LOGIN180 1-2
ตอนที่ 358 มั่วสุม!
“จากนี้ลองมาฟังบทเพลงเพราะๆกันหน่อยดีมั้ยล่ะครับ ผมหวู่ฮ่าวชิง ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้ร้องเพลงให้แขกผู้เกียรติทุกท่านได้รับฟังในวันนี้ ระหว่างนี้ขอเชิญทุกท่านไปรับเครื่องดื่มค็อกเทลฟรีได้ที่โซนบาร์กันนะครับ”
สิ้นประโยคคำพูด หวู่ฮ่วาชิงก็แอบขยิบตาส่งสัญญาณให้หลินจิงซูที่อยู่ฟากฝั่งบาร์ ปรากฏว่านี่เป็นแผนสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างคนทั้งคู่ ที่ได้ตระเตรียมการกันไว้ล่วงหน้าแล้ว
ตรงกันข้าม บรรดาพ่อครัวและฟ่านชิงที่ได้ยินประโยคคำพูดนี้เข้าไป แต่ละคนถึงกับอ้าปากค้างแทบลมจับ!
อะไรนะ?
ฟรีอีกแล้วเหรอ?!
เด็กสาวที่ชื่อหลินจิงซูอะไรนี่ คิดจะทำให้โรงแรมขาดทุนจนต้องล้มละลายเลยรึไง?!
คนที่ดูเหมือนจะเป็นกังวลที่สุดย่อมหนีไม่พ้นฟ่านชิง เลขาสาวรีบวิ่งทั้งที่ใส่ส้นสูงตรงเข้าไปจี้ถามหลินจิงซู ผู้ซึ่งรับหน้าที่เป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ในขณะนี้ด้วยความโมโหทันที
“สาวน้อย นี่มันหมายความว่ายังไงกัน? ท่านประธานหลิวไม่ได้ให้เงินเธอมาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้นะ!”
ท่ามกลางเสียงกีตาร์ที่เริ่มดีดบรรเลงบนเวทีสูง และเสียงดนตรีก็แทบจะกลบเสียงทุกอย่างในอาณาบริเวณนั้นจนสิ้น ประกอบกับหลินจิงซูที่ต้องใช้สมาธิในการไล่ชงเครื่องดื่มค็อกเทลให้แขกทีละแก้ว เธอในตอนนี้จึงไม่ต่างอะไรกับคนหูหนวก ส่วนแขกหลายๆคนต่างก็เริ่มเคลิบเคลิ้มโยกตัวคล้อยไปตามจังหวะดนตรี และหลังจากที่ทุกคนได้ดื่มค็อกเทลฝีมือสาวน้อยเข้าไป ทั้งหมดก็ถึงตาโตด้วยความตะลึงงัน
“โอ้? นี่มันเครื่องดื่มอะไรกันเนี่ย? รสชาติดีชะมัดเลย! นอกจากกลิ่นหอมอ่อนๆของไวน์องุ่นแล้ว ยังให้ความรู้สึกนุ่มสบายลิ้นอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ!”
“นั่นสินะ ขนาดฉันที่ไม่ใช่สายดื่ม แค่ลองจิบไปหน่อยเดียวก็ถึงกับหยุดไม่ได้! ถ้าได้อีกสักแก้วก็คงดีไม่น้อย!”
“สาวน้อย เมื่อครู่บอกว่าในนี้มีส่วนผสมของไวน์แดงด้วยใช่มั้ย? นี่เป็นไวน์ชั้นเยี่ยมไม่ใช่เหรอ? ฉันเคยอ่านเจอในบทความ เขาเขียนไว้ว่าไวน์แดงจะช่วยให้ผิวพรรณของคนเราผุดผ่องขึ้นด้วย!”
“โรงแรมหลี่เจี่ยนับว่ามีทุกสิ่งครบเครื่องจริงๆ! เครื่องดื่มก็รสดีอาหารก็รสเยี่ยม นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆเลยล่ะ!”
ขณะที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำและอิ่มเอมไปกับบรรยากาศแห่งความสุขอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนนั้น หลายคนก็เริ่มหันมาขอค็อกเทลแก้วที่สองจากหลินจิงซู ซึ่งเธอเองก็ไม่เอ่ยปากตอบใดๆ แต่หยิบเอาแผ่นรายการเครื่องดื่มซึ่งมีราคากำกับอยู่ท้ายหลังส่งให้แทน และทุกเมนูในนั้นล้วนมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่แก้วละ 50 ถึง 100 หยวนเลยทีเดียว!
