FAZER LOGIN179 1-2
ตอนที่ 356 มีรักย่อมมีเกลียด
ไม่นานเกินรอ ใบปลิวโฆษณาบาร์นั่งดื่มของหลินจิงซูก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ เวลานี้อยู่ในระหว่างส่งให้ทางร้านจัดพิมพ์ในจำนวนมาก
ภายใต้คำอ้อนวอนร้องขอจากเพื่อนๆ ส่งผลให้ในเวลาต่อมา ทั่วท้องถนนต่างเต็มไปด้วยเหล่านักศึกษา ที่กำลังพากันเดินแจกจ่ายใบปลิวอย่างขยันขันแข็งอยู่ทั่วทุกสารทิศ
เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยของทุกคน นอกเหนือจากค่าจ้างที่หลินจิงซูจ่ายให้แล้ว เธอยังนำชานมไข่มุกสูตรใหม่ที่เพิ่งคิดค้นได้มาเลี้ยงเพื่อนๆนักศึกษาให้ได้ดื่มกันอย่างเอร็ดอร่อยด้วย
“ว้าว! รสนี้ฉันยังไม่เคยชิมมาก่อนเลย! อร่อยจัง!”
ได้ฟังเสียงชื่นชมของเพื่อนนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะชอบอกชอบใจเป็นอย่างมาก หลินจิงซูจึงยิ้มตอบกลับอย่างมีความสุข
“นี่เป็นชานมสูตรใหม่ที่กำลังจะวางจำหน่ายในอาทิตย์หน้า ความพิเศษของมันก็คือไส้พุดดิ้งที่ซ่อนอยู่ในเม็ดไข่มุก”
ทุกคนต่างจ้องมองประธานนักศึกษาที่พวกเขาเคารพรักด้วยสายตาชื่นชมจากหัวใจ ทั้งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันแท้ๆ แต่หญิงสาวคนนี้กลับมีความรู้ความสามารถในระดับผู้ประกอบการไปแล้ว!
ในไม่ช้า ใบปลิวชุดสุดท้ายที่สั่งพิมพ์มาก็เป็นอันหมดเกลี้ยง ทุกใบได้ถูกแจกจ่ายกระจายไปตามซอกซอยและถนนหนทางต่างๆอย่างทั่วถึง และความสำเร็จในครั้งนี้ ล้วนต้องขอบคุณเพื่อนนักศึกษาของเธอทุกๆคน
ในบรรดาเพื่อนนักศึกษาทั้งหมด หวู่ฮ่าวชิงดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่ค่อนข้างจะสงสัยและกังขากับวิธีการโฆษณาที่หลินจิงซูคิดขึ้นมา
“นี่ประธาน อุตส่าห์บรรจงออกแบบใบปลิวแทบตายแล้วยังต้องมาเดินแจกอีก ความจริงก็แค่เอาไปตั้งไว้ที่หน้าร้านชานมไข่มุกทั้งห้าสาขาไม่ง่ายกว่าเหรอ? ทำไมถึงต้องเสียเวลามาเดินแจกจ่ายให้ผู้คนตามท้องถนนแบบนี้ด้วยล่ะ?”
“ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ บางคนออกจะทำร้ายจิตใจมากไปหน่อย ถึงขั้นโยนใบปลิวทิ้งขยะทันทีที่รับไป ฉันเห็นแล้วยังรู้สึกท้อแท้ใจแทนเลย!”
หลินจิงซูดคาดไว้อยู่แล้วว่า หวู่ฮ่าวชิงจะต้องบังเกิดคำถามเช่นนี้ขึ้นในหัวสมอง
“หยุดบ่นได้แล้วน่า ต่อให้คนพวกนั้นจะขยำทิ้งทันทีที่ได้รับก็เถอะ แต่เพียงเท่านี้ก็นับว่าบรรลุจุดประสงค์ที่วางไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะอย่างน้อยที่สุด ทุกคนก็ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของบาร์เครื่องดื่มในโรงแรมแล้ว แม้จะเป็นเวลาสั้นๆที่ได้รับข่าวสารนี้ แต่ข้อมูลที่ว่าก็ได้ถูกฝังอยู่ในสมองของพวกเขาไปแล้วโดยไม่รู้ตัว”
แต่ถึงอย่างนั้น ในสายตาของหวู่ฮ่าวชิง เขาก็ยังคงรู้สึกว่าวิธีการของหลินจิงซูนั้นไร้ประโยชน์อยู่ดี มิหนำซ้ำยังเสียแรงเปล่าอีกด้วย แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรอีก
เวลานี้ บรรดานักศึกษาที่แยกย้ายกันไปเป็นกลุ่ม ต่างก็ได้ทำการแจกจ่ายใบปลิวในส่วนของตนเองเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ทุกคนจึงได้กลับมารวมตัวที่ร้านชานมไข่มุกสาขาหลัก และได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มสุดแสนอร่อยที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตน
เมื่อเห็นว่าเพื่อนนักศึกษาบางคนยังมีกำลังวังชาเหลืออยู่ หลินจิงซูจึงหยิบใบปลิวชุดสำรองที่พิมพ์เกินออกมาให้ พร้อมอัดฉีดชานมไข่มุกอีกหลายแก้ว เพื่อสร้างกำลังใจให้พวกเขาได้มีพลังออกไปตระเวนแจกจ่ายต่อจนกว่าจะหมด
มีคนรักย่อมต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา ในเวลาเดียวกัน ก็มีเพื่อนนักศึกษาบางคนที่นั่งจับกลุ่มกันจ้องมองไปทางหลินจิงซูพร้อมกับชักสีหน้าไม่พอใจใส่ บางคนปั้นหน้าหยามเหยียดพ่นคำเย้ยหยันนินทากันอย่างสนุกปาก
“เชอะ ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่า ทำไมพวกงี่เง่านั้นถึงได้เต็มใจช่วยนังหลินจิงซูกันนัก?”
