เข้าสู่ระบบ140 1-2
ตอนที่ 278 เงินค่าธรรมเนียมการศึกษาที่หายไป (1)
“นั่นสิ ยิ่งพวกผู้ชายทำตัวกระดี๊กระด๊ากันแบบนี้ ฉันก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบหน้านังผู้หญิงที่ชื่อหลินจิงซูนั่น”
“หลินจิงซูอะไรนั่น หน้าตาดีขนาดนั้นเลยเหรอ? สงสัยเป็นเพราะคณะเรามีผู้หญิงน้อยน่ะสิ แล้วยิ่งแม่นั่นทำตัวตอแหลอ่อยหนุ่มๆเข้าหน่อย ก็ยิ่งทำให้มันเนื้อหอมขึ้นมากสินะ? ดูผู้ชายพวกนั้นสิ เชิดชูนังนั่นอย่างกับนางฟ้า!”
แน่นอน ในเมื่อมีคนชื่นชม ย่อมต้องมีคนเกลียดชังเป็นธรรมดา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนิสิตหญิงสองคนที่ยืนจับกลุ่มบ่นพึมพำอยู่มุมหนึ่งของสนามกีฬา ใช้คำพูดเสียๆหายๆวิพากษ์วิจารณ์หลินจิงซูกันอย่างสนุกปาก
แม้คณะกรรการนักศึกษาจะถูกจัดตั้งขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทางอาจารย์ที่ปรึกษาก็ยังเน้นย้ำว่า คณะกรรมการนักศึกษาชุดนี้ จำเป็นต้องผ่านการประเมินหลังการทำงานหนึ่งเดือน หากพบว่าไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายไป ให้มีประสิทธิภาพเพียงพอได้ ทุกคนก็จะถูกปลดออกจากตำแหน่งทันที
แต่โดยปกติ ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้นเลยสักครั้ง เพราะงานในคณะกรรมการนักศึกษาช่วงเทอมแรกนั้น ไม่สู้จะมีอะไรซับซ้อนนัก ขอเพียงตั้งใจทำงานและรู้จักรับผิดชอบให้ดี ย่อมสามารถจัดการได้ไม่ยาก
และในที่สุด จ้าวลี่ก็ได้รับเลือกให้มาเป็นหนี่งในคณะกรรมการนักศึกษาดังที่ตั้งใจ
งานแรกของหลินจิงซูก็คือการเก็บเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาในชั้นปี โดยผู้นำภารกิจครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตัวเธอที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการนักศึกษานั่นเอง
เงินค่าธรรมเนียมการศึกษาคือ 10 หยวนต่อคน
งานนี้แม้ฟังดูง่ายไม่ซับซ้อนอะไร แต่ระหว่างกระบวนการไล่เก็บรวบรวมนั้น กลับเป็นเรื่องยากกว่าที่คิด
ปัญหาหลักคือข้อแก้ตัวสารพัดรูปแบบ ที่บรรดานิสิตนักศึกษาพยายามสรรหามาเป็นข้ออ้างปฏิเสธบ่ายเบี่ยงที่จะจ่าย
หลินจิงซูและจ้าวหลี่รับผิดชอบการไล่เก็บเงินจากเพื่อนทุกคนในคณะ พวกเธอต้องใช้เวลาถึงสองวันเต็มๆ กว่าจะเก็บได้ครบตามจำนวน
ลากสังขารกลับถึงหอพัก จ้าวลี่ก็นั่งนับเงินจำนวน400หยวนเป็นการตรวจทานความถูกต้องขั้นสุดท้าย ก่อนจะนำส่งให้กับหลินจิงซูนับต่ออีกรอบและเป็นผู้เก็บรักษาไว้
หลินจิงซูนำธนบัตรปึกใหญ่มัดใส่ซองจดหมายรวมกัน และเก็บไว้ในลิ้นชัก เพื่อเตรียมที่จะนำส่งต่อให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาในวันรุ่งขึ้น
เช้าตรู่ของวันถัดมา เนื่องจากมีคาบเรียนช่วงเช้าตอนแปดโมง ปรากฏว่าพวกเธอทั้งสองคนต่างก็นอนตื่นสาย วินาทีนั้น จ้าวลี่พุ่งพรวดลุกขึ้นจากเตียงด้วยความตื่นตระหนก ทั้งเขย่าทั้งตบหลินจิงซูที่กำลังนอนฝันหวานให้ตื่นขึ้นโดยเร็ว ก่อนจะวิ่งฝุ่นตลบเพื่อไปเรียนให้ทัน อีกฝ่ายยังร้องเตือนให้เธอนำซองจดหมายที่บรรจุเงินมูลค่าหลายร้อยหยวนยัดใส่กระเป๋าติดตัวไปด้วย
ตลอดช่วงเช้าของวันนั้น หลินจิงซูได้แวะเวียนไปที่ฝ่ายทะเบียนอยู่ครั้งหลายหน เพื่อตามหาอาจารย์ที่ปรึกษา แต่กลับไม่พบแม้แต่เงา จนกระทั่งเลิกเรียนในช่วงบ่าย ในที่สุด อาจารย์ที่ปรึกษาคนนั้นก็โผล่หน้ามาให้เห็นเสียที
“ลี่ลี่ เอาเงินไปส่งให้อาจารย์กันเถอะ”
หลินจิงซูร้องบอก พร้อมกับหยิบซองจดหมายบรรจุเงินออกมาจากกระเป๋า
ก่อนการส่งมอบ หลินจิงซูได้ทำการตรวจสอบอีกครั้ง ทว่าผลลัพธ์ที่ตามมากลับเหนือความคาดหมาย หลังจากได้เห็นสิ่งที่อยู่ในซองจดหมายนั่น หลินจิงซูก็ถึงกับตะลึงงันสุดขีด หัวสมองกลายเป็นสีขาวโพลนว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ธนบัตรปึกหนาที่ควรอยู่ในซองนั้นกลับหายสาบสูญไป และถูกแทนที่ด้วยกองกระดาษหนังสือพิมพ์!
