เข้าสู่ระบบ178 2-2
ตอนที่ 355 ใบปลิวโฆษณาเปิดร้านใหม่
แผนธุรกิจที่หลินจิงซูบรรยายให้ฟังนั้น สามารถซื้อใจหลิวหมิงได้เต็มเปา และเขาก็เอ่ยปากอนุมัติแทบจะในทันที
“ดูเหมือนผมจะมองคนไม่ผิดจริงๆ ก็ถ้าทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว พรุ่งนี้ก็เปิดให้บริการเลยเป็นไงล่ะ?”
แต่ทว่าหลินจิงซูกลับส่ายหน้าปฏิเสธ เธอไม่มีความจำเป็นจะต้องเร่งเปิดให้บริการถึงเพียงนั้น
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ใช่ทุกคนในยุคสมัยนี้ที่จะรู้จักสถานที่ที่เรียกว่า ‘บาร์นั่งดื่ม’ ในหัวของคนพวกนี้มีแต่ร้านอาหารที่จะกินให้อิ่มท้อง และร้านคาราโอเกะสำหรับการพบปะสังสรรค์เท่านั้น การจะสร้างให้บาร์นั่งดื่มของเธอกลายเป็นจุดขายหลักของโรงแรม จำเป็นจะต้องมีการโฆษณาเผยแพร่ให้คนภายนอกได้ล่วงรู้ทั่วกันเสียก่อน
ถึงเวลาที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนเมื่อไหร่ บาร์แห่งนี้ย่อมติดลมบนเป็นธรรมดา
“ก่อนจะเปิดให้บริการ หนูจำเป็นต้องทำการโฆษณาซะก่อน ทั้งจัดทำป้ายโฆษณากับใบปลิว รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์สิ่งนี้ผ่านทางโรงแรมเอง แค่หยิบยกชื่อเสียงของโรงแรมหลี่เจี่ยขึ้นอ้าง รับรองว่ากระแสตอบรับต้องดีไม่น้อยอย่างแน่นอน”
วาทศิลป์ถ้อยคำที่ออกจากปากของหลินจิงซู สะกดให้หลิวหมิงเชื่อมั่นอย่างสนิทใจ
“ก่อนเปิดให้บริการหนูจำเป็นต้องทำการโฆณนาสักหน่อย ทั้งจัดทำแบรนเนอร์กับใบปลิว รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์สิ่งนี้ผ่านทางโรงแรม แค่หยิบยกชื่อเสียงโรงแรมหลี่เจี่ยขึ้นชูโรง รับรองว่ากระแสตอบรับท่าจะดีไม่น้อยแน่นอน”
วาทศิลป์คำสร้อยจากปากหลินจิงซู สะกดให้หลิวหมิงเชื่อมั่นอย่างสนิทใจ
หาใช่แค่ได้การยอมรับจากปากประธานใหญ่เท่านั้น อีกทั้งการลงทุนครั้งนี้ หลินจิงซูยังไม่ต้องควักเนื้อจ่ายเลยแม้แต่หยวนเดียวอีกด้วย มิหนำซ้ำ ยังได้รับค่าโฆษณาเป็นเงินสมทบเพิ่มเติมจากทางโรงแรมเป็นมูลค่ามากกว่า 8,000 หยวนอีกด้วย!
“วิเศษไปเลย! ทางโรงแรมช่วยสนับสนุนอีกแรงแบบนี้ แผนการที่วางไว้ก็จะยิ่งราบรื่นขึ้นไปอีก!”
หลินจิงซูยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุขที่สุด และทันทีที่กลับถึงบ้าน เธอก็รีบคาบข่าวนี้ไปเล่าให้ติงเสวี่ยเหม่ยฟังอีกด้วย
เฉินเฉวียนเย่ที่ติดตามมาท้ายหลัง ได้แต่ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงติดประหม่าเล็กน้อย
“เอ่อ…สาวน้อย ไอ้เครื่องดื่มที่เธอทำให้ฉันกินที่โรงแรมน่ะ…มันชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ? สอนฉันชงหน่อยสิ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยถึงกับยืนจ้องหน้าเฉินเฉวียนเย่ด้วยความตกตะลึง จะไม่ให้เธอรู้สึกประหลาดใจได้อย่างไรเล่า เพราะตลอดระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันมา เธอไม่เคยเห็นเขาถวิลหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขนาดนี้มาก่อน! แม้อีกฝ่ายจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักดื่มตัวยงก็ตามที ทว่าตั้งแต่คบหากันมา เขาแทบจะไม่เคยดื่มต่อหน้าหรือร้องขอในเรื่องนี้มาก่อนเลย
หรือเป็นไปได้ไหมว่า เครื่องดื่มผสมไวน์กับน้ำผลไม้ที่หลินจิงซูชงขึ้นมานั้น จะมีรสชาติที่เอร็ดอร่อยมากจริงๆ
คิดได้เช่นนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที และอยากจะลองชิมดูสักครั้ง แต่ทว่าหลินจิงซูกลับปฏิเสธคำขอไปเสียดื้อๆ
“แม่คะ เครื่องดื่มมึนเมาเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยิ่งเป็นพวกค็อกเทลที่ผสมกับเหล้าแล้วก็น้ำหวานอีกหลายชนิดล่ะก็ แคลอรี่จะยิ่งสูงตามด้วยค่ะ! เอาแบบนี้ก็แล้วกัน คราวหน้าหนูจะลองทำม็อคเทลลดน้ำตาลอร่อยๆให้แม่ดื่มโดยเฉพาะ เครื่องดื่มประเภทนี้ไม่มีแอลกอฮอล์ผสม แม่ดื่มได้ไม่มีปัญหาอะไร”
ติงเสวี่ยเหม่ยจำต้องพยักหน้ากลืนน้ำลายอย่างจำยอม และเมื่อหลินจิงซูพูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ และเริ่มระดมสมองครุ่นคิดหาวิธีโปรโมทบาร์เปิดใหม่นี้ทันที
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินจิงซูไปเรียนตามปกติ เมื่อมีเวลาว่างก็เริ่มขีดเขียนบางสิ่งบางอย่างลงไปในกระดาษ
ระยะนี้หวู่ฮ่าวชิงและหลินจิงซูตัวติดกันมากเป็นพิเศษ กระทั่งในสายตาของทุกๆคน ต่างก็เห็นว่าฝ่ายชายได้กลายมาเป็นองค์รักษ์ประจำตัวของหลินจิงซูไปแล้ว
ไม่ใช่เฉพาะเวลาเล่นบาสเก็ตบอลเท่านั้น กระทั่งในวันธรรมดาที่ไม่ว่าจะมีเรียนหรือไม่มี หวู่ฮ่าวชิงก็มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปวนเวียนอยู่รอบๆตัวเธอ บางครั้งก็ครึ่งวัน บางครั้งก็ตลอดทั้งวัน จนทำให้หลายต่อหลายคนแอบประหลาดใจไม่ได้
หรือว่าสองคนนี้จะเป็นแฟนกันนะ?
“ประธาน วาดอะไรอยู่เหรอ?”
ฝ่ายสาวน้อยแหงนหน้าขึ้นมอง และพบว่าเป็นหวู่ฮ่าวชิงที่มาพร้อมกับคำพูดอันเป็นเอกลักษณ์
ในยุคสมัยนี้ การโฆษณาผ่านสื่อสารมวลชนยังไม่ได้รับความนิยม การยิงโปรโมทผ่านทางแพลตฟอร์มต่างๆยิ่งเลิกฝันหวานไปได้เลย สิ่งเดียวที่เธอทำได้ในตอนนี้ก็คือ การเขียนใบปลิวด้วยมือแล้วนำไปให้ร้านพิมพ์ออกมา เพื่อนำไปใช้แจกจ่ายให้กับผู้คนตามท้องถนนเท่านั้น
และเนื่องจากหลินจิงซูเองก็ไม่มีเพื่อน หรือคนรู้จักที่ศึกษาด้านการตลาดโดยตรง จึงเหลือเพียงแค่วิธีเดียว ซึ่งก็คือการมานั่งวาดและออกแบบทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด
หลินจิงซูหยิบใบปลิวที่เธอเพิ่งวาดเสร็จขึ้นมาดู ภายในนั้นประกอบด้วยประกาศสั้นๆแต่กระชับได้ใจความ ประดับพร้อมด้วยลวดลายน่ารักสะดุดตา
เมื่อหวู่ฮ่าวชิงเห็นเช่นนั้น เขาก็อดหัวเราะไม่ได้
“ประธาน นี่กำลังทำโฆษณาบาร์เครื่องดื่มที่จะเปิดใหม่ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงได้วาดรูปโรงแรมหลี่เจี่ยแทนล่ะ?”