เมื่อทุกคนเห็นตัวเลขที่สูงขนาดนี้ ต่างก็เริ่มไม่พอใจขึ้นมาทันที
“ห๊ะ? ไม่แพงไปหน่อยเหรอ?! ที่ตั้งใจให้ทดลองดื่มแก้วแรกฟรี เพราะจงใจจะหลอกเอาเงินกันใช่มั้ยเนี่ย? เครื่องดื่มบ้าอะไรแก้วละตั้ง 100 หยวน! นี่มันหลอกลวงผู้บริโภคชัดๆ! ขนาดค่าอาหารบุปเฟ่ต์ยังไม่ถึง 20 หยวนเลยด้วยซ้ำ!”
“ฉันก็คิดไว้อยู่แล้วเชียว! ก็แค่กลยุทธ์การขายเท่านั้นเอง! คิดจะหลอกฟันเงินจากฉันเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก!”
ทั้งเลขาสาวอย่างฟ่านชิงและบรรดาเพื่อนฝูงของหลินจิงซูต่างพากันนั่งนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อน แต่ละคนตัวแข็งทื่อพร้อมเหงื่อเย็นแตกพลั่ก หากลูกค้ากลุ่มนี้ไม่หลงกลการตลาด มิหนำซ้ำยังยืนกรานจะขอกินฟรีอยู่แบบนี้ นั่นไม่เท่ากับว่าทุกสิ่งที่พยายามมาทั้งหมดกำลังจะสูญเปล่าอย่างนั้นหรือ?
แต่ถึงกระนั้น หลินจิงซูก็ยังคงนิ่งสงบปราศจากทีท่ากังวลใดๆ
“ทุกท่านคะ อย่าเพิ่งโมโหใจร้อนไปค่ะ แม้เครื่องดื่มของทางเราจะมีราคาสูงไปซะหน่อย แต่ทางเรายังมีบริการอาหารบุปเฟต์นานาชาติ แถมด้วยขนมเค้กสไตล์ตะวันตกให้กินได้แบบไม่อั้นเลยล่ะ ขนมเค้กแบบนี้มีที่นี่ที่เดียวเท่านั้นนะคะ”
“แต่นี่ยังไม่ใช่สิทธิพิเศษทั้งหมดที่แขกผู้มีเกียรติทุกท่านจะได้รับเท่านั้นนะคะ หากท่านใดสมัครเป็นสมาชิกหลี่เจี่ยคลับ ก็จะสามารถพาครอบครัวเข้ามาพักผ่อนที่นี่ได้ฟรี อยากจะมาพักเมื่อไหร่ก็ได้ หรืออยากจะลงมาทานบุฟเฟ่ต์ถึงเที่ยงคืนก็ทำได้ หรืออยากจะนั่งจิบค็อกเทลสักกี่แก้วก็ได้อีกเช่นกัน ทางเราเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเลยล่ะค่ะ”
“เพียง 500 หยวนก็สมัครเป็นสมาชิกหลี่เจี่ยคลับได้แล้ว ฟังผิวเผินอาจดูเหมือนราคาค่อนข้างสูงไปสักเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับประสบการณ์ต่างๆที่ได้เอ่ยมาข้างต้น นับว่าเป็นการจ่ายเงินที่คุ้มค่ามากเลยนะคะ เพราะต่อให้ไม่ได้เข้าพัก หากสามารถแวะเวียนมาดื่มค็อกเทลของทางโรงแรมเราได้เกินห้าแก้วต่อเดือน ก็นับว่าคุ้มมากแล้วล่ะค่ะ!”
อย่างที่คาดการณ์ไว้ไม่มีผิด หลังจากได้รับฟังวาทศิลป์ของหลินจิงซูเข้าไป หลายต่อหลายคนต่างก็เริ่มใจเย็นลงและเริ่มใคร่ครวญด้วยเหตุด้วยผล ไม่นานนัก ผู้คนต่างก็พากันพูดคุยถึงเรื่องนี้อย่างเผ็ดร้อน!
“ฟังๆดูแล้ว…นี่มันคุ้มสุดๆไปเลยไม่ใช่เหรอ? ถ้าจะให้ดื่มกันจริงๆ คืนหนึ่งพวกเราดื่มกันเกินห้าแก้วอยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมเรื่องอาหารกับขนมเค้กนานาชาติอีกนะ! กินนอนแค่คืนเดียวก็คุ้มไปทั้งเดือนแล้วล่ะ! สาวน้อย 500 หยวนต่อเดือนใช่มั้ย? นำทางฉันไปเลย! นำทางไปเดี๋ยวนี้เลย! จ่ายค่าสมัครสมาชิกได้ที่ไหนล่ะ?”