“ดะ-เดี๋ยวก่อน? แล้วเงินล่ะ? เงินอยู่ไหน? ทำไมถึงกลายเป็นหนังสือพิมพ์แบบนี้ล่ะ?!!”
จ้าวลี่เองก็ตกใจจนหน้าซีดเช่นกัน เธอหยิบคว้ากองกระดาษหนังสือพิมพ์พวกนั้นออกมา ทั้งตะกายทั้งคุ้ยซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น สุดท้ายทนไม่ไหว ก็ทำการแหกปากซองจดหมายออกพร้อมกลับคว่ำหน้าเขย่าลงพื้นด้วยความตื่นตระหนก
เสมือนเวลาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ สองสาวต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนกตกใจสุดขีด
หลังจากอาการตื่นตระหนกคลายลง และเป็นหลินจิงซูที่สงบสติอารมณ์ลงได้อย่างรวดเร็ว
เธอพยายามไล่เรียงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวานอย่างช้าๆ
เงินค่าธรรมเนียมก้อนนี้อยู่กับเธอตลอดทั้งวันจนกระทั่งเข้านอนเมื่อคืนนี้
หมายความว่า ช่วงเวลาที่เงินถูกขโมยไป น่าจะเริ่มต้นหลังจากที่เธอเข้านอนแล้วไปจนกระทั่งถึงบ่ายวันนี้ อีกทั้งหัวขโมยยังฉลาดรอบคอบเสียด้วย ถึงขั้นตระเตรียมกระดาษหนังสือพิมพ์มายัดไว้แทน
หลินจิงซูนวดคลึงขมับข้างหน้าผากอยู่หลายรอบ ภายในใจได้แต่โทษตัวเอง
ทำไมเธอถึงได้ประมาทแบบนี้นะ! ของก็อยู่ในมือตัวเองแล้วแท้ๆ แต่กลับปล่อยให้คนอื่นขโมยไปได้!
เงินถูกสับเปลี่ยนตั้งแต่อยู่ในหอพัก หรือระหว่างคาบเรียนกันแน่นะ?
ในช่วงเรียนคาบเช้า เว้นเสียแต่ตอนที่เธอขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำ เธอได้วิ่งออกจากห้องไปตัวเปล่า นอกเหนือจากนั้น เธอก็สะพายกระเป๋าติดตัวอยู่ตลอดเวลา
ช่วงเวลาสั้นๆที่เธอวิ่งไปเข้าห้องน้ำ กระเป๋าใบนั้นก็อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังของจ้าวลี่อย่างเข้มงวดเช่นกัน จึงสรุปได้ว่า การที่เงินค่าธรรมเนียมจะถูกสับเปลี่ยนในคาบเรียนนั้น มีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อยมาก
“หรือเป็นไปได้มั้ยว่า…จะถูกสับเปลี่ยนตั้งแต่ที่หอพักแล้ว?”
จ้าวลี่สันนิษฐานด้วยสีหน้าจริงจังขึงขัง
หลินจิงซูพยักหน้า
“ก็เป็นไปได้”
“แต่ในห้องมีแค่พวกเราสามคน ถ้าเงินถูกขโมยไปตั้งแต่ตอนนั้นจริงๆ ก็ชัดเจนแล้วว่าใครคือคนร้ายไม่ใช่เหรอ?”
ประกายตาพร้อมเสียงวิเคราะห์อันเฉียบแหลมของจ้าวลี่เปล่งดังขึ้น
หลี่ผางตี้?
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง สัญชาตญาณของหลินจิงซูกลับปฏิเสธทันทีว่าไม่ใช่
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