หลินจิงซูให้เหตุผลว่า
“นี่เป็นแผนเปิดตัวร้านใหม่ครั้งสำคัญ จะมาผิดพลาดกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ไม่ได้ ถามว่าทำไมถึงต้องวาดรูปโรงแรมหลี่เจี่ยน่ะเหรอ? งั้นฉันขอถามนายกลับก็แล้วกันนะ ถ้าฉันวาดแต่รูปบาร์ แล้วจะมีใครรู้มั้ยว่ามันตั้งอยู่ที่ไหน? ถึงจะมีข้อความระบุไว้ชัดเจนว่าอยู่ในโรงแรมหลี่เจี่ยก็เถอะ แต่แล้วยังไงล่ะ? แวบแรกที่ได้เห็นใบปลิว ผู้คนจะตอบสนองกับอะไรก่อน ระหว่างภาพกับข้อความตัวอักษร?”
หลินจิงซูยังพูดยังไม่ทันจบดี หวู่ฮ่าวชิงที่ได้ฟังก็ถึงกับยกนิ้วโป้งให้
“ถ้าจะฉลาดขนาดนี้ ทำไมไม่ไปเรียนคณะบริหารธุรกิจแทนล่ะครับ! ประธานนี่รอบคอบสุดๆไปเลย! แต่ถ้ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอกได้นะ!”
สำหรับประโยคคำพูดนี้ หลินจิงซูไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนอง และไม่ขอเอ่ยตอบใดๆ เหตุผลประการแรก เพียงเท่านี้เธอก็รู้สึกเกรงใจหวู่ฮ่าวชิงจะแย่อยู่แล้ว และสอง เธอไม่อยากนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับผู้หญิงปากคอเราะร้ายอย่างจ้าวเสี่ยวย่าอีกต่อไปแล้ว
“เท่านี้ฉันก็เป็นหนี้บุญคุณนายจะแย่อยู่แล้ว สู้ฉันจ้างเพื่อนๆในห้องให้ไปช่วยแจกใบปลิวไม่ดีกว่าเหรอ? เพื่อนๆจะได้ทั้งค่าเหนื่อยแล้วก็ชานมไข่มุกติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย!”
หลินจิงซูเพียงแค่พูดติดตลกหยอกล้อเล่นๆเท่านั้น แต่ใครจะไปคาดคิดว่า คำพูดนี้กลับจุดไฟแห่งความปรารถนาของทุกคนในห้องขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
ทุกสายตาล้วนจับจ้องมองมาที่หลินจิงซูอย่างมีความหวัง
“ประธาน ผมกำลังหางานพิเศษทำอยู่พอดีเลยครับ!”
“ฉันด้วย! ฉันด้วย! ฉันเองก็อยากทำเหมือนกัน! พวกเราทุกคนในว่างกันทั้งนั้นเลย!”
“พี่ฮ่าวชิงช่วยพูดอะไรหน่อยสิ! ผมเองก็อยากไปช่วยงานเหมือนกันนะ!”
ชั่วขณะอึดใจนั้น หลินจิงซูเพิ่งจะตระหนักได้ว่า นี่เธอพูดอะไรผิดไปรึเปล่านะ?
ภายใต้สภาวะแรงกดดันและถ้อยคำเร่งเร้าจากทุกคน ทำให้หลินจิงซูปราศจากทางเหลืออื่น และจำต้องพยักหน้าอย่างยอมจำนน
“รู้แล้ว รู้แล้ว เอาเป็นว่าไปกันหมดนี่ล่ะ!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







