ล่อกแล่กไม่อยู่กับร่องกับรอยเช่นกัน
หลังการลงคะแนนเลือกตั้งเสร็จสิ้น ผู้ชนะที่สามารถคว้าตำแหน่งประธานกรรมการนักศึกษาไป ก็คือหลินจิงซู
ผลคะแนนที่ออกมาครั้งนี้ค่อนข้างเป็นเอกฉันท์อย่างมาก
นิสิตนักศึกษาทุกคนต่างปรบมือกันอย่างครึกครื้น เปล่งเสียงร้องแสดงความดีใจกันยกใหญ่
“ยินดีด้วยประธาน!”
คะแนนเสียงหลักที่ช่วยผลักดันให้หลินจิงซูขึ้นเป็นประธานกรรมการนักศึกษาได้สำเร็จ คงจะหนีไม่พ้นเหล่านักศึกษาชาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสิตชายในคณะ ร้อยทั้งร้อยต่างเทคะแนนให้กับเธอทั้งสิ้น!
เห็นสาวสวยได้ขึ้นเป็นประธานกรรมการนักศึกษาเช่นนี้ ย่อมหนีไม่พ้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่านิสิตหญิงคนอื่นๆ
“แค่หน้าตาสวยอะไรก็ดีไปหมดนั่นแหละ ดูหน้าผู้ชายพวกนั้นสิ ทุเรศชะมัด!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







