LOGIN166 2-2
ตอนที่ 331 ลูกคนนี้มีค่า10,000หยวน
“อะไรนะ? ฉันไม่ได้ยิน?”
หลินจิงซูปั้นสีหน้ายั่วยวนกวนโมโห เจตนาหาเรื่องอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“นี่แก!!”
เสียงฟันกรามของจ้าวเสี่ยวย่ากระทบกระแทกกันดังครืดคราด หูหนวกรึไง! เมื่อครู่พูดเสียงดังขนาดนั้น นี่มันจงใจยั่วโมโหกันชัดๆ?!
จ้าวเสี่ยวย่าเดินเหวี่ยงจากไปด้วยความโมโห เธอทนอยู่กับคนแบบนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ
และเพราะเหตุนี้เอง หลังจากที่เดินออกมา จ้าวเสี่ยวย่าก็รีบฟ้องแม่ของเธอทันทีว่า หลินจิงซูจงใจเล่นตัวเพื่อสร้างปัญหา และหวังให้ผู้เป็นแม่ช่วยทวงความยุติธรรมคืนให้แก่เธอ
ทว่าจ้าวเสี่ยวย่าจำต้องผิดหวังอีกครั้ง
“หลายสิ่งหลายอย่างในสังคมมันไม่ได้สวยงามอย่างที่ลูกคิดเสมอหรอกนะ ใช่ว่าทุกคนที่ลูกยอมก้มหัวให้แล้วจะได้รับการอภัยกลับมาทุกครั้ง ที่สำคัญ ตัวลูกเองที่ทำไม่ดีกับเธอก่อนไม่ใช่เหรอ? ถูกร้ายกลับบ้างแบบนี้มันก็สมควรแล้วนี่นา? นี่เป็นปัญหาที่ลูกก่อขึ้นเอง เพราะฉะนั้น ลูกก็ต้องรู้จักหาทางแก้ไขด้วยตัวเอง”
แม่ของจ้าวเสี่ยวย่าต้องจำใจรับบทคุณแม่สุดโหดชั่วคราว เพื่อมอบบทเรียนอันล้ำค่าให้แก่ลูกสาวตัวดี ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เธอไม่สามารถโทษใครได้เช่นกัน ทั้งหมดเป็นเพราะตัวเธอกับสามีเองที่ตามใจเด็กคนนี้มากเกินไปตั้งแต่แรก และหากอุปสรรคเล็กน้อยเพียงแค่นี้ ลูกสาวของเธอยังก้าวข้ามผ่านมันไปไม่ได้ แล้วต่อไปในภายภาคหน้า ยามที่ต้องเผชิญพบกับปัญหาที่ใหญ่ยิ่งกว่า ลูกสาวคนนี้จะทนไหวได้อย่างไรกัน?
ภายใต้สถานการณ์ที่กดดันเช่นนี้ จ้าวเสี่ยวย่ารู้สึกราวกับมืดแปดด้าน แม่ผู้แสนใจดีของเธอได้กลายเป็นคนแร้งน้ำใจไปเสียแล้ว กลายเป็นแม่ที่เฉยชาต่อลูกสาวตัวเองแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
จ้าวเสี่ยวย่ารู้สึกขมขื่นใจอย่างสุดจะอดกลั้นได้ จู่ๆเธอก็หลั่งน้ำตาแห่งความคับข้องใจ ร้องไห้ปล่อยโฮออกมาทันที!
เห็นลูกสาวน้ำตาอาบสองแก้มด้วยความเศร้าเสียใจเช่นนี้ คนเป็นแม่ก็ถึงกับใจอ่อนยวบไปชั่วขณะเช่นกัน แต่เสี้ยวขณะอึดใจ เธอกลับต้องฝืนทำใจแข็งเอาไว้
“รีบกลับเข้าไปขอโทษเธออีกรอบซะสิ แม่คิดว่าเธอเองก็ไม่อยากเสียเวลากับลูกมากนักเหมือนกัน”
แม่ของจ้าวเสี่ยวย่ายังพูดรบเร้าต่อว่า
“ตอนนี้ลูกค้ากำลังรอประชุมอยู่ที่โรงงานนอกเมือง พ่อกับแม่ไม่มีเวลามากขนาดนั้นนะ! ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ก็อยู่กับพี่ๆตำรวจตรงนี้ไป!”