“ฉันว่าแม่นั่นต้องจงใจหลอกใช้เพื่อนๆเป็นเครื่องมือแน่ หวังจะให้ช่วยแจกใบปลิวฟรีๆน่ะสิไม่ว่า! ความคิดช่างน่ารังเกียจสิ้นดี!”
“นั่นน่ะสิ เพราะสุดท้ายแม่นั่นก็ได้ประโยชน์อยู่คนเดียว แล้วพวกโง่นั่นยอมเหนื่อยทำไมกันนะ? เพื่อชานมไข่มุกสักแก้วกับเศษเงินทอนน่ะเหรอ?”
หัวโจกของกลุ่มที่เกลียดชังหลินจิงซูนี้กลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นจวิ๋นเฉียน อดีตสาวงามประจำคณะนั่นเอง
หากไม่มีหลินจิงซูโผล่มาสักคน ตัวเธอเองนี่ล่ะ ที่จะต้องกลายมาเป็นดาวเด่นที่ใครต่อใครในรั้วมหาวิทยาลัยต่างพากันจับจ้องให้ความสนใจ!
หลินจิงซูก็แค่อาศัยประโยชน์จากความสำเร็จของร้านชานมไข่มุกที่ครอบครัวก่อตั้งขึ้นมา เพื่อใช้ดึงดูดเพื่อนนักศึกษารอบตัวให้หันมาสนอกสนใจตนเอง!
ในความคิดของจวิ๋นเฉียน หลินจิงซูเป็นพวกมากมารยาร้อยเล่มเกวียน ขยันสรรหาวิธีสกปรกโสมมมาใช้ล่อลวงเพื่อนๆนักศึกษาด้วยกัน ไม่อย่างนั้นแล้ว น้ำหน้าอย่างเธอจะถูกเลือกให้เป็นประธานนักศึกษาได้อย่างไรกัน?
เฝ้ามองเพื่อนนักศึกที่พากันล้อมวงชื่นชมสรรเสริญหลินจิงซูอย่างปลื้มปิติกัน ภาพฉากเหล่านี้ยิ่งไปกระตุ้นต่อมอิจฉาภายในใจของจวิ๋นเฉียนให้รุนแรงมากขึ้น เธอถึงกับพ่นคำด่าวิพากษ์วิจารณ์คนเหล่านั้นออกมาอย่างเสียๆหายๆ
“พวกนักศึกษาชายนี่ล่ะตัวดีเลย ทำตัวเหมือนสุนัขเที่ยวเลียไข่เอาใจเจ้าของ ทุเรศสิ้นดี! โสเภณีอย่างนังนั่นเกิดมาเพื่อล่อลวงเพศตรงข้ามโดยเฉพาะเลยสินะ ถึงได้ทำแต่เรื่องต่ำตมสกปรกน่ารังเกียจแบบนี้! แค่รู้ว่าต้องหายใจร่วมโลกกับมัน ฉันก็รู้สึกขยะแขยงจะแย่แล้ว!”
“ใช่เลย ถูกต้องที่สุด ไม่เหมือนกับลูกพี่จวิ๋นเฉียนของพวกเรา ไม่เห็นจะต้องเอาตัวไปตากแดดตากฝนทำงานหนัก ก็มีเงินใช้ไม่หวาดไม่ไหว! ช่วยไม่ได้นี่นะ ก็ครอบครัวพี่จวิ๋นเฉวียนร่ำรวยจะตายไป! เป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมและเป็นผู้ดีมาตั้งแต่เกิดแล้ว!”
“อย่าเอานังโสโครกนั่นมาเปรียบเทียบกับพี่จวิ๋นเฉียนของพวกเราสิ! มันเทียบกันได้ที่ไหนกันล่ะ?!”
ยิ่งบรรดาเพื่อนฝูงพยายามพูดจาประจบประแจงมากเท่าไหร่ จวิ๋นเฉียนกลับยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์มากขึ้นเท่านั้น
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของจวิ๋นเฉียน ไม่ว่าจะเป็นเด็กชายในโรงเรียนหรือแม้แต่คุณครูผู้สอนทุกท่าน ทุกๆคนต่างก็ให้ความสำคัญกับเธอเป็นอันดับหนึ่งเสมอมา
แต่เมื่อก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ใครต่อใครต่างก็มองข้ามหัวเธอไปหมด!
และสาเหตุก็เป็นเพราะหลินจิงซูคนนี้ นังตัวดีนี่คงจะอิจฉาที่เธอทั้งสวยและเหนือกว่าตนเองในทุกๆด้าน จึงได้สรรหาเล่ห์กลสกปรกมาดึงดูดความสนใจของทุกคนไปจากเธอ!
“ว่าแต่พวกเธอเคยได้ยินกันบ้างมั้ย เรื่องที่นังหลินจิงซูกำลังจะเปิดธุรกิจใหม่ในโรงแรม? ลองคิดดูสิ มีผู้หญิงดีๆที่ไหนจะไปทำมาค้าขายวนเวียนอยู่แถวโรงแรมแบบนั้น? ธุรกิจใหม่ที่ว่าคงไม่ใช่จะนอนเปลืองเนื้อเปลืองตัวอยู่ที่นั่นหรอกนะ! พวกเธอคิดว่ายังไง? ฮ่าฮ่าฮ่า…”
ทันทีที่จวิ๋นเฉียนได้ฟังคำพูดประโยคนี้ เธอก็เหยียดยิ้มเย็นที่มุมปาก พร้อมกับความคิดบางอย่างที่ผุดขึ้นกลางใจทันที
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