“สมาชิกหลี่เจี่ยคลับ นี่มัน…ทำมาเพื่อฉันชัดๆ! ยิ่งเป็นพวกสายดื่มหนักก็ยิ่งคุ้ม! ลองคิดดูสิ ฉันจะดื่มหนักแค่ไหนก็ได้ เพราะถึงจะเมาจนหัวราน้ำยังไง ก็สามารถนอนค้างในโรงแรมที่หรูที่สุดในผิงเฉิงได้! หรือจะตื่นสักกี่โมง ก็สามารถลงมาทานบุฟเฟต์แก้อาการเมาค้างได้อีก!”
“แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ? รีบไปต่อแถวจ่ายเงินกันเถอะ คิวยาวไปนู่นแล้ว!!”
สารพัดเคล็ดลับการเดินหมากธุรกิจ ไล่เรียงไปจนถึงกลยุทธ์การตลาดอย่างมืออาชีพนับร้อยแปดวิธีการ ทั้งหมดนี้ สามารถหาอ่านได้จากหน้าจอมือถือของยุคสมัยที่หลินจิงซูเคยอาศัยอยู่ในชาติก่อน และด้วยความรู้ในเรื่องการตลาดเหล่านี้ จึงไม่แปลกที่กลุ่มลูกค้ายุคนี้จะติดกับดักการค้าของสาวน้อยเข้าเต็มเปา และเนื่องด้วยบัตรสมาชิกมีบริการให้ต่ออายุแบบล่วงหน้าได้ บางคนถึงขั้นยอมควักเงินจ่ายมากกว่า 3,000 หยวน เพื่อต่ออายุสมาชิกของตนให้ลากยาวไปนานครึ่งปีเลยทีเดียว!
ในยุคที่ระบบบัตรสมาชิกยังไม่เป็นที่นิยม ภูมิคุ้มกันต่อการตลาดประเภทนี้ของผู้คนจึงจัดอยู่ในระดับที่ต่ำมากเช่นกัน
ไม่เพียงหลินจิงซูจะนำเอาการตลาดชนิดนี้เข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับแผนกพื้นที่จัดเลี้ยงจนมีรายรับเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น แต่เธอยังใช้ทุกองค์ประกอบภายในโรงแรมที่มี เข้าผสมผสานเพื่อส่งเสริมซึ่งกันและกัน ผลักดันให้รายได้ทั้งหมดของโรงแรวหลี่เจี่ยทะยานพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ
เลขาสาวอย่างฟ่านชิงที่เพิ่งจะโวยวายตั้งคำถามใส่หลินจิงซูก่อนหน้า ตอนนี้ถึงกับต้องหุบปากไม่กล้าพูดอะไรต่ออีกเลย
เพราะเธอเองย่อมตระหนักดีว่า เมื่อใดที่แขกกลุ่มนี้ได้กลายมาเป็นสมาชิกหลี่เจี่ยคลับแล้ว นั่นย่อมหมายความว่า นับแต่นี้ไปพวกเขาก็คือลูกค้าประจำของทางโรงแรมอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
สุดท้ายแล้ว สิทธิพิเศษที่ให้เข้าพักฟรีนั้น แท้จริงก็แค่คำโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น พนักงานที่นี่ยังมีลูกเล่นอีกมากมายหลายสิบวิธีเพื่อใช้รีดไถเงินจากแขกที่เข้าพัก ขอเพียงสามารถหลอกล่อให้คนเหล่านี้สมัครเป็นสมาชิกหลี่เจี่ยคลับได้ ทางโรงแรมย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง!
เมื่อเห็นว่าแผนงานของหลินจิงซูกำลังประสบความสำเร็จด้วยดี จวิ๋นเฉียนที่แอบแจ้งความเรื่องนี้ไปตั้งแต่เมื่อช่วงกลางวัน ก็รีบโทรบอกลุงของเธอที่เป็นตำรวจ ให้นำกำลังบุกเข้ามาจับกุมตัวทันที!
ชั่วอึดใจขณะ เสียงถีบประตู ‘ปัง’ ก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น พร้อมด้วยกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่าหลายสิบนายที่แห่แหนเข้ามาพร้อมอาวุธ!
“ลุงคะ! เด็กพวกนี้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่กลับแอบมามั่วสุมดื่มแอลกอฮอล์กันค่ะ! แล้วหนึ่งในนั้นยังเปิดธุรกิจหาเงินในโรงแรมแบบผิดกฎหมายด้วย! คุณลุงจับตัวพวกมันไปให้หมดเลยค่ะ!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