จ้าวเสี่ยวย่าหลั่งน้ำตาครั้งแล้วเล่าไม่หยุดหย่อน กัดฟันเดินตรงเข้าไปในห้องผู้ป่วยด้วยดวงตาที่แดงก่ำอีกครั้ง
พบเห็นสภาพอันน่าสมเพชของจ้าวเสี่ยวย่า หลินจิงซูก็อดรู้สึกขบขันไม่ได้
เท่าที่ฟังจากคำบอกเล่าของหวู่ฮ่าวชิง ครอบครัวของจ้าวเสี่ยวย่าเหมือนจะเปิดโรงงานอยู่
คุณหนูคนนี้คงจะถูกตามใจมาตั้งแต่ยังเด็กจนเคยตัว อีกทั้งคงไม่เคยมีใครกล้าขัดใจหรือกล้าทำให้หงุดหงิดโมโห ดังนั้น เมื่อพบเจออะไรที่ไม่ถูกใจเข้าหน่อย จึงมักใช้อารมณ์อย่างที่เห็น
แต่ถึงอย่างนั้น กลับมีสิ่งหนึ่งที่หลินจิงซูรู้สึกสงสัยคาใจมาพักใหญ่แล้ว การที่จ้าวเสี่ยวย่ามีอุปนิสัยที่หยิ่งจองหองและอวดดีเช่นนี้ เป็นที่แน่ชัดว่าทั้งหมดล้วนได้รับการบ่มเพาะขัดเกลาจากคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่คอยแต่ให้ท้ายปกป้องเรื่อยมา แล้วเพราะอะไรล่ะ ทำไมจู่ๆครั้งนี้พ่อแม่ของเธอจึงได้ตัดสินใจใช้ไม้แข็ง ยอมขัดใจลูกตัวเองและบีบบังคับให้มาขอโทษกันเช่นนี้?
หากพูดกันตามตรง สำหรับครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย กับแค่เรื่องทำร้ายคนเล็กๆน้อยๆแบบนี้ ไม่น่าจะอยู่ในสายตาของพวกเขาด้วยซ้ำ เพราะเพียงแค่ควักเงินสักฟ่อนฟาดหัวเข้าหน่อย เรื่องทุกอย่างก็น่าจะได้รับการสะสางโดยง่ายแล้วไม่ใช่เหรอ? สรุปคือ ความเป็นไปได้ที่สามคนพ่อแม่ลูกจะยอมบากหน้ามาเอ่ยปากขอโทษกันซึ่งหน้าแบบนี้ โอกาสแทบจะเป็นศูนย์!
หากจะบอกว่า ทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อต้องการดัดสันดานลูกสาวตัวเอง แต่มีหรือที่พ่อแม่คู่นี้จะถึงขั้นยอมให้จ้าวเสี่ยวย่าก้มหัวให้กับชนชั้นรากหญ้าอย่างเธอ? นอกจากว่า…จะมีปัจจัยอื่นที่อยู่นอกเหนือเรื่องพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย?
อย่างไรเสีย ก่อนที่หลินจิงซูจะคิดจินตนาการไปไกลมากกว่านี้ จ้าวเสี่ยวย่าก็พลันเปล่งเสียงที่ดังฟังชัดขึ้นอีกครั้ง นำพาให้เธอกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง
“ฉันขอโทษ! เรื่องคราวนี้ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉัน…ฉันทำตัวไม่ดีเอง…”
จ้าวเสี่ยวย่าเม้มริมฝีปากแน่น พยายามข่มกลั้นน้ำตาเอาไว้ ภาพลักษณ์คุณหนูที่หยิ่งผยองดังก่อนได้อันตรธานหายไปจนสิ้น
หลินจิงซูนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม่พูดอะไรอยู่นานสองนาน เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้อธิบายต่อไป
“ฉัน…ฉันรู้นะว่าเธอแกล้งเจ็บ แต่ที่เธอทำไปทั้งหมดก็เพราะ…นิสัยที่ไม่ดีชวนหมั่นไส้ของฉันเอง”
จ้าวเสี่ยวย่ารู้สึกอย่างไรเธอก็พูดออกมาอย่างนั้น เธอเงยหน้าขึ้นจ้องมองหลินจิงซูทั้งน้ำตาและพูดต่อว่า
“ฉันยอมแล้ว ฉันยอมรับผิดทุกอย่างแล้วจริงๆ ถ้าต้องการค่าชดเชยอะไรก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ เธอเองก็เสียเวลากับเรื่องของฉันมากเกินพอแล้วเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ?”
เห็นว่าหลินจิงซูยังคงนิ่งเฉยไม่แสดงท่าทีใดๆ จ้าวเสี่ยวย่าก็ตรงขึ้นหน้าและเริ่มพูดอีกครั้ง สีหน้าท่าทางของเธอดูขึงขังจริงจังมากกว่าเดิม
“ฉันผิดเองล่ะ ยกโทษให้ฉันด้วยเถอะนะ อยากได้ค่าเสียเวลาเท่าไหร่ล่ะ ครอบครัวฉันเองก็เปิดโรงงานใหญ่โต ยังไงก็ต้องมีจ่ายอยู่แล้ว”
ภายใต้การรบเร้าอย่างต่อเนื่องของจ้าวเสี่ยวย่า หลินจิงซูก้าวลงจากเตียงคนไข้พร้อมกับชูมือแสดงถึง ‘ตัวเลขที่ต้องการ’
หนึ่งนิ้ว
“100หยวน?”
ดวงตาของจ้าวเสี่ยวย่าเปล่งประกายสว่างโร่ ไม่คิดไม่ฝันจริงๆว่า นังผู้หญิงคนนี้จะกำจัดทิ้งได้ง่ายเพียงนี้!
“10,000หยวนต่างหาก”
หลินจิงซูเอ่ยตอบสั้นๆ สีหน้ายังคงเรียบนิ่งไร้ซึ่งระลอกคลื่น“10,000หยวนสำหรับค่ารักษาพยาบาล”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล