เข้าสู่ระบบ176 1-2
ตอนที่ 350 เลิกพาเด็กเพ้อเจ้อมาที่โรงแรมสักทีเถอะค่ะ
หลิวหมิงถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดทันทีที่ได้ยิน ประเภทขายเครื่องดื่มมึนเมาในโรงแรมอย่างที่จู่ๆ หลินจิงซูก็เปิดหน้าไพ่เสนอขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องที่เกินกว่าจะยอมรับและสนับสนุนได้
“คุณจิงซู ที่นี่คือโรงแรมนะครับ ไม่ใช่สถานที่อโคจรที่จะใช้เรียกลูกค้าให้มานั่งดื่มกัน พื้นที่จัดเลี้ยงของเรารองรับเฉพาะบริการอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์เท่านั้น ไม่อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด”
แม้หลิวหมิงจะเคยท่องเที่ยวมาแล้วกว่าหลายประเทศ ได้ลิ้มลองไวน์ชั้นเยี่ยมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ แต่เรื่องความคิดที่จะจัดตั้งบาร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในโรงแรมนั้น เขากลับไม่เคยคิดเลยจริงๆ
ถูกอีกฝ่ายเปิดประเด็นต่อต้านออกหน้าออกตาเช่นนี้ หลินหจิงซูได้แต่ยิ้มกว้าง และพร้อมสอนสั่งไปอีกหนึ่งบทเรียน
“ประธานหลิวเองก็น่าจะได้เดินทางท่องเที่ยวมาหลายประเทศแล้วไม่ใช่เหรอคะ? ย่อมต้องรู้ว่าวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวตะวันตกนั้น สิ่งที่ช่วยชูรสชาติอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้นก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่องพื้นฐานแบบนี้ควรจะต้องทราบดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรงแรมหลี่เจี่ยแห่งนี้ที่เปิดให้บริการบุฟเฟ่ต์อาหารตะวันตก แต่กลับขาดเครื่องดื่มประเภทนี้ไป นี่ไม่เท่ากับขาดเสน่ห์ด้านอาหารอย่างสิ้นเชิงเหรอคะ? ไม่ใช่แค่บาร์ที่จำเป็นต้องมี แต่บาร์เทนเดอร์เอวก็จำเป็นด้วยเช่นกัน อย่าลืมจุดขายหลักของธุรกิจโรมแรมไปสิคะว่า มันถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์อะไร? เพื่อให้แขกทุกที่เข้าพักได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ไม่ใช่เหรอคะ? แล้วเราจะขาดบริการด้านนี้ไปได้ยังไง?”
หลิวหมิงถึงกับนิ่งตะลึงงัน ด้วยฐานะทางครอบครัวที่เหนือกว่าคนทั่วไป ทำให้เขามีโอกาสได้เปิดหูเปิดตากับโลกกว้างมากกว่าใครๆ และแน่นอนว่า เขาเองก็เพิ่งจะรู้จักอาชีพบาร์เทนเดอร์เมื่อไม่นานมานี้เอง
แต่กลับไม่คาดคิดว่า เขาจะได้ยินชื่ออาชีพนี้อีกครั้งผ่านปากของสาวน้อยที่มีอายุยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ!
หลินจิงซูรู้ว่าบาร์เทนเดอร์คืออะไร!
และก็จริงอย่างที่เธอพูดมาทั้งหมด เหตุผลที่แขกทุกคนยอมจ่ายเงินเข้าพักในโรงแรมแห่งนี้ ก็เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ตนเอง ไม่ว่าจะจากการเหนื่อยล้าหลังทำงานหรือธุรกิจ สิ่งที่ทุกคนต้องการจริงๆก็คือการพักผ่อนในสถานที่ที่พวกเขาเชื่อว่า จะสามารถมอบความบันเทิงให้แก่ตนเองได้!
นี่สินะ…ความหมายที่แท้จริงของคำว่าโรงแรม!
สาวน้อยคนนี้อ่านสถานการณ์ขาดในทุกประเด็นจริงๆ สมแล้วที่สามารถปลุกปั้นธุรกิจเล็กๆอย่างร้านชานมไข่มุกจนก้าวหน้าถึงเพียงนี้ได้!
หลินจิงซูกวาดสายตามองไปทั่วโรงแรมปราดหนึ่ง ไม่ว่าสถานที่แห่งนี้จะงดงามและหรูหราสักเพียงใด แต่วันหนึ่งในอนาคต หากไม่รู้จักทำนุบำรุงหรือพัฒนาสิ่งใหม่ๆนอกกรอบเดิมๆ ย่อมต้องกลายเป็นยักษ์ล้มในภายภาคหน้าได้เช่นกัน
ภายใต้สงครามการแข่งขันเรื่องที่พักและการให้บริการในยุคข้างหน้าที่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือดนั้น โรงแรมจะไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่สำหรับพักหลับนอนอีกต่อไป นอกเหนือจากบาร์เครื่องดื่มที่เป็นเหมือนจุดศูนย์รวมของแขกทุกคนแล้ว บางแห่งยังมีบริการครบวงจรกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสวนน้ำสำหรับเด็กน้อยไปถึงบ่อนคาสิโนสำหรับผู้ใหญ่ใจที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชค กล่าวได้ว่าสามารถรองรับได้ทุกระดับประทับใจเลยทีเดียว
คิดจะพึ่งพาบุญเก่ากับความโด่งดังในอดีตเพียงอย่างเดียวน่ะหรือ? ไม่ทันกินอย่างแน่นอน!
“ประธานหลิวคะ ถ้าอยากจะเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นสถานที่โด่งดังกว่านี้จริงๆ คุณควรต้องเริ่มปฏิวัติตั้งแต่โครงสร้างองค์กรพื้นฐาน! ถ้ายังขืนมัวแต่ลังเลไม่กล้าทำอะไรอยู่อย่างนี้ ก็อย่ามาตำหนิหนูทีหลังในวันที่สายเกินไปก็แล้วกันค่ะ”
เผชิญกับคำพูดคำจาที่ฉะฉานยิ่งของหลินจิงซู หลิวหมิงเสมือนถูกถีบลงสู่ภวังค์ความกลัดกลุ้มใจอีกครั้ง และคราวนี้ดูเหมือนเขากำลังคิดหนักจริงๆ
“เมื่อครู่บอกว่านอกจากบาร์แล้ว ทางโรงแรมของเรายังจำเป็นต้องมีบาร์เทนเดอร์ด้วยงั้นเหรอคะคุณจิงซู? แค่พ่อครัวอาหารตะวันตกโดยตรงยังหาไม่ได้ แล้วจะไปหาบาร์เทนเดอร์มาจากที่ไหนกัน?”
หลินจิงซูโปรยยิ้มทิ้งทวนอย่างมีเลศนัย พร้อมส่ายหน้าไปมาอย่างช้าๆ ราวกับจะบอกว่านั่นไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอะไร
“สุดยอดปรมาจารย์บาร์เทนเดอร์ที่ต้องการก็อยู่ตรงหน้าประธานหลิวแล้วนี่ไงล่ะคะ”
อะไรนะ?!
เฉินเฉวียนเย่เคลื่อนสายตามองตามนิ้วมือของเด็กสาวไป ปรากฏว่านิ้วมือของหลินจิงซูชี้ไปที่ตัวของเธอเอง!
“เดี๋ยวก่อนนะสาวน้อย บาร์เทนเดอร์คืออะไรฉันยังไม่รู้จักเลย! แล้วเธอรู้ได้ยังไง?! แล้วสุดยอดปรมาจารย์อะไรนั่น ถ้าเป็นเรื่องเล่นไพ่ก็ว่าไปอย่าง!”
ถึงแม้เฉินเฉวียนเย่จะเป็นผู้ที่คอยสนับสนุนแนวคิดในเรื่องธุรกิจของหลินจิงซูเรื่อยมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเต็มใจลงหลักปักฐานกับเธอไปตลอดทุกครั้งเช่นกัน
ยิ่งเป็นเรื่องธุรกิจที่ดูเลื่อนลอยเพ้อฝันแบบนี้ด้วยแล้ว เขาแทบจะถอยห่าง คิดจะใช้ประสบการณ์จากการทำธุรกิจชานมไข่มุก มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจโรงแรมนี่นะ? สาวน้อยคนนี้คิดได้ยังไงกัน?
ภายใต้ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ในที่สุด เลขาสาวที่อยู่ถัดจากหลิวหมิงไปก็ทนฟังต่อไปไม่ไหว เธอดูจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของหลินจิงซูเลยแม้แต่น้อย
“ท่านประธานหลิวคะ เลิกพาเด็กเพ้อเจ้อแบบนี้เข้ามาป่วนในโรงแรมเราซะทีเถอะค่ะ”
แต่หลิวหมิงกลับเป็นคนเดียวในนี้ที่คิดต่าง สิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้ก็คือ แววตาที่มุ่งมั่น แน่วแน่ และมั่นอกมั่นใจอย่างยิ่งของสาวน้อยที่ชื่อหลินจิงซู และไม่รู้ว่าเพราะอะไรเช่นกัน แต่เขาสัมผัสได้ถึงแสงแห่งความหวังปรากฏขึ้นรำไร
หลินจิงซูยังปฏิเสธไม่ขอยอมแพ้ เธอเดินหน้าสู้เพื่อตัวเองต่อทันที
“ประธานหลิวคะ หนูได้เซ็นสัญญาว่าจ้างคนให้มาติดตั้งอุปกรณ์ทุกอย่างไว้หมดแล้วนะคะ ไม่ใช่ว่าคิดกลับคำพูดตอนนี้ใช่มั้ยคะ?”
“ต่อให้ประธานหลิวจะไม่เชื่อมั่นในแผนงานของหนู แต่ในสัญญาก็ได้ระบุชัดเจนแล้วว่า ภายในเวลาสามเดือน หนูจะต้องทำยอดให้ได้สองเท่าจากไตรมาสก่อน แต่นี่ยังไม่ทันจะได้เริ่ม ก็จะมาบังคับกันให้ยอมแพ้แล้วเหรอคะ?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







